นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ละอะไรๆ มันก็เริ่มเข้าที่เข้าทางไปหมด ตัวผมเองก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับทุกคนให้มากขึ้น จากตอนแรกไม่ค่อยสนิทกับใครตอนนี้ก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว อาจจะมองว่าผมปีสองแล้วนะยังจะมาหาเพื่อนเพื่ออะไรอีก ก็เพราะว่าผมไม่ได้ชอบกับการอยู่กับคนที่ไม่รู้จักน้องจากน้องคนนั้น
อาทิตย์ที่ผ่านมาผมอาสาไปรับไปส่งน้อง ตอนแรกน้้องก็ไม่ยอม แต่ผมบอกเหตุผลๆปน้องก็รับฟังและยอมทำตามผม ผมไม่รู้ว่าวันไหนไอ้น็อตมันจะคึกแล้วทำเื่บ้าๆอีก ผมไปรับส่งน้องทุกวัน เวลาว่างก็พาไปกินข้าว จากที่ไม่สนิทตอนนี้ก็กับกลายเป็ว่าสนิทกันมากขึ้น
พอได้รู้จักมันอีกมุมมองนึง ดูๆแล้วมันก็น่ารักเหมือนกันนะ บางทีผมก็แอบหวั่นไหวเหมือนกันนะหรือจริงๆผมอาจจะชอบมันไปแล้วก็ได้
"กูมีไรจะเหลา ให้พวกมึงได้ฟัง" ไอ้โอมพูดพร้อมกับตบไปที่โต๊ะไม้หินอ่อนหนึ่งที
"อะไรอะ ดินสอหรอ เหลาเผื่อด้วยดิ วันนี้มีสเก็ตภาพของสมรด้วย กูเบื่อชิบหาย" ไอ้กายส่าพร้อมกับหาดินสอมาให้ไอ้โอมเหลา
"คนละเหลากาย เดี๋ยวกูจะเหลาหัวมึง" โหดดีนะโอม
"โธ่ กูก็คิดว่าจะเล่นมุขเคลิ้มกับกูซะอีก" ทำหน้าผิดหวัง
"พอเหอะมุขเคลิ้มมึงอะ แต่เอามาดิกูเหลาให้" มึงก็เอากับมันด้วยเนาะไอ้โอม
แฮร่~ พวกผมก็ต้องตบมุขให้มัน
"มีเื่อะไรเล่าว่ามา" ผมพูดในขณะที่พวกมันเงียบกันได้สักพัก
"จำน้องมิกได้มั้ย" ไอ้โอมถามผม
"จำได้"
"จำได้ขึ้นใจเลยแหละ อันนี้ไอ้กัสฝากบอก" เงียบปากไปไอ้กาย ไม่พูดไม่มีใครหาว่าใบ้หรอกนะ
"ห่าไร กูพูดแค่จำได้ มึงอะพูดมั่วไปเอง"
"แหมลู ลูชอบใครทำไมเพื่อนจะดูไม่ออก" ไอ้กายหันหน้าไปมองไอ้โอม
"อาการกูออกหรอว่ากูชอบ" ผมถามพร้อมกับเลิกคิ้วสงสัย ที่สงสัยเพราะว่าอาการของผมมันออกขนาดนั้นเลยหรอ ผมยังไม่รู้ใจตัวเองเลยว่าชอบไม่ชอบ แต่การกระทำคือชอบแล้วหรอ
"เหลาดิกาย"
"ได้เลยเพื่อนโอม พี่น้องที่ไหนวะคอยไปรับไปส่งกันอยู่ตลอด พี่น้องอะไรวะคอยซื้อของให้กันอยู่บ่อยๆ พี่น้องอะไรน้าที่ชอบซื้อลูกอมมาฝากเพราะกลัวว่าน้องนั่งเรียนนานๆ แล้วจะง่วง แบบนี้เรียกพี่น้องอะไรน้า" พูดก็พอกาย หน้าไม่ต้อง
