หลังจากที่เล่นน้ำตกจนเบื่อแล้วไลท์และเบเรียลก็เดินสำรวจป่าโคเทียต่อ
ไลท์พบว่าภายในป่าโคเทียมีสัตว์แค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นเช่นกวาง กระต่าย กระรอก หมูป่า อสรพิษ และแมลงหลากหลายชนิด
ส่วนสัตว์ร้ายเช่นหมาป่า เสือ สิงโต หมี ไม่เห็นแม้แต่ตัวเดียว
หลังจากที่เดินเล่นจนเบื่อแล้วไลท์และเบเรียลจึงกลับไปที่หมู่บ้านโคเทีย
วันต่อมาไลท์และเบเรียลก็เดินเล่นรอบๆป่าโคเทียอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมุ่งหน้าไปที่เกาะลูก์
เกาะลูก์เป็นส่วนหนึ่งของเกาะลอยฟ้า เพียงแต่เป็นเกาะที่แยกออกไปอีกที
เกาะลูก์มีความใหญ่เพียงแค่หนึ่งในสามของเกาะลอยฟ้าเท่านั้น
บนเกาะลูก์จะเป็นฟาร์มที่ไว้ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆเช่นกระทิงลม หมูป่า วัวขนเงิน ไก่สามสี เป็นต้น
นอกจากจะเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์แล้วก็ยังมีสวนสมุนไพร สวนผักและสวนผลไม้มากมายที่ปลูกอยู่ด้วย
การเดินทางจะไปเกาะลูก์จะต้องนั่งเรือบินไปที่เกาะลูก์ ซึ่งระยะทางห่างกันไม่ถึงสิบกิโลเมตรเท่านั้น ทำให้การเดินทางใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
เพียงแต่การเดินทางจากหมู่บ้านโคเทียไปยังท่าเรือบินที่จะมุ่งหน้าไปที่เกาะลูก์ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งวัน เนื่องจากเมืองเฮฟเว่นฮาวอยู่ทางใต้ของเกาะลอยฟ้า ส่วนเกาะลูก์ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะลอยฟ้า
สาเหตุที่ทำไมถึงไม่สร้างฟาร์มที่เกาะลอยฟ้าก็เพราะว่าดินที่เกาะลูก์ดีกว่าที่เกาะลอยฟ้ามากและยังปลูกผักและผลไม้ได้ดีกว่าที่เกาะลอยฟ้า ด้วยเหตุนี้ทำให้การเพาะปลูกต่างๆรวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์จึงไปทำที่เกาะลูก์
คนทั่วไปต้องใช้เวลาเป็นวันในการเดินทางไปยังท่าเรือบินทางทิศเหนือ เพียงแต่ไลท์กับเบเรียลใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำในการเดินทางไปที่ท่าเรือบิน
“ พวกเราจะบินไปเองหรือจะนั่งเรือบินไป? ” ไลท์ถามขึ้นในขณะที่ใกล้จะถึงท่าเรือบิน
“ งั้นพวกเราก็บินกันไปเองเลยแล้วกันเห็นว่าเกาะลูก์ก็อยู่ไม่ไกลด้วย ” เบเรียลพูดขึ้น เธอเองก็สามารถบินบนท้องฟ้าได้แล้วแม้ว่าจะไม่นานก็ตามแต่ก็สามารถบินได้เป็นชั่วโมง
“ ตกลง ” ไลท์พยักหน้า
ไลท์และเบเรียลก็บินขึ้นท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปที่เกาะลูก์ทันที
การเดินทางของทั้งสองใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
จากนั้นทั้งสองก็เดินดูฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต่างๆรวมไปถึงชมสวนสมุนไพร สวนผลไม้ และสวนผัก รวมไปถึงลองชิมอาหารที่ร้านอาหารบนเกาะลูก์ด้วย
อากาศบนเกาะลูก์นั้นรู้สึกสดชื่นกว่าที่เกาะลอยฟ้ามาก เนื่องจากที่เกาะลูก์มีต้นไม้และดอกไม้จำนวนมาก
