เอ็มออกจากคอนโดแล้วเดินไปเรื่อยๆตามฟุตบาท สาเหตุที่เขาเลือกอยู่ละแวกนี้ก็เพราะถัดไปประมาณ 100 เมตรเป็ย่านการค้าซึ่งเปิดตลอดทั้งคืน และเป็แหล่งชุมนุมของคนหนุ่มสาวที่ออกมาท่องราตรี ไม่ว่าจะเป็ผับ บาร์ ร้านนั่งชิวหรือภัตตาคารหรูก็รวมตัวอยู่ที่นี่ ตลอดทางที่เขาเดินไปบนรถประจำทางก็เต็มไปด้วยวัยรุ่นและคนทำงานมากมาย นับว่าเป็ถนนเส้นที่คึกคักเป็อย่างมาก
เอ็มเดินพลางเสพบรรยากาศที่คึกคักอย่างเงียบๆ พลางปล่อยเื่ปวดหัวต่างๆออกไป ชายหนุ่มหายใจเข้าออกลึกๆเพื่อสงบใจที่กำลังพุ่งพล่านอยู่
//ออกมาจากห้องก็ดีเหมือนกันนะ//
รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเอ็มอย่างหาได้ยาก นานแล้วที่เขาไม่ค่อยได้ออกมาเดินท่ามกล่างคนหมู่มากอย่างสบายใจแบบนี้เพราะส่วนใหญ่เขาต้องทำภารกิจจนไม่มีเวลาว่างเลย ในขณะที่สายตาของเขากำลังมองไปเรื่อยเปื่อยเขาก็พบกับร่างเล็กของหญิงสาวอายุ 19 ปีคนหนึ่งกำลังเดินอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน เธอสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงหนังสีดำดูท่าทางทะมัดทะแมง หูข้างหนึ่งมีเครื่องมือสื่อสารเล็กๆติดอยู่ เมื่อเอ็มเห็นมันชายหนุ่มก็หรี่ตา
//นาโนเฮดโฟน//
เอ็มคิดอย่างตกตะลึง นาโนเฮดโฟนเป็เทคโนโลยีของกองกำลังพิเศษของรัฐบาลโลกซึ่งไม่มีทางที่คนอื่นจะมีในได้ อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้มีขนาดเล็กมากและกลืนไปกับร่างกายของผู้ใช้ หากเอ็มไม่มีประสบการณ์มาก่อนเขาไม่มีทางมองออก
//แปลกจริงๆ นักศึกษาการตลาดธรรมดาๆกลับมีนาโนเฮดโฟนใน หึๆ คนรอบตัวฉันนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ//
เอ็มคิดอย่างใจเย็น นาโนเฮดโฟนเป็เทคโนโลยีลับของรัฐ ไม่มีทางที่คนภายนอกจะเอามาใช้ได้ การที่เธอมีมันในนั่นก็แปลว่าเธอเป็บุคคลากรคนหนึ่งของกองกำลังพิเศษ
ในขณะที่เอ็มกำลังคิดอยู่นั้น หญิงสาวคนนั้นก็หันมามองเอ็ม เมื่อเห็นว่าเป็เขาเธอก็ดูใมาก ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีต่อมาเธอก็ปรับใบหน้าเป็เ็า แต่การกระทำนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
//รู้สึกถึงตัวฉันได้ด้วยเหรอ สัญชาติญาณดีมาก//
เอ็มหัวใจตกวูบไปอยู่ตาตุ่มเมื่อโดนจับได้ ถึงเขาจะไม่ได้ตั้งใจปกปิดตัวตน แต่จิตของเขาก็นิ่งพอจะกลบร่องรอยได้ระดับหนึ่ง ยอดฝีมือทั่วไปไม่มีทางตรวจพบการคงอยู่ของเขา นั่นแสดงให้เห็นว่าหญิงสาวคนนี้มีฝีมือไม่ธรรมดา ทำให้เอ็มคอนเฟิร์มแล้วว่าเธอคนนี้มีโอกาสเป็เ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือนั้นเธออาจจะบังเอิญหันมาเห็นเขาก็เท่านั้น ถึงแม้เปอร์เซ็นต์ผิดพลาดจะน้อยแต่เขาก็ไม่อาจปล่อยไปได้