"อ...อะไร กูแค่ทำตามหน้าที" ทำหน้าเลิ่กลัก
"หน้าที่หยัง?" ไอ้กายมันถามผม
"กะ....ก็ ไอ้น็อตไง ไอ้น็อตมันชอบมาแบบคอยแกล้งน้อง คอยรังควานน้องอยู่" หาข้อแก้ตัวไปเรื่อย
"อืม อ๋อหรอ แต่อาทิตย์ที่ผ่านมานี่มึงทั้งนั้นเลยนะที่รังควานน้องอะ ดูทรงน้องก็ไม่เต็มใจด้วย" อย่าพูดมั่วไอ้โอม มันเต็มใจต่างหาก
"ละ...แล้วไงอะ กูทำด้วยใจ ไม่ได้หวังให้ใครมาชอบสักหน่อยหนิ" ทำหน้างอนใส่แม่งเลย จับผิดกันอยู่ได้
"หรอ แต่มึงชอบ?" โอมไม่ต้องขยี้
"ป่าว"
"โอ๊ย บักห่าหนิแหมะ ชอบก็ชอบ กูสิไปว่ามึงเฮ็ดหยัง โตมึง หัวใจมึง มึงสิมักไผชอบไผมันก็เฮื่องของมึง" ภาษากลางก็ได้กาย ไม่ต้องภาษาบ้านเกิดเราหรอก
"เป็ไง โดนด่าเป็ภาษาอีสานเลย" ไม่ต้องย้ำไอ้โอม
"กูฮู้ แต่ฮ้องมิแฟนแล้ว กูสิไปมักเขาได้จะได๋ บักกาย สิให้กูไปเป็ชู้นำ" ในเมื่อมันมาอีสานผมก็อีสานกลับไปเลยดิ
"แสดงว่ามึงยังไม่รู้อะไร" ไอ้โอมทำหน้าดีใจ
"อะไรอีกล่ะ" ผมถามมันกลับ
"น้องเขาเลิกกับแฟนแล้ว นี่แหละเื่ที่กูจะบอกมึง" มันตีเข้ามาที่มือของผม
"มึงรู้ได้ไง" ผมถามเพื่อความมั่นใจ
"รู้ดิ ก็แฟนน้องเขาอะเป็เพื่อนรุ่นน้องในกลุ่มๆ ของพวกกู นางบอกว่าแฟนน้องไปมีอะไรกับคนอื่นตอนที่น้องไม่อยู่ แล้วที่พีคไปกว่านั้นคือน้องรู้เื่ทุกอย่างแล้วก่อนหน้านี้ แต่แค่เพราะรักน้องเลยไม่อยากเลิกอยากให้ฝ่ายผู้หญิงเป็คนบอกเลิกก่อน" โอมมันพูดพร้อมกับทำหน้าจริงจัง
"หรอวะ งั้นก็แสดงว่าน้องเขาต้องรักแฟนเขามากๆแน่เลยว่ะ ถึงขั้นว่ารู้แล้วแต่ก็ยังที่จะคบต่อ"พูดถูกไอ้กาย
"นี่แหละหนา ที่เขาเรียกว่าความรักมักทำให้คนตาบอด" ไอ้โอมมันพูดขึ้นมา
"อื้ม แล้วตอนนี้น้องเป็ไงบ้าง" ผมถามมันเพราะความเป็ห่วง
"ก็เห็นมันบอกว่า น้องดีขึ้นนะแค่ไม่ค่อยคุยกับเพื่อนๆ เหมือนแต่ก่อน"
"คงเจ็บอยู่แหละ"
"แต่มีอีกเื่นะ กูได้ข่าวมาว่าไอ้น็อตมันไปปล่อยข่าวว่า มึง ไอ้กัส" อะไรอีกไอ้โอม
"กู กูทำไม" ผมพูดพร้อมกับชี้ที่ตัวเอง
"มันบอกว่ามึงคือต้นเื่ที่ทำให้น้องมันเลิกกัน"
