ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 91 บ้านสกุลอั้นผู้โชคร้าย

           “คุณพระช่วย อสูรราชาพยัคฆ์กิเลน เหมือนว่าจะมีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณด้วยนี่!”

           “สิงโตบินได้ตัวนี้เหมือนว่าเคยปรากฏตัวที่ร้านเป่าไหลด้วยนี่ระดับพลังของมันแข็งแกร่งมาก ถือเป็นราชาของเหล่าอสูร!”

           “อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนั้นเหมือนว่าจะโจมตีตู้เซ่าฝู่อีกแล้ว……”

           ผู้คนรอบๆ มองอย่างตื่นตกใจ อสูรพยัคฆ์น่ากลัวตัวนั้นสยายปีกบินว่อนพลังที่แผ่ออกมาจากตัวมันที่ให้คนรู้สึกหายใจติดขัดความร้ายกาจของมันสร้างแรงกดดันอย่างมาก

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนั้นจ้องตู้เซ่าฝู่และกระโจมเข้าใส่ทุกสายตาที่จับจ้องตื่นเต้นจนเหงื่อตก

           ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้ามองอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่พุ่งเข้ามาหาใบหน้ากลับยิ้มแย้ม

           ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็กระโดดสยายแขนสองข้างราวกับท่าเหยี่ยวยักษ์สยายปีกพลังปราณที่เท้าของเขาเป็นตัวเสริมแรงดันส่งให้ร่างกระโดดได้สูงลิ่วร่างของเขาลอยพลิ้วกลางเวหา สุดท้ายเท้าก็สัมผัสบนหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอย่างแผ่วเบาด้วยท่วงท่าที่สวยงาม

           “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระพือปีกก่อให้เกิดลมซัดว่อนทั่วบริเวณนั้น ร่างใหญ่มหึมาของมันพุ่งดิ่งทะยานขึ้นฟ้าอีกครั้ง

           ทุกคนมองตามไปบนฟ้าอย่างประหลาดใจชายหนุ่มชุดม่วงยืนสง่าท้าลมอยู่บนร่างของอสูรพยัคฆ์ร่างยักษ์ปลายชุดพัดพลิ้วตามลมแรง เป็นภาพที่ช่างสง่าองอาจและเย้ยศัตรูมาก!

           “นั่นมันเขา”

           เยี่ยจื่อจิน ไป๋ไฉ่อีต่างก็มองไปที่ชายหนุ่มที่ยืนกร่างอยู่บนอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนดวงตาสุกใสของพวกนางสั่นไหว

           “ฆ่า!”

           ตู้เซ่าฝู่ที่ยืนอยู่บนอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนร่างยักษ์พูดออกคำสั่ง แววตาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร

           “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระพือปีกร่างยักษ์ของมันพุ่งเข้าหาศัตรู มันสยายกรงเล็บตะปบอสูรหมีศิลาร้าวสองตัวที่ยืนอยู่บนพื้นแหลกเป็นชิ้นๆคนกรงเล็บ

           “ฟิ่วๆ ๆ”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระพือปีกแรงเกิดเป็นคลื่นพายุหมุนอันน่ากลัวซัดใส่คนของบ้านสกุลอั้นที่มีฌานขั้นเบิกนภาหลายคนพวกเขาถูกแรงลมอันแหลมคมบาดฉีกเนื้อจนเลือดกระฉูด

           “โฮก!”

           สยายกรงเล็บฝ่าดงไล่ตามผู้ฝึกฌานถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวของบ้านสกุลอั้นคนหนึ่งระดับขั้นนี้เองก็ยังหนีเอาชีวิตรอดได้ยาก เขาถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนฉีกร่างเป็นๆอย่างสยดสยอง

           “ปึงๆ ๆ!”

           ในช่วงเวลาอันสั้น มียอดฝีมือของบ้านสกุลอั้นอีกหลายคนที่ถูกกัดฉีกร่างขณะที่ยังยืนตะลึงพวกเขาล้วนตายคากรงเล็บอันแหลมคมของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาของบ้านสกุลอั้นล้มตายเกลื่อนกลาดไปจำนวนมาก

           “โฮก!”

           ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวคนที่สองของบ้านสกุลอั้นถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเขมือบกัดเคี้ยวร่างในปากทั้งที่ยังเป็นๆแล้วกลืนลงท้องไป

           ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวของบ้านสกุลอั้นคิดว่าไม่น่าจะมีเกินเจ็ดคนทว่าในเวลาไม่นานก็ตายอย่างน่าสลดไปถึงสองคน บวกกับผู้อาวุโสใหญ่อั้นหลัวที่ถูกตู้เซ่าฝู่สังหารคามือเมื่อสักครู่นี้ด้วยเช่นนี้ราวกับว่ากำลังของบ้านสกุลอั้นหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว

           “อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเป็นพวกเดียวกับตู้เซ่าฝู่”

           “อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเป็นอสูรเลี้ยงของบ้านสกุลตู้หรือนี่มันอสูรขั้นชีพจรประสานวิญญาณเชียวนะ เหตุใดบ้านสกุลตู้จึงจับมันมาเลี้ยงไว้ได้ล่ะ”

           “คุณพระช่วย อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเป็นอสูรพาหนะของตู้เซ่าฝู่หรือเนี่ย!” ……

           ทันใดนั้นเองทุกคนไม่ว่าใครจะโง่แค่ไหนต่างก็รู้แล้วว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมีส่วนเกี่ยวข้องกับตู้เซ่าฝู่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเป็นอสูรที่ตู้เซ่าฝู่เรียกเข้ามา หรือว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็คือไพ่ตายของบ้านสกุลตู้นั่นเอง

           สิบกว่าวันก่อนมีอสูรสิงโตยักษ์ตัวหนึ่งปรากฏตัวและสังหารหัวหน้ากลุ่มสามของกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยที่ร้านเป่าไหลทำให้คนในเมืองสงสัยคาดเดากันไม่ถูก

           ทุกคนเมื่อมาเห็นเช่นนี้ต่างก็เข้าใจกันได้ทันที คิดว่านี่เป็นสิ่งที่ตู้เซ่าฝู่วางแผนเอาไว้แล้วหรืออาจจะเป็นสิ่งที่บ้านสกุลตู้คิดเอาไว้แล้ว เป้าหมายก็คือแย่งชิงร้านเป่าไหลตัดกำลังของบ้านสกุลอั้น

           ทว่าคนที่คิดแบบนี้เท่ากับว่ากำลังเข้าใจผิดบ้านสกุลตู้ขณะนี้ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยง ตู้เย่ากวังและคนอื่นๆ ในบ้านสกุลตู้เองต่างก็ตะลึงตาโตเช่นกันพวกเขาไม่รู้ถึงการมีตัวตนของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมาก่อน

           ในที่สุดผู้อาวุโสใหญ่ตู้เย่ากวังก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อสักครู่นี้ตู้เซ่าฝู่ถึงกล้าที่จะทำตัวโอหังใส่อั้นหงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณแล้ว

           อั้นหงเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานพลังลมปราณของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเองก็เป็นขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานทว่าเมื่อมนุษย์มาเปรียบกับอสูร ส่วนใหญ่อสูรจะมีกำลังที่เหนือกว่านอกจากผู้ฝึกฌานคนนั้นจะมีอาวุธวิญญาณที่แข็งแกร่งไว้ในครอบครองมิเช่นนั้นมนุษย์ที่ขั้นเดียวกับอสูรคงทำอะไรมันไม่ได้หรอก

           “ไอ้สารเลว หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนราวกับว่าจงใจเล็งสังหารเพียงคนของบ้านสกุลอั้นเพียงไม่นานลูกหลานของบ้านสกุลอั้นก็ล้มตายไปมาก ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวก็สิ้นชีพไปแล้วถึงสองคนการสูญเสียอย่างรุนแรงครั้งนี้ทำให้อั้นหงทนไม่ไหวตะโกนออกมาด้วยความโมโหเขาเหาะขึ้นฟ้า ทะยานขึ้นพร้อมกับอสูรอินทรีสายฟ้าวิญญาณติดชีพจรของเขาแล้วพุ่งไปหาอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนโดยไม่ลังเล เขาคาดคิดไม่ถึงว่าที่แท้ตู้เซ่าฝู่จะมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ร้ายกาจเช่นนี้เป็นพวกอยู่

           “โฮก!”

           ทว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจะมาฟังอั้นหงได้อย่างไรในช่วงสั้นๆ มียอดฝีมือของบ้านสกุลอั้นมากมายที่ตายเพิ่มเพราะมัน

           “โครม!”

           ในที่สุดอั้นหงก็มากันด้านหน้าของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนพร้อมกับระเบิดพลังปล่อยพลังหมัดใส่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ในขณะเดียวกันวิญญาณติดชีพจรอสูรอินทรีสายฟ้าบนตัวเขาก็กระโจมเข้าหาอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนด้วย

           “เสียวหู่หมอนี่ฝากเจ้าจัดการหน่อยนะ”

           ตู้เซ่าฝู่กระโดดลงจากหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมาเหยียบบนพื้นลานมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมาต่อกรอั้นหง ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด

           “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามเสียงดังราวกับเป็นเสียงขานรับให้กับตู้เซ่าฝู่ จากนั้นมันก็มุ่งสนใจเพียงอั้นหงตรงเข้าไปต่อสู้

           “ไอ้เดรัจฉานวอนหาที่ตาย!”

           ตู้เซ่าฝู่ที่เหยียบบนพื้นลานแล้ว รอบกายห่อหุ้มด้วยแสงสีทองอักษรยันต์ไหลเวียนออกมา อสูรพาหนะทั้งลายยังคงเกรงกลัวลมปราณของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจนไม่กล้าขยับเขาจับบ่าอสูรหมีศิลาร้าวยกมันขึ้นมาและเหวี่ยงไปไกลๆ อย่างแรง

           “ปึงๆ!”

           เสียงกระแทกอย่างดัง จากนั้นตู้เซ่าฝู่ก็รุดเข้าไปโจมตียอดฝีมือขั้นเบิกนภาของบ้านสกุลอั้นสองคนอย่างแรงจนกระเด็นลอยไปไกล

           ตู้เซ่าฝู่กับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนร่วมมือกันลงมือเช่นนี้ยอดฝีมือของบ้านสกุลอั้นเหลือเพียงครึ่งเดียวแล้ว บ้านสกุลตู้ที่ตอนแรกกำลังด้อยกว่าบ้านสกุลอั้นขณะนี้เหนือกว่าเป็นเท่าตัวแล้ว

           “ไอ้พวกเลว ข้าไม่มีทางปล่อยบ้านสกุลตู้ของพวกเจ้าแน่!”

           อั้นชิงซงตะโกนอย่างโมโหโกรธจนตาแดงก่ำ เขาต้องมาทนเห็นพรรคพวกและยอดฝีมือของบ้านสกุลอั้นมาล้มตายมากมายเช่นนี้เขารู้สึกปวดร้าวแค่ไหนน่าจะพอคิดออก

           ตอนแรกอั้นชิงซงคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนการใครจะรู้ว่ามีเรื่องนอกเหนือความคาดหมายได้เยอะเพียงนี้

           บ้านสกุลเยี่ย บ้านสกุลไป๋ต่างมียอดฝีมือลับบ้านสกุลฉินก็เชิญผู้ปกครองจังหวัดหลิวอวิ๋นเฉาเทียนหมั่งมา สุดท้ายตู้เซ่าฝู่ก็ปรากฏตัวมาเช่นนี้สร้างความสูญเสียอย่างไม่ทันตั้งตัวให้กับบ้านสกุลอั้นอย่างมากที่สุดทำให้ยอดฝีมือของบ้านสกุลอั้นเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง เขาจะไม่โกรธแค้นได้อย่างไร

           “อั้นชิงซง เจ้าคิดว่าเจ้ายังมีสิทธิ์มาทำตัวโอหังใส่บ้านสกุลตู้ของข้าอีกหรือฮ่าๆ!”

           ตู้เจิ้นอู่ฮ่าๆ คนส่วนใหญ่ของบ้านสกุลตู้ที่กำลังกังวลทันใดก็เริ่มมีกำลังใจมากขึ้น

           และขนาดนี้แม้แต่อั้นหงแห่งบ้านสกุลอั้นก็ไม่ต้องเกรงกลัวอีกต่อไปยอดฝีมือของบ้านสกุลอั้นก็ล้มตายเหลือเพียงครึ่งจึงรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นเป็นธรรมดา ตู้เจิ้นอู่ลงมือได้เต็มที่มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆทว่าอั้นชิงซงเริ่มร้อนรนจนมือไม้ช้าลง

           “ปึงๆ ๆ!”

           ตู้เซ่าฝู่ในขณะนี้ราวกับอสูรในร่างคนเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ววิ่งหายตัวไปมา พลังอำนาจร้ายกาจ ไร้ความเกรงกลัวใดๆ!

           ร่างของเขากระโจนเข้าไปหากองทัพของบ้านสกุลฉินและกองกำลังของจังหวัดหลิวอวิ๋นขณะนี้ฝันร้ายกลายเป็นของคนจังหวัดหลิวอวิ๋นและคนบ้านสกุลฉินแทนแล้ว

           “เร็ว รีบสกัดตู้เซ่าฝู่ไว้!”

           ยอดฝีมือของบ้านสกุลฉินมากมายตกใจกลัวยอดฝีมือของจังหวัดหลิวอวิ๋นที่เป็นพันธมิตรรีบร่วมมือกันรุมโจมตีตู้เซ่าฝู่

           “รีบไสหัวกลับไปซะ!”

           ตู้เซ่าฝู่ตะโกนข่มขู่ ลมปราณขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แผ่กระจายออกมาร่างของเขากระโจนใส่กองทัพศัตรู แม้แต่ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวเองก็ยากที่จะต้านทานไหวการล้อมโจมตีกลับกลายเป็นการถูกต่อยทุ่มกระเด็นไปทีละคนๆ ราวกับก้อนหินอย่างน่าอัศจรรย์

           ในที่สุดผู้เฒ่าสามคนของบ้านสกุลฉินที่ต่างได้รับความเคารพเป็นผู้อาวุโสพร้อมกับบุรุษวัยกลางคนสวมชุดเกราะสามคนทั้งหกคนรุมล้อมตู้เซ่าฝู่ไว้อย่างแน่นหนา

           หกคนนี้สี่คนมีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับ อีกสองคนมีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งหกคนผู้มีฌานเหนือชั้นกว่ามารุมตู้เซ่าฝู่อย่างพร้อมเพรียง

           “แกว่ก!”

           “โฮก!”

           ทั้งหกคนกระตุ้นชีพจรลมปราณอักษรยันต์ไหลเวียนออกมา ร่างเงาอสูรที่เป็นวิญญาณติดชีพจรแต่ละคนปรากฏตัวอสูรร่างเงาทั้งหกตัวแผดร้องคำรามอย่างน่าสยดสยอง!

           ทั้งหกคนรู้ว่าตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งมากดังนั้นจึงทุ่มสุดกำลัง อยากจะปลิดชีพตู้เซ่าฝู่ให้ไวที่สุด

           “ปึงๆ ๆ!”

           ตู้เซ่าฝู่ฝืนตั้งรับ เขาสกัดสามคนที่โจมตีทางด้านหน้าไว้ได้ทว่าอีกสามคนพร้อมกับร่างเงาวิญญาณติดชีพจรอีกสองตัวก็โจมตีมาโดนร่างของเขาได้

           “ตึงๆ!”

