ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

เล่มที่ 6 บทที่ 169 กระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามโพรง

        สมุนของฐานที่มั่นบงกชทมิฬ!

        หลังจากยืนยันข้อมูลนี้แล้วสมาชิกหลายคนในทีมก็รู้สึกโกรธแค้น ต่างก็เสนอตัวขอเข้าร่วมจัดการด้วย

        “หัวหน้ากำจัดพวกมัน!”

        “หัวหน้าพวกเราไปจัดการพวกมันกันเถอะ!”

        “หัวหน้าพาผมไปด้วย ครั้งนี้จะต้องฆ่าพวกสารเลวนี่ให้หมด”

        “เราจะไม่มีวันปล่อยศัตรูที่ฆ่าและทำร้ายพวกเราไปครั้งนี้ฉันกับเสี่ยวเหาจะรับผิดชอบตามล่าสมุนของฐานที่มั่นบงกชทมิฬเอง”ถังฮ่าวกล่าวเสียงทุ้ม

        สิ้นเสียงผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่รอบข้างก็เงียบเสียงลงแม้แต่เชียนมู่เซวี่ยก็ไม่กังขาต่อการตัดสินใจของถังฮ่าวทว่าแต่ก็ยังมีเสียงหนึ่งดังตามขึ้น

        “ฉันไปด้วย!”

        ถังฮ่าวมองไปที่ใบหน้าที่ฉายแววแน่วแน่ของโอวหยางมี่มี่ด้วยความปวดหัว!

        เด็กสาวคนนี้เป็นคนที่ร่าเริงที่สุดในทีมพออยู่ต่อหน้าถังฮ่าวแล้ว เธอก็กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไปและเป็นคนเดียวที่ยืนกรานในความคิดของตัวเอง

        โอวหยางมี่มี่เป็นผู้มีทักษะด้านการล่องหนจึงถือเป็นยอดนักฆ่าอัจฉริยะระดับแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

        พลังการรบของเธอแข็งแกร่งมาก!

        นอกจากถังฮ่าวแล้วโอวหยางมี่มี่ก็ถือได้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับสองในทีมของถังฮ่าว

        หากเป็นแง่ของการสกัดต้านแล้วเธอก็น่ากลัวยิ่งกว่าเชียนมู่เซวี่ย เย่ชิงเฉิงและจางเสี่ยวเหาที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 6 เสียอีก

        “มี่มี่เธออยู่ดูแล...” ถังฮ่าวยังพูดไม่จบโอวหยางมี่มี่ก็เอ่ยแทรก

        “ไม่ฉันจะไปจัดการกับสมุนของฐานที่มั่นบงกชทมิฬ พวกมันไม่กล้ามาโจมตีเราในเร็วๆนี้หรอก ยิ่งตอนนี้เรามีการป้องกัน แถมยังมีพี่เซวี่ยกับพี่ชิงเฉิงอยู่ส่วนกองกำลังอื่นๆ ก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับเราหรอก!”

        “มี่มี่พูดถูกไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทางนี้หรอกทว่าฝั่งพวกฐานที่มั่นบงกชทมิฬมีมนุษย์จักรกลอยู่เก้าคนบวกกับเหล่าจินกับอู๋ซินที่แข็งแกร่งแล้ว พวกมันจึงถือมีพลังต่อสู้ไม่ธรรมดาถ้ามีมี่มี่ไปด้วย พวกเราก็จะวางใจมากขึ้น” เสียงของเชียนมู่เซวี่ยดัง

        “งั้นฉันไปด้วยดีกว่าแม้ว่ามนุษย์จักรกลพวกนี้จะมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งแต่พวกมันก็ยังมีจุดอ่อนร้ายแรงอยู่นั่นก็คือพวกมันจะมีชิปควบคุมขาแมงมุมแปดขาอยู่ในหัว หากทุบหัวพวกมันได้พวกมันก็จะกลายเป็นอัมพาตทันที!” เย่ชิงเฉิงกล่าวกับถังฮ่าว

        ถังฮ่าวปวดหัวอีกครั้ง

        นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ชิงเฉิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากและมนุษย์จักรกลสามคนที่ผ่านมาก็ถูกเธอยิงจนเป็นอัมพาตไปสองคนหากเป็นเรื่องการรับมือกับมนุษย์จักรกลพวกนี้เย่ชิงเฉิงก็ถือว่ามีข้อได้เปรียบมากกว่าคนอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

        จางเสี่ยวเหาที่เป็นคู่หูของถังฮ่าวพอเห็นสีหน้าของเขาแล้วก็รีบช่วยพูดขึ้น

        “หัวหน้าเดี๋ยวผมอยู่ที่นี่เองหัวหน้ากับคุณชิงเฉิงแล้วก็มี่มี่ไปจัดการพวกสมุนของฐานที่มั่นบงกชทมิฬเถอะ!”

