แเื่เริ่มทยอยเดินออกมาจากงาน อันธกานต์หันไปเรียกหัวหน้าทีมและทีมจัดงานเพื่อให้พวกเขาช่วยส่งแขก จำนวนผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมงานไม่เยอะมากทำให้ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงร้านอาหารหรูบนตึกสูงก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ เหลือเพียงอันธกานต์ ภูจินดา ตะวันวาด พ่อแม่ของพวกเธอ และหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเท่านั้น
ตะวันวาดลอบมองหญิงวัยกลางคนคนนั้น เธอไม่แน่ใจว่าหล่อนเป็ใคร.. แต่เดาว่าคงเป็ญาติผู้ใหญ่ของอันธกานต์.. ตัวเธอเองไม่ได้ถามอะไรเพราะยังคงสับสนกับเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้น และยังคอยดูแลมารดาตัวเอง..
ในตอนแรกทั้งพ่อและแม่เข้าใจว่าบุหลันรังสรรค์ต้องเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉินตามที่อันธกานต์ให้พิธีกรประกาศในงาน.. แต่เมื่อรู้ความจริงว่าเ้าสาวถูกแฟนเก่าของเธอพาหนีไป มารดาของเธอก็ถึงกับหมดเรี่ยวแรงเกือบล้มพับไปในทันที
“พ่อคะ.. หนูพาพ่อกับแม่กลับไปห้องกันก่อนดีกว่า” ตะวันวาดกล่าวกับบิดาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เธอ
ชายวัยใกล้ 70 หน้าตาบ่งบอกชัดเจนว่าเป็ชาวต่างชาติมองหน้าลูกสาวก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“ก็ดีนะ พักเสียหน่อย” เขากล่าวภาษาไทยสำเนียงแปร่ง แม้ว่าขาอยู่ประเทศไทยมากว่า 40 ปีแต่การออกเสียงก็ยังไม่เหมือนคนไทยอยู่ดี
ตะวันวาดพยักหน้า ก่อนจะพยุงมารดาลุกขึ้นยืน โชคดีอย่างน้อยคืนนี้พวกเขาจองห้องพักที่โรงแรมเอาไว้ ก่อนจะกลับบ้านที่พัทยาในวันรุ่งขึ้น
“ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณ” มารดาของเธอหันไปกล่าวกับหญิงวัยกลางคนที่ตะวันวาดไม่รู้จัก
อีกฝ่ายยกมือโบกตอบอย่างช้า ๆ
“ไม่มีใครอยากให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นหรอกค่ะ ไม่ใช่ความผิดใคร”
“ความผิดพี่ชายจินเองค่ะ” ภูจินดาโพล่งขึ้น ตามภาษาคนตรงไปตรงมา.. เธอรู้ดีว่าเื่นี้ภูธเรศผิดเต็มๆ
หญิงกลางคนยิ้มบางให้กับสาวน้อยอย่างเห็นใจ.. หล่อนรู้ว่าภูจินดาเองคงลำบากใจมาก.. ไม่ใช่คนก่อเื่ แต่ก็ต้องมารับผิดชอบ
“ป้าอัญครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านก่อนดีกว่า” อันธกานต์โพล่งขึ้นท่ามกลางบทสนทนา ตะวันวาดปราดสายตามองไปที่เขา ก่อนจะหันมองหญิงวัยกลางคนที่เธอได้รู้จักชื่อในที่สุด
‘ป้าอัญ’ ส่ายศีรษะให้กับร่างสูงเล็กน้อย ก่อนจะจับต้นแขนของชายหนุ่ม
“ไม่เป็ไรจ้ะ ป้าโทรบอกลุงแล้ว พวกเขาน่าจะกำลังมาถึง หลานจะได้จัดการที่นี่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน”
“ป้าอัญบอกลุงแล้วเหรอครับ.. วาเลน.. พวกเขามาถึงแล้วเหรอครับ” เสียงทุ้มสะดุดเล็กน้อย เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีอีกหลายคนที่อาจจะได้ยินบทสนทนา เขาจึงเปลี่ยนคำเรียกที่บุคคลที่เหลือไม่เข้าใจ
“จ้ะ” อัญญายิ้มตอบชายหนุ่ม
อันธกานต์นิ่งเล็กน้อยประมวลผลข้อมูลใหม่ที่ได้รับ เขาไม่ตอบอะไรเพียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ภูจินดาเองไม่เห็นว่ามีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ที่นี่ต่อ เธอจึงขอตัวกลับ หญิงสาวหันไปกอดตะวันวาด และไหว้ลาพ่อแม่ของเธอก่อนจะกลับออกไปจากโรงแรม..
