ตอนนี้น็อกที่กำลังโดนสายตาของพรีมจับจ้องมองมาราวกับกำลังจะกินเลือดกินเนื้อ เขาพยายามจะรีบพูดอธิบาย แต่ปากเจ้ากรรมก็ดันแข็งค้างซะจนพูดอะไรไม่ออก แม่ของเขาที่จงใจแกล้ง ก็รีบอุ้มนีน่าแล้วอ้างว่าดึกแล้วจะพาหลานไปเข้านอนก่อน ส่วนลิลลี่ก็ยิ้มขำเล็กน้อยก่อนจะโอดครวญว่าเหนื่อยเพลียจากการไปเที่ยวมา มินมินยิ่งแล้วใหญ่ตีหน้านิ่งอ้าปากหาวแล้วเดินจากไป สุดท้ายคือไอ้เพื่อนแสนดีที่พอเห็นทุกคนมีข้ออ้างจากไป มันดันแกล้งตายหน้าตาเฉย
".....!!?"
"แหม!! ลูกสาวน่ารักจังเลยนะ!!?"
พรีมที่พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบๆ ตัวของน็อกนั้นเหน็บหนาวจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งเลยก็ว่าได้ ส่วนน็อกในตอนนี้นิ่งเงียบก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที
"นี่ นี่ พรีมเราหามหาลัยที่จะไปสอบเข้าได้แล้วนะ พรีมไปด้วยกันเปล่า!!?"
"อืม...ได้สิ แต่ว่านะ.....ไปทัวร์นรกก่อนก็แล้วกันนะ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย"
"...โอ้ยยยยย...จ...เจ็บบบบบน้าาาา"
ผ่านไปสักพักใหญ่ น็อกได้แต่โอดครวญแล้วเอามือมาลูบหูตัวเองที่โดนดึงซะเกือบขาด ส่วนแม่ที่เป็นสาเหตุทำให้เขาต้องเจ็บตัวก็นั่งหัวเราะอย่างขำๆ และพรีมที่กำลังเล่นกับนีน่าอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลย สุดท้ายคือไอ้เพื่อนตัวแสบที่แกล้งตายพอแม่เขาลงมาแก้ความเข้าใจผิดให้มันก็ฟื้นแล้วมาเล่นกับนีน่าอย่างหน้าตาเฉย เขาได้แต่มองไปอย่างเซงๆ ก่อนจะมีเบอร์ของลุงกรโทรเข้ามา น็อกมองอย่างแปลกใจก่อนจะกดรับสาย
"สวัสดีครับ ลุงกร โทรหาผมด่วนมีอะไรหรือเปล่าครับ"
"หลานน็อก เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ตอนนี้ทางธนาคารกำลังโดนผู้นำประเทศมหาอำนาจทั้งเจ็ดกดดันอย่างหนักอยู่ พวกนั้นต้องการพบตัวผู้ออกแบบโปรแกรมส่วนเหตุผลพวกเราเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด แต่พวกเขาบอกว่าหากไม่พาตัวผู้ออกแบบโปรแกรมไปพบ เขาจะใช้กฏหมายโลกระงับระบบการใช้จ่ายออนไลน์ผ่านธนาคารของเราในทุกๆ ประเทศ ทำให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมดถอนตัว ถ้าหากพวกเราโดนระงับสิทธิในทุกประเทศคงต้องสูญเสียเป็นจ���นวนมากถึงขั้นล้มละลายเลยนะ" น้ำเสียงของลุงกรเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
น็อกอดยิ้มในใจไม่ได้ เพราะเดิมทีนั้นเขาวางแผนไว้เตรียมรับมือไว้หมดแล้ว และที่สำคัญนั้นเขาต้องการให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ขายหุ้นแล้วถอนตัวไปเอง ก่อนจะบอกลุงกรอย่างเรียบง่าย
"ลุงกรครับ ไม่ต้องตกใจไป ถ้ายังไงเดี๋ยวลุงช่วยส่งคนมารับผมที่บ้านด้วย แล้วไปเจอกันที่ธนาคาร เดี๋ยวผมจัดการเองครับ"