"ไอ้สัดน็อต กูต้องทำยังไงกับมันดีวะ มันถึงจะได้เลิกระรานกับกูสักที" ผมถึงกับต้องกุมขมับไห้คนอย่างมันเลยจริงๆ
"กูว่า มันยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวันว่ะ" ไอ้โอมพูด
"ทำไมอะ ข้อหนักหรอ ข้อไก่อะหรอ" รำคาญไอ้กายแล้วนะตอนนี้
"ไม่เล่นสักอันดิกาย" ทำหน้าเบื่อหน่าย
"โหโอม ก็ไม่อยากให้เครียดกันนี่หน่า"
"ตอนแรกก็ไม่เครียดหรอก เครียดมุขมึงนี่แหละ มุขไม่ฮาพาเพื่อนเครียด"
"แฮะๆๆ"
"แล้วมึงเอาไงต่อลู" ไอ้โอมมันหันกลับมาถามผม
"กูว่ากูจะไปหาน้องเขา"
"ไปตอนนี้เนี่ยนะ"
"ยัง รอเลิกเรียน ว่าจะบอกว่าพาไปกินชาบู เพราะน้องมันชอบชาบู"
"เอานะมึง มึงจะได้คะแนนก็ตอนนี้นี่แหละ รู้ปะเวลาที่คนเราเศร้าอะ ในความรู้สึกลึกๆ มัน้าใครสักคนที่คอยมาอยู่ข้างๆ กัน" ไอ้โอมพูดให้กำลังใจผม
"กูเชียร์มึงบักหำน้อย มึงสิได้ผู้สาวส่ำน้อยคนนี้มา" ไอ้กายตบมาที่ไหล่ของผม
"เขาเป็ผู้บ่าว"
"นั่นแหละ บักปึ๊กสู้เขา"
"เออ อีกอย่างนะ หำกูบ่ได้น้อยเด้อ หรือมึงสิอยากลองดูเอาก็ได้เด้อ กูบ่ติด กูอยากจะฮู้คือกันว่าทางนั้นกับทางนี้มันต่างกันจั๋งได๋" ผมพูดพร้อมกับทำหน้าใส่มัน
"มึงหยุดความคิดนี้เลยนะไอ้ลู ไอ้เหี้ย ไอ้เพื่อนชั่ว เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อนเว้ย" ทำหน้ากลัวผม
"ฮ่า~"
"ไอ้กายหน้าแดงแล้วไอ้กัส" ไอ้โอมพูดขึ้น
"แดงพ่อมึงดิ กูไปละ ี้เีไร้สาระกับพวกมึง กูจะอ้วกขยะแขยง"
"สิไปไสล่ะ บักหำน้อย" ผมะโถามมันที่ตอนนี้มันเดินหนีผมไปแล้ว
"น้อยพ่อง!"ไอ้กายวิ่งหางจุกตูดไปแล้ว
"ไปเหอะ ขึ้นเรียนกัน"
ผมลืมบอก บ้านเกิดพวกผมอยู่ขอนแก่นเด้อ
Part mikkee
ไม่มีใครเขาตายเพียงเพราะคนอื่นไม่รัก
มีแต่คนที่ตายเพราะไม่รักตัวเอง
รักคนอื่นมากไป มากกว่ารักตัวเอง
รักเอง เจ็บเอง จะไปโทษ
หัวใจเป็เรา ไม่ใช่ของเขา
ผมนั่งฟังเพลงนี้มาตลอดั้แ่ผมอกหักมา เมลไม่ใช่รักแรกของผมนะครับ แต่เมลคือคนแรกในทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างของผม อะไรที่ผมกลัว อะไรที่ผมไม่กล้าทำ เมลพาผมทำทุกอย่างเลย มีเมลแล้วผมรู้สึกอุ่นใจยังไงไม่รู้
"มึง เลิกเรียนแล้ว กลับห้องเหอะ"
"...."