           ร่างอันแข็งแรงของตู้เซ่าฝู่ถูกกระแทกจนถอยไปตามแรงตอนแรกแม้ว่าจะฆ่าอั้นหลัว ทว่าที่จริงเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อน

           ที่สำคัญคืออั้นหลัวประมาทเลินเล่อมากเกินไปเขาคิดไม่ถึงว่าร่างของตู้เซ่าฝู่จะแข็งแรงถึงขนาดนี้ดังนั้นจึงได้รับบาดเจ็บหนักจนโจมตีกลับไม่ทัน สุดท้ายจึงถูกตู้เซ่าฝู่ฆ่าตายได้

           ทว่าหกคนนี้ไม่ได้มองตู้เซ่าฝู่อ่อนแอกว่าแต่อย่างใดเริ่มลงมือก็ปล่อยพลังใส่อย่างเต็มกำลัง

           เมื่อรู้ความสามารถของอีกฝ่ายแล้วและยังร่วมมือกันถึงหกคนตู้เซ่าฝู่จะแข็งแกร่งยังไง แต่อย่างไรก็คือผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ยากที่จะต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่ฌานเหนือกว่าถึงหกคนในเวลาเดียวกันได้

           “เจ้าหนูนี่มีร่างที่แข็งแกร่งมาก พยายามอย่าเข้าใกล้จะดีที่สุด”

           “ร่วมมือกันโจมตีปล่อยพลังให้สุดกำลัง เจ้าหนูจะเก่งไม่ธรรมดาอย่างไรก็ต้องตาย!” ……

           ทั้งหกคนสื่อสารกันต่างรู้ถึงพละกำลังความสามารถกันและกัน เข้าไปรุมตู้เซ่าฝู่ไว้อีกครั้งสายตาเปี่ยมด้วยจิตอาฆาต

           “ปึงๆ!”

           ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวหกคนรุมและยังมีร่างเงาอสูรวิญญาณติดชีพจรอีก ในเวลานี้ ตู้เซ่าฝู่เสียเปรียบฝ่ายตรงข้ามอย่างมากหากเขาไม่ได้ฝึกร่างจนถึงขั้นการชำระล้างร่างกายแล้ว คิดว่าคงทนรับการโจมตีไม่ได้นานแล้ว

           “บ้าเอ๊ย ข้าแค่ขั้นเบิกนภา มีวิชาของตระกูลเผ่าอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองตั้งมากมายที่ยังใช้ไม่ได้เสียเปรียบมากเลย”

           ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเริ่มซีดเล็กน้อยมุมปากยิ้มอย่างเซ็งๆ

           การฝึกวิชาของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองทำให้แข็งแกร่งอย่างมากทว่าขณะนี้อยู่เพียงขั้นเบิกนภา สำหรับตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองมีหลายวิชาที่ยังดึงออกมาใช้ไม่ได้ ตอนนี้จึงเป็นรองศัตรูอย่างมาก

           “เจ้าหนูนี่ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว รีบจัดการให้จบๆ รีบฆ่ามันเร็ว!”

           “ห้ามออมมือแม้แต่น้อยเจ้าหนูนี่พิลึกเกินคน ต้องทุ่มสุดฝีมือฆ่ามันให้ตาย!”

           “ได้ โจมตีสุดแรง!”……

           เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ของตู้เซ่าฝู่ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไรเสียเปรียบพวกตนมาก ทั้งหกคนก็ทำสีหน้าดีใจ ราวกับว่าเป้าหมายใหญ่ครั้งนี้ไม่ใช่บ้านสกุลเยี่ยแล้วแต่เป็นการสังหารตู้เซ่าฝู่

           “ฟู่ๆ ๆ!”

           ทั้งหกคนรวบรวมพลังฝ่ามืออักษรยันต์ไหลเวียนรอบกาย แต่ละคนราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิญญาณติดชีพจรครั้งนี้พวกเขาหกคนทุ่มพลังสุดตัวจริงๆทันใดนั้นพลังปราณของทั้งหกคนก็พลุ่งพล่านอย่างเต็มที่ ต่างพุ่งเข้าไปโจมตีตู้เซ่าฝู่พร้อมกัน