ตอนที่15 มันน่ากลัวจริงด้วย
พลันเศษไม้ที่เสิ่นอี้โยนเข้าใส่ดินแฉะนั้นถูกดูดหายลงไปใต้ดินในเวลาอันรวดเร็วทำให้เสิ่นอี้ขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัวขึ้นทันใดเมื่อนึกย้อนหลังไปถึงจังหวะที่ตนกำลังวิ่งเข้าหาดินแฉะอย่างไม่ระวัง
“อ๊ะ! มันน่ากลัวจริงด้วย”เขาอุทานด้วยความตื่นตระหนกกับภาพตรงหน้า
“ข้าบอกแล้วพวกนี้มันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าศัตรูใดเสียอีก เ้าต้องหาทางเดินเลี่ยงไปให้ไกลอย่าเข้าไปใกล้มันเด็ดขาด”
มดน้อยกำชับเสิ่นอี้เสียงเข้มจริงจังมันยังไม่อยากตายในขณะที่ภารกิจช่วยเหลือเ้าหญิงยังไม่ประสบความสำเร็จโดยพยายามสอดส่ายสายตามองหาเส้นทางปลอดภัยช่วยชายหนุ่มอย่างแข็งขัน
เสิ่นอี้กวาดสายตามองรอบตัวเพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ในการเดินเลี่ยงตรงไปยังอีกฝั่งเขาพบว่าหากต้องเดินไปบนรากของ
ต้นหญ้าที่โผล่ขึ้นสูงเหนือพื้นดินอาจช่วยให้ปลอดภัยได้จึง้าทดสอบข้อคาดเดาของตน
จากนั้นเขาเดินก้มหลบใบหญ้าที่แหลมคมเพื่อไปเดินบนรากของมันที่ลอยอยู่เหนือพื้นเขาพบว่าสามารถประคองตัวเองเดินลัดเลาะไปบนขอบเส้นทางเพื่อข้ามพื้นดินแฉะตรงหน้าไปได้โดยไม่ถูกดินแฉะดูดกลืนไป
“โอ้โฮ! เ้าฉลาดเสียจริง ระวังหน่อยละอย่าพลาดลื่นตกลงไปละ”
มดน้อยที่นั่งเกาะอยู่บนบ่าของเสิ่นอี้แน่นมันเหลือบมองเห็นการกระทำของเขาที่ค่อย ๆ เดินลัดเลาะไปอย่างเชื่องช้าแต่ปลอดภัยจึงกล่าวชื่นชมอย่างจริงใจ
เสิ่นอี้ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงเพื่อเดินลัดเลาะไปให้พ้นเขตพื้นที่อันตรายโดยเขาเหลือบมองเห็นสัตว์เคราะห์ร้ายตัวอื่นถูกโคลนดูดหายลงไปหลายตัวทำให้เขาเกิดความหวาดหวั่นเป็อย่างยิ่ง
ในที่สุดเสิ่นอี้และมดนิวสามารถเดินผ่านพ้นเขตพื้นโคลนดูดมาได้อย่างทุลักทุเลโดยมีหลายครั้งที่ชายหนุ่มเกือบพลาดพลั้งตกลงไปใส่โคลนดูดเนื่องจากรากของต้นหญ้าลื่นเกินไป ทว่าโชคดีที่เขาคว้าใบหญ้าแหลมคมเอาไว้ได้ถึงแม้มันจะบาดนิ้วและแขนสองข้างของเขาเต็มไปหมดก็ตาม
“เ้าเก่งจริง ๆเสิ่นอี้ ขนาดใบหญ้าแหลมคมขนาดนี้ เ้ายังไม่ท้อถอยเลย”
มดนิวกล่าวชื่นชมอีกครั้งอย่างเชื่อมั่นมันเริ่มมองเห็นความหวังที่ชายหนุ่มจะสามารถไปช่วยเหลือเ้าหญิงได้จึงต้องกล่าวกระตุ้นให้ชายผู้กล้าเกิดความฮึกเหิมตลอดเวลา
เสิ่นอี้เหล่ตามองมดตัวน้อยที่เกาะอยู่บนบ่าตัวเองพลางคิดในใจอย่างสมเพชตัวเองว่า
‘ไม่เก่งจะได้หรือ? เดี๋ยวระบบก็ส่งไฟมาชอร์ตฉันอีกหรอก’
