“ยัยเปรียว นี่หล่อนหายไปไหนมายะ พึ่งจะตื่นรึยังไง แล้วนั่นไปทำอะไรมาน่ะ...”
คนพูดพินิจพิจารณาดูหน้าของเพื่อนรัก ปรียานุชดูเหมือนจะปากแดงๆ เห่อๆ ผมเผ้าไม่ค่อยเรียบร้อยหลุดลุ่ย แถมยัง...ไปเอาเสื้อของใครมาใส่ล่ะนั่น...เมื่อคืนนี้ตอนที่ไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงกันนั้น เ้าหล่อนใส่เกาะอก และกางเกงขาสั้นจู๋ ตอนนี้มีเสื้อเชิ้ตสีลายแสบตามาคลุมทับไว้
“คือ...”
คนอย่างปรียานุชที่เป็คนช่างพูด กลับมาอึกๆ อักๆ แถมยังมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังระแวงระวังอะไร มันยิ่งทำให้คนถามยิ่งสงสัยหนักขึ้น
“อะไรของแก แล้วหายไปไหนทั้งวันทั้งคืน กลับมาป่านนี้ ห้องหล่อนก็ไม่กลับ ฉันไปเคาะห้องก็ไม่มี ไปไหนมา ลากใครไปกินในน้ำมาหรือเปล่าอะ ถึงหัวหูสภาพแบบนั้นน่ะ”
คำถามนั้นเล่นเอาเ้าหล่อนถึงกับสะดุ้ง อรนิตเลยยิ่งขมวดคิ้ว เพื่อนเธอขึ้นชื่อว่าเป็สาวเปรี้ยว เปรียวก็จริง แต่ปรียานุชเหมือนพวกดีแต่ปากมากกว่ากับเื่แบบนี้ ต้องรัญญาโน่น ขาโน้นน่ะไวไฟจริงจัง
“โอ๊ย...ไม่มีอะไรทั้งนั้นล่ะ เอ่อ...คือ...” ปรียานุชยังคงชะเง้อมองซ้ายทีขวาทีขณะที่คุยกับอรนิต ยิ่งทำให้อีกฝ่ายสงสัย
“เป็อะไรของแก แปลกๆ นะแกเนี่ย”
“พวกคนอื่นไปไหนกันหมดล่ะ”
“ไปนอน กับไปเที่ยว” อรนิตว่า พลางก้มมองนาฬิกาข้อมือ แล้วย่นจมูกน้อยๆ พลางคำนวณเวลาในใจ
“ฉันจะต้องไปเรียกธารกับยัยสีก่อนล่ะ นอนข้ามวันอีกคู่ล่ะ ส่วนยัยญากับอีตาไก่ อีกสักพักคงกลับมา”
“คือ...” ปรียานุชยังคงมองไปทางอื่นอย่างระวัง ไม่ได้มองหน้าเพื่อน พร้อมกับมือที่กุมคอเสื้อเชิ้ตสีลายแสบนั้นไว้แ่า เหมือนกับกลัวว่าจะเผยให้เห็นอะไรที่ซ่อนไว้อย่างนั้นล่ะ
“ถ้าฉันกลับก่อน พวกแกอย่าโกรธนะ จองตั๋วให้ทีสิยัยเต้ เอาแบบว่าด่วนมาก ด่วนที่สุด มีไหม?”
