เจ้านั่นแหละ ฮูหยินของท่านแม่ทัพ!

    ตอนที่ 29

            ตอนที่ 29

             

            “พี่ฉิงอันได้ยินข้าไหม?!”นางตะโกนออกมาอีกรอบ

            “หรือจะไม่ได้ยิน?”นางพูดกับตนเองเพราะไม่มีเสียงตอบรับจากฉิงอัน นางกำลังจะหันไปเรียกอีกรอบแต่ก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาพอดี

            “พี่ฉิงอันทำอะไรอยู่ ข้าเรียกเมื่อครู่ท่านไม่ได้ยินข้าหรือ?”

            ฉิงอันไม่ตอบนางอีก แต่เลี่ยงหลิ่งก็ไม่ได้บ่นต่อ นึกว่าฉิงอันคงทำอะไรสักอย่างอยู่ หารู้ไม่ว่าคนที่กำลังจะแตะเนื้อต้องตัวนางก็คือหานซวน สามีของนางเอง!

             

            มีหมอผู้หนึ่งเคยบอกว่าการตัดสินใจในระยะประชั้นชิด การที่ต้องรีบคิดหรือไตร่ตรองมีโอกาสตัดสินใจผิดพลาดมากกว่าระยะเวลาปกติหลายเท่า

             

            หานซวนมีเวลาให้ตัดสินใจเพียงครู่เดียว ไม่เช่นนั้นเลี่ยงหลิ่งจะรู้ตัวและตกใจได้..และแน่ล่ะ..การตัดสินใจเช่นนี้ ทำเขาพลาดแล้ว..

             

            “พี่ฉิงอันขัดหลังให้ข้าที ข้าเอื้อมไม่ถึง”

            นางยื่นไม้ขัดหลังด้ามสั้นให้คนที่อยู่ข้างหลังโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้า หานซวนรับมาและนั่งลงที่ข้างหลังของนางก่อนจะค่อย ๆ ลงมือทำตามที่นางบอก

             

            แผ่นหลังที่ขาวเนียนดูนุ่มนิ่มนั้นทำให้หานซวนไม่กล้าที่จะลงมือแรง มันจึงทำให้ขัดใจเลี่ยงหลิ่งนัก นางจับมือของเขาขัดแรง ๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความสากของมือนั้นนัก

            “พี่ฉิงอันมือสากขนาดนี้เชียวหรือ? ข้าบอกแล้วว่าให้เอายาที่ข้าทำทามือบ่อย ๆ มือจะได้ไม่สาก”นางบ่นไปเรื่อยอีกทั้งยังจับมือของอีกคนขัดหลังให้ตนอยู่อย่างนั้น “อื้อ..สบายจัง พี่ฉิงอันพอแล้วล่ะ คราวนี้นวดให้ข้าที”

             

            หานซวนชะงักมือไป ขัดหลังถูหลังยังไม่เท่าไร นี่ให้แตะเนื้อต้องตัวจริง ๆ แล้วรึ เจองานยากแล้ว..

             

            หานซวนวางมือของตนลงบนบ่าของภรรยา เขาค่อย ๆ บีบไล่ลงไปถึงแขน ส่วนเลี่ยงหลิ่งหลับตาอยู่จึงไม่รู้ว่านั่นคือมือและแขนของผู้เป็นสามีไม่ใช่พี่เลี้ยงของตน!

             

            “ช่วงนี้ข้าเมื่อย ๆ ช่วงทรวงอก พี่ฉิงอันนวดลงมาถึงใต้อกข้าเลยได้ไหม?”นั่นแล สิ่งนั้นมันทำให้หานซวนชะงักยิ่งกว่า เขารีบเอามือออกจากตัวของเลี่ยงหลิ่งทันทีและไม่ทำต่อ

            “พี่ฉิงอันจะอายข้าทำไม เลี้ยงข้ามาตั้งแต่ข้ายังไม่รู้ประสา ยังจะมาเขินอายอีก ข้าอนุญาตให้ทำก็ทำให้ข้าสิ”พอไม่ได้รับการตอบรับจากอีกคนเลี่ยงหลิ่งก็ขมวดคิ้วและคว้าเอามือของคนที่ตนคิดว่าเป็นพี่เลี้ยงมือจับเข้าที่ทรวงอกของตนเต็มมือ มันยิ่งทำให้หานซวนปากหนักพูดออกไปยากกว่าเดิมอีกว่าเขาไม่ใช่ฉิงอัน พี่เลี้ยงของนาง

            “พี่ฉิงอันอย่าเกร็งมือสิ แล้วเหตุใดจึงไม่พูดกับข้า เมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่เล..หานซวน!!”เลี่ยงหลิ่งนึกสงสัยตั้งแต่เรียกให้ฉิงอันเข้ามาจนถึงตอนนี้ เพราะฉิงอันไม่พูดกับนาง จึงทำให้นางสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

             

            พอไม่ไหวจึงหันไปจะบ่นอีกรอบแต่พอหันไปนางก็รู้คำตอบแล้วว่าเหตุใดพี่เลี้ยงของนางจึงไม่เอ่ยปากพูดตอบโต้นางสักคำเพราะนี่ไม่ใช่ฉิงอันแต่เป็นหานซวนต่างหาก!!

