เสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา

    จุดจบของศักดิ์ศรี และการคลานกลับมาของตระกูลหลิน


    รุ่งเช้าที่คฤหาสน์ตระกูลหลินไม่ได้เต็มไปด้วยความสงบสุขเหมือนอย่างเคย แต่กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความพินาศ หลินเจิ้ง นั่งกุมขมับอยู่หน้าโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารแจ้งระงับสินเชื่อและการถูกฟ้องล้มละลายจากคู่ค้าเกือบทุกเจ้าภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ธุรกิจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตกำลังพังทลายลงเหมือนโดนอาวุธหนักถล่มอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
    "พวกแกไปทำอะไรมา! บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!" หลินเจิ้งแผดเสียงก้องห้องโถง จน แม่เลี้ยงเฉิน และ หลินอวี่ ที่เพิ่งเดินนวดหน้าออกมาต้องสะดุ้งสุดตัว
    "ก็... ก็แค่ไปหาอีซูหว่าน จะไปทวงบุญคุณที่มันทิ้งพ่อไปเสวยสุขไงคะคุณพี่" แม่เลี้ยงเฉินตอบเสียงสั่น พยายามรักษาท่าที
    "บุญคุณเหรอ!? พวกแกไปทวงบุญคุณหรือไปรนหาที่ตายกันแน่!" หลินเจิ้งขว้างแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะจนเสียงดังสนั่น "คำสั่งระงับวงเงินทั้งหมดมาจากมู่กรุ๊ป! ประธานมู่สั่งเชือดไก่ให้ลิงดู และไก่ตัวนั้นก็คือฉัน! เพราะพวกแกไปราวีลูกเมียเขาจนเขาหมดความอดทน!"
    หลินเจิ้งรู้ดีในอกว่าซูหว่านไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น ที่เธอพาลูกสาวหนีออกจากบ้านไปดิ้นรนข้างนอกก็เพราะทนการจิกหัวใช้และความร้ายกาจของสองแม่ลูกนี้ไม่ไหว แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือความ "หวงก้าง" ของประธานมู่ที่รุนแรงกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
    "แต่งตัวซะ! แล้วไปขอโทษซูหว่านกับฉันที่คฤหาสน์มู่เดี๋ยวนี้!" หลินเจิ้งสั่งเสียงเฉียบ
    "ไม่นะพ่อ! จะให้หนูไปกราบเท้าอีพี่สาวนอกคอกนั่นเหรอ หนูไม่ทำ!" หลินอวี่กรีดร้อง
    "ถ้าไม่ทำ แกก็เตรียมตัวไปนอนข้างถนนได้เลยหลินอวี่! เพราะพรุ่งนี้บ้านหลังนี้จะโดนยึด!" คำประกาศของหลินเจิ้งทำให้สองแม่ลูกหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ทั้งคู่ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำตามคำสั่งด้วยความแค้นใจ
    การเผชิญหน้า ณ ถิ่นมังกร
    ที่คฤหาสน์มู่ บรรยากาศยามเช้าดูสดใสกว่าปกติ มู่เฉิง ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานนั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องรับแขก โดยมี ซูหว่าน ในชุดเลขาสีสุภาพยืนเช็กตารางงานอยู่ข้างๆ และ เสี่ยวเป่า ที่นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่บนพรมหนานุ่ม
    เมื่อบอดี้การ์ดเข้ามารายงานว่าตระกูลหลินมาขอพบ มู่เฉิงเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา "ให้เข้ามา... แต่อย่าเพิ่งให้ใครนั่ง จนกว่าผมจะอนุญาต"
    หลินเจิ้งเดินนำลูกเมียเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อมผิดกับทุกที เมื่อเห็นซูหว่านยืนอยู่ข้างประธานมู่ในสภาพที่ดูสง่างามและได้รับการคุ้มครองอย่างดี หลินเจิ้งก็รู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก แต่แม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่กลับจ้องซูหว่านด้วยตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ หากไม่มีสายตาคมกริบของมู่เฉิงคอยกดไว้