“เ้าหนี้ตามรึยังไงกันหล่อน”
“แล้วคืนนี้ ฉันขอไปนอนที่อื่นนะ คือ...แถวๆ นี้มีรีสอร์ตอื่นหรือเปล่า? ที่แกรู้จักอะ ให้คนขับรถไปส่งฉันหน่อยสิ”
“เดี๋ยวๆ นี่แกเป็อะไรไปน่ะ บอกกันก่อนยัยเปรียว หนีเ้าหนี้หรือยังไงกัน”
“ไม่ใช่เ้าหนี้ แต่ว่า...” ปรียานุชย่นจมูกเล็กน้อย หน้าของเธอแดงเรื่อขึ้นมาทันที อรนิตท้าวเอว พร้อมกับทำน้ำเสียงคาดคั้น
“แต่ว่าอะไร มีอะไรก็บอกกันสิ ฉันได้จะช่วย นี่จู่ๆ แกจะมาขอไม่นอนที่รีสอร์ตของฉัน แถมยังขอร้องอะไรแปลกๆ แบบนี้ มันต้องไม่ใช่เื่ธรรมดาแน่ๆ ที่รีสอร์ตของฉันมีอะไรที่แกไม่ชอบหรือยังไง หรือว่าแกเจอผี! ห้องแกมีผีเหรอยัยเปรียว ต้องผีแน่ๆ ทำหน้าเหมือนยั้งกะหนีผีแบบนี้”
อรนิตเริ่มทำหน้าซีด แล้วมองซ้ายมองขวาบ้าง ก่อนจะกระโจนเข้าไปใกล้เพื่อนรัก ปรียานุชที่กำลังระแวงระวัง ว่าจะเจอะเจอเข้ากับอริที่เธอหนีลิ่วมาทันทีที่ตัวเองตื่น เห็นหน้าเพื่อนแล้วก็อดหัวเราะขำไม่ได้
“เป็อะไรของแกน่ะยัยเต้”
“ก็แกน่ะ หนีอะไรล่ะ เ้าหนี้ก็ไม่ใช่...จะมีอะไรล่ะที่ทำให้เพื่อนต้องลุกลี้ลุกลนไม่อยากนอนที่นี่ขนาดนี้ ก็เจอผีอะสิ หรือว่าเจอแฟนเก่า” คำว่าแฟนเก่าเล่นเอาปรียานุชถึงกับหน้าซีด ก่อนจะแดงเถือกขึ้นมาทันที เท่านั้นล่ะ...
“เฮ้ย! นี่แกเจอแฟนเก่า? แฟนเก่าจริงๆ น่ะเหรอยัยเปรียว แฟนเก่ายังไง อะไรแบบไหน ไปมีั้แ่เมื่อไหร่ยะ”
“ไม่ใช่แฟน คือ...เค้าไม่ใช่แฟนฉัน แต่ว่า...แต่...ยังไงดีล่ะ”
“บอกมาให้หมด บอกมาให้หมดนะ”
อรนิตคว้าแขนเพื่อนรักหมับ พร้อมกับทำตาโต ปรียานุชอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ลังเลว่าจะเล่าให้ฟังดีไหม ก็เื่ของเธอกับตาบ้านั่น...จะไปเล่าให้ใครฟังได้กันล่ะ โอ๊ย...สุดจะเหลือเชื่อ
“พี่เต้ครับ พี่เต้ แขกอาละวาดใหญ่แล้วครับ แขกฝรั่งที่บ้านลมเพน่ะครับ ไม่รู้ว่าใครอุตริ เอาอะไรมาล็อก มาขวางประตูบ้านให้วุ่นวาย แขกออกมาไม่ได้ กำลังโวยวายใหญ่เลยครับพี่ พี่เต้!”
“บ้านลมเพ” ปรียานุชหน้าซีดลงไปอีก เธอจับแขนของอรนิตแน่น เมื่อเพื่อนรักทำท่าว่าจะหลีกไปหาพนักงาน ที่กำลังวิ่งหน้าเริดมาหา
“ยัยเต้...อย่าเพิ่งไป มานี่ๆ แกบอกให้พนักงานของแก ช่วยแขกของแกคนนั้นออกมาให้ช้าที่สุดนะ แล้วฉันจะเล่าทุกอย่างให้แกฟัง”
“หืม?” อรนิตขมวดคิ้ว หันมาทางเพื่อนที หันไปทางพนักงานที่วิ่งใกล้มาถึงแล้วที ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อปรียานุชตัดสินใจพูดโพล่งออกมา
“อีตาฝรั่งบ้าที่อยู่บ้านหลังนั้นน่ะ เค้ากำลังตามล่าฉันอยู่ แกห้ามปล่อยไอ้บ้านั่นออกมานะ ไม่อย่างนั้นฉันได้ถูกลากจับไปเป็เมียตาบ้านั่นแน่ๆ”
“หะ!”
.....................................................................................................................................................................