ไลท์พักอยู่ที่เกาะลูก์อยู่สองวันก่อนที่จะกลับไปที่เกาะลอยฟ้าอีกครั้ง
ซึ่งแผนการต่อไปทั้งสองมุ่งหน้าไปที่ป่าเรดมอล
ป่าเรดมอลเป็นป่าธรรมดาแต่ทว่าต้นไม้ทุกต้นที่เติบโตในป่าเรดมอลจะมีใบสีแดงทั้งหมด ซึ่งกลายเป็นป่าสีแดงที่ดูสวยงามและน่าพิศวงอย่างมาก
ป่าเรดมอลไม่ได้ใหญ่มากนักเพียงแค่ใช้เวลาเดินสองวันก็เดินครบรอบป่าเรดมอลแล้ว
ถัดจากป่าเรดมอลทั้งสองก็ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดท้ายก็คือเมืองสเกียนา ซึ่งเป็นเมืองที่มนุษย์วิหคอาศัยอยู่ หรือเรียกอีกอย่างว่าเมืองมนุษย์วิหคนั่นเอง
เมืองสเกียน่าเป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็มีพื้นที่มากพอให้มนุษย์วิหคอาศัยอยู่ได้มากกว่าแสนตัว แม้ว่าตอนนี้จะมีจำนวนแค่สองถึงสามหมื่นตัวก็ตาม
การที่จะเข้าไปในเมืองสเกียนาจะต้องจ่ายค่าเข้าคนละหนึ่งพันจีเซล
วิถีชีวิตของมนุษย์วิหคก็คล้ายๆกับมนุษย์ เพียงแต่อาหารของมนุษย์วิหคจะแตกต่างไปจากมนุษย์อยู่บ้าง ซึ่งมนุษย์วิหคบางตนจะชอบกินแมลงเป็นอาหาร
โชคดีที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ในเมืองสเกียนาด้วยทำให้มีร้านอาหารสำหรับมนุษย์อยู่บ้าง
ไลท์เดินชมเมืองสเกียน่าด้วยความสนใจเพราะบ้านเรือนของเมืองสเกียนาแตกต่างจากเมืองเฮฟเว่นฮาวอย่างมาก เพราะบ้านเรือนของเมืองสเกียน่าจะมีความใหญ่โตกว่า
เมืองสเกียน่าแบ่งออกเป็นสี่ทิศ ได้แก่เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก
ทางทิศตะวันออกจะเป็นโซนที่มนุษย์อาศัยอยู่ ซึ่งทุกอย่างที่มนุษย์ใช้หรือกินก็จะรวมอยู่ที่นี้ที่เดียว ทำให้โซนนี้จะเห็นมนุษย์มากกว่ามนุษย์วิหค
ไลท์เดินเล่นรอบๆเมืองสเกียน่าก่อนที่จะไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
หลังจากที่สั่งอาหารไปแล้ว ทั้งสองก็พูดคุยเล่นไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั้งมีชายสองคนและมนุษย์วิหคหนึ่งตัวเดินเข้ามา
ชายคนที่นำอยู่เป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปี ด้านหลังของทั้งสองก็มีชายหนุ่มอายุพอๆกันส่วนอีกคนก็เป็นมนุษย์วิหคที่ไม่ทราบอายุแต่ก็น่าจะใกล้เคียงกัน
“ คุณผู้หญิงได้โปรดมากินข้าวกับผมได้ไหมครับ? ” ชายหนุ่มที่เดินนำพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ ฉันต้องขอโทษด้วยเพราะฉันกำลังกินข้าวกับแฟนของฉัน ” เบเรียลพูด
ทันใดนั้นสีหน้าของชายหนุ่มก็แปรเปลื่ยนไปก่อนที่จะมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาเหยียดหยาม
จากนั้นก็เป็นชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นว่า “ แกควรเลิกกับผู้หญิงคนนี้และไสหัวไปไกลๆซะ ไม่งั้นแกจะเจอปัญหาแน่ ”
ไลท์ที่ถูกไลท์ก็ยิ้มขึ้นและถามขึ้นว่า “ การที่จะรังแกคนอื่นก็ต้องดูว่าคนที่พวกนายกำลังรังแกน่ะมีกำลังมากกว่าหรือเปล่านะ ”
ทั้งใดนั้นทั้งสามคนก็มองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมา
“ แกจะบอกว่าแกมีเบื้องหลังที่ดีกว่าพวกฉันงั้นหรอ? ” ชายหนุ่มคนแรกถามขึ้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ งั้นฉันขอแนะนำตัวก่อนแล้วกัน ฉันชื่อมูราห์ เป็นลูกชายของผู้นำกิลด์จอมเวทย์ชาโดว์มิเลอร์ ส่วนด้านหลังของฉันคือพอชชิน ลูกชายของผู้นำกิลด์จอมเวทย์ซอร์ดฟอร์ด ส่วนนี้คือสแชคเคิ้ล เป็นลูกชายของผู้บัญชาการทหารของกองทัพมนุษย์วิหค ซึ่งพวกเราต่างก็เป็นลูกของตัวตนระดับS แล้วทีนี้นายแน่ใจหรอว่าจะมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งกว่าพวกฉัน? ” มูราห์พูดด้วยความเย้ยหยัน
“ ก็ต้องยอมรับล่ะนะว่าพวกแกน่ะเป็นลูกของคนใหญ่คนโต ” ไลท์พูดขึ้นทำให้มูราห์ ฟอชชินและสแชคเคิ้ลยิ้มขึ้น แต่ว่าคำพูดของไลท์ก็ทำให้พวกเขาขมวดคิ้ว
“ แต่ด้วยอำนาจของพวกนายก็ยังไม่พอทำให้ฉันต้องหวาดกลัวได้หรอก ” ไลท์ยิ้มขึ้น
“ แกหมายความว่ายังไง? ” มูราห์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ ก็หมายความตามที่บอกนั้นแหละ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ เหอะใครก็สามารถพูดแบบแกได้ คิดว่าแค่ลมปากของแกจะทำให้พวกฉันกลัวงั้นหรอ? ” พอชชินเย้ยหยัน
“ นั้นสินะ ถ้าหากเป็นคำพูดลมปากใครๆก็สามารถพูดได้ งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะว่าอีกไม่นานพวกนายสองคนจะต้องคุกเข่าขอโทษฉันและยังถูกพ่อของพวกแกด่าแล้วก็เรียกกลับไปที่เมืองเฮฟเว่นฮาว ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
มูราห์และคนอื่นๆมองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมา
“ เอาสิ ถ้าหากแกทำได้ล่ะก็ฉันจะยอมเป็นลูกน้องของแกเลย ” มูราห์พูดขึ้น ส่วนพอชชินและสแชคเคิ้ลก็พยักหน้ารับ
“ แต่ถ้าหากแกแพ้ล่ะก็ ผู้หญิงคนนี้จะต้องไปกับพวกเรา เป็นอย่างไง? ” มูราห์พูดขึ้น
“ ได้สิ ถ้าหากพวกแกชนะนะ ”ไลท์หัวเราะ จากนั้นเขาก็หยิบเครื่องมือสื่อสารและโทรหาใครบางคนทันที
ผ่านไปไม่นานเครื่องมือสื่อสารของมูราห์และพอชชินก็สั่นขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
มูราห์และพอชชินมองหน้ากันด้วยความไม่อยากเชื่อ แม้แต่สแชคเคิ้ลก็ยังรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
จากนั้นทั้งสองก็รับสายทันที จากนั้นสีหน้าของทั้งสองก็แปรเปลื่ยนเป็นความตกใจตามมาด้วยความหวาดกลัว
หลังจากที่ทั้งสองวางสายแล้ว พวกเขาก็รีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าของไลท์ทันที
“ พวกนายกำลังทำอะไร! ” สแชคเคิ้ลตกใจที่เห็นเพื่อนของตัวเองคุกเข่าให้กับไลท์แบบนั้น
“ สแชคเคิ้ลแกเงียบไปซะ…ท่านไลท์ได้โปรดยกโทษให้กับพวกเราด้วยครับ ” มูราห์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ เป็นอย่างไงบ้างล่ะสำหรับเบื้องหลังของฉัน น่าตกใจใช่ไหมล่ะ? ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา
มูราห์และพอชชินมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นแววตาหวาดกลัวของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
ตอนที่พ่อของพวกเขาโทรมา พ่อของพวกเขาบอกว่าถ้าหากพวกเขาไม่สามารถทำให้ท่านไลท์ยกโทษให้ล่ะก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้านโดยเด็ดขาดและถ้าหากกลับมาโดยที่ท่านไลท์ไม่ยกโทษล่ะก็พวกเขาจะต้องถูกหักขาและห้ามออกมาจากบ้านเป็นปีเพื่อให้ทั้งสองสำนึกผิด
นอกจากนี้พวกเขาก็รู้แล้วว่าชายหนุ่มด้านหน้าที่พวกเขาหาเรื่องเป็นใคร เขาก็คือหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ยมฑูตสีทองไลท์ ตัวตนระดับSS ของโลก ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในโลกตอนนี้ด้วย สามารถจับกุมจอมเวทย์อมตะคาลอสและรับมือกับบาคาริอุซและแฟตบารี่ที่เป็นตัวตนระดับSSและSได้โดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เกรงว่าทั่วทั้งเกาะลอยฟ้าก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะชายหนุ่มด้านหน้าได้
“ แล้วไหนล่ะความกล้าก่อนหน้านี้มันหายไปไหนหมดแล้วล่ะ? ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้มที่เหยียดหยาม
“ ตามที่ตกลงกันไว้พวกแกสองคนจะต้องเป็นลูกน้องของฉัน แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่ต้องการลูกน้องเพราะฉะนั้นฉันจะลงโทษพวกแกแทนพ่อแม่ของพวกแกเอง ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะสะกดจุดตามร่างกายของทั้งสองทันที
มูราห์และพอชชินมองหน้ากันด้วยความสงสัย เพราะทั้งสองคนไม่รู้ว่าท่านไลท์กำลังทำอะไรกับร่างกายของพวกเขา
เพียงแต่ไม่นานทั้งสองคนก็รู้แล้วว่าท่านไลท์ทำอะไรกับพวกเขา
อ๊ากกกกกกก
เสียงกรีดร้องของมูราห์และพอชชินดังขึ้นและลงไปดิ้นกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
เสียงร้องของทั้งสองทำให้ทุกๆคนที่อยู่ในร้านอาหารพากันตกใจและรีบมองมาที่ต้นตอทันที ก่อนที่พวกเขาจะพบว่าเป็นมูราห์และพอชชินที่ร้องและลงไปดิ้นด้วยความเจ็บปวาด
สแชคเคิ้ลเห็นเพื่อนของเขาที่ดิ้นทุรนทุรายบนพื้นก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวและกลืนน้ำลาย จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัวยิ่งกว่าเก่า
‘ ชายคนนี้เป็นใครกันแน่!! ’ สแชคเคิ้ลสงสัย การที่สามารถทำให้ตัวตนระดับSหวาดกลัวได้แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้ว ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะเป็นพยัคฆ์ซ่อนมังกรหมอบอย่างแท้จริง
“ อดทนหน่อยสิพวกแกเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าเนี้ย? เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆพลางมองมูราห์และพอชชินดิ้นไปมา
ไม่ว่าไลท์จะพูดยังไงทั้งสองก็ยังคงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ผ่านไปกว่าสิบนาที
ไลท์ที่เห็นว่าใกล้จะถึงขีดสุดของทั้งสองแล้วจึงคลายจุดให้