เขาวิ่งต่อไปตามเส้นทางที่มดนิวบอกแก่ตนจนกระทั่งมาถึงทางสามแพร่งที่มดนิวบอกกับเขาอย่างมั่นใจว่า
“เสิ่นอี้เ้าไปทางขวาเลยนะ วิ่งไปให้เร็วที่สุด หากพวกมันนำตัวเ้าหญิงขึ้นไปบนยานรบแล้วพวกเราจะหมดโอกาสช่วยเ้าหญิงเสียก่อน”
น้ำเสียงเร่งเร้าแฝงความกังวลใจของมดนิวทำให้เสิ่นอี้วิ่งสับขาเต็มแรงตรงไปยังเส้นทางตามที่มดน้อยบอก เขารู้สึกแปลกใจที่พบว่าตนสามารถวิ่งได้เร็วกว่าปกติที่สำคัญยังไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าใดนัก จึงคิดอย่างยินดีที่ระบบมอบทักษะให้กับตนเอง
‘เจ๋งไปเลยได้ทั้งทักษะต่อสู้และทักษะเรียนรู้ฉับไวเห็นทีฉันจะเก่งกาจใกล้เคียงพวกเอสเปอร์แล้ว ระบบโกลาหลก็ไม่ได้เลวร้ายสะทีเดียวยังมีน้ำใจกับฉันหลายเื่อยู่’
เสิ่นอี้รู้สึกดีกับระบบโกลาหลมากขึ้นโดยคิดว่าการเกิดใหม่แล้วมีระบบติดตามมาด้วยช่วยทำให้ชีวิตใหม่ไม่ยากจนขัดสนจนเกินไป มิหนำซ้ำยังสร้างภารกิจเพื่อให้เขาทำแลกเงินไว้ซื้อทรัพย์สินมากมายจึงเห็นสมควรแล้วที่ตนจะต้องพยายามทำภารกิจให้สำเร็จจงได้
ในที่สุดเสิ่นอี้และมดนิววิ่งมาถึงบริเวณลานโล่งกว้างที่เป็ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ต่อจากทุ่งหญ้าเป็พื้นที่ทะเลสาบเวิ้งว้างกว้างขวางไกลสุดลูกหูลูกตาเขามองเห็นยานรบลำขนาดมหึมาจำนวนสามลำจอดสงบนิ่งบนทุ่งหญ้า พร้อมกับบรรดาทหารแมงป่องของดาวดีวายถือปืนเลเซอร์ครบมือจำนวนมาก
“นั่นไงเ้าหญิงพระองค์ถูกขังอยู่ในกรง น่าเจ็บใจนักที่พวกมันทำเหมือนเ้าหญิงเป็สัตว์ก็ไม่ปาน”
มดนิวส่งเสียงบอกเสิ่นอี้แ่เบามันไม่กล้าะโพูดคุยกับเขาเหมือนเช่นเคยเนื่องจากเกรงกลัวว่าทหารของกองทัพดีวายจะรู้ตัวว่าพวกตนติดตามมาได้ทันเวลาพอดี
“เห็นแล้ว.....พวกเราต้องหาทางลอบขึ้นไปในยานกับพวกมันแล้วค่อยหาทางช่วยเ้าหญิงออกมาอีกที”
เสิ่นอี้ตอบรับคำกล่าวที่มดนิวบอกตนเขากำลังคิดวางแผนช่วยเหลือเ้าหญิงทันที โดยไม่สามารถปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปได้เนื่องด้วยระบบโกลาหลกำหนดเงื่อนเวลาสำหรับเขาเพียงสามวันเท่านั้น
โชคดีที่ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่มีความสูงมากกว่าตัวเขาทำให้เขาสามารถวิ่งลัดเลาะหลบสายตากองทัพแมงป่องที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าหลายร้อยหลายพันเท่าในขณะที่เขามีส่วนสูงเพียงหนึ่งนิ้ว แต่พวกแมงป่องมีส่วนสูงราวหกถึงเจ็ดฟุต เขาจึงมีความหวังว่าขนาดตัวที่เล็กอาจหลบสายตาพวกมันได้
มดนิวนั่งนิ่งสงบเงียบบนบ่าของเสิ่นอี้อย่างรู้หน้าที่ในขณะที่ชายหนุ่มวิ่งลัดเลาะหลบไปตามกอหญ้า จนกระทั่งเข้าใกล้กองทัพของพวกแมงป่องมากขึ้น
