สูญเงินหนึ่งร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรความดีความชอบทั้งหมดที่เสิ่นหมิงสั่งสมมาโดยตลอดในตระกูลเสินเซิ่งล้วนเปล่าประโยชน์แล้วเมื่อท่านประมุขออกจากการเก็บตัว คงไม่ยอมปล่อยเขาไว้แน่!
สูญเสียตำแหน่งผู้ช่วยไปยังเป็นเพียงเรื่องรองแต่ด้วยวิธีการของท่านประมุข บวกกับการที่เขารู้ความลับมากมายของตระกูลเสินเซิ่งเกรงว่าคงหนีความตายไม่พ้น!
เวลานี้ดวงตาของเสิ่นหมิงฉายความคิดบ้าบิ่น ยังเหลือการประลองอีกรอบหนึ่ง! หากรอบที่สามนี้ชนะ ได้เงินที่สูญเสียไปกลับคืนมาเช่นนั้นไม่เพียงจะพ้นผิด ยังได้ความดีความชอบอีกด้วย!
“รอบที่สามนี้จะต้องชนะสถานเดียว!” เสิ่นหมิงคำนวณอยู่ครู่หนึ่งเขายังสามารถหมุนเงินออกมาอีกสองร้อยล้านเหรียญจิตอสูรนี่เป็นเงินทั้งหมดที่เหลืออยู่ของตระกูลเสินเซิ่งแล้ว เดิมทีจัดเตรียมไว้สำหรับซื้อยาวิเศษจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษชุดหนึ่งเพื่อเด็กๆในตระกูล
หากเขาชนะได้เงินสองร้อยล้านเหรียญจิตอสูรก็จะมีคำอธิบายให้แก่ท่านประมุขได้
ทุ่มสุดตัว!
ดวงตาของเสิ่นหมิงฉายแววชั่วร้าย
“ท่านประมุขเนี่ยไห่ การพนันของพวกเรา ยังมีรอบที่สามใช่หรือไม่?” เสิ่นหมิงจ้องมองเนี่ยไห่และพูดเสียงเย็น
เนี่ยไห่งุนงงวูบหนึ่งชำเลืองมองเนี่ยหลี เมื่อเห็นเนี่ยหลีพยักหน้าจึงพูด “ใช่แล้ว ยังมีรอบที่สาม”
หยางซินสองคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อยด้วยความเข้าใจที่มีต่อเสิ่นหมิงเสิ่นหมิงทำให้ตระกูลเสินเซิ่งต้องแพ้พนันถึงหนึ่งร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรผลลัพธ์คงต้องเลวร้ายอย่างแน่นอน เมื่อกลับไปเกรงว่าเสิ่นหมิงคงยากจะหนีรอดจากชะตากรรมที่ต้องรับโทษตามกฎของตระกูลเวลานี้เสิ่นหมิงต้องการลงพนัน นั่นย่อมพิสูจน์ได้ว่าเสิ่นหมิงคิดที่จะทุ่มพนันสุดตัวแล้ว
เมื่อสถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดนี้ก็มีเหตุผลอยู่ในตัวของมันเสิ่นหมิงกำลังบ้าแล้ว คิดสู้สุดตัวเพื่อโอกาสสุดท้ายของตนย่อมถือเป็นเรื่องธรรมดา
“รอบนี้ พวกเราพนันกันสามร้อยล้านเหรียญจิตอสูร!” เสิ่นหมิงพูดเสียงเย็นเขาส่งคนออกไปรวบรวมเงินตามร้านค้าต่างๆ ของตระกูลเสินเซิ่งมาแล้ว
หากประมุขของตระกูลเสินเซิ่งอยู่คงต้องหยุดยั้งการกระทำของเสิ่นหมิงอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเสิ่นหมิงเป็นผู้ช่วยประจำตระกูลเสินเซิ่งมาหลายปีแล้วได้รับความไว้วางใจจากท่านประมุขแห่งตระกูลเสินเซิ่งเสมอมา อำนาจหน้าที่มากมายร้านค้าต่างๆ ของตระกูลเสินเซิ่งล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาในเมื่อเขาต้องการระดมทุนก็แทบไม่มีร้านไหนในตระกูลเสินเซิ่งต้องให้พูดซ้ำเป็นคำที่สอง
อย่างไรก็ตามนี่เป็นการประลองครั้งสุดท้ายแล้ว หากเขาสามารถชนะพนันได้เงินสามร้อยล้านเหรียญจิตอสูรคืนมาเช่นนั้นฐานะของเขาก็จะสามารถก้าวสูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งในตระกูลเสินเซิ่งได้!
