ท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า

    ตอนที่ 55 แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

    คุณชายชิงอวิ้นเรียกระดมพลเต็มอัตราศึกทั้งทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ถูกนำออกมาเตรียมพร้อมสำหรับศึกครั้งนี้อย่างเต็มที่คำประกาศถึงศึกครั้งสำคัญที่พวกเขาจะต้องไปนำตัวคุณชายอี้เจ๋อกลับมาให้ได้แม้จะต้องสูญเสียมากแค่ไหนก็ตาม ชีวิตของคุณชายย่อมมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

                    คำพูดของใต้เท้าตงหยางได้สะกิดเตือนพวกเขาอีกครั้งที่ผ่านมาพวกเขาย่ามใจว่าแผนการที่วางไว้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และที่ผ่านมาดูเหมือนมันจะเป็นเช่นนั้นแต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า สิ่งที่ได้มาอย่างง่ายๆ นั้น บางครั้ง มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็นก็เป็นได้

                    ใต้เท้าหลิวแทบจะไม่ปริปากคัดค้านบัญชาของฮ่องเต้นที่อยากให้สองแคว้นคืนดีกันผ่านการอภิเสกสมรสในครั้งนี้  ถึงแม้ในเวลาต่อมา ใต้เท้าหลิวจะมีท่าทีที่หมางเมินกับบุตรเขยคนนี้ก็ตามแต่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าใต้เท้าหลิวจะใช้วิธีการสกปรกเช่นนี้

                    ถึงแม้หลายเดือนที่ผ่านมาคุณชายจะแอบส่งข่าวมาบอกพวกเขาเป็นระยะๆแต่กลับไม่เคยบอกถึงเรื่องนี้เลย นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า คุณชายอี้เจ๋อเองก็ถูกใต้เท้าหลิวหลอกเช่นกัน

                    บัดนี้ทัพเหอฉีพร้อมแล้วที่ออกมุ่งหน้าสู่เมืองเหอผิงสมรภูมิที่พวกเขาไม่เคยเอาชนะได้ แต่ครั้งนี้มันต่างกัน บทเรียนที่ผ่านมา สอนพวกเขาให้รู้ว่าการจะเอาชนะเมืองเหอผิงนั้นจะต้องทำอย่างไร และครั้งนี้ พวกเขามีคำตอบนั้นแล้วเช่นกัน

                    คุณชายชิงอวิ้น พร้อมด้วยหลีซื่อแม่ทัพคู่ใจ ออกนำทัพด้วยตนเอง พร้อมด้วยทหารหลายหมื่นนาย พร้อมอาวุธครบมือ เตรียมพร้อมสำหรับออกศึกแล้ว

                    คุณชายชิงอวิ้นควบม้าออกไปหน้าแถวของทหารทั้งหมดหันไปมองพวกเขาช้าๆ  เพียงแค่เห็นสีหน้าของทหารแต่ละคนก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของทหารเหล่านั้น  เขาจะยอมให้ทหารออกรบในสภาพเช่นนี้ไม่ได้ เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

                    “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าหวาดกลัวข้ารู้ว่าพวกเจ้าไม่อยากออกรบ” คุณชายชิงอวิ้นเริ่มกล่าวกับกองทัพของตนเอง “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าคิดอะไรอยู่ที่ผ่านมาเราไม่เคยเอาชนะพวกเขาได้เลย และพวกเจ้าก็คิดว่า ครั้งนี้ก็เช่นกันนั่นใช่มั้ยที่พวกเจ้าคิดกันอยู่ ข้าอยากจะบอกกับพวกเจ้าทุกคนว่า ครั้งนี้มันจะต้องไม่เหมือนเดิมเราไม่ได้ไปก่อสงคราม เราแค่จะไปช่วยคนของเรา เราแค่อยากไปช่วยคุณชายของเรา ที่ถูกคนพวกนั้นจับตัวไปด้วยวิธีสกปรกครั้งนี้มันจะต้องไม่เหมือนเดิม เราจะสู้เพื่อคุณชายอี้เจ๋อเราจะสู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของเราชาวแคว้นเหอฉีที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำแบบนี้กับเรา สวรรค์จะต้องเข้าข้างเรา สวรรค์จะต้องอยู่ข้างคนที่ถูกอธรรมข้าขอสัญญากับพวกเจ้า เสร็จศึกนี้แล้ว แคว้นเหอฉีของเราจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เราจะเป็นที่เกรงกลัวของทุกๆ แคว้น เราจะกลับไปเป็นมหาอำนาจในดินแดนนี้อีกครั้งพวกเจ้าทุกคนจะต้องไปรับการปูนบำเหน็จอย่างงดงาม สำหรับผลงานในครั้งนี้ข้าขอสัญญากับพวกเจ้า พวกเจ้าทุกคนจะมีชิวิตที่ดีขึ้นหลังจากนี้ และข้าจะนำความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่แคว้นเหอฉีอีกครั้ง”  คุณชายชิงอวิ้นชูดาบในมือขึ้น พร้อมกับเสียงโห่ร้องตอบรับกลับมาจากกองทหารทั้งหมด