ตรงกันข้ามกับเธอ ถึงเอ็มจะใที่โดนจับได้แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ชายหนุ่มยิ้มบางๆให้เธอแล้วโบกมือ
“เดียร์น่า”
หลังโบกมือเสร็จเอ็มเดินเข้าไปหาเดียร์น่าที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้าม
เดียร์น่านั้นเป็น้องสาวแท้ๆของเขาเอง ด้วยความเร่งรีบในการกลับบ้านเขาจึงไม่ได้ตรวจสอบเธอมากนัก เขาจึงรู้เพียงประวัติคร่าวๆของเธอซึ่งเป็นักศึกษาการตลาดในมหาวิทยาลัยทั่วไป แต่การพบกันครั้งนี้เขาก็พบว่าน้องสาวเขานั้นไม่ธรรมดาเสียแล้ว
เดียร์น่าที่เห็นเอ็มเดินเข้ามาหา เธอก็ทำเป็ไม่สนใจแล้วรีบเดินหนีราวกับเขาเป็เชื้อโรค
หลังจากข้ามถนนมาได้ ไม่นานเอ็มก็เดินตามเธอทัน “เธอจะทำแบบนี้กับพี่ไปถึงไหนเนี่ย” เอ็มบ่นพลางยิ้มแห้งๆ แล้วเดินเข้าไปตีคู่กับเดียร์น่า
“คุณไม่ใช่พี่ของฉัน และกรุณาอย่าตามฉันมาด้วย” เดียร์น่าตอบอย่างเ็า ระหว่างนั้นเธอไม่หันมามองเขาเลยแม้แต่น้อย
ด้านเอ็มนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจกับคำตอบของน้องสาวมากนัก เพราะตอนนี้เขากำลังโฟกัสกับการกระทำแปลกๆของเธออยู่
ในมุมมองของคนทั่วไปสายตาของเธอนั้นสอดส่ายไปมาอย่างเป็ธรรมชาติ แต่ในสายตาของเอ็ม เมื่อสายตาเธอกวาดผ่านชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งอยู่อีกฟากของถนนเธอจะชะงักไปวูบหนึ่ง และยังเป็แบบนี้หลายครั้ง
และเพื่อเป็การยืนยันให้แน่ใน เอ็มก็แกล้งเดินไปบังชายวัยกลางคนไว้แล้วแกล้งกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “เธอเป็เด็กมหาลัยปี 1 ออกมาเที่ยวกลางคืนแบบนี้ไม่กลัวแม่ว่ารึไง”
ในจังหวะที่เอ็มเดินมาบังสายตาของเดียร์น่าชายวัยกลางคนก็เดินเข้าไปในฝูงชน ทำให้เขาหายไปอย่างรวดเร็ว
เดียร์น่าเห็นเป้าหมายที่ตามมานานหายไปก็ตกตะลึง หญิงสาวลากแขนเอ็มออกไป พลางกล่าวอย่างหัวเสีย
“คุณไม่ต้องพูดเลย ฉันโตแล้วแค่ออกมาหาอะไรกินข้างนอก ไม่ได้ไปทำเื่ผิดกฏหมายเสียหน่อย” พูดจบเดียร์น่าก็เดินหนีเอ็มออกมา หญิงสาวรีบข้ามไปถนนอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อเอ็มเห็นดังนั้นเขาก็ยิ่งแน่ใจในสมมุติฐานของตัวเอง
//น้องสาวฉันเป็เ้าหน้าที่พิเศษของรัฐบาลจริงๆสินะ//
เอ็มยิ้มแห้งๆ เอ็มเองก็เคยทำงานสายนี้มาก่อน ไม่เพียงแค่นั้นน้องสาวเขาก็ทำงานสายนี้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็พี่น้องกันที่แท้จริง
ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ตามเดียร์น่าไป เขาเลือกที่จะปล่อยให้เธอทำงานต่อไป เขารู้ดีว่าหากเข้าไปแทรกแทรงมากเกินไปภารกิจอาจจะล่มได้ และถ้าภารกิจล่มการจะสานต่อนั้นเป็เื่ยาก เพราะกว่าเป้าหมายจะออกปฏิบัติการอีกครั้งก็ไม่สามารถรู้ได้