"ได้สิ อีก 10 นาทีคนของลุงจะไปถึง แล้วเจอกัน"
"ครับ"
หลังจากที่น็อกวางสาย ก็หันไปถามพรีมกับนพว่าจะไปด้วยกันไหม ทั้งสองแทบไม่ต้องคิดอะไรมากก็ตอบตกลงในทันที แม่ของน็อกมองด้วยความกังวลเล็กน้อย ก่อนจะบอกขอไปด้วย เพราะไม่มั่นใจในตัวลูกชายแสนดีที่ก่อเรื่องไม่เว้นในแต่ละวัน น็อกได้แต่ถอนหายใจอย่างเพลียๆ
ไม่นานนักก็มีรถมาจอดที่หน้าบ้าน น็อกและคนที่เหลือก็รีบไปขึ้นรถทันที จากบ้านของน็อกใช้เวลาในการเดินทางมาถึงธนาคารเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น พอรถมาจอดเทียบที่หน้าธนาคารก็เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆ พนักงานส่วนมากก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปหมดแล้ว จะเหลือก็แต่พวก รปภ.เท่านั้น น็อกที่ลงจากรถก็เห็นลุงกรรออยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ก่อนจะรีบพาน็อกและทุกคนขึ้นไปพบท่านประธานทันที
ภายในห้องท่านประธาน
ท่านประธานหรือลุงจอร์นที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยาก กับเลขาชินที่ถือแฟ้มเอกสารการฟ้องร้องต่างๆ ทันทีที่ลุงจอร์นได้เห็นน็อก เขาก็มีอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย ในตอนแรกนั้นเขาเพียงแค่มองว่านี่เป็นโปรแกรมที่ช่วยในเรื่องธุรกิจเท่านั้น แต่ในตอนนี้มันตรงกันข้ามแล้ว เพียงเพราะโปรแกรมเล็กๆ เพียงโปรแกรมเดียว สามารถกำหนดชะตาชีวิตของธนาคารแห่งประเทศได้ในชั่วพริบตา น็อกที่เห็นอาการของลุงจอร์นรีบพูดขึ้นคลายความกังวลใจ
"ไม่ต้องห่วงครับ ลุงจอร์นผมวางแผนเอาไว้หมดแล้ว หายห่วงได้"
"เธอจะไปพบกับผู้นำประเทศมหาอำนาจทั้ง 6 งั้นหรอ" ลุงจอร์นถามด้วยน้ำเสียงคาดหวัง
"โธ่!! ก็แค่เรื่องไร้สาระน่ะ พวกเขาต่างหากที่ต้องมาหาเราครับ" น็อกตอบด้วยน้ำเสียงราบเฉย
ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนในห้อง น็อกไม่รอช้ารีบสั่งงานให้เลขาชินนำโน๊ตบุ๊คมา 7 เครื่อง เลขาชินรับคำอย่างงงๆ ก่อนจะรีบไปจัดเตรียมสิ่งของตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่นานนักของทุกอย่างก็ครบ น็อกรีบทำการเชื่อมต่อโดยตรงไปยังประเทศมหาอำนาจทั้งเจ็ดอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้นำมหาอำนาจแต่ละประเทศได้รับข้อความพวกเขาก็รีบติดต่อกลับมาในทันที
ภายในหน้าจอโน๊ตบุ๊คทั้งเจ็ดเครื่องปรากฏภาพผู้นำมหาอำนาจของแต่ละประเทศ เมื่อพวกเขามองมาเจอกับเด็กหนุ่มเข้าถึงกับสบถอย่างอารมณ์เสีย และกำลังจะตัดการเชื่อมต่อ ขณะเดียวกันน็อกก็ด่าสวนทันที
"โอ้ ผู้นำประเทศมหาอำนาจ ตาต่ำเสียจริง พวกคุณใช้เงินซื้อตำแหน่งกันมารึไง ถึงได้ไร้สมองกัน"
ทันทีที่ผู้นำแต่ละประเทศได้ยินถึงกับสะอึกไปทันที เป็นผู้นำสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก ก่อนจะเอ่ยถามอย่างใจเย็น