“ดี เช่นนั้นก็ลงพนันสามร้อยล้านเหรียญจิตอสูร!” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆเห็นสายตาของเสิ่นหมิง เขาก็รู้ว่าเสิ่นหมิงคิดจะดิ้นเฮือกสุดท้าย
มุมปากของเนี่ยหลีขยับยกเป็นรอยยิ้มเย็นชานี่ก็คือสิ่งที่เขาต้องการ!
ประมุขของหลายตระกูลบนอัฒจันทร์กำลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันพวกเขาทุกคนล้วนเป็นพยานในการพนันนี้ทั้งหมดคิดไม่ถึงว่าตระกูลเสินเซิ่งจะพ่ายแพ้ไปแล้วหนึ่งร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรและยังจะพนันกันต่ออีก ครั้งนี้ลงเงินถึงสามร้อยล้านเหรียญจิตอสูร
“ตระกูลเสินเซิ่งทุมสุดตัวแล้ว!”
“ผู้ช่วยเสิ่นหมิงเสียเงินไปตั้งมากมายเมื่อกลับไปเกรงว่าจะไม่สามารถรักษาตำแหน่งของตนต่อไปได้อีกแล้วเขาคงคิดจะชนะครั้งนี้เพื่อถอนทุนคืน!”
“ได้ยินมาว่าครั้งนี้ คนที่จะลงไปประลองคือเสิ่นเซี่ยว!”
“ข้ารู้จักเสิ่นเซี่ยวเด็กหนุ่มคนนี้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวแล้ว เนี่ยหลีเจ้าเด็กคนนั้นสามารถเอาชนะเสิ่นเฟยเสิ่นหนิงได้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะอาศัยโชคช่วยครั้งนี้ต้องเจอกับผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทอง ชัยชนะคงไม่พลิกผันแล้วกระมัง”
“สามร้อยล้านเหรียญจิตอสูร หากพ่ายแพ้ ผู้ช่วยเสิ่นหมิงคงจบเห่แน่เกรงว่านี่ยังอาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายของตระกูลเสินเซิ่งแล้วก็เป็นได้!”
หลายครอบครัวพากันถกความคิดเห็น
เดิมพันกันอีกรอบแล้ว จำนวนเงินเดิมพันครั้งนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาคงจะได้เห็นเพียงครั้งเดียวในชีวิตชวนให้พวกเขาตื่นเต้นจนเลือดเดือดพล่าน เมื่อมีหยางซินเป็นเจ้ามือทุกคนจึงลงพนันขันต่อด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหยางซินจะได้หรือเสียเนี่ยหลีไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย จะอย่างไรหยางซินก็มีเงิน ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษหยางซินมีอำนาจอยู่ในมือ ตั้งแต่ติดต่อกับเนี่ยหลีสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็ทำเงินได้ไม่รู้เท่าไหร่ต่อให้เอาเงินออกมาสักหลายร้อยล้านเหรียญจิตอสูรพวกผู้อาวุโสในสมาคมก็ไม่อาจพูดอะไรได้
หลังจากวางเงินพนันกันเรียบร้อยแล้วการประลองรอบที่สามก็เริ่มต้นขึ้นผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างพากันเดือดพล่านขึ้นมาอีกหนหนึ่ง
การประลองอันแสนโดดเด่นเป็นที่สนใจเนี่ยหลีค่อยๆ เดินลงไปยังลานประลอง
สายตาเย็นชาของเสิ่นหมิงจ้องมองเนี่ยหลีดวงตาฉายแววชั่วร้าย ล้วงยาเสริมพลังจิตอสูรออกมาสองเม็ดจากอกเสื้อเสิ่นหมิงยื่นให้แก่เสิ่นเซี่ยวและพูดเสียงต่ำว่า “เสิ่นเซี่ยว ยาสองเม็ดนี้คือยาเสริมพลังจิตอสูรกินยาทั้งสองเม็ดทันทีก่อนการประลองจะเริ่มต้น!”