ในขณะกำลังจะละสายตาจากเดียร์น่า เอ็มก็เห็นชายในชุดสูทคนหนึ่งกำลังเดินตามเดีร์น่าไป ที่มือของเขาสวมแหวนเพชรเอาไว้ ชายปริศนาใช้มือกดบนหัวเพชรเบาๆก็ปรากฏเข็มเล็กๆโผล่ออกมา
ชายสวมสูทค่อยๆเร่งความเร็วตามเดียร์น่าอย่างเป็ธรรมชาติ ระหว่างนั้นเขาก็ยิ้มให้สาวที่เดินผ่านมาเป็บางครั้ง การกระทำของเขานั้นดูเป็ธรรมชาติอย่างมาก แต่ในสายตาเอ็มนั้นชายคนนี้เป็ตัวอันตรายอย่างแท้จริง เข็มที่อยู่ในแหวนนั้นเป็ยาสลบชนิดรุนแรง หากโดนเข้าไป เพียง 3 วินาทีก็ทำให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งสิ้นเรี่ยวแรงในทันที
ชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้าหาเดียร์น่าอย่างช้าๆ ส่วนเอ็มนั้นอยู่ไกลเกินไป ต่อให้เขาวิ่งเข้าไป เขาก็ไม่น่าจะช่วยเดียร์น่าได้ทัน
“เดียร์น่า รอพี่ก่อน เธอเป็เด็กไปไหนคนเดียวตอนกลางคืนไม่ได้นะ” เอ็มะโเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง จากนั้นชายหนุ่มก็ออกวิ่งไปหาเธอ แต่ทว่าเดียร์น่ากลับทำหน้าหงุดหงิดเมื่อได้ยินเสียงเอ็ม หญิงสาวไม่หันมามองเอ็มด้วยซ้ำ ทำราวกับเธอไม่รู้จักกับเขา ส่วนชายใส่สูทเมื่อเห็นคนหันไปสนใจเอ็มหมดเขาก็ยิ่งทำงานได้ง่ายขึ้น และเขายังเป็คนเดียวที่ไม่หันมามองเอ็ม
“หืม” เดียร์น่าหันหลังกลับไปมองชายสวมสูทเขม่ง เมื่อเทียบกับเอ็มแล้วชายคนนี้ซ่อนจิตไม่เก่งเอาซะเลย เมื่อสายตาของเธอมองไปที่เข็มยาสลบที่อยู่บนนิ้วของชายสวมสูท ทันใดนั้นเดียร์น่าก็รู้ทันทีว่าเธอโดนตลบหลังเข้าแล้ว ใบหน้าของเธอพลันเปลี่ยนเป็ตึงเครียด ชายสวมสูทเมื่อโดนจับได้ก็มีท่าทางจะหนี เขาหลบฉากวิ่งออกไปด้านข้าง
“หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันฟ้องแม่แน่ว่าเธอแอบหนีเที่ยว” ในขณะที่ชายสวมสูทกำลังวิ่งออกไปเสียงของเอ็มก็ดังขึ้น
“โอ๊ย” ร่างของเอ็มกับชายสวมสูทชนกันอย่างจัง ในเสี้ยววินาทีนั้น เข็มเล็กๆก็โผล่ออกมาจากแขนเสื้อของเอ็มแล้วทิ่มเข้าใส่สีข้างของชายสวมสูท ทำให้เขาถึงกับสลบเหมือดคาที่ หลังจากเสร็จภารกิจแล้วเอ็มก็เก็บเข็มเข้าเสื้ออย่างแเี
“นี่คุณ เดินดีๆหน่อย ชมผมแล้วยังไม่ขอโทษอีก” เอ็มแกล้งกล่าวอย่างหัวเสีย แต่เมื่อชายสวมสูทไม่ยอมตอบแถมยังเป็ลมล้มพับไปเอ็มก็ตีหน้าตื่นตระหนก แล้วเข้าไปรับร่างชายสวมสูทเอาไว้
“เฮ้ย คุณเป็ไรรึเปล่า”
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดไทมุงจำนวนมาก คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เข้ามามุงกันเต็ม ถึงกับมีบางคนโทรเรียกรถพยาบาลเลยทีเดียว ด้วยความที่การสื่อสารและจราจรพัฒนาไปมาก เพียงไม่กี่วินาทีรถเหาะกู้ชีพก็เคลื่อนตัวเข้ามายังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็เื่ใหญ่ไปเลย