"มึง"
"....."
"ปล่อยมันไปเหอะตรี มันอยากเศร้าปล่อยมันไป" ไอ้เน่มันพูดว่าผม
"แต่เวลานี้ มันก็้าเพื่อนๆ มั้ย"
"ถ้ามัน้าพวกเราจริงมันไม่ปล่อยให้พวกเราเป็ห่วงมันแบบนี้หรอก อกหักไม่ถึงตายนะ เศร้าได้แต่อย่าเยอะ ทำตัวให้มันพอดี ร้องให้ให้พอแล้วกลับขึ้นมาทำตัวเองใหม่ซะ"
"มึงไม่ใช่กูไม่รู้หรอก"
"กูรู้ ใจคนเรามันจะมาเหมือนกันได้ไง มึงนั่งร้องให้แล้วเมลมันกลับมาหามึงมั้ยล่ะ"
"มึงใจเย็น"
"ในขณะที่มึงนั่นร้องให้อะ เขาไปนั่งมีความสุขกับคนอื่นแล่ว"
"ไอ่เน่!"
"ทำไมวะ"
"จริงอย่างที่มันว่าแหละ กูมันเป็คนไม่ดี ไม่เคยทำอะไรให้เขาเลยสักอย่าง เขา้าอะไรกูไม่เคยมีให้เขาเลย"
"คนมันหมดใจมึง มันก็หาข้ออ้างไปเรื่อยแหละ"
"คิดได้ก็ดี กูเห็นว่ามึงเป็เพื่อนนะ เพื่อนคนอื่นเป็ไงไม่รู้ แต่มึงเพื่อนกูกูจะไม่มานั่งปลอบให้มึงรู้สึกสบายใจหรอก อยากร้องมากใช่มั้ย ร้องไปเลย ร้องไม่ต้องหยุดนะ"
"เน่!"
"กูเชื่อว่าสักวันนึงมึงจะต้องกลับมานั่งหัวเราะตัวเองในวันข้างหน้าว่าครั้งนึงมึงเคยร้องให้ฟูมฟายเพราะผู้หญิงคนเดียว"
"....."
"กูเคยมีแฟนมาก่อน กูรู้ ว่าการโดนนอกใจ การโดนบอกเลิกมันรู้สึกยังไง แต่จะทำไงได้วะ ในเมื่อฟ้ามันกำหนดมาแล้วนี่ว่ากูกับมันไม่ใช่คู่กัน ก็เหมือนมึงกับเมล ถ้ามันไม่ใช่ก็ไม่ใช่"
"แต่กูรักเขามากเลยนะ"
"รู้ ใครๆ ก็รักแฟนตัวเองกันทั้งนั้นแหละ แต่อยู่ที่ว่ามึงรักเขามากกว่าตัวมึงเองหรือมึงรักตัวมึงเองมากกว่าเขา กูบอกแล้วว่า ร้องให้ออกมาเลย ร้องออกมาให้สุด ร้องจนกว่าจะรู้สึกว่ามึงไม่ได้อยากร้องแล้ว"
"ขอบใจนะ"
"เออ มึงเพื่อนกูไม่เป็ไร จำไวนะ มึงกับเขาก็เหมือนเส้นคู่ขนาน ที่ไม่มีวันหาที่ลงได้"
"คมว่ะ"
"ฟ้ากำหนดมาแค่นี้เองมึง แค่นี้ก็ขอบคุณพระเ้าแล่ว ที่ทำให้เราได้รักกัน ถึงแม้จะไม่มีวาสนาให้ไปต่อ"
"อื้มม ขอบใจพวกมึงนะ"
"เออ กูกลับก่อนนะ "
"กูด้วย มึงจะไปกับกูเลยเปล่า"
"ยังอะ ไปก่อนเลย"
บายยย