             

            “ทะ..ท่านเข้ามาได้อย่างไร! แล้วพี่ฉิงอันไปไหน! เอามือออกไปจากอกข้าเดี๋ยวนี้เลย!!”นางตีมือเขาก่อนถอยออกห่างแต่ยังอยู่ในอ่างอาบน้ำนั้น ส่วนหานซวนก็หันหน้าไปทางอื่น ไม่อยากทำให้นางรู้สึกอายไปมากกว่าเดิม ถึงมันจะไม่ทันแล้วก็ตาม “ข้าให้พี่เลี้ยงของเจ้ากลับไปนอนแล้ว เจ้าให้นางมานั่งเฝ้านานสองนานไม่คิดว่านางจะเหนื่อยบ้างรึ?”

            “แล้วมันเรื่องอะไรของท่านเล่า! ข้า..ข้าเสียพรหมจรรย์ให้ท่านจริง ๆ แล้วอย่างนั้นสิ! ข้าอยากจะร้องไห้!”นางทำท่าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ได้แค่ทำ ตอนนี้ใบหน้าของนางแดงก่ำมากกว่าเดิมเป็นหลายเท่า แต่เขาก็ยังยืนมองนางที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าในออ่างอาบน้ำเช่นนี้

            “ข้ามองไม่เห็นร่างกายเจ้า เจ้าไม่ต้องปิดหรอก มันรังแต่จะทำให้ข้าเห็นหน้าอกเจ้าเปล่า ๆ ”ด้วยความที่น้ำเป็นน้ำนมและมีดอกไม้อยู่ จึงทำให้เขามองไม่เห็นเรือนร่างของนาง เห็นเพียงส่วนหัวและส่วนอกอย่างปกติที่เคยเห็นตอนใส่อาภรณ์เท่านั้น “มะ..ไม่เห็นแน่ใช่ไหม?”

            “ใช่ ข้าไม่เห็น”

            “ท่านออกไปก่อน”พอนางพูดมาเช่นนี้แล้ว มันจึงทำให้หานซวนนึกสนุกกับภรรยาตนเอง “ถ้าข้าไม่ออก”

            “ออกสิ!! ฮือ!”นางหวดน้ำสาดใส่อีกคน แต่มันมีอะไรจะเสียอีกล่ะ เขาทั้งได้แตะเนื้อต้องตัวนางถึงข้างใน แถมยังได้เห็นภายในตัวนางขนาดนี้แล้ว จะให้นางเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีกเล่า!

             

            “ปล่อยข้า! ท่านจะทำอะไร! หานซวนข้าขอร้อง ข้าไม่มีอะไรจะเสียกับท่านอีกแล้ว ปล่อยข้าเถอะนะ ข้ายังไม่พร้..”ยังไม่ทันที่นางจะได้พูดจบเขาก็เอาผ้าแพรเช็ดตัวคลุมตัวนางไว้และอุ้มนางขึ้นมาจากน้ำก่อนจะเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ให้นาง เขาอุ้มนางขึ้นอีกรอบ ไม่เป็นโอกาสให้นางได้พ่นคำพูดใส่เขา “ปล่อยข้า”

            “ถ้าข้ายังปล่อยให้เจ้าอยู่ในน้ำเช่นนั้น ไม่พ้นเจ้าคงจะไม่สบายอีก ข้าไม่อยากมาห่วงหน้าพะวงหลัง”เขาสวนขึ้นทันควันถึงสาเหตุที่แท้จริง กล้าอาบน้ำนานให้เขาเป็นห่วงและเดินลงมาตาม ยังจะทำเขาเปียกไปด้วยอีกมันน่านัก

            “แล้วมันก็ไม่มีอะไรน่าอายเลยสักนิด ข้าไม่ได้แอบเข้ามาดูเจ้าอาบน้ำ แต่เจ้าทำให้ข้าต้องลงมาดูว่าเจ้าจะแอบทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ หรือเปล่าจึงต้องรีบตามลงมาดู”เขาแถออกไป ไม่พูดถึงว่าตนเป็นห่วง