เดียร์น่าเห็นดังนั้นก็มีสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าเธอก็ยังวิ่งเข้าไปแยกเอ็มกับชายสวมสูทออกจากกัน สำหรับเอ็มนั้นเขาอาจจะไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็บุคคลอันตราย แต่สำหรับเธอนั้นชายคนนี้สามารถฆ่าคนธรรมดาอย่างเอ็มได้ง่ายๆ เมื่อจับแยกกันเสร็จชายสวมสูทก็ล้มพับลงกับพื้น ส่วนเดียร์น่าก็ใช้มือจับไปทั่วตัวของเอ็มพร้อมกับมองไปทั่วตัวเขา พลางกล่าวถามขึ้นน้ำความเป็ห่วง
“คุณาเ็ตรงไหนรึเปล่า”
เอ็มซึ่งกำลังทำหน้างงอยู่ชี้ไปที่ชายสวมสูทพลางกล่าวขึ้น “พี่น่ะไม่เป็ไรหรอก แต่หมอนี่น่าจะเป็”
สิ้นคำเอ็ม เหล่าพยาบาลภาคสนามก็กรูกันเข้ามาที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น” เ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งกล่าวถามขึ้นเสียงเครียด
เดียร์น่าเห็นสถานะการณ์เริ่มซับซ้อนหยิงสาวก็กลอกตาไปมาแวบหนึ่ง หญิงสาวก็เดินเข้าไปพยุงชายสวมสูทขึ้นมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา
“พี่โน่ ฉันบอกแล้วว่าอย่าดื่มมากนัก สุดท้ายพี่ก็สลบอยู่กลางทางเหมืิอนเดิม ฉันล่ะเหนื่อยแทนแฟนพี่จริงๆ” พูดจบเดียร์น่าก็ส่ายหัวพลางหันไปยิ้มแห้งๆกับเ้าหน้าที่ “ขอโทษพี่ๆด้วยนะคะ พี่โน่แค่เมาเท่านั้น เดี๋ยวฉันพาเขากลับบ้านเองค่ะ”
“อ้าวคนรู้จักเธอเองเหรอ” เอ็มกล่าวอย่างแปลกใจ
“ก็ใช่น่ะสิ เขาเป็บุคคลากรที่มหาลัยฉันเอง” พูดจบเดียร์น่าก็ถอนหายใจอย่างปลงๆกับพฤติกรรมของพี่ที่รู้จัก
“อ๋อ บอกเขาอย่างดื่มหนักมากล่ะ มันเสียสุขภาพ” พี่เ้าหน้าที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนที่รับแจ้งมาเขานึกว่าจะเป็โรคร้ายแรงบางอย่างซะอีก เมื่อรู้ว่าแค่เมาเท่านั้นเขาก็ผ่อนคลายลง
“แต่ดูเหมือนเขาจะเมาหนักมากนะ ให้เขาไปตรวจก่อนดีไหม” พี่เ้าหน้าที่สังเกตุอาการหมดสติของชายสวมสูทพลางกล่าวออกมาอย่างเป็ห่วง
เดียร์น่าเห็นแบบนั้นก็เผยสีหน้าขอบคุณ หญิงสาวก้มหัวให้พี่ๆเ้าหน้าที่พลางกล่าวขอบคุณ “ไม่ต้องหรอกค่ะ เขาไม่ตายง่ายๆหรอก ปล่อยให้แฮ้งซะให้เข็ด อยากดื่มหนักดีนัก” พูดจบเดียร์น่าก็หันไปหาพี่ๆเ้าหน้าที่พร้อมกับโบกมือ “ฉันไปก่อนนะคะ” พูดจบเดียร์น่าก็กดเรียกแท็กซี่จากนาฬิกาควอนตัม ไม่นานก็มีแท็กซี่มาจอดบริเวณที่เกิดเหตุ เดียร์น่าจัดการยัดชายสวมสูทเข้าไปในแท็กซี่ แล้วตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“อ้าวแล้วฉันล่ะ” เอ็มถาม
“พี่กลับบ้านไปเลย ไม่ต้องตามฉันมา” เดียร์น่าตอบกลับห้วนๆก่อนจะปิดประตูดังปัง จากนั้นแท็กซี่ก็เริ่มคลื่นตัวออกไปทิ้งให้เอ็มที่อ้าปากค้างอยู่ขางถนน
//หึๆ แก้ปัญหาได้ไม่เลว//
เอ็มคิดอย่างใจเย็น หากเดียร์น่าปล่อยให้ชายสวมสูทเข้าโรงพยาบาล ตัวตนของเขาก็จะถูกสืบสวนและสุดท้ายทุกอย่างก็จะถูกโยงมาที่ตัวเดียร์น่าเอง การที่เธอทำแบบนี้ถือว่าฉลาดมาก ไม่เพียงแต่รอดตัวไปได้เธอยังมีโอกาสได้สืบสวนชายสวมสูทอีกด้วย