ผมลากับเพื่อนๆ เสร็จ พวกมันก็เดินออกไปเหลือแต่ผมที่นั่งคอตกอยู่คนเดียว เอาจริงๆ ที่ไอ้เน่พูดมันก็ถูกแหละ ผมกับเมลมีวาสนาแค่ได้เจอกัน แต่ไม่มีวาสนาที่จะได้คู่ครองกันตลอดไป
ผมนั่งเหงาๆ อยู่ในห้องนี้มาเป็เวลาสองชั่วโมงแหละ คิดไว้แล้วแหละว่ากำลังจะกลับ ในขณะที่ผมกำลังเตรียมของจะกลับเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่าง
กึก กึก กึก
"ใครอะ"
"กูเอง"
"ใครล่ะ กูเองอะ"
"พี่เอง พี่กัส" ผมบอกมันไป
"เอ้า มาได้ไงเนี่ย"
ผมเปิดประตูให้พี่เข้ามาในห้องเรียนของผม
"ไง อกหักอ่อ"
"บ้านพี่เขาสอนให้ทักคนอื่นแบบนี้อ่อ"
"ไม่รู้ดิ เห็นได้ข่าวมา" ผมทำหน้าเหมือนไม่รู้เื่
"ข่าวไวเนอะ"
"อือ แล้วเป็ไงบ้าง"
"ก็ดี"
"ร้องให้อ่อ" ผมถามมัน
"มีใครบ้างที่เลิกกับแฟนแล้วจะไม่ร้องให้อะ"
"พี่ไง"
"หน้าอย่างพี่มีแฟนด้วยหรอ"
"เอ้า ไอ้นี่!"
"แล้วมาทำไร ไม่กลับบ้านอ่อ"
"ก็พอดี เพื่อนหนูไปบอกพี่อะว่าหนูนั่งร้องให้อยู่ในชั้นเรียนให้พี่มาดูให้หน่อย"
"นี่ อย่ามาเรียกว่าหนู หนูน่ะเขาใช้แทนตัวผู้หญิง"
"ทำไมอะ ใช้ได้เหมือนกันนั่นแหละ"
"ไม่อยากเถียงกับพี่ละ"ทำหน้าเบื่อๆ
"แล้วโอเคขึ้นยัง"
"ยังเลยว่ะ"
"เดี๋ยวมันก็ผ่านไป อกหักแค่นี้เอง"
"แค่นี้บ้าอะไรล่ะพี่"
"เออหน่า พี่จะไม่ถามว่ามิกโดนอะไรมา แต่พี่จะคอยอยู่ข้างๆ มิ้กเองในวันที่มิ้กไม่มีใครเข้าใจ"
ผมไม่รู้ว่าคำพูดของพี่แกคืออะไร แต่ทั้งสายตา หน้า และอารมณ์ที่พูดออกมา มันดูจริงจังและจริงใจโครตๆ เลย
"อืม ขอบคุณนะพี่"
"อื้ม หิวปะ"
"ไม่ค่อยหิวเลยว่ะ อกหักทีไร ไม่หิวแม่งทุกที"
"มานี่"
"ไปไหน"
"ชาบู"
"ก็บอกอยู่ว่าไม่ค่อยหิว"
"งั้นก็ถือว่าไปนั่งกินเป็เพื่อนพี่ล่ะกัน"
"อ่อ งั้นก็ได้"
"ปะ"พี่แกพูดพร้อมกับยื่นมือมาให้ผมจับ
"อื้ม"
ผมจับมือพี่เขาแล้วก็ลุกขึ้น
"สุกกี้จินดามั้ย"
"ไม่เอาอะ ไม่บุฟเฟ่ต์"
"เอ้า ไหนบอกไม่หิว"
"เออ ไม่อะ ไปฮอตพอทดีกว่า"
