สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    ตอนที่50 เมืองหยกงาม

    เสียงของดาบสีดำนับสิบทิ่มแทงไปยังร่างเนื้อของมนุษย์อย่างโหดร้าย
    หนิงเทียนใช้ร่างที่ไร้วิญญาณของฉางอินเป็นโล่กำบังดาบสีดำนับสิบพร้อมทั้งกระโดดถอยออกอย่างรวดเร็ว
    ดวงตาของมันหรี่แคบลงอย่างดุร้ายมันไม่รู้สึกผิดในการกระทำเช่นนี้ออกไปแม้แต่น้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นชีวิตของมัน

    ขณะเดียวกันจิตสังหารของมันพุ่งทะยานเข้าปกคลุมไปทั่วพื้นที่พร้อมทั้งกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นปนด้วยความอำมหิต

    “จงไปตามทางของพวกเจ้าซะ ถ้าไม่เช่นนั้นจงจำใบหน้าของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ไว้ให้ดี เพราะข้าจะไม่หยุดสังหารพวกเจ้า จนกว่าข้าจะสิ้นลม” คำกล่าวของหนิงเทียนเต็มไปด้วยจิตสังหาร


    แม้ว่าพวกมันจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจภาษาของมนุษย์ก็ตามที แต่ด้วยจิตสังหารที่รุนแรงของหนิงเทียนนั้นทดแทนคำพูดได้เป็นอย่างดี แมงป่องหางดำส่วนใหญ่พลันหยุดกีบหน้าของมันลงด้วยความหวาดกลัว

    ขณะที่แมงป่องหางดำตัวใหญ่คล้ายกับเป็นหัวหน้ากลุ่มกำลังส่งเสียงให้เป็นสัญญาณอะไรบางอย่างให้แก่พรรคพวกของมัน
    หนิงเทียนเห็นท่าทีสับสนของพวกมันเช่นนั้น จึงได้โอกาส กระโดดถอยหลังออกโดยเร็ว ก่อนจะโยนร่างที่ไร้วิญญาณของฉางอิงออกไปเป็นเหยื่อล่อ เพื่อสร้างโอกาสหลบหนีออกโดยไว

    ร่างไร้วิญญาณของฉางอินลอยไปตกตรงหน้าของฝูงแมงป่องหางดำ พวกมันจับจ้องด้วยความหิวโหย ก่อนพุ่งตัวด้วยสัญชาตญาณของสัตว์เดรัจฉัน เข้าแย่งกันกัดกินซากศพอย่างบ้าคลั่ง อวัยวะทุกส่วนถูกฉีกกระชากออกจากร่าง เพียงพริบตาเดียว ร่างของฉางอินหายไปไม่เหลือแม้แต่กระดูก

    เห็นภาพเช่นนั้นหนิงเทียน ระบายลมหายใจออกมา ประกายตาเศร้าลงเล็กน้อย มันเก็บขวดหยกสีเขียวลงไปในแหวนมิติ พร้อมกับล้วงแผนที่หนังสัตว์ออกมาดูก่อนจะพึมพำกับตัวเอง ‘เมืองหยกงาม’ พร้อมกับหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบเฉียบ


    ขณะเดียวกันฝูงแมงป่องหางดำที่รุมกินซากศพของฉางอิน จู่ๆร่างของพวกมันแข็งค้างไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ตัวเดียว ชั่วลมหายใจต่อมาร่างกายอันน่าเกลียดของมันค่อยๆละลายทีละน้อย
    ไม่มีเสียงของแม้แต่เสียงร้องที่ออกปากของพวกมัน ราวกับว่าจิตใจของมันได้ตกตายไปก่อนร่างกายแล้ว ไม่นานนักร่างของแมงป่องหางดำนับสิบตัวหายไป ปรากฎแอ่งน้ำพิษสีเขียวขนาดใหญ่ไหลชะโลมทั่วพื้นทราย ก่อนที่จะค่อยๆเหือดแห้งไปด้วยอากาศที่ร้อน



    .....
    ในหุบเขาปิดภายใต้กำแพงที่สูงเด่น รั้วที่สร้างจากเหล็กหลอมประดับประดาด้วยหยกต่างสีมากมาย ตั้งอยู่ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน เพียงมองเพลินๆก็บ่งบอกได้ถึงความร่ำรวยของผู้คนในเมืองได้
    แต่เนื้อแท้ของเมืองที่ประดับประดาไปด้วยหยกนั้นกลับแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง
    บนท้องถนนเต็มไปด้วยเศษกองขยะและกลุ่มยาจกมากมายที่นั่งเรียงรายขออาหารกันเป็นแนวยาว
    ถ้ามองไปรอบๆเมืองจะเห็นเพียงเด็กและคนชราเท่านั้น


