อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 92 ตรวจคำตอบ

    บทที่ 92 ตรวจคำตอบ




    เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนราวกับเป็นแค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น เมื่อซูหยวนตื่นขึ้นมา ก็พบว่าสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่มีความผิดปกติใดๆในสถาบันเพลิงพลอง อาจารย์และเด็กที่รู้เรื่องนั้นจำกัดเป็นวงแคบ ซึ่งถือว่าดี เพราะไม่อย่างนั้นคงจะต้องส่งผลกระทบต่อนักเรียนคนอื่นๆที่ตั้งใจมาเข้าร่วมการทดสอบเป็นแน่


                


    ซูหยวนถูกพาเข้าห้องสอบ อาจารย์หลายคนรู้จักเธอเนื่องจากผลงานเมื่อคืน ดังนั้นจึงมีการทักทายเล็กๆน้อยๆ ทำเอานักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งที่มากับซูหยวนหลายคนต้องประหลาดใจ 




    “เจ้านาย ผมจะพาเจ้านายไปห้องทดสอบเองครับ” ในขณะที่ซูหยวนคิดว่าตัวเองน่าจะเข้าร่วมการทดสอบได้อย่างสบายใจ เธอก็ไม่ได้คิดว่าคนที่ผันตัวเป็นสุนัขรับใช้ของตนเองจะพุ่งตรงเข้ามาหา


                


    เขาเป็นรุ่นพี่ชั้นปีที่สี่ของสถาบันเพลิงพลอง พอแสดงท่าทางนอบน้อมขนาดนี้ต่อเธอก็เป็นภาพที่ดูน่าประหลาดอยู่ไม่น้อย หากซูหยวนไม่ได้มาจากเขตชั้นนอกแต่เป็นเขตชั้นใน การที่จู่ๆก็มีคนมาแสดงความเคารพต่อเธอเช่นนี้ยังเข้าใจได้ ทว่าสถานการณ์นี้กลับทำให้ผู้คนไม่เข้าใจเอาเสียเลย


                


    ซูหยวนมองดูเด็กหนุ่มตระกูลสวี่ เห็นสายตาที่ซื่อสัตย์มั่นคงของเขาก็เข้าใจว่าเธอคงไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ ดังนั้นแทนที่จะต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อเถียงกับเขา หญิงสาวเลือกที่จะเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่าย




    “เจ้านาย หลังจากการทดสอบเรื่องเมื่อคืน พบว่ามีความผิดปกติอยู่ไม่น้อยเลย” ในระหว่างที่เดินไปด้วยกัน ซูหยวนที่ไม่ได้คิดว่าจะได้ยินเรื่องราวประหลาดก็เลิกคิ้วขึ้น เมื่อเด็กหนุ่มได้เห็นเช่นนั้น เขาก็รีบอธิบายเรื่องราวต่อไปทันที




    “พวกคนงานของสถาบัน แต่เดิมแล้วเป็นคนที่ทำงานให้สถาบันมาเป็นเวลานาน แม้แต่ผู้อำนวยการก็ยากที่จะเชื่อว่าพวกเขาจะหักหลัง หลายคนนั้นเป็นคนที่สถาบันเก็บมาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงมีการสอบสวนกันเข้มข้นมาก และในการสอบสวนนั้น ก็ทำให้รู้ว่านอกจากพวกเขาที่รู้เรื่องนี้แล้ว ยังมีกลุ่มคนลึกลับที่อยู่เบื้องหลังอีก”




    “หนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นยังเป็นผู้บอกวิธีการฝึกฝนที่เลวทรามเช่นนี้ด้วย วิธีการแย่งเอาพลังงานจากเด็กนักเรียนในสถาบันไปก็เป็นเขา ทว่า...ไม่ว่าจะสอบสวนอย่างไร พวกเราก็ไม่สามารถรับรู้ตัวตนของคนที่อยู่เบื้องหลังได้เลย คนงานเหล่านั้นพูดแค่ว่าพวกมันสวมชุดคลุมสีดำเหมือนกันทั้งหมด”




    “แม้จะไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับพวกมัน แต่อาจารย์ของสถาบันก็คาดเดาออกมาได้เป็น 3 กลุ่มที่น่าจะลงมือเช่นนี้ได้ ซึ่งอยากจะให้ฉันมาเตือนเจ้านายเอาไว้ด้วย เนื่องจากเจ้านายเป็นคนที่ทำแผนของพวกมันพัง บางทีอาจจะเป็นเป้าหมายในการแก้แค้นก็ได้”