ตะวันวาดและครอบครัวเดินกลับลงมาจากโรงแรมชั้นบน.. เธอต้องลงมาที่ล็อบบี้อีกครั้งเพื่อเปลี่ยนลิฟต์ไปยังตึกสำหรับห้องพัก ระหว่างรอคอยลิฟต์หญิงสาวสังเกตเห็นชายวัยกลางคนคุ้นหน้าคุ้นตากำลังเดินมากับสาวน้อยหน้าตาลูกครึ่งคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าสินธพเองก็สังเกตเห็นตะวันวาดเช่นกัน
“ลุงสินธพ! บังเอิญจังเลยค่ะ” เธอกล่าวทักทาย พร้อมไหว้อีกฝ่ายทันที
“นั่นน่ะสิ บังเอิญจริงๆ ” สินธพกล่าว ขณะที่มือหนึ่งจูงสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ั์ตาสีเขียวอมเทาเบิกโตเป็ประกาย ผมของเธอเป็สีน้ำตาลอ่อนหยักศก แขนเล็กอุ้มตุ๊กตาเด็กหญิงที่ตัวเกือบจะใหญ่เท่าตัวเธอ
เด็กน้อยมองสินธพ ก่อนจะหันมองตะวันวาดอย่างสงสัยใคร่รู้.. แต่ไม่ใคร่ถาม
ตะวันวาดคาดว่าสาวน้อยน่าจะอายุราว ๆ 6-7 ขวบเท่านั้น
“สวัสดีค่ะคุณ” เสียงหญิงสาวสูงอายุกว่าเรียกความสนใจของสินธพไปได้ เขามองผ่านบ่าของตะวันวาดไปพบกับมารดาและบิดาของเธอ
“สวัสดีครับ บังเอิญจริง อยู่กันทั้งบ้าน” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม สินธพเจอพวกเขาบ้างบางครั้งบางคราเนื่องจากทั้งคู่อาศัยอยู่ที่คอนโด Sky Beach ที่พัทยา.. แต่เนื่องจากตะวันวาดมาเรียนที่กรุงเทพฯ ทำให้เขาไม่ค่อยได้เจอทุกคนอย่างพร้อมหน้ามากนัก
“ลูกสาวผมแต่งงาน” ชายสูงวัยกล่าวภาษาไทยสำเนียงแปร่งด้วยความภูมิใจ
สินธพที่ยิ้มแย้มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงประหลาดใจ ก่อนค่อย ๆ หุบรอยยิ้มลงอย่างครุ่นคิด.. เท่าที่เขารู้วันนี้มีงานแต่งงานเพียงงานเดียวเท่านั้นคืองานของชายหนุ่มที่เขาดูแลมากว่าเกือบทั้งชีวิต..
‘ลุง.. ป้าอัญครับ ผมกำลังจะแต่งงาน’ เสียงทุ้มบอกกล่าวสองสามีภรรยาด้วยสีหน้าเรียบง่าย ขณะที่ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
‘หลานว่าอะไรนะ’ อัญญาถามซ้ำเพื่อให้แน่ใจ
อันธกานต์ยิ้มบาง ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ผู้ที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเขา
‘ผมกำลังจะแต่งงานครับ’ เสียงทุ้มกระซิบเบาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นมากขึ้น
เพี้ยะ! อัญญาตีมือลงบนแขนเขาแรงพอตัว
‘โอ๊ย!’ ร่างสูงร้อง ทำหน้าเสียใจ
‘ใช่เื่ตลกเสียที่ไหน’ เธอว่า พลางส่ายหน้าเบาๆ
‘จริงเหรอครับคุณหนู’ สินธพกล่าวถามย้ำ
‘ไหน ใครคือเด็กสาวโชคร้ายคนนั้น’ อัญญาถามต่อ ทำให้อันธกานต์หัวเราะขำในลำคอ.. เขาแอบเห็นด้วยกับสิ่งที่อัญญากล่าว
ชายหนุ่มทำท่าจะอธิบาย.. แต่กลับเปลี่ยนใจในชั่ววินาทีก่อนจะตอบทั้งคู่สั้นๆ ..
“เจอกันที่เยอรมันครับ.. ชื่อบุหลันรังสรรค์..”
“บุหลันรังสรรค์” สินธพกล่าวชื่อเต็มของเ้าสาวในค่ำคืนนี้
“คะ? ” ตะวันวาดส่งเสียงรับเป็เชิงคำถามที่จู่ ๆ อีกฝ่ายเอ่ยชื่อพี่สาว สินธพหลุดออกจากห้วงความคิดกลับมาปัจจุบัน เขาส่ายหน้าไปมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“Uncle, where’s daddy? (คุณลุง คุณพ่ออยู่ไหน) ” สาวน้อยตาโตกล่าวถามด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงชัดแจ๋ว ดึงความสนใจของสินธพไปที่เธอ เขาย่อตัวลงหาอีกฝ่าย
“Let’s go find him now, shall we? (เราไปหาคุณพ่อกันตอนนี้เลยดีไหม?) ” สินธพตอบเธออย่างคล่องแคล่วแม้ว่าสำเนียงไทยจะเด่นชัด
สาวน้อยพยักหน้าเป็คำตอบ ก่อนจะกระชับตุ๊กตาในอ้อมแขน ตะวันวาดมองเธอด้วยความเอ็นดู.. สาวน้อยหน้าตาดีจนเธอแอบอิจฉา..