เสิ่นเซี่ยวจ้องมองเสิ่นหมิงด้วยความแปลกใจและพูดว่า “ท่านผู้ช่วยเสิ่นหมิง เด็กคนนั้นอาจมีพลังอยู่แค่ระดับเงินหนึ่งดาวหรือสองดาวเท่านั้นด้วยพลังระดับทองหนึ่งดาวของข้า ยิ่งกว่าพอที่จะรับมือกับเจ้าเด็กนั่นได้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสริมพลังจิตอสูรชุดนี้อย่างแน่นอน!” จิตอสูรของเสิ่นเซี่ยวคืออินทรีมังกรเพลิงเป็นจิตอสูรที่แข็งแกร่งและหาได้ยากยิ่ง ราคาสูงถึงสองล้านเหรียญจิตอสูรหากเขากินยาเสริมพลังจิตอสูรสองเม็ดนี้เข้าไปแม้จะสามารถทำให้อินทรีมังกรเพลิงมีพลังแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมงทว่าก็เท่ากับเป็นการทำลายอินทรีมังกรเพลิงตนนี้ด้วยเป็นเหตุให้เสิ่นเซี่ยวเจ็บปวดใจยิ่ง
“กลัวอะไร เชื่อฟังข้า เรื่องนี้สำคัญนัก หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเจ้าจะแบกรับไหวหรือ นี่เป็นเงินถึงสามร้อยเหรียญจิตอสูรเชียวนะ! หากเจ้าชนะครั้งนี้ข้าจะให้รางวัลเจ้ายี่สิบล้านเหรียญจิตอสูร ถึงเวลานั้นเจ้าอยากจะซื้อจิตอสูรอะไรก็ล้วนทำได้!” เสิ่นหมิงพูดเสียงต่ำ
เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นหมิงสองตาของเสิ่นเซี่ยวพลันเบิกกว้าง แม้อินทรีมังกรเพลิงจะหายาก ทว่ามีเงินสองล้านเหรียญก็หาซื้อได้แล้วหากเสิ่นหมิงมอบรางวัลให้เขาถึงยี่สิบล้านเขาก็จะสามารถซื้อจิตอสูรระดับสูงกว่านี้ได้แม้ต้องทำลายจิตอสูรอินทรีมังกรเพลิงก็ถือว่าคุ้ม
“ตกลง ข้าจะเชื่อฟังคำสั่งของท่านผู้ช่วยเสิ่นหมิง!” เสิ่นเซี่ยวพยักหน้าและรับยาเสริมพลังจิตอสูรทั้งสองเม็ดมาเก็บไว้ในแหวนมิติ
เสิ่นเซี่ยวจ้องมองเงาหลังของเนี่ยหลีและส่งเสียงร้องฮึออกมาสองคำ ‘พ่ายแพ้ในน้ำมือของข้า ถือเป็นชะตาของเจ้าฝืนใจข้าให้ต้องทำลายจิตอสูรอินทรีมังกรเพลิงด้วยยาเสริมพลังจิตอสูรสองเม็ดนี้เพื่อรับมือกับเจ้าถือว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว!’
ในความเห็นของเสิ่นเซี่ยวการเอาชนะเนี่ยหลีด้วยพลังระดับทองหนึ่งดาวของเขาเป็นเรื่องง่ายดายนักต้องรู้ว่าเขาเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวผู้หนึ่ง!