                    “สู้ไปกับข้า สู้เพื่อเหอฉี”  คุณชายตะโกนซ้ำๆ

                    “สู้เพื่อเหอฉี”  เสียงทหารตอบกลับมาดังกึกก้อง

                    ทัพเหอฉีค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากตัวเมืองไปอย่างช้าๆท่ามกลางประชาชนที่มาส่งกันอย่างเนืองแน่น ในไม่ช้าทหารทั้งหมดก็ผ่านประตูเมืองไป  ผู้คนก็แยกย้ายกันกลับสู่บ้านเรือนของตัวเองทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และผู้เฒ่าสองคนที่ยังคงยืนพูดคุยกันอยู่ที่เดิม

                    “แผนการนี้ท่านคิดว่าอย่างไร” 

                    “ใต้เท้าอี้เฉินท่านก็รู้ว่าเราทั้งสองคนรับคำสั่งมาจากหวังหย่งเท่านั้นส่วนจะทำไปเพื่ออะไรข้าเองก็ยังคิดหาคำตอบไม่ได้”

                    “หากคนอย่างใต้เท้าตงหยางยังหาคำตอบไม่ได้คนอย่างข้าก็คงจะต้องสับสนต่อไป”

                    “อย่าคิดมากไปเลยใต้เท้า  หน้าที่ของเรา มีเพียงแค่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวและยกทัพทั้งหมดออกจากเมืองไป ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนหนุ่มๆเค้าทำกัน ผู้เฒ่าเช่นเรา กลับไปนอนรอฟังข่าวดีอยู่ที่ตำหนักจะดีกว่า” 

                    ใต้เท้าทั้งสองเดินประคองกันไปทิ้งให้กองทัพอยู่เบื้องหลัง เหมอนกับว่าพวกเขาจะไม่ได้สนใจทหารนับหมื่นที่กำลังจะเดินเข้าสู่กับดักที่หวังหย่งได้วางเอาไว้

    ....................................................

                    คุณชายอี้เจ๋อ ค่อยๆ ยกสำรับอาหารอย่างช้าๆ เขาค่อยๆ เดินออกจากห้องครัวไปยังห้องพักที่อยู่อีกฝั่ง  เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับความว่างเปล่า  ดูเหมือนห้องนี้จะไม่มีคนอยู่อาศัยมานานแล้ว  คุณชายอี้เจ๋อค่อยๆใช้วางสำรับอาหารลงบนโต๊ะที่อยู่กลางห้อง ก่อนจะเดินไปขยับตู้เสื้อผ้าเก่าๆตู้หนึ่งให้เคลื่อนออกไป โดยมีประตูเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาข้างหลังตู้ใบนั้น

                    คุณชายอี้เจ๋อนำสำรับอาหารเดินผ่านประตูบานนั้นเข้าไปแสงสว่างที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยเผยให้เห็นเส้นทางแคบๆ ที่นำไปสู่ห้องอีกห้องหนึ่งที่มีหญิงสาวนางหนึ่งนอนกองอยู่บนพื้น โดยมีเชือกมัดไว้อย่างแน่หนา

                    คุณชายวางสำรับอาหารลงก่อนที่ค่อยๆ เอามือประคองร่างหญิงสาวคนนั้นให้ลุกขึ้นมา

                    “เจ้าจะต้องทานอะไรหน่อยนะ”คุณชายเอ่ยเบาๆ กับสตรีนางนั้น

                    ไม่มีถ้อยคำใดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเซียวของนางดวงตาที่ปิดลงด้วยความอ่อนเพลีย เห็นได้ชัดว่า เวลาสภาพของนางในตอนนี้ แทบจะเป็นคนละคนกับที่เคยเคียงข้างคุณชายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