    "ประธานมู่ครับ... ผมหลินเจิ้ง พ่อของซูหว่าน วันนี้ผมมาเพื่อขอโทษแทนคนในครอบครัวที่ล่วงเกินคุณซูหว่านและคุณหนูเสี่ยวเป่าครับ" หลินเจิ้งก้มหัวลงต่ำ
    มู่เฉิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ความเงียบนั้นกดดันจนหลินอวี่เริ่มสั่น "พ่อของซูหว่านงั้นเหรอ? ผมจำได้ว่าคุณปล่อยให้ลูกสาวแท้ๆ ออกไปลำบากและโดนเมียใหม่รังแกมานานหลายปี... วันนี้บริษัทจะเจ๊งเพิ่งจะนึกได้ว่าเป็นพ่อเหรอ?"
    คำพูดแทงใจดำของมู่เฉิงทำให้หลินเจิ้งน้ำท่วมปาก เขาหันไปถลึงตาใส่เมียและลูกสาว "ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้!"
    ศักดิ์ศรีที่พ่ายแพ้ต่อความจริง
    แม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่จำใจคุกเข่าลงต่อหน้าซูหว่าน "ซูหว่าน... น้าขอโทษ น้าไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาไม่ดีวันก่อน น้าแค่... แค่เป็นห่วงน่ะจ้ะ" แม่เลี้ยงเฉินพูดลอดไรฟัน
    "หนู... หนูขอโทษค่ะพี่ซูหว่าน ต่อไปหนูจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว" หลินอวี่พึมพำ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายที่ต้องมาหมอบกราบคนที่เธอเคยดูถูกว่าเป็นขี้ข้าในบ้าน
    ซูหว่านมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า เธอไม่ได้รู้สึกสะใจ แต่รู้สึกสมเพชมากกว่า "ฉันไม่ต้องการคำขอโทษหรอกค่ะ เพราะฉันอโหสิกรรมให้พวกคุณนานแล้ว แต่ที่ฉันยอมออกมาใช้ชีวิตเอง ก็เพื่อให้เสี่ยวเป่าไม่ต้องโตมาท่ามกลางคำด่าทอของคุณ"
    เสี่ยวเป่าเดินเข้าไปเกาะขาแม่จ๋าแล้วมองหลินเจิ้ง "คุณตาจ๋า... ถ้าคุณตาอยากให้พ่อมู่ช่วย คุณตาต้องสัญญานะจ๊ะว่าจะไม่ให้ยักษ์สองตัวนี้มาแกล้งแม่จ๋าอีก ไม่อย่างนั้นเสี่ยวเป่าจะสั่งให้เทพเจ้าลงโทษจริงๆ ด้วย!"
    ข้อตกลงของมังกรเผด็จการ
    มู่เฉิงวางถ้วยกาแฟลงเสียงดัง แก๊ง! "เอาล่ะ ในเมื่อซูหว่านไม่เอาเรื่อง ผมก็จะให้โอกาสคุณหลินเจิ้งสักครั้ง"
    หลินเจิ้งเงยหน้าขึ้นด้วยความหวัง "ขอบคุณครับประธานมู่! ขอบคุณมากครับ!"
    "แต่..." มู่เฉิงเว้นจังหวะ "ผมจะเทกโอเวอร์บริษัทของคุณหลินเจิ้งทั้งหมด และเปลี่ยนให้เป็นบริษัทในเครือมู่กรุ๊ป โดยที่คุณหลินเจิ้งจะมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น ส่วนคุณสองคน..." เขาหันไปมองแม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่ "ห้ามเข้าใกล้รัศมี 1 กิโลเมตรรอบตัวซูหว่านและเสี่ยวเป่าอีก ถ้าผมเห็นแม้แต่เงา... ผมจะส่งพวกคุณไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างจังหวัดในสภาพที่ไม่มีอะไรติดตัวไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!"
    ข้อเสนอที่เหมือนการยึดอำนาจเบ็ดเสร็จทำให้ตระกูลหลินอึ้งไป แต่หลินเจิ้งไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ เขาตกลงรับเงื่อนไขทันทีเพื่อรักษาลมหายใจสุดท้ายของธุรกิจไว้
    หลังจากพวกตระกูลหลินกลับไป มู่เฉิงเดินเข้ามาหาซูหว่านที่ยังยืนนิ่งอยู่ "จากนี้ไป... จะไม่มีใครกล้าทำร้ายคุณได้อีก แม้แต่คนที่มีนามสกุลเดียวกับคุณ" เขากระซิบพลางแตะไหล่เธอเบาๆ
    ซูหว่านเงยหน้ามองเขา "ขอบคุณนะคะที่ทำขนาดนี้เพื่อฉัน"
    "ผมทำเพื่อเลขาฯ ของผมต่างหาก อย่าคิดมากไปเลย" มู่เฉิงรีบแก้เก๊กแล้วเดินกลับเข้าห้องทำงานไป ทิ้งให้ซูหว่านยิ้มออกมาบางๆ กับความปากไม่ตรงกับใจของประธานหนุ่ม แต่ในมุมมืดของคฤหาสน์... เงาของนักพรตทมิฬที่เริ่มฟื้นตัวกำลังเฝ้ามองภาพความสุขนี้ด้วยสายตาที่เคียดแค้นยิ่งกว่าเดิม!

    คล้ายกับเรื่องเสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา ที่คุณอ่าน