สายตาทั้งสี่คู่ กำลังมองจ้องเธอเป็ตาเดียว ปรียานุชกัดริมฝีปาก หน้าสวยนั้นแดงเถือกเลยทีเดียว ก็ต้องเล่าเื่น่าอายแบบนั้นให้เพื่อนๆ ได้ฟังแบบนี้...เื่ที่เธอต้องปิดไว้ตั้งหลายเดือนคนเดียว ขณะเดียวกันก็เหมือนโล่ง ที่ได้ระบายๆ อะไรออกไปบ้าง
“นี่แกกำลังจะเขียนนิยายหรืออะไรน่ะ ยัยเปรียว”
“ก็อยากจะเขียนอยู่หรอกนะ” ปรียานุชหัวเราะแค่นๆ “แต่มันเป็เื่จริงน่ะสิ”
“แกจะบอกว่าแกไปเจอฝรั่งมาเฟีย ที่ดั๊นเข้าใจผิดไปว่าแกเป็สาวอย่างว่า แกโดนเพื่อนนางแบบมันแกล้ง เอาแกไปโยนใส่ห้องเค้า...”
“อื้อ” ปรียานุชย่นจมูกน้อยๆ อรนิตกระแอมพลางเอ่ยขัดรัญญาขึ้น
“ฝรั่งมาเฟียที่ว่า หล่อโคตร”
“หล่อประมาณไหนอะ”
รัญญาหันขวับทันที ขณะที่ปรียานุชหน้าแดงก่ำ เมื่อไพล่ไปคิดถึงหน้าเขาแล้ว ก็พลอยคิดถึงอย่างอื่นไปด้วย แถมหนนี้มัน...ชัดเจนแจ่มแจ๋วเสียยิ่งกว่าครั้งแรกที่เธอเมาจนไม่เป็ท่า
“หล่อแบบ วัวตายยกฝูงอะแก”
“คนหรือว่าห่าวะนั่น” กำธรว่าขัด “เห็นล่ะวัวควายถึงกับตายกันเลยแบบนั้น”
“อย่านะแก ไอ้ไก่ หล่อมากจริงๆ ทั้งหล่อทั้งเท่ห์ แกน่ะไปว่าเค้า เห็นแล้วจะตะลึงนะแก ถ้าใช่อีตาที่อยู่บ้านลมเพล่ะก็ อื้อหือ...เปรียว...เพื่อน แกอย่าหนีเขาเลย” อรนิตยุ พร้อมกับทำท่าเคลิ้มๆ
“ตายๆ ๆ ยังกับนิยายโรมานซ์”
“มันไม่มานซ์ ตรงที่เค้ามีเมียแล้วน่ะสิ” ปรียานุชขัดกลางครัน เบรกอารมณ์ฝันนั้นเสียสนิท
“หา! ว้า...เสียดาย”
“แล้วแก...เอ่อ...แก” รัญญามองเพื่อนแบบหัวจรดเท้า สภาพของปรียานุชแบบนั้น น่ะ...เมื่อคืนก็คงถูกตาฝรั่งบ้าที่ว่านั่น ‘ปล้ำ’ อีกหนเอาหรือเปล่า
“แก...คือ...ถ้าหมอนั่นมีเมีย แล้วมาทำอะไรแก แกก็ควรจะเรียกร้องอะไรตอบแทนแก้เจ็บใจบ้างนะยัยเปรียว แล้วอีนังเพื่อนเลวของแกน่ะ เดี๋ยวจะให้ฉันจัดการอะไรให้มะ” สาวแสบหักนิ้วกร๊อบๆ ั์ตามุ่งมั่นนั่น ทำให้ปรียานุชอดหนาวๆ ร้อนๆ แทนยัยเพื่อนตัวร้ายของหล่อนไม่ได้
“ไม่อยากเรียกร้องอะไร อยากหนีมากกว่า แล้วเื่ยัยแอ๋มน่ะ ช่างมันเหอะ...” เธอไหวไหล่
“น่ากลัวขนาดแกจะต้องหนีเลยหรือวะ เอางี้สิ ไปบอกหมอนั่นตรงๆ ไปเลย ว่าไม่เล่นด้วย มีผัวแล้วโว้ย” คำๆ นี้มาจากกำธร พร้อมกับดันหลังให้ธารออกมา
“นี่เอาไปเลย คนนี้นี่ ผัวปลอมของแก กล้ามไอ้ธารขนาดนี้ หมอคงจะหวาดๆ อยู่หรอก”
“เฮ้ย...ถามบ้างสิไก่ ว่าจะเอาด้วยไหม?”