    ภายในปราสาทที่สง่างาม ชายฉกรรจ์ร่างเตี้ยเปลือยกายท่อนบน นั่งอยู่บนที่พำนักอันหรูหรา มือขวาของมันกำลังยกสุราเลิศรสเข้าไปในปาก ส่วนมือซ้ายกำลังโอบกอดอิสตรีที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยร่องน้ำตา

    “เอาสุรามาให้ข้าเพิ่ม” ชายร่างเตี้ยตะโกนสั่งทหารของมัน
    “ท่านเจ้าเมือง เราไม่มีสุราเขียวขจีเหลืออยู่แล้วขอรับ” ทหารในชุดเกราะกล่าวตอบ
    เพ้งงง!!!!
    ชายร่างเตี้ยโยนจอกสุราลงพื้นด้วยความโมโห พร้อมกล่าวออก“ม่ออู่ ส่งคนไปเมืองไห่หนาน ซื้อสุราเขียวขจีมาให้ข้าอีก100ลัง”
    “แต่ว่าท่านเจ้าเมือง สุราเขียวขจีมีราคาถึงลังละ10000เหรียญทองเลยนะขอรับ” ทหารในชุดเกราะนาม ม่ออู่ กล่าวออกด้วยความลำบากใจ

    “ข้าสั่งเจ้าก็ไปทำอย่าได้สู่รู้ให้มากนัก” มันกล่าวออกอย่างไร้อารมณ์
    “ขอรับ” ม่ออู่รับคำอย่างจนใจ

    “ม่ออู่สตรีที่เจ้าจับมาให้ข้าเมื่อวาน มันช่างโง่เง่าเสียจริงไม่ทันไรก็ชิงฆ่าตัวตายไปแล้ว เจ้าจงไปหามาให้ข้าใหม่ ในส่วนแรงงานขุดหยก ถ้าไม่พอ เจ้าไปจับผู้ชายมาเพิ่มได้เลย ไม่ต้องถามความเห็นข้า
    ตราบใดที่มีเงินเข้าคลังเพียงพอ ตำแหน่งแม่ทัพของเจ้าไม่มีทางสั่นคลอน ฮ่าฮาฮาๆ” เมื่อกล่าวจบมันหัวเราะออกอย่างบ้าคลั่ง

    ทหารอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับคุกเข่าลง “ท่านเจ้าเมือง วันนี้ท่านจะดูการประลองมนุษย์หรือไม่พวกเราจับหมีดำตัวใหญ่มาได้”


    “ไม่ต้องวันนี้ข้าเบื่อๆ ข้าจะไปหาเสี่ยวซวง” กล่าวจบมันรุกเดินไปทันที เวลาผ่านไปชั่วครู่มันไม่ได้ตรงไปยังห้องนอนแต่อย่างใด เวลานี้มันกลับมาหยุดอยู่หน้าคุกเหล็กที่ป้องกันด้วยประตู2ชั้น
    “วันนี้อาการนางเป็นอย่างไรบ้าง” มันถามออกกับยามที่เฝ้าหน้าประตู

    “อาการของนางแปลกขึ้นทุกวันเลยขอรับ นางไม่ได้กินอาหารตลอดเวลา3เดือนที่ผ่านมาแต่ที่น่าแปลกคือร่างกายของนางไม่มีทีท่าจะอ่อนแรงเลยและพลังฝึกตนของนางกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวัน เมื่อเช้าท่านยายโหยว นำหินมาวัดระดับพลังของนางอยู่ที่องครักษ์ขั้น9แล้วขอรับ”ทหารยามรีบกล่าวรายงานอย่างละเอียด
    ได้ฟังรายงานเช่นนั้นเจ้าเมืองลี่หลิน(เจ้าเมืองหยกงาม)ก้าวเดินลงไปยังคุกใต้ดินที่ป้องกันอย่างแน่นหนา
    เพียงชั่วครู่มันมาหยุดอยู่เบื้องหน้า เด็กสาวที่ไร้สตินางถูกจับตึงแขนทั้งสองไว้กับโซ่เหล็ก
    เจ้าเมืองลี่หลินมองไปยังรูปร่างโค้งเว้าได้รูป ผมที่ยาวสลวย ใบหน้าที่ขาวบริสุทธิ์ ริมฝีปากบาง แม้จะอยู่ในสภาพที่ไร้สติใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา ยังนับได้ว่านางนั้นงดงามประดุจรูปปั่นน้ำแข็งที่เย็นเยือก