                    “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”คุณชายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมองหน้าหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง  “ข้ารู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้าไม่ใช่ซูเหม่ย แต่ข้าก็หลงรักเจ้าตั้งแต่แรกเห็นแต่สำหรับข้า เจ้าจะเป็นใคร ไม่สำคัญ ขอเพียงเจ้าอยู่เคียงข้างข้า ซื่อสัตย์ต่อข้าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”

                    คุณชายค่อยๆใช้ช้อนตักข้าวต้มที่อยู่ในถ้วยป้อนให้กับนาง

                    “เจ้าจะต้องทานข้าวต้มสักหน่อยจะได้มีแรง ข้าไม่อยากจะทำร้ายเจ้าหรอก แต่ข้าก็ไม่อยากเสียเจ้าไปเช่นเดียวกันเจ้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าข้าจะจัดการบางสิ่งบางอย่างเสร็จแล้ว จากนั้น ข้าจะนำเจ้ากลับไปยังแคว้นเหอฉีที่นั่น เจ้ากับข้าจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอีกครั้ง”  

                    คุณชายมองหน้าหล่อนอีกครั้งก่อนจะถามขึ้นเบาๆ

                    “เจ้าชื่ออะไร” 

                    คุณชายพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ ออกมาเช่นเคย

                    “เจ้าชื่ออะไร” คุณชายถามกลับไปอีกครั้งพร้อมกับใช้มือบีบลงไปที่ต้นคอของนาง         

                    “ซิ่วอิง”  ในที่สุดก็มีเสียงเอ่ยออกมาจากปากของนางแต่มันก็เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน

                    “ซิ่วอิง ดีมากข้าได้รู้จักเจ้าเสียที ไหนๆ เราก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว ข้าสัญญากับเจ้าว่าข้าจะไม่ทำอันตรายใดๆต่อเจ้า แต่ขอให้เจ้าจงเชื่อฟังคำสั่งของข้า เข้าใจมั้ย” 

                    ซิ่วอิงพยักหน้าช้า

                    “ดีมากเช่นนั้นเจ้าก็ต้องทานอาหารสำรับนี้ให้หมด ข้าจะกลับมาหาเจ้าอีกครั้งเจ้าจงจำเอาไว้ว่า อย่าคิดหนีอีก ไม่เช่นนั้น ข้าจะไม่เก็บเจ้าไว้แน่”

                    คุณชายอี้เจ๋อลุกขึ้นเดินจากไป  ปล่อยให้ซิ่วอิงนอนสะอื้นอยู่ตรงนั้น

    ................................................

                    “มีสายรายงานแจ้งมาว่า คุณชายชิงอวิ้นยกทัพออกมาแล้ว”  เซียวจ้านรีบวิ่งมารายงานต่อเจ้าสำนักจางหย่งในทันทีที่เขาได้รับข่าวนี้มา

                    “ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปได้ อ้อ ถ้าเกิดศิษย์พี่ของเจ้ามาหาข้าละก็เจ้าจงรีบนำตัวเขาเข้ามาพบข้าที่นี่เลยนะ” 

                    เซียวจ้านพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะรีบออกจากห้องของอาจารย์ไป

                    เพียงแค่ไม่นานเซียวจ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องอีกครั้ง

                    “ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่มาแล้วขอรับ” 

                    เซียวจ้านพูดจบ หวังหย่งก็เดินเข้ามาในห้องของอาจารย์พร้อมกับสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

                    “เชิญนั่งก่อน” อาจารย์จางหย่งเชิญให้ศิษย์คนรักนั่งลงข้าง

                    “แหมท่านอาจารย์ทำไมต้องทำกับข้าเช่นนี้ด้วย ข้าเป็นศิษย์ของท่านนะ”

                    “เจ้าเป็นศิษย์ของข้าแต่อีกไม่กี่วัน เจ้าก็จะต้องเป็นใหญ่เป็นโต ข้าจะต้องฝึกไว้ให้ชิน” 

                    “ท่านอาจารย์ ท่านพูดอะไรของท่านข้าจะเป็นใหญ่เป็นโตอะไรกัน”

                    “เอาละๆๆ อย่าให้มากเรื่องมากความเจ้ามาที่นี่ ก็คงเพราะทราบข่าวเรื่องที่คุณชายชิงอวิ้นยกทัพออกมาจากแคว้นเหอฉีแล้วสินะ” 

                    “ถูกต้องครับท่านอาจารย์”