            “ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก พูดแค่นี้ข้าก็รู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องให้ท่านย้ำเตือน อีกอย่างถึงข้าอยากจะช่วยแต่ถ้าท่านไม่อนุญาตแล้วข้าจะทำสิ่งใดได้กันล่ะ”นางอดไม่ได้ที่จะพูดประชดเขา ไม่รู้ว่าตอนนี้นางเป็นอะไรแต่คำตอบที่นางหวังในตอนแรกไม่ใช่เช่นนี้แต่มันคือความต้องการที่ว่าอยากให้เขาตอบนางว่า เขาเป็นห่วงนางมากกว่า

            “เป็นอะไร?”พอเห็นเลี่ยงหลิ่งเงียบไป ไม่โวยวายเหมือนทุกครั้งที่เขาแตะต้องเนื้อตัวนางก็แปลกใจจึงถามขึ้น “เปล่า ข้าไม่เป็นไร”นางตอบ

            “ข้าอุ้มเจ้าอยู่เช่นนี้ ไม่คิดจะโวยวายหน่อยหรือ?”

            “โวยวายไปก็เปล่าประโยชน์ ท่านไม่ปล่อยข้าอยู่แล้ว ข้าเหนื่อยจะแหกปาก ใคร ๆ ก็ต้องคิดว่าเราสองคนเป็นคู่สามีภรรยาหวานชื่น ไม่มีใครเข้ามาช่วยข้าหรอก”

            “ถึงมีก็ช่วยไม่ได้”

            “ก็ใช่น่ะสิ”

            “หึ”

            “พอใจท่านหรือยัง? แกล้งข้าจนหนำใจแล้วก็เลิกแกล้งข้าได้แล้ว”

            “แกล้งเจ้าสนุกขนาดนี้ จะเลิกแกล้งไปใย?”

            เขาวางตัวภรรยาลงบนเตียงนอนนุ่มทั้ง ๆ ที่นางยังไม่ได้ใส่อาภรณ์ เลี่ยงหลิ่งเห็นท่าไม่ดีอีกครั้งจึงเอาหมอนมาบังตัวไว้อีกชั้นหนึ่ง

            “ท่านกำลังทำให้ข้ากลัวท่าน เพราะฉะนั้นท่านอย่าเข้าใกล้ข้าตอนที่ข้ายังไม่ได้สวมอาภรณ์เช่นนี้เลย”นางเอ่ยบอกกับเขาดี ๆ ยิ่งล่อแหลมเช่นนี้ มันก็น่าระแวงและอันตรายกว่าปกติยิ่งนัก

             

            ถึงนางจะไว้ใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรแต่เขาจะไว้ใจตนเองหรือไม่..ขึ้นอยู่กับตัวเขาทั้งนั้น

             

            หานซวนชะงักไป ทีแรกคิดจะแกล้งต่อแต่เห็นว่าเลี่ยงหลิ่งมีท่าทีจริงจังขึ้นมาก็ถอยออกมาหนึ่งก้าวและนั่งลงข้าง ๆ นาง “ข้าขออภัยที่ล่วงเกินเจ้า”

             

            อะไรของเขากัน..เมื่อครู่ทำท่าเหมือนหมาป่าจะขย้ำเหยื่ออยู่เลย

            แต่ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีแล้ว ดีกว่าเขาจะทำต่อ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นนางคงมองหน้าเขาได้ยากแน่นอน “ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้เจ้ากลัว”

            หานซวนยกมือเอาผมทัดหูให้เลี่ยงหลิ่ง นางค่อย ๆ ช้อนตามองคนตรงหน้าและลอบกลืนน้ำลายไปด้วยแต่มือก็ไม่ได้ลืมกอบกำผ้าไว้ไม่ให้ผ้าเช็ดตัวและหมอนพ้นจากตน

            หานซวนก็ไม่ได้ต่างกัน ยิ่งอยู่ใกล้เพียงแค่นี้ต้องหักห้ามใจไม่ให้ทำเช่นนั้นเพราะเขากลัวว่านางจะมองเขาเป็นอื่น

            แต่บรรยากาศและฟ้าฝนที่เป็นใจดันเกิดขึ้นเหมือนมีผู้แอบทำให้เกิดขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น อยู่ ๆ ฝนก็เกิดตกลงมา ไม่ได้แรงและไม่ได้เบาจนเกินไป แต่ก็ดันมีเสียงฟ้าผ่าดังลงมาเปรี้ยงหนึ่ง จนเลี่ยงหลิ่งสะดุ้งเผลอ โผเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น

            “เจ้ากลัว?”เขาถาม

            “อือ..”นางตอบออกมาเบา ๆ มันเป็นสิ่งที่นางกลัวมาตั้งแต่เด็ก บ่งบอกถึงปมในใจที่บิดามารดาละเลยนางในยามนั้น ปล่อยให้นางอยู่คนเดียวก่อนที่ฉิงอันจะรีบวิ่งเข้ามาปลอบ

            ภาพวันนั้น นางจำได้อย่างชัดเจน..

