หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 2 ฟื้นคืนสติ

    บทที่ 2ฟื้นคืนสติ ดวงจิตล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดสติที่หลุดลอยออกมาจากร่างกายแล้วหลุดเข้ามาภายในห้วงภวังค์อันใดสักอย่างที่ไม่รู้จัก ร่างดวงจิตของเด็กหนุ่มที่หลุดเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางลานอันกว้างขวาง ดวงตาทั้งสองข้างของเขากำลังกวาดมองรอบร่างกายของตนเอง สถานที่แห่งนี้คือสถานที่อันใดกันมันแปลกตายิ่งนัก ท้องนภาก็เป็นสีทองอร่ามมีก้อนเมฆหลากสีอันงดงามที่ที่ลอยตัวอยู่ สถานที่แห่งนี้คือลานกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาที่ประดับไปด้วยพื้นกระเบื้องสีขาวหม่นอันเงางาม แต่เมื่อลองทอดสายตามองยาวไปด้านหน้าเสาต้นใหญ่สีขาวที่มีลวดลายสลับสีทองเอาไว้อย่างงดงามได้ตั้งประดับเอาไว้สองข้างทางทิ้งช่องว่างตรงกลางเอาไว้เป็นทางเดินที่ลากยาวดวงจิตที่ล่องลอยอยู่ได้ก็ค่อยๆเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างช้าๆเขาไม่ได้สั่งการแต่ว่าร่างกายมันเคลื่อนไปเอง ร่างกายที่เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆผ่านเสาต้นใหญ่ต้นแล้วต้นเล่าเข้าไปด้านใน เมื่อเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆเขาได้พบเจอกับตำหนักแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โต มันเป็นตำหนักที่ถูกทำขึ้นมาจากทองคำ ความงดงามและความวิจิตรของตำหนักที่ถูกสร้างขึ้นมามันราวกับว่าเป็นผลงานชิ้นเอกที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตความกว้างของตำหนักแห่งนี้น่าจะเทียบเท่ากับตำหนักขององค์ชายหรือว่าองค์หญิงหลายๆคนภายในวังหลวงของเมืองหลอมนภา ร่างของดวงจิตต์หยุดอยู่ด้านหน้าของตำหนักสักพักก่อนที่มันจะถูกนำพาเข้าไปด้านในเข้าไปด้านในห้องโถงขนาดใหญ่เขาได้พบเจอกับบางอย่าง มันคือศิลาก้อนใหญ่ที่ถูกตั้งขึ้นสูงจากพื้นมีขนาดสูงกว่าร่างของเขาไปประมาณนึงมองดูจากสายตาของตนเองมันก็น่าจะมีความสูงประมาณ 10 ฉื่อ[ประมาณ230เซ็นติเมตร]เห็นจะได้ ในขณะที่ร่างของเขามันมีความสูงอยู่ประมาณ7ฉื่อเท่านั้น[ประมาณ161เซ็นติเมตร] ซึ่งมันเป็นศิลาที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากเมื่อมองจากสายตาแล้วก็เป็นสีดำสีดำสนิทที่เรียบเนียนและบนผิวของมันกลับไม่มีอันใดอยู่เลยเมื่อได้มองเห็นศิลาสีดำสนิทอันแสนแปลกประหลาดด้านหน้าของตนเองมันก็ทำให้หลินซานประหลาดใจเป็นอย่างมาก แม้ว่ามันจะไม่มีอันใดเลยแล้วดูเป็นศิลาที่แปลกประหลาดแต่ว่าเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่ถูกปล่อยออกมาจากมัน แต่ในขณะที่กำลังจ้องมองมันอยู่อย่างประหลาดใจแสงสว่างไสวได้ปรากฏขึ้นมาจากบนศิลาสีดำ มันเป็นแสงสีทองวูบใหญ่ที่เมื่อสว่างขึ้นมาดวงตาทั้งสองข้างของเขาต้องพับปิดลงอย่างรวดเร็วดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดลงค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆคราวนี้ทัศนียภาพที่ดวงตาทั้งสองข้างมองเห็นมันเปลี่ยนไป ภาพที่เห็นมันแสนจะพร่ามัวแต่ผ่านไปสักพักภาพที่พร่ามัวก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น สิ่งที่พบเห็นคือเพดานไม้เก่าๆแห่งหนึ่งที่ไม่มีอันใดเลย หลินซานเมื่อเห็นเพดานไม้ปริศนาเขาก็ตะหนักได้ทันทีว่าตนเองหลุดออกมาจากสถานที่แห่งนั้นแล้ว “ อ๊.. ” ลำคออยากจะเปล่งเสียงแต่มันก็แห้งราวกับทะเลทรายจนไม่สามารถเปล่งออกมาได้แม้แต่เสียงร้องเรียกผู้คน ตอนนี้ภายในหัวหนักอึ้งและไม่สามารถรวบรวมความคิดของตนเองให้เป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาได้ ผ่านไปสักพักหัวที่หนักอึ้งแล้วกำลังสร้างความเจ็บปวดให้ปรากฏออกมามันก็เริ่มค่อยๆทุเลาเบาบางลงจนเขาสามารถรวบรวมความคิดของตนเองขึ้นมาได้หลินซานเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ แม้ว่าภายในหัวจะปรากฏความเจ็บปวดที่ประหนึ่งเข็มทิ่มแทงเข้ามาอยู่เป็นระยะแต่เขาก็ยังพอนึกเรื่องราวหลายๆอย่างออกได้ก่อนหน้านี้เขาโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแล้วควรจะตายไปแล้วด้วยซ้ำเพราะว่ารากเหง้าปราณที่เป็นต้นกำเนิดของพลังถูกช่วงชิงไป และก็โดนการโจมตีสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้หลายแห่งภายในร่างกายรวมไปถึงบริเวณทรวงอกด้วยแต่ว่าหลังจากที่โดนแบกมาทิ้งที่ไหนสักแห่งปราณโลหิตของเขาก็กระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง มันราวกับโชคชะตาที่ทำให้เขาฟื้นขึ้นมาจากความตายเพียงแค่ช่วงวินาทีแต่ว่าขนาดที่อยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างชัดเจน คำหยามเหยียดของเหล่าทหารพวกนั้น แต่ในขณะที่กำลังคิดเช่นนั้นภายในหัวก็เจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง“ อ๊า.. อันใดกัน.. ” เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอมันสุดแสนจะแห้งแม้ว่าจะสามารถเรียกเร้นเสียงออกมาได้แต่มันก็แทบจะไม่มีผู้ใดได้ยินนอกจากตัวของเขาเอง“ ข้าคือหลินซานงั้นรึ? ผู้เติบโตในตระกูลสาขา? ไม่ใช่ข้าคือจักรพรรดิโอสถต่างหาก? ไม่ใช่หรือว่าข้าคือเทพสงครามหวงอี้? ” ความทรงจำมากมายกำลังปั่นป่วนอยู่ภายในหัวของเขาทะเลแห่งความคิดอันเกรี้ยวกราดกำลังเกิดเกลียวขึ้นสูงใหญ่ซัดไปมา มันคือตัวอักษรมากมายและความทรงจำที่กำลังหลอมรวมกัน มันเป็นภาพก่อนหน้านี้ที่เขาเคยพบเจอหลังจากที่รู้สึกว่าตนเองกำลังจะตายภาพเหตุการณ์นับร้อยนับพันหวนกลับเข้ามาภายในหัวมันปะปนกันอย่างเละเทะราวกับชั้นหนังสือนับพันที่พังทลายลงมาแล้วกองระเกะระกะอยู่ภายในหัวในขณะที่ภายในหัวยังคงมีความทรงจำมากมายเอ่อล้นอยู่ด้านในมันก็สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส ทะเลแห่งความคิดที่กำลังเกรี้ยวกราดเกลียวคลื่นเหล่านั้นได้กลายเป็นคมดาบที่ทิ่มแทงในขณะที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่สักพักทุกอย่างมันก็เริ่มสงบลง ตอนนี้มันราวกับว่าภาพความทรงจำมากมายภายในหัวของเขาถูกเรียบเรียงต่อกันกลายเป็นอย่างดีแล้ว ทั้งใบหน้าและท่าทางของหลินซานที่นอนอยู่บนเตียงไม้เก่าๆได้เปลี่ยนไปเขากลายเป็นคนที่สงบนิ่งดวงตาทั้งสองเองก็ปรากฏความราบเรียบมันผิดแปลกไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงดูเหมือนว่าความทรงจำของ 3 ชีวิตที่ผูกติดกันด้วยโชคชะตาจะเริ่มหลอมรวมเข้าหากันแล้วเรียบเรียงทุกอย่างเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิโอสถ? หรือเทพสงคราม? สุดท้ายมันก็คือตัวข้าของคือหลินซาน ผู้ที่ครอบครองเคล็ดบ่มเพาะหมื่นโอสถกลืนสวรรค์และจักรพรรดิสงคราม ตัวอักษรมากมายที่หลั่งไหลอยู่ภายในหัวมันคือความรู้ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองที่มีจุดยืนที่แตกต่างกันแต่ว่าความปรารถนาของพวกเขาทั้งสองคือสิ่งเดียวกัน นั่นคือการรวบรวมเคล็ดบ่มเพาะพิภพนิรันดร์เพื่อร่ำเรียนมันให้สำเร็จและรู้ความจริงของโลกใบนี้ตอนนี้ทั้งภายในใจและภายในหัวมันกำลังสงบมันสงบนิ่งราวกับว่าเป็นบึงน้ำที่เงียบงันและไร้การเคลื่อนไหว เมื่อความทรงจำภายในหัวของตนเองถูกเรียบเรียงจนเสร็จเรียบร้อยดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็ได้กวาดมองรอบบริเวณภายในสถานที่แห่งนี้คือห้องเล็กๆแห่งหนึ่งที่แทบจะไม่มีอันใดเลยนอกจากเตียงไม้เก่าที่เขากำลังนอนอยู่ เมื่อลองมองดูก็พบเห็นหน้าต่างบานนึงที่มันประดับอยู่ภายในห้องแห่งนี้ แสงแดดและสายลมถูกส่งผ่านเข้ามาจากหน้าต่างบานนั้น หลินซานใช้สายตาของตนเองทอดมองยาวออกไปเขาแทบจะมองไม่เห็นอันใดเลยนอกจากท้องนภาที่ขาวโพลนแล้วมีแสงแดดส่องผ่านลงมาเพียงเล็กน้อยหลินซานลองพยายามจะขยับร่างกายของตนเอง “ โอ๊ย!! ” ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายในทันทีที่เริ่มออกแรงขยับร่างกาย ฟันล่างกับฟันบนภายในปากกัดกระทบกันแน่นรอจนความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกมาเริ่มทุเลาเบาบางลงจึงจะค่อยๆก้มมองต่ำลงที่ร่างกายของตนเองร่างกายของเขาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงตอนนี้ชุดที่สวมใส่มันถูกเปลี่ยนกลายเป็นชุดผ้าสีขาวอันเรียบง่ายที่ไม่มีแม้แต่รอยเลือดเปรอะเปื้อนแม้เพียงนิดหลินซานยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีว่าเขาโดนเล่นงานมาหนักหนาเพียงใดทำให้อาภรณ์ที่สวมใส่อยู่มันเต็มไปด้วยคราบโลหิต แต่นี่ชุดของเขาไม่ใช่ชุดที่สวมใส่ครั้งแรกแล้วก็ไม่มีแม้กระทั่งรอยเลือดด้วย มันย่อมแสดงว่ามีผู้ที่นำพาเขามาที่สถานที่แห่งนี้แล้วเปลี่ยนชุดให้เขาประตูไม้ภายในห้องแห่งนี้ถูกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด ด้วยแรงร่างกายตอนนี้ไม่สามารถลุกขึ้นไปเปิดมันแล้วออกไปด้านนอกได้อย่างแน่นอนหลินซานที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้เก่าๆได้ค่อยๆพับปิดดวงตาทั้งสองข้างของตนเองลง เขากำลังใช้ความสามารถของตนเองที่ได้รับมาให้เป็นประโยชน์กระดูกขาทั้งสองข้างที่หักอยู่ยังคงไม่สามารถกลับคืนรูปเดิมได้! บาดแผลตามร่างกายแม้ว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาแต่ก็ยังสาหัส! หลินซานได้ตรวจสอบอาการของร่างกายของตนอย่างรวดเร็ว ความสามารถของจักรพรรดิโอสถนี่คือหนึ่งอย่างที่เขาได้รับมารายละเอียดของร่างกายทั้งหมดเขารู้เป็นอย่างดี “ ยาลูกกลอนเชื่อมกระดูก และยาลูกกลอนประสานปราณ ” ของทั้งสองสิ่งนั้นคือสิ่งที่จะทำให้ร่างกายของเขากลับคืนมาเป็นเช่นเดิมได้ถ้าไม่มียาลูกกลอนเชื่อมกระดูกร่างกายก็คงจะต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตเพราะกระดูกขาทั้งสองข้างถูกหักอย่างเหี้ยมโหดแถมยังบิดเบี้ยวผิดรูป ส่วนยาลูกกลอนประสานปราณจะทำให้บาดแผลทั่วทั้งร่างกายของเขามันถูกรักษาอย่างรวดเร็วมากขึ้น ของทั้งสองสิ่งมันเป็นของที่เขาจะต้องใช้รักษาตนเองในตอนนี้แต่วัตถุดิบที่จะต้องใช้ในการหลอมพวกมันขึ้นมานี่สิเป็นสิ่งที่เป็นปัญหา ร่างกายที่ยังคงพิการเช่นนี้จะไปหาวัตถุดิบพวกนั้นมาจากที่ใดกัน ถ้ากลับไปที่จวนตระกูลหลินในตอนนี้คงจะมีกระบี่มากมายที่รอซ้ำเติมเขาอยู่อย่างแน่นอนในขณะที่กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับการรักษาร่างกายที่กำลังบาดเจ็บสาหัสของตนเองมีบางอย่างดังขึ้นมา แอ๊ด~ เสียงประตูไม้เก่าๆที่ถูกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาได้ถูกดันเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มที่กำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ได้หันกลับไปมองที่ต้นเสียงที่ดังขึ้นมาร่างบางๆของเด็กหญิงวัยแรกรุ่นที่สวมใส่ชุดผ้าไหมหลากสีอันงดงามได้ย่างกายเข้ามา นางเป็นเด็กสาววัยแรกรุ่นที่มีความงดงามหาผู้ใดเปรียบ แม้ว่าอายุจะอยู่ในวัยทัดเทียมกับหลินซานแต่ใบหน้าและท่าทางก็ดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก ผิวพรรณเรียบเนียนขาวนวลประหนึ่งหิมะร่างกายเล็กบางสวมใส่ด้วยชุดอาภรณ์หลากสีใบหน้างดงาม ริมฝีปากแดงราวกับมะเขือเทศในยามที่สุกงอม ดวงตาทั้งสองข้างเล็กเรียวงดงามถูกส่งเสริมด้วยคิ้วทั้งสองข้างที่โค้งราวกับจันทร์เสี้ยวจบตอน ในตอนนี้ไรท์จะของอนุญาติใช้หน่วยความสูงเป็น ฉื่อ นะครับ ตัวของไรท์เองก็พยายามหาข้อมูลมามันก็มีแตกต่างกันไป ส่วนในตัวเรื่องของไรท์ก็จะขอใช้เป็นประมาณหนึ่งฉื่อเท่ากับ 23 เซ็นติเมตร นะครับ ถ้านักอ่านท่านใดมีความรู้บอกบุญไรท์ก็จะดีมากเพราะว่าพยายามหามาให้หน่อยจริงในนิยายจีนมากขึ้นจะได้ดูดี