                    “เป็นเจ้าใช่มั้ย ที่วางแผนให้พวกเขาออกมาในครั้งนี้” 

                    “หามิได้ขอรับ ข้าเพียงแค่อยากจะรู้ว่าในตอนนี้กำลังของพวกเขามีอยู่มากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้น มันไม่มีหนทาทางอื่นที่จะล่อพวกเขาออกมา นอกจากวิธีนี้”

                    “เจ้าคิดหรือว่า เพียงแค่ใต้เท้าหลิวมอบตัวคุณชายอี้เจ๋อกลับไปคนพวกนั้นจะยอมง่ายๆ”

                    “ครั้งนี้พวกเขาพร้อมจะเปิดศึก แน่นอนพวกเขาย่อมเสียหน้า ถ้าต้องกลับไปโดยไม่ได้ฆ่าฟันกัน แต่ท่านอาจารย์อย่าลืมสิว่า ทหารของพวกเขาล้วนแล้วแต่ไม่เคยออกศึกมาก่อน บัดนี้จิตใจของทหารเหล่านั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวความผิดพลาดในอดีตหากคุณชายชิงอวิ้นคิดจะเปิดศึก ข้าเกรงว่า จะมีทหารนับพัน ที่พร้อมจะแปรพักตร์ เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้อยากจะเปิดศึกมากเพียงใด คุณชายชิงอวิ้นก็ย่อมเลือกที่จะรักษาชีวิตของตนเองอย่างแน่นอน”

                    “เช่นนั้นแล้วเจ้าจะทำอย่างไรกับแม่นางซิ่วอิง”

                    “ใจของนางภักดีต่อแคว้นเหอผิงและใต้เท้าหลิวเรื่องนี้ใครๆ ก็ทราบดี  นางยอมสละตัวเองถึงเพียงนี้  ข้าเชื่อว่านางจะต้องได้รับผลตอบแทนที่ดีเป็นแน่  อีกอย่าง คนของข้าส่งข่าวมาบอกว่า ถึงเวลานี้คุณชายอี้เจ๋อเองก็ตกหลุมรักนางขึ้นมาจริงๆ แล้ว หากข้าให้นางกลับไปพร้อมกับเขานางอาจจะมีชีวิตที่ดีในแคว้นเหอฉีก็เป็นได้”

                    “แผนการของเจ้าช่างลึกล้ำนักข้านึกไม่ถึงเลยว่า คนอย่างเจ้าจะวางแผนได้ถึงเพียงนี้”

                    “แผนการของข้า ข้าก็ได้บอกกับท่านอาจารย์ไปหมดแล้วถึงตอนนี้ ก็เหลือเพียงแค่แผนการของท่านอาจารย์เท่านั้น ที่ข้ายังไม่เข้าใจ”

                    “แผนการของข้าเช่นนั้นรึข้าไม่ได้มีแผนการอะไรเลย”

                    “ท่านอาจารย์ท่านปิดบังข้าไม่ได้หรอก ข้ารู้ว่ามีบางอย่างที่ท่านอาจารย์ปิดบังข้าอยู่แต่ข้าก็เชื่อว่า เรื่องนี้มันสำคัญต่อตัวข้า และทุกคนในแคว้นเหอฉีด้วยเช่นกัน”

                    “เจ้าพูดอะไรของเจ้า ข้าไม่เข้าใจ”

                    “เช่นนั้นข้าก็จะไม่ปิดบัง  ฮ่องเต้เรียกท่านอาจารย์ไปพบเมื่อหลายวันก่อนคงเพราะมีเรื่องราวบางอย่างที่สำคัญ”

                    “ถูกต้อง”

                    “เรื่องอะไร” 

                    ไม่มีคำตอบจากอาจารย์จางหย่งเขาได้แต่ก้มหน้า

                    “คงเป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังสงสัยกันอยู่”  หวังหย่งจ้องหน้าอาจารย์จางหย่ง ที่ตอนนี้หันมาสบตาหวังหย่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

                    “อาจารย์บอกข้าได้หรือไม่ว่าเพราะอะไร ฮ่องเต้จึงให้โอกาสคุณชายชิงอวิ้นครั้งแล้วครั้งเล่า” 

                    อาจารย์จางหย่งหันมามองหวังหย่งอีกครั้งก่อนจะตอบกลับไป

                    “มันไม่ได้เกี่ยวกับคุณชายชิงอวิ้นหรอกแต่มันเกี่ยวกับเจ้าต่างหาก”  

    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า ที่คุณอ่าน