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมก็ขอตัวก่อนนะครับ” พี่ๆเ้าหน้าที่หันมาพูดกับเอ็มและเดินทางกลับ
ด้านเอ็มก็ได้แต่ยักไหล่พลางเดินไปหาอะไรกินที่ตลาดต่อ
ภายในรถแท็กซี่
หลังจากเดียร์น่าขึ้นมา เธอก็ทำการตรวจสอบอาการของชายสวมสูท เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกชายสวมสูทคิดจะวางยาสลบเธอ แต่จู่ๆเขาก็สลบไปอย่างปริศนา และดูเหมือนเขาจะหลับลึกไปโดยไม่มีการตอบสนองอะไรเลย
น่าแปลก
//ดูเหมือนจะต้องรอผลตรวจทางแลบก่อน//
เดียร์น่าคิดในใจอย่างเคร่งเครียด
รถค่อยๆวิ่งผ่านไปตามตรอกซอกซอย ค่อยๆไหลเข้าไปในชุมชนแห่งหนึ่ง สิบนาทีต่อมาเดียร์น่าก็แบกร่างไร้สติของชายสวมสูทเอาไว้บนหลัง ถึงเธอจะเป็ผู้หญิงตัวเล็กๆทว่าร่างกายกับแข็งแรงมาก
ตอนนี้ด้านหน้าของเธอเป็เซฟเฮ้าส์ที่ดูธรรมดาๆแห่งหนึ่ง หญิงสาวแบกร่างชายสวมสูทเดินเข้าไปที่หน้าประตู เธอมองไปที่กล้องวงจรปิดที่อยู่บนผนังแวปหนึ่ง ไม่นานประตูเซฟเฮ้าส์ก็เปิดออก ปรากฏร่างสาวแว่นคนหนึ่งขึ้น เธอมีหน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวเล็ก ถึงจะไม่สวยเท่าเดียร์น่าแต่ก็จัดว่าเป็ผู้หญิงที่ดูดีคนหนึ่ง
สาวแว่นมองไปที่ร่างของชายสวมสูทด้วยแววตาเป็ประกายราวกับเจอของเล่นถูกใจ
“เดียร์น่า เขาโดนอะไรมาเหรอ ให้ฉันตรวจดูหน่อยได้ไหม” เสียงที่ดูโรคจิตหน่อยๆของสาวแว่นดังขึ้น เมื่อเห็นร่างที่สลบไสลของชายสวมสูทสาวแว่นก็มีท่าทางตื่นเต้นอย่างชัดเจน
เดียร์น่าปรายตามองสาวแว่นด้วยแววตาตำหนิ “ห้ามทำอะไรแปลกๆเด็ดขาดเลยนะ ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา จู่ๆเขาก็สลบไปเอง ช่วยตรวจหาสาเหตุให้ที”
สาวแว่นได้ยินแบบนั้นก็หน้างอ “เดียร์น่า” สาวแว่นลากเสียงยาว
“โซวี่ อย่าวุ่นวาย เอาเขาเข้าไปก่อน” เดียร์น่าตัดบทอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอก็แบกร่างชายสวมสูทเข้าเซฟเฮ้าส์ไป ด้านในนั้นเป็ห้องพักธรรมดา ทว่าบริเวณด้านหลังตึกจะมีห้องลับอยู่ซึ่งเป็ห้องแลบวิทยาศาสตร์ ห้องสืบสวนและห้องขังอยู่ เดียร์น่านำร่างของชายสวมสูทไปวางไว้บนเตียงคนไข้ จากนั้นก็ถอยออกไปด้านข้าง
จากนั้นโซวี่ก็เดินเข้ามาข้างเตียงแล้วเริ่มตรวจด้วยความกะตือรือล้น
“ไหนดูการตอบสนองของร่างกายซิ” โซวี่ใช้มือข้างหนึ่งถ่างเปลือกตาของชายสวมสูทออกแล้วใช้ไฟฉายเล็กๆส่องเข้าไป ทำให้ม่านตาของชายสวมสูทหดเล็กลง
“Pupillary Light Reflex ยังใช้การได้อยู่ แสดงว่าสมองไม่เสียหาย”
พึมพำเสร็จโซวี่ก็คลำไปตามเนื้อตัวของชายสวมสูท
“ไม่มีกล้ามเนื้อหดเกร็งหรืออ่อนแรง”