    เห็นเช่นนั้น มันใช้มือลูบไล้ไปยังใบหน้าที่ขาวบริสุทธิ์ “เสี่ยวซวงนะเสี่ยวซวง อีกไม่นานเจ้าจะเป็นของข้า” กล่าวจบมันหันตัวกลับพร้อมสั่งไปยังทหารยาม “ไปเรียกแม่เฒ่าโหยว มาหาข้า”

    ไม่นานนัก หญิงชราที่มองผ่านๆอายุไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยปี เดินโค้งค่อมหลังเข้ามา“ท่านเจ้าเมืองเรียกหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
    “แม่เฒ่าโหยวทักษะลบความทรงจำของท่านต้องใช้เวลาอีกแค่ไหน นี้ก็ผ่านมา3เดือนแล้ว ข้าต้องการนาง” มันกล่าวถามอย่างเร่งรีบ

    “ท่านเจ้าเมือง อย่าได้ใจร้อนไปอีกเพียงไม่นาน นี้ก็ผ่านมา95วันแล้ว ทักษะลบความทรงจำของข้าต้องให้นางสูดกำยานหลงลืมตลอด99วัน เวลานี้เหลืออีกเพียง4วันเท่านั้น ท่านจะได้ทั้งภรรยาแสนสวยที่จงรักภักดีอีกทั้งยังเป็นนักฆ่าไร้จิตสำนึกอีกด้วย”หญิงชราแซ่โหยวกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิในผลงานของตัวเอง
    สามวันต่อมา ณ. ประตูเมืองที่สูงเด่นประดับไปด้วยหยก เสียงของล้อเกวียนดังกระทบพื้นเป็นช่วงๆ ผู้คนมากมายที่หลงเสน่ห์สีสันของรูปลักษณ์ภายนอกต่างทยอยเข้าเมืองกันโดยหวังที่จะทำการค้า

    “เจ้า เป็นใคร” ทหารยามยังคงตรวจตราอย่าเข้มงวด
    “พี่ทหารข้าเดินทางมาที่นี้เพราะได้ยินชื่อเสียงของเมืองลี่หลินว่าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของหยก”
    “ถอดผ้าคลุมหัวเจ้าของ”ทหารอีกคนกล่าวสั่งเสียงแข็ง
    มันระบายลมหายใจออกมาก่อนจะดึงผ้าคลุมที่ปิดศีรษะตนเองออก ปรากฎให้เห็นใบหน้าของหนิงเทียนภายใต้ผ้าคลุมนั้น“พี่ชายข้าเข้าไปได้หรือยัง”

    “ยัง เจ้าต้องจ่ายค่าเข้าเมืองมาก่อน 10เหรียญทอง” ทหารยามกล่าวออกด้วยสายตาที่โหดเหี้ยม

    “พี่ทหาร ไม่ใช่ว่าข้าไม่ยากให้เงินท่านนะ แต่ว่าข้าจะบอกอะไรให้พี่ทหารได้ฟังอย่างหนึ่ง ตัวข้านั้นเป็นคนอัปโชค ถ้าผู้ใดได้เหรียญทองข้าไป คนผู้นั้นจะต้องดวงจู๋ไปนานเลยละ” หนิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ได้ยินเช่นนั้น ทหารยามบังเกิดอาการกลัวขึ้นภายในใจ มันนั้นเป็นผู้รับเงินก็จริงแต่เงินทุกเหรียญทองจะถูกส่งไปให้ท่านเจ้าเมืองทั้งหมด ในขณะที่มันกำลังจะกล่าวผ่อนปรนให้แก่หนิงเทียนนั้น

    ‘ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆ’ เสียงหัวเราะดังลั่นออกมาจากภายในประตูเมือง เจ้าของเสียงหัวเราะนั้นค่อยๆเดินตรงมายังหนิงเทียน
    ทหารยามทั้งหมดในบริเวณนั้นยืนตรงแสดงความเคารพพร้อมกล่าวออก “แม่ทัพม่อ”

    ม่ออู่เพียงพยักหน้าแก่เหล่าทหาร พร้อมทั้งกล่าวออก “เจ้าหนุ่ม เจ้าบอกว่าเงินของเจ้ามันอัปมงคลใช่หรือไม่”
    “ถูกต้องแล้วท่านแม่ทัพ” หนิงเทียนกล่าวตอบอย่างแย้มยิ้ม