"เธอเป็นคนสร้างโปรแกรมการซื้อ-ขายนั่นใช่ไหม"
"เอาตามตรงเลยนะ พวกคุณไม่ได้ต้องการข้อมูลโปรแกรมนั่น แต่เป็นระบบการป้องกันสมบูรณ์แบบที่ผมใช้มากกว่าสินะ ถ้าจะคุยกันผมไม่ชอบคนอ้อมค้อม"
ผู้นำทั้งหกมองมาอย่างแปลกใจ ก่อนที่ผู้นำอเมริกาจะกล่าวต่อ
"สมแล้วที่เป็นสุดยอดแฮกเกอร์ ถ้างั้นคงไม่ต้องอธิบายมาก เธอต้องการอะไรกันแน่"
"สมกับเป็นสุดยอดผู้นำเลยนะครับ แต่ไม่ใช่ผมต้องการอะไร เป็นพวกคุณที่บีบบังคับให้ผมออกมา เพราะฉะนั้นหากจะเจรจาธุรกิจอะไร ค่าตอบแทนผมต้องสูงมากกว่าเดิม 3 เท่า และที่สำคัญหากมายุ่งวุ่นวายกับธุรกิจเล็กๆ ของผม รับรองได้ว่าประเทศพวกคุณได้พินาศอย่างแน่นอน"
คำขู่เล็กๆ ของน็อกไม่ได้ทำให้ผู้นำทั้งหกประเทศตกใจกลัวอะไร แต่กลับเป็นผู้นำอเมริกาที่รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ผิดกับลุงจอร์น ลุงกร และเลขาชิน ที่แทบจะล้มทั้งยืน เพราะน็อกเพิ่งจะประกาศสงครามกับประเทศมหาอำนาจทั้งเจ็ดอย่างหน้าตาเฉย ส่วนแม่ของน็อกนั้นฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอเห็นสีหน้าของทั้งสามก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะน็อกคงเริ่มก่อเรื่องครั้งใหม่อีกแล้วสินะ จะมีก็แต่พรีมกับนพที่มองมาอย่างงงๆ เพราะฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่
"ฮ่า ฮ่า แล้วเธอจะทำให้ประเทศของฉันพินาศได้ยังไงล่ะ เจ้าหนุ่ม" ผู้นำรัสเซียกล่าวติดตลก
"อ่อ!!? ผมลืมบอกพวกคุณไปสินะครับ ว่าตอนที่ผมติดต่อไปนั้น ผมได้ส่งไวรัสบางตัวฝากไปด้วยมันจะแทรกแซงผ่านการเชื่อมต่อไปยังระบบต่างๆ ภายในประเทศพวกคุณ หลังจากนี้ 1 วันระบบของพวกคุณจะถูกจำกัดขอบเขต พอครบ 3 วันระบบการเชื่อมต่อจะไม่สามารถพัฒนาหรืออัพเดตข้อมูลต่างๆ ได้และ 15 วันหลังจากนี้หากผมไม่แก้ไวรัสให้ ระบบการเชื่อมต่อจะล่มสลายในทันที" ทันทีที่น็อกพูดจบโทรศัพท์ของผู้นำแต่ละประเทศก็ดังขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน มันคือการแจ้งข่าวเรื่องไวรัสแปลกปลอมที่แทรกแซงผ่านการทำงานของระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของแต่ละประเทศ ผู้นำทั้งหกมองหันไปที่เด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวอย่างเดือดดาล
"อยากให้ประเทศของเธอถูกทำลายใช่ไหม"
"อืม!!! มีปัญญาไหมล่ะครับ หากส่งฝูงบินมาผมจะช่วยส่งนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธที่พวกคุณสร้างขึ้นมา ไปทำลายพวกคุณเอง ถ้าจะส่งคนมาจับตัวผมขอคนมีฝีมือหน่อยนะ เพราะตอนนี้กำลังอยากได้กำลังคนเพิ่มอยู่พอดี" พอน็อกพูดจบผู้นำทั้งหมดถึงกับต้องครุ่นคิดอย่างหนัก น็อกที่เห็นแบบนั้นจึงกล่าวขึ้นต่อทันที