สองคนเดินลงสนามประลองไปแล้วผู้ชมบนอัฒจันทร์ก็กระตือรือร้นดุเดือดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ทว่ารอบนี้ ทุกคนไม่แน่ใจแล้วไม่ทราบว่าผู้ใดจะชนะ แม้เนี่ยหลีมีพลังต่ำกว่าเสิ่นเซี่ยวเป็นอันมากแต่ผู้ใดจะรู้ หากเนี่ยหลีจะโชคดีเอาชนะได้ดังเช่นรอบก่อนๆพวกเขาเชื่อว่าที่เนี่ยหลีสามารถชนะติดต่อกันได้ทั้งสองรอบนั้น ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะโชคช่วย
ครั้งนี้ทุกคนไม่กล้าลงพนันง่ายๆอีกแล้ว คนที่คิดว่าเนี่ยหลีจะสามารถชนะได้อีกครั้งก็คือเยี่ยจื่ออวิ๋นเยี่ยจื่ออวิ๋นใช้เงินพกและเงินที่ชนะพนันมาได้ทั้งหมดลงพนันข้างเนี่ยหลีอีกครั้งหนึ่ง
เสียงตะโกนดังขึ้นทุกหนแห่งอย่างต่อเนื่อง
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะสามารถชนะติดต่อกันได้ถึงสองรอบแต่ว่าครั้งนี้เจ้าจะต้องพ่ายแพ้ภายใต้เงื้อมมือของข้าอย่างแน่นอน!” เสิ่นเซี่ยวจ้องมองเนี่ยหลีอย่างเย็นชาพูดอย่างเชื่อมั่นว่า “ข้าไม่เหมือนกับสองคนที่ผ่านมาหรอกนะข้าคือผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวผู้หนึ่งแล้วทั้งยังเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองที่ได้หลอมรวมกับจิตอสูรอินทรีมังกรเพลิงอีกด้วย
เมื่อเห็นเช่นนี้เนี่ยหลีจึงบิดเอวบิดขี้เกียจคราหนึ่ง เมื่อครู่ต้องแสดงเสียเหน็ดเหนื่อยเวลานี้ถึงรอบที่สามแล้ว ในที่สุดก็ไม่ต้องเสแสร้งแล้ว!
“ไม่ทันลองจะรู้ได้อย่างไร ข้าชนะมาตั้งสองรอบแล้ว ไม่แน่ว่าในรอบที่สามนี้โชคของข้าก็อาจจะดีเหมือนรอบก่อนๆ ก็เป็นได้?” เนี่ยหลีหัวเราะเบาๆ และพูดด้วยท่าทางสงบและสบายๆ
สายตาของเสิ่นเซี่ยวแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกเนี่ยหลีเจ้าเด็กผู้นี้ออกจะประหลาดอยู่บ้าง ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวแล้วแต่กลับไม่มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อย มือขวาของเขาขยับขึ้นคราหนึ่งนึกถึงคำพูดของเสิ่นหมิง กลืนยาเสริมพลังจิตอสูรทั้งสองเม็ดลงไป
คราวนี้ทั่วทั้งอัฒจันทร์ส่งเสียงกระหึ่มขึ้นมาทันที
“ข้าตาฝาดไปหรือไม่? เสิ่นเซี่ยวแห่งตระกูลเสินเซิ่งกินยาเสริมพลังจิตอสูรเชียวหรือ?”
“ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวผู้หนึ่ง เผชิญกับแพนด้าเขี้ยวเสือกลับต้องกินยาเสริมพลังจิตอสูรอย่างนั้นหรือ? ทั้งยังดูเหมือนจะกินทีเดียวตั้งสองเม็ดอีกด้วย?”
“สงสัยว่าที่แพ้ไปสองรอบเมื่อครู่ คงทำให้ตระกูลเสินเซิ่งหวาดกลัวเสียแล้ว!”