        ถังฮ่าวมองไปที่จางเสี่ยวเหาพร้อมกับส่งสายตาขอบคุณให้ ก่อนจะพยักหน้าและเอ่ยตอบ

        “ตกลงเสี่ยวเหางั้นนายอยู่ที่นี่นะ”

        ถังฮ่าวกำลังจะก้าวเท้าออกไปแต่ทันใดนั้นก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงเดินไปที่ข้างตัวมนุษย์จักรกลทั้งสามตัวก่อนจะเก็บศพของพวกมันที่ถูกทุบจนหัวแตกเข้าไปในคลังระบบจากนั้นก็หยิบขาแมงมุมสองขาจากตัวมนุษย์จักรกลที่ถูกโอวหยางมี่มี่ตัดเข้าไปในคลังระบบ!

        หลังจากกวาดตามองทุกคนในห้องโถงแล้วถังฮ่าวก็เดินไปที่ข้างตัวเจียงอี้อิง ก่อนจะตบไหล่ของเธอเบาๆ แล้วเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้ม

        “ดูแลทุกคนให้ดี”

        หลังจากพูดจบถังฮ่าวก็เดินออกไป โอวหยางมี่มี่และเย่ชิงเฉิงทั้งสองรีบตามติดไป!

        หลังจากที่พวกถังฮ่าวทั้งสามคนหายตัวออกจากตึกไปอย่างรวดเร็วแล้วร่างของเจียงอี้อิงในห้องโถงชั้นหนึ่งก็สั่นสะท้านทันใดนั้นก็มีกระแสลมโหมซัดออกมาจากร่างก่อนจะก่อตัวเป็นพายุหมุนขึ้นรอบตัวอย่างรวดเร็วพายุได้หมุนวนเร็วและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนคล้ายกับพายุทอร์นาโด

        “ไป!”

        สิ้นเสียงตะโกนของเจียงอี้อิงพายุทอร์นาโดก็พุ่งตรงไปที่ประตูห้องโถง!

        ตู้ม!

        มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นก่อนที่รถฮอนด้าซีอาร์วีที่จอดทิ้งร้างอยู่นอกประตูตึกไข่มุกไป 30เมตรจะลอยขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนจะตกลงมาอย่างแรงที่ระยะ 80 เมตรหลังจากที่ร่วงตกลงมาตัวรถทั้งคันก็แหลกเหลวเป็นชิ้นๆ

        เจียงอี้อิงวิวัฒนาการเป็นระดับ6 แล้ว และเธอก็ได้รับทักษะใหม่นั่นก็คือพายุทอร์นาโด

        สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อระดับพลังสูงขึ้นอาการบาดเจ็บที่เริ่มทุเลาก็หายดีเป็นปลิดทิ้ง

        เพื่อช่วยปกป้องชีวิตของสมาชิกในทีมแล้วถังฮ่าวจึงตัดสินใจยกระดับพลังของเจียงอี้อิง!

        ด้วยเหตุนี้แม้ว่าพวกถังฮ่าวทั้งสามคนจะจากไปแล้วแต่ภายในตึกไข่มุกที่สว่างไสวก็ยังคงมีเชียนมู่เซวี่ย จางเสี่ยวเหาและเจียงอี้อิงที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 6 อยู่

        โกดังหมายเลขห้าของท่าเรือเซี่ยงไฮ้อยู่ไม่ไกลจากตึกไข่มุกที่สว่างไสวหากเป็นการเดินทางกลางอากาศก็สามารถบินข้ามเป็นเส้นตรงไป และใช้เวลาเพียง 11 ถึง12 กิโลเมตร

        แน่นอนว่าพวกถังฮ่าวทั้งสามคนคงบินเป็นเส้นตรงไม่ได้พวกเขาจึงทำได้เพียงวิ่งอย่างรวดเร็วบนพื้นดินและตอนที่มาถึงโกดังหมายเลขห้าของท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ก็ได้เดินเท้าอ้อมโลกไปเกือบ 20กิโลเมตรแล้ว

        ระหว่างทางก็พบเจอซอมบี้ที่กำลังออกเร่ร่อนอยู่บ้าง!