โตขึ้นต้องสวยมากแน่ๆ .. หญิงสาวคิดในใจ
“ลุงน่าจะต้องไปก่อน” เขากล่าว เสียงลิฟต์ตรงหน้าสินธพดังขึ้นพอดี
ติ๊ง!
“ตามสบายเถอะค่ะ” มารดาของตะวันวาดตอบอย่างเข้าใจ เธอยิ้มให้เขาเช่นกัน
“ไปก่อนนะ เดี๋ยวไว้เจอกันใหม่” เขากล่าวกับตะวันวาด พร้อมกับยกมือลาสามีภรรยาที่ห่างออกไปเล็กน้อย ทั้งคู่ก้าวเข้าไปในลิฟต์ ก่อนลิฟต์จะปิดลงทันที..
ติ๊ง!
ลิฟต์ของทางฝั่งตะวันวาดดังขึ้นในวินาทีต่อมา..
“เราก็ไปกันเถอะ” มารดาของเธอกล่าวก่อนทั้งหมดจะขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นห้องพักของพวกเขา..
ภายในรถแท็กซี่ บุหลันรังสรรค์นั่งกัดฟันแน่น พลางคิดถึงวิธีที่จะหนีกลับไปยังงานแต่งงาน ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกโกรธ โมโห และเสียใจ กับผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างเธอ เธออยากจะเปิดประตูรถแท็กซี่และะโออกไปเหมือนในละครหลังข่าว แต่ก็รู้ว่านั่นคงเป็ความคิดที่โง่มาก
“เราจะไปไหนคะ” เธอถามขึ้นในที่สุด ตอนแรกภูธเรศคิดว่าเธอจะเอ่ยปากร้องให้ช่วยอีก เขาจึงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนจมูกทั้งคู่เกือบจะชนกันอีกครั้ง
บุหลันรังสรรค์ถอยใบหน้าหนี
ภูธเรศเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” เสียงทุ้มตอบ ขยับหน้าเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง บุหลันรังสรรค์เม้มปากแน่น
พอดีกันกับที่รถแท็กซี่ขับมาจอดในเทียบข้างถนนใหญ่ที่เธอไม่คุ้นเคย ร่างบางพยายามอ่านป้ายชื่อถนน แต่แสงไฟในค่ำคืนนั้นน้อยเกินกว่าที่เธอจะมองเห็น พวกเขาใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทำให้เธอรู้ว่าเธอคงอยู่ไม่ไกลจากที่โรงแรมมากนัก..
ภูธเรศรีบคว้าแบงก์ห้าร้อยจ่ายให้กับคนขับแท็กซี่ ก่อนจับข้อมือของบุหลันรังสรรค์เอาไว้แน่น
“ไม่ต้องทอนครับ” เสียงทุ้มกล่าว ก่อนจะลากหญิงสาวให้ออกจากรถไปกับเขา
บุหลันรังสรรค์ในชุดเ้าสาวกึ่งเดินกึ่งโดนลากเข้าซอยไปโดยมีภูธเรศที่จับเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ในที่สุดทั้งคู่ก็เดินมาถึงโมเทลแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบ
“ห้องหนึ่ง” เสียงทุ้มกล่าวกับพนักงานที่เดินเข้ามาหาพวกเขา
พนักงานหนุ่มพยักหน้าอย่างไม่ค่อยสนใจ ก่อนจะเดินนำพวกเขาไปยังห้องที่ถูกสร้างติดๆ กันกว่าสิบห้อง
“พี่ภูจะทำอะไรคะ..” ั์ตากลมปราดมองรอบตัว สายตาไม่ไว้ใจสถานที่ที่พวกเขามาถึง
“เธอคิดว่าพี่จะทำอะไรล่ะ” เสียงทุ้มถาม..ใบหน้าบ่งบอกถึงความท้าทาย..
การคบกัน 10 ปีนั้นบุหลันรังสรรค์คิดว่ารู้จักผู้ชายคนนี้ดี..แต่การกระทำของเขาในวันนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
“ตอนนี้ก็ไม่มีใคร ไม่มีคนอะไรทั้งนั้น พี่จะพูดอะไรก็พูดเถอะค่ะ” เสียงหวานกล่าว สายตายังคงมองไปรอบนอก น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิดขึ้นอีกครั้ง
น้ำเสียงของเธอทำให้ภูธเรศสีหน้าบึ้งตึงกว่าเดิม
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรอีก เพียงบังคับให้เธอเดินตามเขาไปภายในห้องที่พนักงานหนุ่มเปิดให้ทั้งคู่เท่านั้น
คลิ๊ก..