เสิ่นอี้เหลือบมองเห็นช่องทางลอบขึ้นไปบนยานกับพวกทหารโดยเขาเลือกที่วิ่งเข้าไปหากลุ่มทหารที่อยู่ประจำการยานรบลำเดียวกับที่หัวหน้าทหารถือกรงขังเ้าหญิงผีเสื้อไว้
“ทางนั้นเสิ่นอี้มีกระเป๋าใบหนึ่งวางอยู่บนพื้น เ้ารีบเข้าไปซ่อนอยู่ในนั้นเร็วเข้า”
มดนิวเหลือบมองเห็นกระเป๋าโลหะใบหนึ่งที่ทหารแมงป่องวางไว้บนพื้นโดยมันมั่นใจว่าพวกแมงป่องไม่ได้ตั้งใจทิ้งกระเป๋าแน่นอน แต่น่าจะวางไว้เพื่อทำการบางอย่าง
พลันมีทหารแมงป่องตัวหนึ่งนำซากกิ้งกือและหนอนจำนวนมากใส่เข้าไว้ในกระเป๋าโดยมีทั้งกิ้งกือและหนอนที่ตายแล้วและยังไม่ตาย
เมื่อเสิ่นอี้สบโอกาสเขารีบะโโหนตัวแล้วไต่ขึ้นไปตามตะเข็บของกระเป๋าโลหะทรงสี่เหลี่ยมที่มีลักษณะเหมือนกระเป๋าหนังสัตว์ ซึ่งช่วยให้เขาสามารถปีนป่ายขึ้นไปได้จนเกือบถึงปากกระเป๋า
เมื่อเหลือบมองเห็นท่าทางของทหารคนเดิมกำลังจะหันกลับมาหยิบกระเป๋าเขาจึงตัดสินใจะโโหนตัวลงไปกองรวมกับพวกกิ้งกือและหนอนทั้งหลายภายในกระเป๋า ซึ่งมีอยู่จำนวนมากเกือบเต็มกระเป๋าพวกมันต่างขดตัวยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
“พะ.....พวกมัน.....น่ากลัวจังเลย”มดนิวส่งเสียงบอกเสิ่นอี้ตะกุกตะกัก
มันไม่คาดคิดว่าจะต้องเข้ามาอยู่ร่วมกับกิ้งกือและหนอนเป็จำนวนมากขนาดนี้โดยพวกมันมีแต่ตัวโตที่ใหญ่กว่ามดนิวหลายเท่านักสร้างความหวาดกลัวให้กับมดนิวเป็อย่างยิ่ง
เสิ่นอี้ยืนซุกตัวอยู่มุมหนึ่งของกระเป๋าต่อมาเขารีบย่อตัวลงนั่งให้ซากศพของกิ้งกือและหนอนกลบตัวเขา เป็การพรางตัวไม่ให้ทหารแมงป่องรู้สึกผิดสังเกตได้
เขาพูดปลอบใจมดนิวเสียงสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวเช่นกันเขาได้แต่หวังว่ากิ้งกือและหนอนที่ยังมีชีวิตอยู่เ่าั้จะไม่สนใจคนตัวเล็กอย่างเขาพลางคิดว่าพวกมันน่าจะพยายามขดตัวเพื่อหลบภัยร้ายมากกว่า
“มะ...ไม่เป็ไร...มันคงไม่ทำอะไรพวกเราหรอกยะ...อยู่นิ่ง ๆ อย่าให้พวกแมงป่องสังเกตเห็นพวกเราได้”
เสิ่นอี้ก้มมองดูสภาพร่างกายตนเองที่เต็มไปด้วยเืไหลซิบบนแขนและมือสองข้างจากาแที่ได้รับขณะวิ่งฝ่ากอหญ้ามารวมทั้งต้องมาอยู่ท่ามกลางซากศพกิ้งกือและหนอนทั้งหลาย ทำให้สภาพของเขาตอนนี้ไม่แตกต่างจากซากศพที่เดินได้เหมือนกัน
ทันใดนั้นทหารแมงป่องเดินมาปิดกระเป๋าใส่อาหารอันโอชะของพวกมันก่อนที่จะสะพายขึ้นยานรบไป
เสิ่นอี้และมดนิวต่างภาวนาให้พวกตนขึ้นไปบนยานรบได้อย่างปลอดภัยพร้อมกับหาทางช่วยเหลือเ้าหญิงให้ได้
..........