"โอเค ตามใจน้อง"
"จิ๊"
ผมกับพี่กัสก็เดอนคุยกันมาตลอดจากที่ห้องเรียนมายันที่รถ จากมหาลัยมาที่ห้างมันก็ไม่ได้ไปลจนถึงขนาดนั้นหรอกครับ ใช้เวลาไม่นานก็ถึงพอดี
วันนี้คิวไม่ยาวครับ มาถึงก็ได้เลือกที่นั่งทันที พอนั่งเสร็จพวกพี่ๆ พนักงานก็จะเดินมาถามว่ารับร้ำซุปอะไรดีครับ ส่วนตัวผมเองเนี่ยชอบกินน้ำซุปดำของญี่ปุ่น แต่ตัวพี่กัสดันบอกว่าอยากกินต้มยำ เลยจัดไปเลยสองช่อง
พอสั่งน้ำซุปก็ต่างคนต่างเดินไปหยิบของที่ตัวเองอยากกิน ส่วนตัวปมเองก็เป็อะไรไปไม่ได้นอกจากซูชิแล้วกิมจิ ตักมาเลยเยอะๆ พอมาถึงโต๊ะก็เห็นว่าพี่แกกดน้ำกดอะไรมาเรียบร้อยละ
"กินซูชิเยอะๆ เดี๋ยวไม่คุ้มนะ"
"ไม่เป็ไร ผมชอบ"
"ชอบพี่อะหรอ?"
"ซูชิ!"
"อะๆ นี่ๆๆ เป็เสื้อสไลด์อย่างพี่เมี่ยม ป้ายมันเขียนบอกว่า ถ้ากินแล้วเหมือนเราเล่นสไลด์เดอร์ตอนเด็กๆ อะ "
"ทำไมอะ"
"ฟินจนหยุดไม่อยู่"
"อันนี้พี่พูดเองเหอะ"
"ฮ่าๆๆๆ"
"กินๆๆ"
"ครับ"
"ขออันดิซูชิอะ"
"พี่ก็เดินไปตักกเองดิ"
"โห ใจร้ายจัง"
เกลียดสีหน้าอีพี่ตอนนี้ชิบหาย ทำหน้าทำตาอ้อนคิดว่าจะเห็นใจมั้ง มันดูตลกมากกว่าซะอีก
"อะ ให้อันนึง"
ผลสุดท้ายก็ให้
"ขอบคุณครับ"
ครืด ครืด ครืด
"แปปนะ ไอ้กายโทรมา"
"ครับ"
"ฮัลโหลว่า"
(บักหำน้อย เ้าคือไปถึงไสแล้ว)
"โอ๊ยเนาะ อีหยังที่ว่าไปถึงใสนี่อีหยังติ"
พี่เขาเป็คนอีสานหรอวะ
(โอ๊ย ก็น้องมิ้กอะไรน่ะ ได้คะแนนบ้างยัง)
"ยัง ตอนนี้กะลังเฮ้ดคะแนนอยู่ มีหยัง"
(บ่ๆๆๆ งั้นบ่
กวนแล้วเด้อ กูกะไอ้โอมแค่อยากรู้ซื่อๆ ว่าเพื่อนกูเนี่ยสิมีน้ำยานำคนอื่นเขาบ่)
"บักสะแตก แค่นี้แหละ"
ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด
"พี่เป็คนอีสานอ่อ"
"อื้ม บ้านเกิดพี่อยู่ขอนแก่นอะ"
"อ๋อ ขอถามไรอย่างได้ปะ"
"ได้ดิ หลายอย่างก็ได้"
"ถ้าจะบอกรักภาษาอีสานนี่บอกยังไงอะ"
"อยากรู้ไปทำไม จะมาบอกพี่อ่อ"
"หยุดหลงตัวเองก่อน"
"5555หรอ"
"แล้วตกลงมันพูดว่ายังไงอะ"
"สี้กันบ่!"