แฮก ๆ ๆ
เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังพร้อมกับทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ
สแชคเคิ้ลรีบมาดูอาการของทั้งสองคนทันที
“ เอาละในเมื่อพวกแกสามารถทนความเจ็บปวดได้ถึงสิบนาทีฉันจะยอมยกโทษให้กับพวกแกเอง แต่ถ้าหากพวกแกยังทำตัวแบบนี้ให้ฉันเห็นอีกล่ะก็ ฉันจะทำให้พวกแกเจ็บปวดมากกว่าครั้งนี้อีก ” ไลท์พูดขึ้น
“ แล้วก็แกน่ะ หัดเตือนเพื่อนๆของแก ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะเป็นรอบของแกหรือเปล่า พาพวกมันไปได้แล้ว ” ไลท์หันมาพูดกับสแชคเคิ้ลพร้อมกับยิ้มขึ้นเบาๆ
สแชคเคิ้ลตัวสั่นทันทีที่เห็นรอยยิ้มของไลท์
“ เข้าใจแล้วครับ ” สแชคเคิ้ลรีบพูดขึ้นด้วยความกลัวก่อนที่จะเรียกพนักงานให้พาร่างของมูราห์และพอชชินไป
หลังจากที่จัดการกับพวกมูราห์ไปแล้วไลท์และเบเรียลก็นั่งกินอาหารตามปกติ แต่ตอนนี้ทุกๆคนในห้องอาหารแห่งนี้ต่างก็หวาดกลัวไลท์กันหมด
เพียงแต่หลังจากที่ไลท์และเบเรียลออกมาจากร้านอาหารก็ถูกสแชคเคิ้ลที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วเดินเข้ามาทันที
เวลานี้สแชคเคิ้ลมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว ตอนนี้เขารู้ตัวตนของไลท์แล้วว่าเป็นถึงตัวตนระดับSSที่แข็งแกร่ง และยังเป็นหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้อีกด้วย
เดธปาร์ตี้มีสมาชิกทั้งหมดหกคนได้แก่ หัวหน้ากลุ่มไลท์ เดซี่ เวโรนิก้า เบเรียล ไลก้า คอลรุย
แม้ว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนจะมีความแข็งแกร่งในระดับA แต่สมาชิกทุกคนสามารถรับมือกับระดับSได้ แม้ว่าจะรับมือได้ไม่นานก็ตาม แต่การที่สามารถรับมือกับระดับSได้ก็นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว
ไลท์และเบเรียยลพากันสงสัยว่าสแชคเคิ้ลมาหาพวกเขาทำไม
“ ท่านไลท์และท่านเบเรียล ผมต้องขอโทษด้วยครับกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพื่อเป็นการขอโทษได้โปรดให้ผมพาพวกท่านเที่ยวชมเมืองสเกียน่าเถอะครับ ” สแชคเคิ้ลพูดขึ้น
ไลท์และเบเรียลมองหน้ากันก่อนที่จะตอบตกลง เนื่องจากถ้าหากมีสแชคเคิ้ลนำทางล่ะก็ไม่แน่ว่าอาจจะเข้าไปในสถานที่ที่คนธรรมดาไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะจากที่มูราห์แนะนำมาว่าสแชคเคิ้ลเป็นถึงลูกชายของผู้บัญชาการทหารกองทัพมนุษ์วิหค
“ เป็นเกียรติ์ของผมอย่างยิ่งครับที่ได้พาท่านไลท์และท่านเบเรียลท่องเที่ยวที่นี้เมืองสเกียน่าครับ ” สแชคเคิ้ลพูดขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับให้เล็กน้อย
ไม่นานสแชคเคิ้ลก็นำทางให้กับไลท์และเบเรียลเดินชมเมืองสเกียน่า
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปจนกระทั้งตอนเย็นสแชคเคิ้ลก็พาพวกไลท์เลี้ยงอาหารที่ร้านอาหารหรูของมนุษย์ เพราะสแชคเคิ้ลรู้ว่าพวกไลท์คงไม่อยากกินอาหารของมนุษย์วิหคอย่างพวกเขาแน่ๆ