โชคดีที่กระเป๋าใส่อาหารของทหารแมงป่องนั้นมีช่องอากาศพอหายใจได้ทำให้เสิ่นอี้และมดนิวไม่รู้สึกพะอืดพะอมกับกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพกิ้งกือและหนอนที่กำลังโชยกลิ่นแรงมากขึ้น
ถึงอย่างนั้นการอยู่ร่วมกับซากศพเป็เวลานานทำให้มดนิวไม่สามารถอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างได้
“สะ.....เสิ่นอี้.....ข้ารู้สึกตาลาย.....เหมือนจะเป็ลมเลย”
มดนิวบอกชายหนุ่มอย่างกังวลใจมันไม่คาดฝันว่าตนจะต้องมาอยู่ร่วมกับซากศพทั้งหลายในสถานที่คับแคบและไม่ปลอดโปร่งเช่นนี้จนมันเริ่มหายใจไม่ออกและรู้สึกคล้ายจะหน้ามืดขึ้นมาทันที
“เฮ้ย!.....อย่าเพิ่งเป็ลมตอนนี้พวกเราน่าจะเข้ามาอยู่ในยานรบแล้ว หากเป็ลมแล้วพวกมันจับเราไปกินละ ไม่ใช่ต้อง
ตายทิ้งจริงๆ หรือ?”
เสิ่นอี้ร้องอุทานเสียงหลงอย่างกังวลใจเขาเองก็รู้สึกไม่ไหวเหมือนกันที่ต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทว่าเขาไม่สามารถอ่อนแอจนหมดสติไปได้ ไม่อย่างนั้นอาจเสียทีถูกพวกแมงป่องจับกินไปเหมือนกิ้งกือและหนอนเหล่านี้
ทั้งนี้เสิ่นอี้มั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าพวกแมงป่องจะต้องนำซากศพและกิ้งกือกับหนอนที่มีชีวิตมากินเป็อาหารแน่ๆ ทำให้เขาต้องฝืนอดทนอดกลั้นไม่ให้สิ้นสติไปเสียก่อน
“ขะ.....ข้า.....จะพยายาม.....แต่....ข้าไม่ไหวแล้ว”
มดนิวตอบรับคำเตือนจากเสิ่นอี้อย่างเข้าใจทว่ามันไม่สามารถอดกลั้นความรู้สึกคลื่นไส้ที่โจมตีกะทันหัน จึงอาเจียนออกมาเต็มที่มันสำรอกเศษอาหารราดรดบนไหล่ขวาของชายหนุ่มจนเปียกชุ่มไปหมด
“ขะ.....ข้าขอโทษอย่าโกรธข้าเลยนะ”
มดนิวอาเจียนแล้วรู้สึกดีขึ้นไม่ตาลายเหมือนจะเป็ลมอีก ทว่าพอเหลือบมองเห็นการกระทำของตัวเองทำให้มันรีบกล่าวขอโทษชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว พร้อมทำตาร้องขอความเห็นใจอย่างรู้สึกผิดตามจริง
“ช่างเถอะดูเหมือนมันจะวางกระเป๋าแล้ว ต้องรีบหาทางออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นถูกจับไปกินแน่”