            หานซวนกอดตอบและลูบหัวนางเบา ๆ ทำให้เลี่ยงหลิ่งลืมไปว่าตอนนี้นางมีแค่ผ้าผืนเดียวและตัวของนางกำลังแนบชิดติดกับหานซวนอยู่

            นางหลับตาแน่น จนเพิ่งมารู้สึกตัวก็ตอนที่ไป๋เซ่อกระโดดมาเกาะชายผ้าเช็ดตัวของนาง นางนึกขึ้นได้จึงมัดปมเชือกและเอาไป๋เซ่อมากอดปลอบแทน

            “เจ้ากลัวเหรอ? ไม่เป็นไรนะ ข้าจะกอดเจ้าเอง”นางบอก

            “เจ้าก็กลัว จะไปปลอบอะไรไป๋เซ่อได้”เขาพูดเสียงนิ่ง ดึงนางให้นั่งลงที่เดิมเพราะเมื่อครู่เสียงฟ้าเกิดผ่าขึ้นอีกรอบ นางก็ยังคงตัวสั่นอยู่

            “หานซวน..”

            “ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้า วางใจเสียเถิด”เขาพูดย้ำให้นางฟังอย่างชัดเจนอีกครั้งให้นางมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำจริง ๆ “ข้าขอบใจ”นางตอบสั้น ๆ

            เลี่ยงหลิ่งทำใจให้สงบและผ่อนคลายลง นางเชื่อใจเขาอีกครั้งและนอนอยู่พิงอกเขาโดยนางยังคงกอดไป๋เซ่อไว้ในอ้อมอกเช่นเดิม

            ความอบอุ่นของคนทั้งคู่ส่งผ่านไปถึงกระต่ายตัวน้อยให้ผ่อนคลายความกลัวลงไปด้วยและค่อย ๆ ผ่อนคลายเหมือนอย่างปกติ

             

            นางเองก็เช่นเดียวกัน

             

            ตอนนี้เหมือนกับว่าหานซวนกลายเป็นที่พึ่งของเลี่ยงหลิ่งไปแล้วอย่างเต็มตัว เป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ เป็นเหมือนบ้านที่อบอุ่นของนางไปแล้ว

             

            “ฝนหยุดแล้ว..”เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ หานซวนหยุดลูบหัวของอีกคนและบอกให้นางรับรู้ เสียงฟ้าร้องหายไปพร้อมกับเสียงฝนแล้ว

            แต่คนในอ้อมกอดไม่มีทีท่าว่าจะผละตัวออกจากเขา ทำให้เขาต้องจับใบหน้าของนางขึ้น ปรากฏว่าเลี่ยงหลิ่งได้หลับไปแล้วนั่นเอง

             

            หานซวนจับตัวไป๋เซ่อวางกับพื้น กระต่ายน้อยโดดขึ้นไปเล่นของเล่นบนที่นอนของตนเองอย่างปกติ ส่วนเลี่ยงหลิ่ง..หานซวนค่อย ๆ ประคองตัวนางให้นอนลงกับเตียงนิ่ม ด้วยความที่นางไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ทำให้นางนอนขดอยู่เช่นนั้น

            “ข้าเปลี่ยนชุดให้เจ้าไม่เป็นเสียด้วยสิ”เขาหันซ้ายแลขวา นึกจะไปเรียกบ่าวรับใช้ให้ขึ้นมาเปลี่ยนก็เกรงว่าจะมีผู้แปลกใจหรือเปล่า จึงไปหยิบชุดของตนเองออกมาจากตู้ลิ้นชักก่อนจะใส่ให้นาง

            ข้าไม่คิด ไม่คิด ห้ามคิดเด็ดขาด

            ท่านแม่ทัพใหญ่เอ่ยนึกในใจ พยายามตั้งสติไม่ให้พลั้งมือทำสิ่งที่ไม่ดีกับผู้เป็นภรรยาที่เขาทะนุถนอมอย่างดี เขาจะไม่แตะต้องเนื้อตัวนางไปมากกว่านี้แล้ว

            “ข้าจะหลับตาทำก็แล้วกัน”

             

            พอพูดจบก็หันหน้าไปทางอื่น ดึงเอาทักษะการฝึกต่อสู้กับข้าศึกโดยมีผ้าปิดตาปิดอยู่มาใช้ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วได้ใช้แค่ในสนามฝึกซ้อมแต่ไม่เคยได้ใช้ในชีวิตจริงเลยเสียด้วยซ้ำ เพราะไม่เคยโดนศัตรูจับ เป็นเขาที่ฆ่าทิ้งเสียหมดก่อน

             

            แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเอามาใช้กับเรื่องแบบนี้!

             

             

            




            ตอนหน้าติดอั่งเปาแล้วน้า