                


    ซูหยวนขมวดคิ้วหลังจากได้ยินเช่นนี้ อันที่จริง...ก่อนที่เธอจะมาสถาบัน เพียงแค่ปิดกลางภาคเรียน ซูหยวนก็ได้สร้างปัญหากับพวกที่อยู่เขตชั้นในแล้ว ด้วยการถล่มรังของอันธพาลที่รวมกลุ่มในเขตชั้นนอก แม้ว่านั่นจะเป็นการทำเพื่อช่วยเหลือพ่อของเธอก็ตาม ทว่า...ซูหยวนก็ยังไม่มั่นใจว่าตนเองกำลังสู้กับใครอยู่


                


    เธออาศัยตระกูลจางเป็นร่มเงาที่แข็งแกร่ง ปกป้องชีวิตครอบครัวและตัวเอง ทว่า...เธอก็ไม่ได้มั่นใจว่าถ้าเธอสร้างเรื่องราวที่ใหญ่โตขึ้น แทนที่พวกเขาจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตระกูลจาง อาจจะต้องการลงมือกับเธอเพื่อทำลายคนที่อาจจะเป็นปัญหาให้พวกเขาได้อีกในอนาคต


                


    ซูหยวนไม่ได้คาดคิดว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร ถ้าเธอรู้ว่าอาจจะมีเบื้องหลังที่เป็นปัญหามากกว่านี้ เธอจะไม่ตามนักเรียนสวี่ไปเด็ดขาดแต่จะไปแจ้งอาจารย์ของสถาบันเพลิงพลองแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์เหล่านั้นแทน น่าเสียดายที่ดูเหมือนเธอจะตัดสินใจพลาดไปแล้ว




    “เจ้านาย เจ้านายไม่ต้องกังวลไป นอกจากเจ้านายจะมีตระกูลสวี่แล้ว เจ้านายก็ยังมีอาจารย์จากสถาบันเพลิงพลองที่พร้อมจะช่วยเหลือเจ้านายอยู่ ในสถาบันเพลิงพลองของพวกเรา ไม่มีความคิดที่จะปล่อยให้ผู้ช่วยเหลือได้รับอันตรายเด็ดขาด ถ้าใครกล้าแตะต้องเจ้านาย พวกมันก็ต้องพร้อมจะเป็นศัตรูกับทุกคนในสถาบันด้วย!!” สวี่เฟิงรุ่ยกล่าวอย่างจริงจัง 


                


    ซูหยวนมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะถาม




    “ก่อนอื่นเลย สถาบันเพลิงพลองที่บอกจะช่วยเหลือฉัน พวกเขาจะช่วยได้ยังไงถ้ายังไม่รู้ว่าศัตรูที่ลงมือเป็นใคร?” ซูหยวนถามอย่างนี้ สวี่เฟิงรุ่ยที่มั่นใจในครั้งแรกก็ชะงักไปเล็กน้อย




    “เอ่อ เรื่องนี้...ทางสถาบันกำลังตรวจสอบอยู่ ในไม่ช้าจะต้องรู้คนลงมือแน่”




    “โอ้ ถ้าอย่างนั้น...สถาบันก็น่าจะจัดการได้ก่อนที่คนร้ายจะหันเป้าหมายมาที่ฉันไม่ใช่หรอ? ทำไมสถาบันจะต้องรอให้คนเลวลงมือก่อนค่อยช่วยเหลือฉันล่ะ เว้นแต่สถาบันเองก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะเจอตัวคนร้ายก่อน” ซูหยวนถามกลับไปอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ทำให้เจ้าทึ่มที่มั่นใจในครั้งแรกชะงักเป็นครั้งที่สอง


                


    เอ่อ บทพูดนี้เขาสมควรต้องตอบกลับยังไงล่ะ? ไม่ใช่ว่าเขาก็พูดเช่นที่อาจารย์พูดกันในห้องประชุมก็จบแล้วหรอ พวกอาหารบอกแค่ว่าจะจัดการคนเลวและปกป้องเจ้านายอันให้ได้ แต่ไม่เห็นมีคนถามออกไปแบบนี้เลย


                


    ถ้าพวกเขาจัดการตั้งแต่แรก อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องปกป้องอีกใช่ไหม? แล้วทำไมไม่จัดการตัดไฟแต่ต้นลมล่ะ นั่นก็เป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงอย่างไรล่ะ!!