"ก่อนถึงกำหนด 15 วันพวกคุณจะต้องเดินทางมาหาผมที่ประเทศ และจ่ายค่าตอบแทนประเทศละสิบล้านเหรียญดอลลาร์แล้วผมจะแก้ไวรัสให้ และนี่คือบทเรียนสำหรับการทำให้ธุรกิจเล็กๆ ของผมเกือบล้มละลาย และหากต้องการคุยธุรกิจกับผมจริงๆ หาทางติดต่อดีๆ มาถ้าไม่อยากให้ประเทศล่มสลายชั่วข้ามคืน หมดเรื่องคุยล่ะ ตัดสินใจได้เมื่อไหร่ก็โทรติดต่อไปเบอร์ที่ผมส่งให้ก็แล้วกัน เดี๋ยวตัวแทนฝั่งผมจะคอยประสานงานเอง" หลังจากที่น็อกพูดจบก็ทำการตัดการเชื่อมต่อทันที ท่ามกลางความตกใจของทุกคนภายในห้อง และผู้นำทั้งเจ็ดประเทศ แต่ยังไม่ทันที่ผู้นำแต่ละประเทศจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ โทรศัพท์ของพวกเขาก็ปรากฏข้อความขึ้นมา ทันทีที่พวกเขาเปิดออกอ่านถึงกับช็อคค้างทันที เพราะมันไม่ได้มีเพียงแค่เบอร์ติดต่อ แต่ยังมีรหัสลับสำหรับยิงอาวุธรุนแรงโผล่ขึ้นมาด้วย
กลับมาภายในธนาคาร
ตอนนี้ลุงจอร์น ลุงกร และเลขาชิน ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นของร่างไร้วิญญาณ ส่วนแม่ของน็อกได้แต่กุมขมับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ เพราะขนาดเธอเองที่มาด้วย ยังไม่สามารถหยุดลูกชายไม่ให้ก่อเรื่องได้ ส่วนพรีมกับนพก็เงียบไปเพราะไม่เข้าใจอะไรเลย ครั้นจะถามก็ไม่กล้าเพราะเห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดของแต่ละคนแล้ว สุดท้ายคือน็อกที่กำลังนั่งเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์
หลังจากที่ระดับทักษะต่างๆ ที่เขามีถูกอัพจนเต็มไปหมดแล้ว และไม่สามารถอัพด้วย Point ได้อีก เพราะต้องฝึกฝนเองเท่านั้น ทำให้ Point ที่เขาเหลือ จึงเลือกอัพไปที่ทักษะแฮกเกอร์ ทักษะภาษาโลก จนเลื่อนมาเป็นทักษะระดับสูงทั้งหมด ผ่านไปสักพัก น็อกที่เห็นทั้งสามยังยืนนิ่งค้างอยู่จึงต้องรีบกระแอมเรียกสติ ก่อนที่ทั้งสามจะหลุดจากภวังค์ เขาจึงรีบสั่งงานทันทีราวกับเป็นเจ้าของบริษัทก็ไม่ปาน
"ลุงจอร์นครับ ผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่ถอนตัวไปผมจะเป็นคนรับซื้อหุ้นทั้งหมดเอง และพรุ้งนี้ระบบธนาคารน่าจะกลับมาเป็นปกติแล้ว ลุงกรครับตั้งแต่พรุ้งนี้รีบหาจองห้องพักระดับสูงเพื่อเตรียมรับมือกับผู้นำของแต่ละประเทศทางที่ดีเหมาทั้งโรงแรมเลยละกันเอาเป็นระยะเวลา 1 เดือนก็ได้ ส่วนเลขาชินโทรศัพท์คุณห้ามห่างจากตัวเด็ดขาด เพราะเหล่าผู้นำแต่ละประเทศจะโทรหาคุณอย่างไม่ขาดสายแน่นอน ถ้าเขาสอบถามข้อมูลอะไรให้บอกไปว่าไม่รู้ทั้งนั้น และหากต้องการแก้ไขข้อพิพาทก็ให้มาพบผมโดยตรง แล้วให้คุณพาไปโรงแรมที่ลุงกรจัดให้แล้วกันนะครับ"
น็อกที่สั่งการเสร็จสิ้นก็หันไปหาแม่ของเขา และพรีมกับนพ ก่อนจะเอ่ยราวกับคนที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน
"วันนี้เพลียมาทั้งวันแล้ว รีบกลับไปนอนพักผ่อนกันดีกว่าเนอะ!!?"