ช่วงที่เฉียนไป๋ฮวากำลังท้อง ครอบครัวพี่ชายของเฉียนหลงก็มากินอาหารร่วมกันทุกสัปดาห์ พี่สะใภ้ตอนนี้ก็สนิทสนมกับเฉียนไป๋ฮวามากเช่นกัน เธอมองว่าไป๋ฮวาคือน้องสาวอีกคน ทำให้ทั้งคู่มีเรื่องพูดคุยกันไม่น้อย แถมเสื้อผ้าที่ร้านนั้นเฉียนไป๋ฮวายังเลือกชุดสวย ๆ ให้พี่สะใภ้กับพี่ชายต้าหลงอีกไม่น้อย เธอบอกว่าถ้าอยากได้เสื้อผ้าก็ไม่ต้องซื้อที่อื่น มาเอาที่ร้านได้เลย อย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่พี่สะใภ้เห็นว่าเป็นของซื้อของขาย พวกเขาจึงอยากจ่ายเงินให้เฉียนไป๋ฮวา ทำเอาเฉียนหลงต้องเข้ามาช่วยพูดเรื่องนี้อีกแรงหนึ่ง เพราะภรรยาเขากำลังท้องเขาจึงไม่อยากขัดใจเธอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม
เฉียนต้าหลงกับภรรยาเห็นว่าน้องชายขอร้อง พวกเขาจึงเก็บเงินเอาไว้แล้วขอบคุณน้องสะใภ้คนดีของพวกเขา พวกเขารู้ดีว่าชื่อเสียงของร้านน้องสะใภ้นั้นดังมากขนาดไหน ที่โรงเรียนเธอยังมีคนแต่งตัวมาอวดแล้วบอกว่าซื้อจากร้านน้องสะใภ้ เธอเองก็ได้แต่ดีใจกับน้องสะใภ้ที่ค้าขายได้เป็นอย่างดี เธอไม่มีหัวด้านนี้จึงไม่คิดจะขอคำปรึกษาเรื่องเปิดร้านเหมือนน้องสะใภ้ เธอชอบเป็นครูสอนนักเรียนเช่นนี้มากกว่า ด้านสามีที่ทำงานในโรงไฟฟ้าก็ยิ่งคิดเหมือนกัน เขาที่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ใช้เสื้อผ้าจากร้านน้องชาย แต่ในเมื่อเป็นความปรารถนาดีของพวกเขา เฉียนต้าหลางเองก็ได้แต่รับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม ยิ่งแม่ของเขาเล่าให้ฟังเรื่องครอบครัวน้องสะใภ้อีก พวกเขายิ่งเป็นห่วงเธอไม่น้อยเช่นกัน เรื่องทนายที่ไปจัดการให้ก็ยังไม่เรียบร้อย ด้วยคดีครอบครัวแบบนี้จะไม่ได้เร่งด่วนเหมือนคดีอื่น จึงทำให้เสียเวลาในการทำไม่น้อยเช่นกัน
ด้านแม่เฉียนเองก็คอยให้กำลังใจและช่วยลูกชายดูแลลูกสะใภ้ที่กำลังท้องกำลังไส้ ตอนนี้เฉียนไป๋ฮวาเริ่มใส่ชุดคลุมท้องแล้ว ด้วยว่าเธอท้องเข้าเดือนที่สี่แล้วนั่นเอง แถมท้องนี้เธอไม่ได้แพ้ท้องเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เธออยากกินแต่ของหวานเท่านั้น ทำเอาแม่เฉียนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของลูกสะใภ้ เธอจึงกำหนดให้เฉียนไป๋ฮวากินได้แต่น้อยในแต่ละวัน ซึ่งเฉียนไป๋ฮวาก็เข้าใจดีว่าพวกท่านเป็นห่วงเธอจริง ๆ เฉียนไป๋ฮวาจึงไม่ดื้อรั้นนักในเรื่องนี้ อย่างไรลูกสาวเธอเธอก็อยากให้ได้รับสารอาหารมากกว่าขนมพวกนี้เช่นกัน
ตอนนี้เฉียนไป๋ฮวาได้รับความรักความอบอุ่นที่พ่อกับแม่เฉียนแสดงออกกับเธออย่างจริงใจ เธอยังคิดว่าเหตุใดเธอไม่พบพวกเขาในชาติก่อนเร็วกว่านี้ เธอจะได้ไม่หลงมัวเมากับเรื่องที่ครอบครัวนั้นเป่าหูเธอจนทำให้สามีเสียใจจนต้องเลิกรากันไปในชาติที่แล้ว พอมาถึงชาตินี้เธอจึงอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนในครอบครัวแม่สามีเช่นกัน เพื่อตอบแทนความรักความเอาใจใส่จากพวกท่าน
เฉียนหลงเห็นภรรยามีความสุขกับการอยู่กับพ่อแม่ของเขา เขายิ่งดีใจไม่น้อย ในอนาคตหากเขาเก็บเงินได้สักก้อน เขาจะหาซื้อบ้านหลังใหญ่ ๆ เอาไว้อยู่กับครอบครัวของเขาแน่นอน รวมทั้งพี่ใหญ่ของเขาเขาก็อยากให้ทุกคนมาอยู่ร่วมกันมากกว่าการแยกบ้านเช่นปัจจุบันนี้ ถึงแม้พวกเขาจะเจอกันทุกวันหยุด แต่ก็ไม่เหมือนการอยู่บ้านหลังเดียวกัน เขาอยากให้ลูก ๆ ใกล้ชิดกับลูกพี่ลูกน้องเพื่อที่โตมาทุกคนจะได้ช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกันได้เหมือนเขากับพี่ชาย
เดี๋ยวนี้การไปรับของที่สถานีรถไฟจะเป็นเฉียนหลงกับพ่อเป็นคนไปรับ ตอนนี้ที่ร้านติดโทรศัพท์แล้วจึงทำให้การสื่อสารของพวกเขาเป็นไปอย่างราบรื่นในการสั่งสินค้าเข้าร้าน เจ้าของตึกเองก็ใจดีที่ไม่หักห้ามพวกเขาจากการติดตั้งโทรศัพท์ แน่นอนว่าเฉียนไป๋ฮวายังไม่ได้บอกสามีเรื่องเธออยากซื้อตึกนี้เอาไว้เอง เธอแอบถามราคาจากเจ้าของตึกแล้วว่าหากอยากซื้อตึกนี้ต่อก็จะต้องใช้เงินหนึ่งหมื่นหยวนซึ่งถือว่ามากสำหรับคนทั่วไป แต่ไม่ได้มากสำหรับเฉียนไป๋ฮวาที่ทำบัญชีอยู่ทุกวันนี้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้พวกเขาเปิดร้านมาได้เกือบครึ่งปีแล้ว ทรัพย์สินของครอบครัวก็มีมากกว่าสองหมื่นหยวน หากเธอต้องการซื้อก็สามารถซื้อได้เลย แต่เธอรอคุยกับสามีเสียก่อนจะดีกว่า ในเมื่อตึกนี้ก็มีห้องว่างอีกหลายห้อง หากพี่ชายเขากับครอบครัวจะเข้ามาอยู่ด้วยเธอก็สามารถต่อเติมด้านหลังร้านได้อีกหลายห้องเช่นกัน
เฉียนไป๋ฮวาคิดจะเก็บเงินอีกสักหนึ่งเดือนค่อยคุยกับสามีของเธอเรื่องซื้อตึกนี้และให้ทุกคนมาอยู่ร่วมกัน พวกเขาจะได้ช่วยเหลือกันได้อย่างใกล้ชิดด้วย เฉียนหลงที่ไม่รู้ความคิดภรรยา เขาได้แต่ทำงานของเขาอย่างมีความสุข ด้วยว่าช่วงนี้มีคนนำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้เขาซ่อมไม่น้อย ทำให้เฉียนหลงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายนาฬิกาอีกนับสองถึงสามเท่าตัว ด้วยว่าในเมือง S นี้ไม่มีใครรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเลยแม้แต่ร้านเดียว ส่วนใหญ่ถ้าพังแล้วพวกเขาก็ทิ้งแล้วซื้อใหม่เท่านั้น ทำให้กิจการของเฉียนหลงดีวันดีคืนเช่นกัน
เมื่อครบเดือนที่เฉียนไป๋ฮวาคิดเอาไว้ เธอคุยกับสามีเรื่องซื้อตึกหลังนี้และต่อเติมหลังร้านให้เป็นห้องนอนและห้องน้ำเพิ่มขึ้นอีกเพื่อเอาไว้ให้ทุกคนอยู่ร่วมกัน เฉียนหลงไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะวางแผนเอาไว้แล้ว เขาดีใจมากจริง ๆ ที่เรื่องที่เขาคิดเอาไว้เป็นความจริงไวขนาดนี้ เขาเองก็เห็นว่าตึกนี้ทำเลดีมากขนาดไหน เขาจึงไม่คัดค้านภรรยาถ้าเธออยากทำเพื่อครอบครัว
เฉียนไป๋ฮวาเห็นว่าสามีไม่ขัดข้องเธอจึงนัดกับเจ้าของตึกเพื่อซื้อขายตึกเสียเลยในวันต่อมา วันนี้เฉียนหลงฝากร้านเอาไว้กับพ่อและแม่ เขาและภรรยาจะไปทำเรื่องโอนตึกและถอนเงินออกมาไว้ใช้จ่ายในการต่อเติมตึกด้านหลัง พ่อกับแม่เฉียนพอรู้ว่าลูกสะใภ้รองคนนี้คิดถึงทุกคนในครอบครัวก็ได้แต่ยิ่งรักและพอใจกับเธอมากขึ้น พวกเขาไม่คิดว่าเวลาเพียงแค่ครึ่งปีพวกเขาจะได้เป็นเจ้าของตึกเสียแล้ว นับว่ากิจการค้าของครอบครัวเป็นไปอย่างดีจริง ๆ