โซวี่ยังคงคลำไปเรื่อยๆ เมื่อมาถึงบริเวณสีข้างเธอก็ตาโต จากนั้นก็ใช้กรรไกรตัดเสื้อของชายสวมสูทออก เลยให้เห็นรอยเข็มเล็กๆซึ่งมองเผินๆไม่สามารถเห็นได้
“เขามีรอยแทงจากของมีคมบางอย่าง ดูเหมือนจะเป็เข็มยาสลบ” พึมพำจบ โซวี่ก็โน้มหน้าเขาไปที่าแพลางทำจมูกฟุดฟิด
“หืม”
เมื่อตรวจสอบแล้วโซวี่ก็มีสีหน้างุนงง หญิงสาวหลับตาแล้วพิจารณากลิ่นของยาสลบเมื่อครู่ คิ้วน้อยๆของเธอขมวดมุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
โซวี่นั้นเป็อัจฉริยะทางด้านชีววิทยา ั้แ่ทำงานมาด้วยกันเดียร์น่าไม่เคยเห็นโซวี่เกิดอาการลังเลแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าคนไข้จะเป็อะไรมา เธอจะสามารถหาสาเหตุได้ในทันที แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีปัญหา
“โซวี่ เกิดอะไรขึ้น” เดียร์น่าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ตอนนี้โซวี่มีสีหน้าที่งุนงอย่างมาก หญิงสาวหันไปหาเดียร์น่าพลางกล่าวขึ้น “เธอต้องไม่เชื่อแน่ สิ่งที่อยู่ในร่างของเขาเป็ไซลาซีน มันเป็ไปไม่ได้”
เดียร์น่าได้ฟังก็ส่ายหัว เธอไม่ได้เชี่ยวชาญเื่เหล่านี้ “เธอช่วยพูดภาษาที่ฉันเข้าใจหน่อยได้ไหม”
“เอ่อ ก็ เธอรู้ใช่ไหมว่าไซลาซีนเป็ยาสลบที่ใช้กับสัตว์” โซวี่ถามกลับ
“ฉันจะไปรู้ได้ไงเล่า” เดียร์น่ากุมขมับ “อธิบายต่อสิ”
“ก็ได้” โซวี่พยายามคิดคำพูดง่ายๆ หญิงสาวมองไปบนเพดานห้องพักหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น “ไซลาซีนทำให้สัวต์สลบได้ก็จริง แต่ถ้าใช้ในมนุษย์วพกเขาจะตายในเวลาไม่นาน”
ได้ยินแบบนั้นเดียร์น่าก็ใจหายวาบเพราะเธอยังไม่ได้สืบสวนชายคนนี้เลย หากเขาตายไปก็เท่ากับว่าวันนี้เธอไม่ได้อะไรเลย แต่เมื่อคิดดูอีกทีเธอก็พบว่าชายสวมสูทนั้นได้รับไซลาซีนมานานแล้วทว่าหน้าอกเขายังขยับขึ้นลงอยู่เลย
“ทำไมเขายังมีชีวิตอยู่ล่ะ” เดียร์น่าหันไปถามโซวี่
“ถึงบนร่างของชายคนนี้จะมีกลิ่นของไซลาซีน แต่จะว่าไปมันก็มีบางส่วนที่ไม่คล้ายนะ ในความคิดของฉันมันน่าจะเป็อนุพันธ์ของไซลาซีนมากว่า” โซวี่อธิบายรัวเร็ว
“โซวี่ ขอภาษาคน” เดียร์น่าได้แต่บ่นอย่างเอือมระอา
“อ๋อ พูดง่ายๆว่ามันเป็ไซลาซีนที่โดนดัดแปลงเพื่อใช้กับมนุษย์น่ะ” โซวี่เกาหัวตอบ
ได้ยินแบบนั้นเดียร์น่าก็พยักหน้ารับ “เธอพอจะรู้ไหมว่าคนที่ใช้ของพวกนี้เป็ใคร”
ได้ยินแบบนั้นโซวี่ก็หลี่ตา “ความยากมันอยู่ตรงนี้แหละ เพราะยาสลบชนิดนี้ยังไม่มีใครใช้เลย”
ได้ยินแบบนั้นเดียร์น่าก็ยิ้มอย่างเ็า “ไม่หรอก มันมีคนใช้แน่ๆแต่เรายังไม่รู้ว่ากลุ่มไหน” ตัวตนของเดียร์น่านั้นเป็ความลับ การที่เธอถูกตามนั่นแปลว่าตัวตนองเธอถูกคนกลุ่มหนึ่งร่วงรู้แล้ว เธอจะปล่อยไว้ไม่ได้
“โซวี่ วิเคราะห์โครงสร้างเทียบกับฐานข้อมูลแล้วส่งให้ฉันด้วย เดี๋ยวฉันสืบต่อเอง”