“หนีดีกว่า” ปรียานุชว่า พร้อมกับสั่นหน้าดิกๆ “ไม่ปลอดภัยอะ คนบ้าๆ แบบนั้น”
“บ้าขนาดไหนวะแก” รัญญาชักจะสงสัย ว่าเพื่อนเจออะไรเข้าไป ถึงได้กลัวอีตาคนที่ว่านักหนา ปรียานุชถอนใจ
“ก็...ทำได้ทุกอย่างล่ะ คิดดูว่าเหมาโรงแรมที่ฉันพัก ไล่แขกออกหมดทุกคนเพื่อจะได้ไปอยู่รอฉันที่นั่นน่ะ”
“ว้าว...หล่อร้าย รวยด้วย” อรนิตทำท่าเคลิ้ม
“แล้วก็ลงทุนเทโชว์ที่ฉันจะต้องไปเดินที่ฝรั่งเศส เพื่อ...โอ๊ย...คนบ้าคนบอ” คิดแล้วปรียานุชก็เริ่มโมโห
“แค่ฉันไม่ยอมคุยด้วย ก็ปิดโชว์ที่ฉันจะต้องแสดง ไหนจะแขกล่ะ จะอะไรล่ะ ไม่คิดบ้างว่าชาวบ้านเค้าจะเสียหายอะไรขนาดไหนอะ”
“แต่เค้าก็ทำได้หน้าตาเฉยน่ะเหรอ”
“อื้อ...แถม...ก็ไม่มีคนโวยด้วย บางทีเงินก็ใหญ่และน่ากลัวไปนะ ฉันไปสมัครโมเดลิ่งที่เมืองนอกไว้ พ่อเ้าประคุณก็ตามราวี พอกลับมาเมืองไทย ก็ยังจะแผ่อิทธิพลมาอีก เพื่อให้ฉันไม่มีงาน...เพื่อให้ฉันยอมไปคุยด้วยให้ได้ ฝันไปสิ!”
“แต่สุดท้ายแกก็ดั๊นมาเจอเขาเอาง่ายๆ ที่รีสอร์ตของฉันซะงั้น”
อรนิตว่า เออ...คิดแล้วชีวิตเพื่อนของเธอก็มีสีสันและน่าตื่นเต้นเอาเื่ แถมฟังๆ แล้วบุพเพสันนิวาสชัดๆ นะนั่น
“ใช่”
“พี่เต้ครับ พี่เต้ ฝรั่งคนนั้นเอ่อ...พี่เต้ เื่ใหญ่แล้วครับ” พนักงานของอรนิตมาทุบประตูห้องที่พวกเขาใช้เป็ที่ปรึกษากันชั่วคราวรัวๆ ปรียานุชหน้าซีดเลยทันที
“บอกแล้วว่าให้ฉันไปลี้ภัยที่อื่นด่วน”
“ไม่ต้องกลัวน่า เดี๋ยวฉันกับไอ้ธารจะปกป้องแกเอง”
กำธรว่า พลางดึงมือเพื่อนสนิทเดินนำออกไปก่อนด้วยซ้ำ ธารเหลือบมองสีรุ้ง หญิงสาวยิ้มส่งกำลังให้ เขาถึงได้เดินตามกำธรและปรียานุชไปติดๆ
“มะ น้อง เื่ใหญ่แค่ไหน พี่กำธรเคลียร์ได้ พาพี่ไปเลย”
กำธรว่า มือของเขาจับมือของปรียานุชมั่น ธารประกบอีกข้างหนึ่งเหมือนเป็องค์รักษ์ให้เธอ ปรียานุชสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับเดินไปกับสองหนุ่ม
เอาล่ะ...วันนี้เธอจะพูดกับเขาให้รู้เื่ไปเสียที มัวแต่หนีไปหนีมาแบบนี้ ดูมันจะวุ่นวายมากขึ้นสินะ