    “จะ เจ้านาย....คือว่าแบบนี้ อันที่จริง....” สวี่เฟิงรุ่ยอึกอัก เขาไม่รู้ว่าจะไปต่ออย่างไร




    “เหมือนที่นักเรียนสวี่พูด ตอนนี้พวกเรามีกลุ่มที่น่าสงสัยอยู่ 3 กลุ่ม ซึ่งหลังจากนี้ สถาบันเพลิงพลองจะจับตามองการเคลื่อนไหวของทั้งสามอย่างดีไม่ให้คลาดสายตา เมื่อไรก็ตามที่พวกมันต้องการลงมือกับนักเรียนอัน เวลานั้นพวกเราก็จะมั่นใจแล้วว่าคนอยู่เบื้องหลังเป็นกลุ่มไหน นี่คือความหมายที่พวกเราบอกว่าจะปกป้องนักเรียนอันให้ได้”


                


    ในขณะที่สวี่เฟิงรุ่ยไม่สามารถอธิบายได้ ตอนนั้นเองก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังจากด้านหลัง เป็นอาจารย์หลางของสถาบันเพลิงพลองที่ช่วยอธิบายเรื่องนี้


                


    เมื่อสวี่เฟิงรุ่ยได้ยิน เขาก็รีบพยักหน้าตามนั้นทันที




    “อาจารย์กำลังจะให้ฉันเป็นเหยื่อล่อผู้อยู่เบื้องหลังหรอคะ รอจนกว่าพวกเขาลงมือจึงจะมั่นใจได้ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้?” ซูหยวนขมวดคิ้วมุ่น คำพูดของอาจารย์หลางถ้าฟังผิวเผินแล้วเหมือนจะดี แต่ในความคิดของซูหยวน มันก็แค่คำพูดลวงโลกไม่ใช่หรือ?


                


    เขาบอกว่าจะจับตามองสามกลุ่มที่ “น่าจะเป็น” คนลงมือ ถ้าอย่างนั้น...พวกเขาจะจับตามองไปจนถึงเมื่อไหร่? จนกว่าเธอจะถูกโจมตีงั้นหรือ?


                


    แล้วถ้าคนที่โจมตีไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกัน ถ้าเธอเองก็มีศัตรูอยู่หลายกลุ่มล่ะ พวกเขาจะเอาอะไรมามั่นใจว่าถูกคนแล้ว อีกอย่าง....คนที่จะลงมือคงไม่ใช่คนโง่ พวกเขาจะลงมือตอนที่เธออยู่ในจุดปลอดภัยหรือ? แน่นอนว่าต้องไม่อยู่แล้ว สถาบันเพลิงพลองที่บอกจะปกป้องเธอ พวกเขามีความมั่นใจว่าจะดูแลเธอได้อย่างไร? เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะมาอยู่กับเธอตลอด 24 ชั่วโมง


                


    อาจารย์หลางมองดูนักเรียนอันที่ตั้งคำถามกับตนแล้วก็ขมวดคิ้ว พวกเขามีความมั่นใจว่าจะต้องดูแลความปลอดภัยให้นักเรียนอันได้แน่ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง มีอะไรที่จะต้องกลัวอีก...


               


     โดยที่อาจารย์หลางก็อาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้ ไม่ใช่สถาบันเพลิงพลองที่ปล่อยให้นักเรียนโดนทำร้ายมาหลายต่อหลายคนหรือ? และเป็นเพราะซูหยวนต่างหากที่เข้าไปช่วยเหลือจนทำให้จัดการสถานการณ์นี้ได้น่ะ ทำไมพวกเขายังมีความมั่นใจที่ผิดๆอยู่ได้อีก....


                


    ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ซูหยวนย่อมไม่ได้รับคำตอบจากอาจารย์หลาง เพราะคำตอบเหล่านั้นไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก ดังนั้นเธอจึงเดินเข้าห้องทดสอบทั้งอย่างนั้น ปล่อยให้อาจารย์หลางและศิษย์ของเขาจมอยู่กับการหาคำตอบให้ซูหยวนตลอดทั้งวัน


                


    การทดสอบวันนี้ไม่ได้ยากเย็น คำถามทั้งหมดอยู่ในหนังสือเรียนแล้ว บางส่วนอยู่ในหนังสือเรียนของชั้นปีต่อไป ทว่ามันก็เป็นคำถามที่ใช้หลักการและเหตุผลคาดเดาได้อยู่ดีว่าควรจะตอบไปในทิศทางไหน ที่เหลือก็แค่อาจารย์คนตรวจข้อสอบเท่านั้นที่จะมอบคะแนนให้ เนื่องจากมันเป็นข้อสอบที่ต้องตอบตามความเข้าใจ ไม่ได้มีตัวเลือกให้เลือกตอบ ดังนั้นสำนวนและวิธีการอธิบายก็มีผลเช่นกัน


                


    แน่นอนว่าอาจจะมีนักเรียนหลายคนที่กำลังไม่สบายใจ แม้พวกเขาจะรู้คำตอบทั้งหมด แต่ก็กลัวว่าจะอธิบายได้ไม่ครบถ้วนพอ ทว่า...เรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับซูหยวนได้อย่างไร


                


    อย่าลืมว่าเธอก็คือคนที่ปรับการอธิบายของรุ่นพี่ตงเจิ้นจนได้รับคำชมเชย แม้แต่ประธานจางคนนั้นก็ยังสนใจงานชิ้นนี้เพราะคำอธิบายและการชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาที่เธอใส่เข้าไปเลย ดังนั้นการตอบคำถามเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นอะไรได้ ซูหยวนไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย


                


    เธอเขียนทุกอย่างอย่างเป็นระเบียบ หากเทียบชิ้นงานที่เธอช่วยเกลาให้รุ่นพี่ตงแล้ว งานชิ้นใหม่นี้มีความเป็นระเบียบและเข้าใจง่ายยิ่งกว่าอีก


                


    ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อกระดาษคำตอบของเธอไปถึงมือผู้ตรวจ มันจะทำให้พวกเขาต้องอ้าปากค้างจนไม่สามารถให้คะแนนกระดาษคำตอบของนักเรียนคนต่อไปได้


               


    นี่ก็คงจะเป็นเรื่องปกติของคนที่ได้เจอกับคำว่า “สมบูรณ์แบบ” พวกเขาจะไม่สามารถมองส่วนที่ “ดี” หรือ “พอใช้” ในสายตาได้อีก พวกมันจะเป็นเพียง “ขยะ” ที่ตอบมาลวกๆก็เท่านั้น




    “กระดาษคำตอบของนักเรียนคนนี้ช่าง...” อาจารย์คนหนึ่งที่อ่านกระดาษคำตอบของซูหยวนไม่รู้ว่าควรจะสรรหาคำไหนมาอธิบายแล้ว เขาเพียงวางมันลงบนโต๊ะตรวจคำตอบ แล้วปล่อยให้อาจารย์ท่านอื่นๆได้ชื่นชมก็เท่านั้น




    “เดิมที ฉันเป็นคนที่เขียนตำราวิชาพื้นฐานนักล่าที่เป็นหนังสือบังคับให้นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งทั้งหมดต้องอ่าน ย่อมต้องมั่นใจอยู่แล้วว่ารายละเอียดที่ใส่ไปนั้นเข้าใจได้ง่ายและครบถ้วน แต่คิดไม่ถึงเลย...เพียงคำถาม 1 ข้อที่เกี่ยวกับพื้นฐานการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าพื้นที่ล่านั้น นักเรียนอันคนนี้จะสามารถมอบคำตอบที่ยอดเยี่ยมได้ โดยไม่มีตกหล่นแม้เพียงเรื่องเดียว”




    “เทียบกันแล้ว...หนังสือของฉันยังขาดอีกหลายส่วนที่ควรจะต้องเตือนนักเรียนด้วย หลังจากนี้...ฉันคงจะต้องเชิญนักเรียนอันมาเป็นแขกเพื่อเขียนหนังสือเล่มใหม่เสียแล้ว”


                


    อาจารย์คนหนึ่งที่ได้อ่านคำตอบของซูหยวนก็พูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน กระดาษคำตอบของซูหยวนต่อ 1 ข้อนี้เกือบ 10 แผ่น ทั้งหมดล้วนบรรยายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและละเอียดมาก เชื่อได้เลยว่าถ้ามีเวลามากกว่านี้ นักเรียนอันก็น่าจะใส่รายละเอียดที่มากกว่าเดิมจนครบ 100 หน้าได้สบายๆ


                


    แน่นอนว่าการที่เติมข้อมูลเยอะเกินไปในหนังสือหนึ่งเล่มไม่นับว่าดี เพราะมันจะทำให้นักเรียนเบื่อจนไม่อยากเปิดอ่านต่อได้ ขนาดเขาเอง...เขียนแต่ละเรื่องเอาไว้ทีละประเด็นสองประเด็น ยังเคยได้ยินเสียงบ่นของนักเรียนเลยว่าไม่ต้องการอ่านเอกสารของเขา


                


    ทว่า...ไม่เหมือนกับคำตอบที่นักเรียนอันมอบให้ แม้จะเขียนเป็น 10 หน้า แต่เนื้อหาเรียงร้อยเป็นอย่างดี คนอ่านจินตนาการตามได้เลยว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร จะต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วจะต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร 


                


    จนอ่านมันจนจบ ยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าเอกสารนี้อ่านจบแล้ว พรสวรรค์ในการเรียบเรียงและบรรยายช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวจริงๆ




    “เหอ เหอ เหอ ของท่านยังเป็นแค่มีจุดขาดตกบกพร่องไป ดูคำตอบเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการกลายพันธุ์นี้สิ แค่ข้อเดียวก็เหมือนตบหน้าของฉันสามสิบรอบแล้ว”


                


    คนพูดทำท่าทางจะร้องไห้เมื่อเปิดคำตอบในข้อที่ตนเองรับผิดชอบให้อาจารย์คนอื่นๆได้ดู คำตอบของนักเรียนอันยังคงมากกว่าของนักเรียนคนอื่น ทว่าเมื่อได้อ่านรายละเอียด กลับเป็นการเปิดโลกที่แท้จริงเสียอย่างนั้น


                


    พวกเขาไม่รู้ว่ามีนักเรียนที่สนใจศึกษาประวัติความเป็นมาของการกลายพันธุ์ที่ถูกมองว่าเป็นวิชาเพ้อฝันได้มากขนาดนี้ด้วย ถึงกับยกคำกล่าวในหนังสือออกมาแล้วขยายความจนชัดเจน บางประโยคยกมาแล้วกล่าวว่ามีข้อขัดแย้งในแนวคิดอย่างไร ทั้งยังชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ว่าควรจะเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ


                


    หากไม่ใช่คนที่ศึกษาหนังสือเหล่านี้จนลึกซึ้ง ไม่มีทางที่จะได้คำตอบที่ละเอียดและเฉียบคมเหล่านี้เลย


                


    แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้อาศัยความรู้จากโลกนี้เท่านั้น เพราะเธอเคยอยู่ในโลกที่สมบูรณ์ ในช่วงก่อนการกลายพันธุ์จริงๆ ดังนั้นการจับประเด็นที่ผิดพลาดในหนังสือจึงไม่ยากเย็นนัก เดิมทีเธอจะตอบให้เป็นทิศทางเดียวกับหนังสือก็ได้ แต่ซูหยวนไม่ต้องการแบบนั้น


                


    เธอรู้ว่าอะไรผิด และรู้ว่าควรจะเป็นอย่างไร ดังนั้นเธอจึงมอบเส้นทางใหม่สำหรับการศึกษาเพิ่มเติมให้พวกเขาไปด้วย คาดหวังว่าวิชาเรียนสำหรับนักเรียนรุ่นต่อไปคงจะดีขึ้นกว่านี้ไม่มากก็น้อย


                


    เหล่าอาจารย์ที่ตรวจคำตอบมองหน้ากันเอง พวกเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะให้คะแนนอย่างไรแล้ว ไม่ใช่แค่ 100 เต็มเท่านั้น พวกเขายังคิดอยู่ว่าตัวเองมีสิทธิที่จะเป็นคนให้คะแนนจริงหรือเปล่า บางที...อาจจะเป็นนักเรียนอันมากกว่าที่ควรจะต้องมาให้คะแนนพวกเขาในการออกหนังสือเรียน!!


                


    ซูหยวนไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองกำลังก่อเรื่องอะไรให้เหล่าผู้มีความรู้ทั้งหลาย เวลานี้เธอกำลังอยู่ในห้องทำงานของผู้อำนวยการสถาบันเพลิงพลอง มองดูเอกสารเกี่ยวกับกลุ่ม 3 กลุ่มที่ถูกมองว่าน่าจะเป็นกลุ่มอำนาจเบื้องหลังในการลงมือกับศิษย์ของสถาบันเพลิงพลองก่อนหน้านี้


                


    คิ้วเรียวของซูหยวนขมวดเข้าหากัน แม้เธอจะไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังของเรื่องในสถาบันเพลิงพลอง แต่ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังกลุ่มอันธพาลเขตชั้นนอกเสียแล้ว....




    …………………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367