ย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย

    เปิดปาก

    “เดี๋ยว เดี๋ยว...”

     

    “หุปปากเดลต้าทรี!”

     

    เดลต้าวันที่เห็นเพี่อนมันเปิดปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างมันรีบบอกให้หยุดในทันที

     

    “เหมือนจะมีคนอยากพูด ดีเลยพูดมันออกมาแล้วฉันจะให้นายได้กลับบ้านเป็นคนแรก” สมิธไม่รอช้าเขารีบเติบเชื้อไฟเข้าไปอีก ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะ...

     

    “ขอโทษะนะหัวหน้าพอดีภรรยาและลูกๆรอผมอยู่ที่บ้าน...ใช่พวกเราได้รับมอบหมายให้ตามหานกสีแดงนั้น” เดลต้าทรีเป็นคนแรกที่เปิดปากพูดแม้ตัวมันจะถูกฝึกและมีความเป็นมืออาชีพสูงผ่านมาแล้วหลายสิบภารกิจไม่เคยพลาด แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเพราะเจ้าต้นไม้นั้นสามารถฆ่าพวกมันได้รวดเร็วเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนอีกและยิ่งกว่านั้นตัวมันมั่นใจว่าเจ้าตัวไม้นั้นคงไม่จับพวกมันทรมานเพื่อรีดข้อมูลด้วยการ จับกดน้ำ ช๊อตไฟฟ้า ถอนเล็บ อะไรทำนองที่มนุษย์ปกติทำแน่ ดังนั้นแล้วมันจึงมั่นใจเป็นอย่างมากว่าทุกอย่างจะเลวร้ายกว่านี้แน่ถ้ามันไม่เปิดปากพูด

     

    “แกโดนแน่พอกลับไปถึงหน่วย” เดลต้าวันผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าปฏิบัติการในครั้งนี้พูดออกอย่างอารมณ์เสียเมื่อเห็นลูกน้องมันเปิดปากบอกความลับได้อย่างง่ายดายกับแค่คำขู่คำเดียว

     

    “กรีนชิลดปดเถาวัลย์ให้ชายผู้คู่ควรหน่อย” สมิธหันไปบอกกรีนชิลดให้เอาเถาวัลย์ที่พันร่างของเดลต้าทรีออก

     

    “กลับบ้านไปหาภรรยาและลูกของเจ้าซะนะ” กรีนชิลดปลดเถาวัลย์ที่พันร่างออกและหลังจากเดลต้าทรีหลุดจากการโดนพันธนาการแล้วมันหายไปทันทีโดยไม่แม้แต่หันมามองคนในหน่วยที่ตอนนี้ต่างพากันตาแดงมองเดลต้าทรีอย่างโกรธแค้น

     

    “เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าฉันพูดจริง ขอแค่เปิดปากทุกอย่างก็จะดีเอง” ที่จริงในตอนนี้สมิธสามารถปล่อยพวกนี้ไปทั้งหมดไดเลยเพราะเขารู้แล้วว่าพวกนี้ได้รับคำสั่งให้มาหาฟีนิกซ์ ด้วยข้อมูลนี้สมิธก็พอจะคาดเดาออกแล้วว่าสาเหตุของความบ้าคลั่งที่เคยเกิดขึ้นกับฟีนิกซ์เมื่อตอนนั้นเป็นฝีมือของมนุษย์ไม่ใช่ใครอื่น

     

    “หัวหน้าครับผมขอโทษ...ทางหน่วยได้หมอบภารกิจพิเศษขึ้นมาอีกภารกิจคือให้พวกเราจับนกสีแดงตัวเล็กนั้นมาด้วยหลังจากค้นหาเป้าหมายเจอ” เดลต้าซิกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะตลอดเวลามันได้แต่งานนั่งโต๊ะและนี้คือภารกิจแรกของมันที่ได้ปฏิบัติการลุยจริงไม่ได้แค่อยู่บนโต๊ะเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด ใครจะไปยอมตายทั้งที่มันยังไม่ได้แต่งงานมีบ้านมีรถเป็นของตัวเอง ในเมื่อรุ่นพี่เดลต้าทรียอมเปิดปากแล้วไปได้ด้วยดีมันจะยอมเสี่ยงไปทำไม

     

    “แกไอเด็กเวร! กลับหน่วยไปแกโดนจับขังข้อหากบฏต่อชาติอย่างแน่นอน” เดลต้าวันเลือดขึ้นหน้าอีกครั้ง เหตุผลเดียวที่มันยอมให้ไอเด็กน้อยนี้ยอมเข้าร่วมปฏิบัติการเพราะเห็นว่ามีข้อมูลของเป้าหมาย แต่ดูตอนนี้เจ้าบ้านั้นมันน่า...

     

    “ทำดีมาก ทำดีมาก” สมิธหันบอกไปบอกกรีนชิลดและกรีนชิลดก็ปลดปล่อยเดลต้าซิก

     

    “เอาล่ะ! ฉันได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ฉันจะทำไงกับพวกนายดี...?” สมิธถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยินคำตอบของเดลต้าซิกเพราะคำตอบนั้นช่วยยืนยันได้แล้วว่ามนุษย์ทำลายตัวเองอีกครั้ง! กสนทำลายตัวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ผู้คนต้องล่มตายและบุคคลผู้เป็นดั่งแนวหน้าของโลกที่เป็นเกราะป้องกันก็ต้องมาจบชีวิตอย่างมากมาย สมิธล่ะอยากไปตบไอคนเปิดปฏิบัติการนี้จริงว่าตอนสั่งมันคิดอะไรของมันกัน!?

     

    .”สมิธดูนี้สิ! ดอกมังกรสลีพเปอร์” กรีนชิลดเดินมาค้นแค้มป์ของเจ้าพวกนี้และพบเข้ากับดอกไม้สีแดงดอกหนึ่ง หากเป็นคนไม่รู้เรื่องพันธุ์ไม้คงมองเป็นดอกไม้สวยงามดอกหนึ่ง แต่สำหรับกรีนชิลดที่เติบโตมากับธรรมชาติและพื้นโลกย่อมรู้ดีว่าคุณสมบัติที่แท้จริงของมันคืออะไรนอกจากความสวยงาม

     

    “ดอกมังกรสลีพเปอร์? มีอะไรรึ” สมิธไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินดอกไม้ชนิดนี้มาก่อน

     

    “นายเห็นเกสรของดอกไม้นี้ไหมแค่ละอองเล็กๆก็สามารถทำให้พวกออร์คทั้งค่ายหลับได้เป็นวัน แต่ถ้าใช้เกสรทั้งมังกรก็ไม่อาจต้านทานได้ น่าแปลกเหมือนกันที่คนอ่อนแอพวกนี้มีดอกมังกรสลีพเปอร์ไว้ครอบครองเพราะแม้แต่ตัวข้ายังไม่อาจหามันได้โดยง่ายแถมเป็นพืชที่ร้อยปีกว่าจะออกดอกหนึ่ง” กรีนชิลดอธิบายถึงความสามารถอันร้ายกาจของดอกไม้นี้ให้สมิธฟังและค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยที่มนุษย์กลุ่มนี้มีดอกมังกรสลีพเปอร์

     

    “ว้าว! น่าสนใจ!” สมิธรับดอกมังกรสลีพเปอร์มาจากกรีนชิลด เขาใช้นนิ้วชี้ของตัวเองแตะแตะไปที่เกสรดอกไม้เพื่อให้เกสรติดที่ปลายนิ้วเขา เมื่อเกสรติดที่ปลายนิ้วแล้วสมิธเดินไปหาพวกเดลต้าก่อนจะให้พวกนี้สูดเกสรของดอกไม้นี้เข้าไป

     

    “ขอให้หลับสบายนะ”

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย ที่คุณอ่าน