        ซอมบี้เหล่านี้อ่อนแอราวกับมดปลวกพออยู่ต่อหน้าพวกเขาทั้งสามที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 6 แล้ว จึงถูกกำจัดไปได้อย่างง่ายดายถังฮ่าวไม่ได้ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป!

        แม้ว่าเขาจะไม่ได้เก็บศพของซอมบี้เอาไว้แต่ก็จัดการเปลี่ยนซอมบี้ที่ถูกสังหารทั้งหมดให้กลายเป็นคะแนนวิวัฒนาการขุนพลบู๊บุ๋นและรวบรวมวัตถุพลังงานเอาไว้ทั้งหมด!

        หลังจากใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียวคนทั้งสามก็มาถึงหน้าโกดังหมายเลขห้าของท่าเรือ!

        คนที่มีฝีมือย่อมกล้าหาญพวกเขาทั้งสามคนไม่ได้วางแผนกลยุทธ์ใดๆนอกจากให้โอวหยางมี่มี่ที่ใช้ทักษะล่องหนแล้ว ถังฮ่าวก็ถือกระบองหนามปีศาจไว้ที่มือขวาก่อนจะพุ่งตัวไปทางโกดังหมายเลขห้าที่อยู่ด้านหน้า

        ส่วนเย่ชิงเฉิงก็หยิบปืนพกอินทรีเพลิงที่เชียนมู่เซวี่ยเพิ่งยัดให้ออกมาบวกกับปืนกระบอกเดิมของเธอแล้ว ตอนนี้เธอจึงมีอาวุธสังหารที่บรรจุกระสุนอยู่เต็มแม็กกาซีนอยู่สองกระบอกจากนั้นเย่ชิงเฉิงก็กลายร่างเป็นมือปืนคู่วิ่งตามหลังถังฮ่าวไป!

        ทันทีที่เข้าไปในโกดังหมายเลขห้าพวกถังฮ่าวก็ได้กลิ่นเลือดคละคลุ้ง

        ภายในโกดังกว้างมีศพผู้หญิงผอมแห้งสองศพเลือดที่ไหลออกมาจากร่างกายของพวกเธอยังไม่แห้งสนิทดีและภายในห้องกว้างที่อยู่ด้านในยังมีศพชายเปลือยกายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ บนร่างกายของเขายังมีขาแมงมุมติดอยู่สองขา

        ใต้เตียงก็มีรอยเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทเช่นกันและชายคนนี้ก็หมดลมหายใจไปแล้ว!

        โอวหยางมี่มี่เผยตัวออกมาจากสถานะล่องหนพวกเขาทั้งสามออกค้นหาทั่วโกดังเพื่อยืนยันว่าศัตรูได้หลบหนีไปแล้ว!

        “ให้ตายเถอะไอ้พวกสารเลวนี่ได้หนีไปแล้ว!” โอวหยางมี่มี่กล่าวอย่างโกรธเคืองก่อนจะทุบกำปั้นลงบนเตียงขนาดใหญ่ จนเกิดหลุมลึกขึ้นมาทันที!

        “ไม่ต้องร้อนใจพวกมันหนีไม่รอดหรอก!” ถังฮ่าวกล่าวเสียงเย็น

        จากนั้นก็เอื้อมมือไปคว้าขาแมงมุมสองขาของศพชายที่เปลือยกายบนเตียงแล้วดึงออกมาอย่างแรงเขากำมันไว้ในมือ หลังจากนับหนึ่ง สอง สาม แล้วก็พลันมีเสียงของระบบก็ดังขึ้น

        “ติ๊งตรวจพบวัตถุพลังงานระดับต่ำ โฮสต์ต้องการเสริมพลังหรือแปลงค่า”

        แปลงค่า!

        ถังฮ่าวเลือกแปลงค่าทันทีอย่างไม่ลังเล!

        หญิงสาวทั้งสองพอเห็นขาแมงมุมอวบหนาสองขาหายไปจากมือของถังฮ่าวแล้วก็ไม่ได้ประหลาดใจแต่อย่างใดเพราะพวกเธอเห็นเรื่องประหลาดเช่นนี้มามากจนเคยชินแล้ว!

        หากวันใดถังฮ่าวไม่สามารถเสกอาวุธกระสุน หรืออาหารออกมาได้ พวกเธอก็คงต้องแปลกใจมากกว่า

คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน