ตอนที่ 125 ปากถ้ำที่ถูกปิดผนึก
หลังจากนอนพักอยู่ร่วมห้านาที เชนก็สามารถใช้แขนพยุงตัวขึ้นนั่งได้แล้ว แม้อาการปวดล้าจะยังคงมีอยู่แต่ก็พอให้เขาใช้แขนได้บ้างแล้ว ส่วนปราณเองเพราะได้ยาของฟางหรูทำให้ฟื้นฟูกลับมาหกเจ็ดส่วนแล้ว ดูท่ายาเม็ดนั้นต้องเป็นของดีไม่น้อย เมื่ออาการทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเขาจึงปลดยมทูตทมิฬออกในตอนนี้เอง'ท่านี้มันหวังผลได้ก็จริง แต่ผลสะท้อนก็หนักเอามากๆ ถ้าไม่วิกฤตจริงๆอย่าเอามาใช้เลยดีกว่า'เชนขยับแขนไปมาพร้อมกับคิดในใจ"ดีขึ้นแล้วเหรอคะ?"เชนหันไปตามทิศทางของเสียง จึงเห็นฟางหรูที่ก่อนหน้านี้ขอตัวไปเดินสำรวจโถงถ้ำ กำลังเดินกลับมาหาเขา"อืม ดีขึ้นเยอะแล้ว ขอบคุณสำหรับยานะ ช่วยได้มากเลย""เชนดีขึ้นก็ดีแล้วล่ะค่ะ..แต่วิชาที่เชนใช้เมื่อครู่น่ะ จนกว่าจะเข้าสู่ขั้นพื้นฐานเชนอย่าใช้อีกจะดีกว่านะคะ"ฟางหรูกล่าวแนะนำออกไปอย่างเป็นห่วง ต่อให้เชนไม่บอกว่าทำไมเขาถึงอยู่ในสภาพนี้ เธอเองก็พอจะคาดเดาได้..กลิ่นอายที่วิชานั้นระเบิดออกมามัน..ทรงพลังเกินกว่าที่ขั้นสามัญจะเป็นผู้ใช้ออก"นั่นสิ ใช้แล้วต้องนอนเดี้ยงแบบนี้ไม่สนุกเลย แต่เอาจริงๆมันก็มีข้อดีอยู่นะ""ข้อดี? ข้อดีอะไรคะ?"ฟางหรูกล่าวอย่างงุนงง"ก็ดีตรงที่ได้หรูหรูมาเป็นพยาบาลส่วนตัวไง ไหนจะคอยเช็ดแขน ป้อนน้ำให้อีก แถมมือก็ยังนุ่ม..โอ๊ย!"เชนกล่าวไม่ทันจบก็ต้องสะดุ้งพร้อมกับแหกปากร้องลั่น เพราะขณะนี้ฟางหรูที่หน้าแดงน้อยๆกำลังนั่งคุกเข่าบิดเอวเขาเต็มแรง ดูท่าเธอจะเขินที่เชนกล่าวหยอกล้อไม่น้อย"โอ๊ย! เบาๆหรูหรูเนื้อจะหลุดแล้ว!"เชนร้องโอดโอยอยู่หลายอึดใจ ฟางหรูจึงได้ปล่อยมือจากเอวของเขา พร้อมกับลุกขึ้นยืนหันหลังให้เชน"บ้า.."เสียงเบาๆดังมาจากฟางหรูที่กำลังหันหลังให้เขา นั่นทำให้เชนที่กำลังลูบเอวตัวเองยิ้มออกมาน้อยๆอย่างอารมณ์ดี..ฟางหรูกับเชนพูดคุยกันอยู่อีกสักพักก็ตัดสินใจที่จะนั่งพักทานอาหารกันที่นี่ ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางต่อ"ไปสำรวจรอบๆมาเจออะไรบ้างไหม"เชนถามขึ้นขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารกระป๋องที่ฟางหรูเอาออกมาจากกระเป๋ามิติ ส่วนเสบียงของเขาน่ะเหรอ? เขามีแค่เนื้อแห้งถุงหนึ่งติดกระเป๋าเท่านั้น พอฟางหรูเห็นเช่นนั้นเลยหยิบอาหารกระป๋องออกมาให้เขาแทน ดูท่าเขาต้องหากระเป๋ามิติมาใช้สักใบแล้ว"ไม่มีอะไรเลยค่ะ ที่นี่เป็นแค่โถงถ้ำว่างเปล่า"ฟางหรูกล่าวตอบหลังจากเคี้ยวอาหารกลืนลงคอไปแล้ว ดูท่าอาจารย์ของเธอจะสอนมารยาทมาอย่างดีเลยทีเดียวทั้งคู่ทานอาหารกันอยู่ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อเตรียมตัวทุกอย่างจนเสร็จ ทั้งสองก็พากันเดินมาหยุดอยู่หน้าวังวนสีทองที่กำลังหมุนอย่างเชื่องช้านั้นทั้งสองหันหน้ามามองกัน"ไปกันเถอะ"เชนกล่าว แล้วทั้งสองก็ก้าวเท้าเหยียบเข้าไปในวังวนที่ไม่ทราบจะพาพวกเขาไปยัง ณ ที่แห่งใด.. ความรู้สึกอันคุ้นเคยเมื่อเหยียบย่างเข้าไปในวังวนปรากฏขึ้นกับตัวเขาอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในสถานที่อันแปลกประหลาดอันไร้แรงโน้มถ่วง รอบๆไม่มีสิ่งใดอยู่เลย คงมีเพียงแสงสีทองที่ปรากฏอยู่ทั่วทุกทิศทางความรู้สึกนี้ช่างสบายอย่างประหลาดจนเขาต้องเผลอหลับตาลงทุกครั้งไป แต่เพียงผ่านไปอึดใจ ความรู้สึกอันแสนสบายนี้ก็ได้หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกว่าเท้าของเขาได้เหยียบสัมผัสอยู่บนพื้นอีกครั้งเชนลืมตาขึ้น ทำให้เขาเห็นว่าขณะนี้เขาและฟางหรูได้อยู่ในโถงถ้ำแห่งหนึ่ง เป็นโถงถ้ำที่ทอดยาวไปราวกับทางเดิน ด้านหลังของพวกเขาไม่มีวังวนที่พาพวกเขาเข้ามา มีเพียงความมืดมิดของถ้ำที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ราวกับว่าต้องการจะบอกให้พวกเขาเดินตรงไปด้านหน้าเท่านั้น ห้ามเดินถอยกลับ และ..ณ สุดปลายของทางเดินนั้น สายตาของฟางหรูและเชนก็กำลังจ้องเขม็งไปที่นั่น สุดปลายของทางเดินเป็นทางตัน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาทั้งสองกำลังจ้องไปนั่นคือตรงฐานของมัน นั่นเพราะตรงฐานของทางตันนั้นมี..ปากถ้ำแห่งหนึ่งอยู่!ด้วยระยะที่ห่างไปพอสมควรทำให้เชนและฟางหรูมองเห็นได้ไม่ชัดนัก นั่นทำให้ทั้งสองรีบมุ่งตรงไปยังปากถ้ำแห่งนั้นในทันที เสียงฝีเท้าสองคู่ดังก้องไปทั่วบริเวณอย่างเป็นจังหวะ เพียงไม่นานพวกเขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าปากถ้ำ นั่นทำให้พวกเขาเห็นว่าทางตันแห่งนี้สูงมากราวกับหน้าผา ถ้าให้คาดเดาคงมีความสูงไม่ต่ำกว่าห้าสิบเมตรอย่างแน่นอน นั่นยิ่งทำให้ปากถ้ำตรงหน้าของพวกเขานั้นยิ่งดูโดดเด่นขึ้นไปอีกแต่..พวกเขาไม่ได้สนใจทางตันอันสูงลิบนั้นเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะพวกเขาเอาแต่จับจ้องไปยังปากถ้ำเบื้องหน้า ถ้ามองไปยังเชนและฟางหรูในขณะนี้ จะเห็นเพียงความงุนงงและความไม่เข้าใจบนใบหน้าของพวกเขา นั่นเพราะปากถ้ำแห่งนี้ที่มีขนาดสูงเพียงราวๆสามเมตรนั้น กลับถูกแผ่นหินอันเรียบกริบปิดผนึกปากถ้ำไว้จนไม่สามารถเข้าไปได้!เชนและฟางหรูหันมามองหน้ากัน"พอเรามาโผล่ที่นี่ ปากถ้ำนี่ก็เป็นจุดเด่นชัดที่สุด ราวกับมันจะบอกว่าให้พวกเรามาตรงนี้..แต่ปากถ้ำกลับถูกปิดไว้?"เชนกล่าวด้วยความสงสัยขณะมองแผ่นหินเรียบกริบที่ปิดผนึกปากถ้ำไว้ฟางหรูเธอเองก็งุนงงไม่แพ้กัน ทุกอย่างมันบอกว่าปากถ้ำแห่งนี้คือจุดหมายที่พวกเธอต้องมา แต่มันกลับถูกปิดผนึกไว้?ในขณะที่เชนกำลังตรวจสอบปากถ้ำนั่นเอง สายตาของฟางหรูก็เหลือบไปสะดุดกับอะไรบางอย่างข้างปากถ้ำ จนเธอต้องเลิกคิ้วสูงแล้วเดินเข้าไปดู และนั่นทำให้เธอตาเบิกกว้างพร้อมกับรีบหยิบแผ่นครึ่งวงกลมสีแดงส้ม ที่ได้มาจากร่างของอสูรแมกมาขึ้นมาถือไว้ พร้อมกับยื่นมันออกไปเหมือนกำลังเทียบอะไรบางอย่างตรงผนังถ้ำจุดนั้น"เชนคะมาดูนี่!"เสียงตื่นเต้นของฟางหรูเรียกความสนใจของเชนให้ผละจากการสำรวจปากถ้ำ ให้หันไปมองเธอ นั่นทำให้เขาเห็นฟางหรูที่กำลังพลิกแผ่นครึ่งวงกลมนั้นไปมาหลายๆมุม เหมือนกำลังเทียบแผ่นครึ่งวงกลมนั้นกับอะไรบางอย่าง"เจออะไรเหรอหรูหรู?""ดูนี่สิคะ"ฟางหรูหันมาหาเขาพร้อมกับชี้ไปที่ผนังถ้ำข้างปากทางเข้า นั่นจึงทำให้เชนรีบเดินไปยืนด้านข้างฟางหรูแล้วมองไปยังจุดที่เธอชี้ บริเวณนั้นก็เหมือนกับผนังถ้ำจุดอื่นๆ เป็นหินขรุขระแบบฉบับผนังถ้ำทั่วไป แต่ตรงจุดที่ฟางหรูชี้ไปนั้นกลับมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปจนเชนต้องหรี่ตามอง นั่นคือ..รอบประทับรูปวงกลม!รอยประทับนี้ ประทับลึกลงไปในเนื้อหินเพียงไม่กี่เซนติเมตร มองจากไกลๆจึงแทบมองไม่เห็น"รอยประทับแบบนี้มัน..ไม่น่าจะเกิดขึ้นตามธรรมชาตินะ"เชนกล่าว นั่นเพราะรอยประทับนี้มันกลมสมส่วนมาก ราวกับว่ามีคนเอาตราประทับรูปวงกลม มาประทับไว้เลยทีเดียว"เชนดูนี่นะคะ.." ฟางหรูกล่าวพร้อมกับเอาแผ่นครึ่งวงกลมสีแดงส้มในมือวางลงไปในรอยประทับ และนั่นทำให้เชนต้องเอามือขึ้นมากุมคางครุ่นคิด นั่นเพราะแผ่นครึ่งวงกลมนั้น มันมีขนาดพอดีกับรอยประทับอย่างพอดิบพอดี ไม่มีขาดเกินเลยแม้แต่น้อย!"..มันพอดีกันเลยค่ะ เหมือนกับว่าแผ่นครึ่งวงกลมนี่..เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน"เชนมองตราประทับนั้นสลับกับปากทางเข้าที่ถูกปิดไว้ ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจแล้วว่ามันเป็นอะไรยังไง"ถ้าฉันคิดไม่ผิด ฉันว่าแผ่นครึ่งวงกลมที่เราได้มานี่คงจะเป็น..กุญแจ กุญแจเพื่อเข้าไปในปากถ้ำที่ถูกปิดผนึกนี่"เชนกล่าวสิ่งที่เขาคาดไว้ออกมา แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่เข้าใจ.."ถ้าเป็นอย่างที่เชนว่า..งั้นรอยประทับวงกลมนี้ก็เป็นแม่กุญแจ ส่วนแผ่นครึ่งวงกลมที่เราได้มาก็เป็นลูกกุญแจสินะคะ..""อืม"เชนตอบรับออกไป ดูท่าฟางหรูเองก็จะเข้าใจในสิ่งที่เขางุนงงแล้วเช่นกัน"..งั้นก็แปลว่าเรามีกุญแจอยู่แค่ครึ่งหนึ่ง แล้วอีกครึ่งมันอยู่ไหนล่ะคะ?"ใช่..ถ้าแผ่นครึ่งวงกลมนี่คือกุญแจ นั่นก็แปลว่าพวกเขาถือกุญแจไว้เพียงครึ่งเดียว และเพียงแค่นี้ก็ไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นกุญแจเพื่อปลดผนึกปากถ้ำแห่งนี้ นั่นเพราะตอนที่ฟางหรูเอาแผ่นครึ่งวงกลมนี้ใส่เข้าไปในรอบประทับก็ไม่เกิดอะไรขึ้น นั่นคือสิ่งยืนยันว่ากุญแจเพียงครึ่งเดียวยังไม่เพียงพอแล้วถ้าอย่างนั้น..กุญแจอีกครึ่งล่ะ อยู่ที่ไหน?"เรื่องนั้น..""อยู่นี่ไง"ไม่ทันที่เชนจะกล่าวอะไรมากไปกว่านั้น ก็ได้มีเสียงปริศนาดังขึ้นมาจากทางเดินถ้ำอันมืดมิดไร้แสง ตรงด้านหลังที่พวกเขาปรากฏตัวจากวังวนก่อนหน้านี้!