    “ไร้สาระ คำโป้ปดของเจ้าหลอกลวงได้เพียงทหารยามเท่านั้น ส่งเงินมาข้าจะรับไว้เอง” ม่ออู่กล่าวออกด้วยท่าทีดุร้าย

    หนิงเทียนจำใจหยิบเงิน10เหรียญทองให้แก่ม่ออู่พร้อมกับกล่าวเตือนอีกครั้งหนึ่ง “อย่าได้โทษข้านะท่านแม่ทัพ ถ้าเกิดโชคชะตาของท่านมันไม่ดี”กล่าวจบมันเดินหายเข้าไปในเมือง


    ในระยะเวลา3วันที่ผ่านมา อาการบาดเจ็บของหนิงเทียนดีขึ้นกว่า5ใน10ส่วน แต่พลังปราณในร่างของมันพึ่งจะเติมเต็มดวงตะวันได้เพียงดวงเดียวเท่านั้น ยังเหลืออีกถึงเจ็ดดวงมันถึงจะสร้างรากฐานกลายเป็นปราชญ์อย่างแท้จริง


    หนิงเทียนคำนวณคราวๆมันต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งเดือนถึงจะเติมเต็มทั้งแปดดวงและใช้พลังปราณได้เหมือนเดิม ในระหว่างที่มันคล้ายกับเป็นคนพิการนี้มันต้องระวังตัวเป็นอย่างมาก

    และด้วยเหตุผลเช่นนี้มันจึงต้องปลอมตัวแฝงเข้ามากับกลุ่มพ่อค้า แต่เมื่อมันได้พบกับแม่ทัพม่ออู่แล้ว ความหนักใจของมันก็คลายลง แม่ทัพของเมืองลี่หลินเป็นเพียงองครักษ์ขั้น1เท่านั้น

    หนิงเทียนใช้เวลาเดินสำรวจทั่วทั้งเมืองลี่หลินอยู่ชั่วครู่ และก็เป็นไปตามที่มันคาดคิดระดับเฉลี่ยของทหารในเมืองนี้แข็งแกร่งกว่าพวกชนเผ่าต่างๆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    มันยังใช้เวลาอีกเกือบชั่วยามเพียงเพื่อสำรวจสำนักหรือขุมกำลังที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองนี้ แต่แล้วมันพบว่าเป็นม่ออู่ที่แข็งแกร่งที่สุดเมืองนี้

    เวลานี้การที่มันต้องต่อสู้กับแดนองครักษ์ขั้น1 นั้นเพียงแค่ร่างกายและกระบวนท่าก็เพียงพอแล้วที่จะล้มพวกมันลงได้ คิดออกเช่นนั้น หนิงเทียนไม่รอช้า มันตรงไปยังจวนเจ้าเมืองทันที



    บริเวณใจกลางคฤหาสน์เจ้าเมือง ปรากฏฝูงชนนับร้อยคนรวมกลุ่มกันอยู่ สีหน้าของแต่ละคนตกอยู่ในความหวาดกลัว บ้างก็อยู่ในความคลุ้มคลั่ง
    “ปล่อยหมีดำออกมา” สิ้นเสียงของเจ้าเมือง ทหารยามนับสิบส่งแรงดึงโซ่เหล็กเปิดกรงของสัตว์เดรัจฉานออก
    “ใครสังหารหมีดำตัวนี้ได้ ข้าจะให้รางวัล100เหรียญทองทั้งยังไม่ต้องไปทำงานเหมืองหยกอีกต่อไป
    พวกเจ้าจงสร้างความบันเทิงให้แก่ข้า เพราะมันจะเป็นทางรอดเดียวของพวกเจ้า” สิ้นเสียงของเจ้าเมืองลี่หลิน
    หมีดำที่เป็นสัตว์ป่าขั้น2 พุ่งเข้าฉีกร่างชาวบ้านทีละคนสองคน เสียงกรี๊ดร้อง โหยหวนดังขึ้นอย่างน่าอเนจอนาถ

    หนิงเทียนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเฉยเมย มันไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เป้าหมายในการมาครั้งนี้ของมันเพื่อช่วยเหลือคนรักของฉางอินเท่านั้น ไม่ใช่มาเพื่อปลดปล่อยผู้คนเหลานี้

    เวลาผ่านไปชั่วกาน้ำเดือด ไม่ว่าจะด้วยโชคชะตาหรือความบังเอิญ หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านได้ใช้มีดแทงยังกลางหน้าผากหมีดำ

    ตุ้บบบ!!! ร่างอันใหญ่ยักษ์ของหมีดำล้มลงกับพื้น

    “ข้า....ข้าทำได้” ชายฉกรรจ์ตะโกนออกมาด้วยความดีใจ ขณะที่มันกำมีดที่เปื้อนเลือดของหมีดำไว้แน่นคล้ายว่าถ้ามันปล่อยมีดลง หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามันเป็นผู้สังหารจะหายไป
    เจ้าเมืองลี่หลินคำรามออกมาด้วยความโกรธ “บัดซบเจ้าสารเลวนั้น บังอาจสังหารหมีดำของข้า ทหาร!! จับมันไปสังหาร”

    “อย่า......อย่าเข้ามา”ชายฉกรรจ์ร้องอออกเสียงหลง พร้อมทั้งหันไปกล่าวด้วยท่าทีหวาดกลัวอย่างสุดแสน “ท่านเจ้าเมือง ท่าน...ข้าสังหารหมีดำได้ ทำไมท่านถึงผิดคำพูด”


    “น่าเบื่ออะไรเช่นนี้...” สุ้มเสียงดังออกมาจากกลุ่มของชาวเมือง ปรากฏเป็นร่างของหนิงเทียนกำลังก้าวออกมาหยุดยืนท่ามกลางฝูงชน

    “หืมม? เจ้าว่าอย่างไร” เจ้าเมืองลี่หลินถามออกอย่างไม่เชื่อหู มันไม่คาดคิดว่าจะมีคนกล้าต่อต้านมัน

    “ดูเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูด ข้าหมายถึง ข้าเบื่อที่จะดูการแสดงตลกของเจ้าอีกแล้ว” มุมปากของหนิงเทียนยกขึ้นอย่างน่าหวาดกลัว

    “สารเลว กล้าขัดขืนข้าตาย.... ทหาร!! ฆ่ามัน” สิ้นเสียงของเจ้าเมืองทหารนับสิบกรูกันเข้าใส่หนิงเทียนทันที


    หนิงเทียนไม่เพียงแต่จะปลายตามองด้วยซ้ำ ดินแดนนักรบขั้นที่7และ8 นับว่าเป็นเพียงมดในสายตาของมัน
    หนิงเทียนปล่อยหมัดออก ด้วยวิชากายาเทพอสูรของมัน แม้จะมิได้ใช้ลมปราณส่งเสริมก็เพียงพอแล้วที่จะสังหารเหลาทหารมดในหนึ่งหมัด


    ปัง!!! ร่างกายของทหารที่พุ่งเข้าใส่ถูกหมัดขวาของหนิงเทียนส่งร่างให้ลอยล่องไปตกยังเบื้องหน้าเจ้าเมืองลี่หลิน

    เห็นเช่นนั้นทหารที่เหลือหยุดชะงักเท้าแข็งพวกมันไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อยแตกต่างจากชาวบ้านโดยรอบอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของพวกมันเริ่มมีสีเลือดขึ้นราวกับว่าพวกมันได้พบนักบุญที่ยิ่งใหญ่เดินทางมาโปรดพวกมัน
    “เฮ้!!! ท่านนักบุญมาโปรดพวกเราแล้ว!!!”“จริงๆด้วยพวกเรารอดแล้ว??”“ข้าไม่อยากเชื่อเลย ในที่สุดฟ้าก็เปิดให้พวกเรา?!!!”“ฮื่อๆ ขอบคุณสวรรค์!”
    เสียงโห่ร้องสรรเสริญปะปนกับเสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นไม่หยุด

    ทันใดนั้นเสียงตวาดก้องดังลั่นไปทั่วจวนเจ้าเมือง “หุบปากเจ้าพวกโง่!!!!!”
    สายตาของหนิงเทียนเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “คิดว่าข้ามาเพื่อช่วยพวกเจ้า?อย่าได้ฝันเลย ข้าละเกลียดพวกที่ชอบพึ่งพาแต่คนอื่นเป็นที่สุด พวกสวะชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าตายไปสักพันสองพันคน โลกนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย"

    คราวนี้มันเปล่งเสียงที่ดังยิ่งกว่าทุกครั้งจนทั่วทั้งบริเวณ "คนที่เอาแต่รอคอยความช่วยเหลือจากผู้อื่นอย่างพวกเจ้านะ เน่าตายไปก็ไม่มีใครสนใจ ”

    คล้ายกับเรื่องสงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก] ที่คุณอ่าน

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357