สรรพธาตุสังหารเทพ

    ตอนที่ 47 การแสดง

            สวี่หยุนก้าวเข้ามาในรอยแยกก่อนจะรีบพุ่งขึ้นจากแอ่งนํ้าพันจ้างในทันที..สวี่หยุนสำรวจอากาศโดยรอบก็พบว่าธาตุวารีในอากาศได้หายไปแล้ว..สวี่หยุนกระชับตัวของหลินเสี่ยวโหยวแน่นขึ้นก่อนจะเดินออกจากถํ้านั้นไป..


            "อืม..ถึงจะกล่าวว่าจะไปหาพี่เหวินก็เถอะ..แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าพี่เหวินอยู่ที่ใด?" สวี่หยุนยิ้มแห้งออกมาก่อนจะหยิบเอาศิลาสื่อสารขึ้นมาอยู่ในมือ..สวี่หยุนพลิกศิลาสื่อสารดูรอบๆก่อนจะถอนหายใจออกมา...


            "..ข้าว่าพี่ชายต้องวิ่งหารอบๆแล้วล่ะ.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส..


            "ก็..ไม่มีทางเลือกนี่.." สวี่หยุนยังคงยิ้มแห้งเช่นเดิมขณะกล่าวออกมา..


            ผ่านไปอีกสองชั่วยามที่สวี่หยุนวิ่งวุ่นอยู่ในเขตป่าพิศวงอย่างไร้จุดหมาย..สวี่หยุนยังพบศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาที่ยังมีสีหน้าเมามายอยู่บ้างแต่ก็นับว่าพบเจอได้น้อยอย่างยิ่งทำให้สวี่หยุนไม่ต้องคอยหลบศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภามากนัก..


            ระหว่างทางสวี่หยุนก็ค้นหาหวงเหวินพร้อมกับครุ่นคิดบางเรื่องไปด้วย..จากประสบการณ์ที่ธาตุวารีในตัวของสวี่หยุนเกือบแตกสลายไปเขาก็โยนการคาดเดาที่คิดว่าอาการสูญเสียสติสัมปชัญญะเกิดจากธาตุวารีในร่างกายได้รับบาดเจ็บไปในทันที..ขนาดสวี่หยุนที่เกือบธาตุวารีในร่างแตกสลายมาแล้วเขาก็ไม่ได้มีอาการสูญเสียสติสัมปชัญญะแต่อย่างใด..


            'งั้นธาตุวารีในอากาศมีผลเกี่ยวข้องกับอาการสูญเสียสติสัมปชัญญะอย่างไร? ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย..แล้วทำไมข้ากับเสี่ยวโหยวถึงไม่เป็นเช่นผู้อื่น?' สวี่หยุนครุ่นคิดอย่างหนักจนเริ่มปวดหัวบ้างแล้ว..สุดท้ายแล้วสวี่หยุนก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะลบความคิดทั้งหมดออกจากหัวไป..


            สวี่หยุนค้นหาหวงเหวินต่อไปอีกสักพัก..ในที่สุดศิลาสื่อสารก็เริ่มเรืองแสงออกมาเล็กน้อย..สวี่หยุนดวงตากายเป็นประกายในทันทีก่อนจะสำหรับรอบๆ 1 หลี่ อย่างรวดเร็ว..สวี่หยุนเดินไปรอบๆได้สักพักในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงของหวงเหวินดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงของศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาอีกสองคน


            "แกอยากทำตัวเป็นคนดีปกป้องสตรีเช่นนั้นหรือ!? ส่งตัวสตรีนางนั้นมาเดี๋ยวนี้!!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนแรกกล่าวออกมาด้วยโทสะ..


            "หุบปากของแกไปซะ!! ไม่มีใครทำอะไรศิษย์น้องของข้าได้อย่างแน่นอน!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองกล่าวออกมาราวกับกำลังปกป้องสตรีอยู่เบื้องหลัง..


            สวี่หยุนเริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปที่พุ่มไม้ใกล้ๆและแหวกพุ่มหญ้าออกมาอย่างเบามือ..


            "อ้า..ศิษย์พี่ช่วยปกป้องข้าที.." สวี่หยุนได้ยินเสียงนี้ก็ร่างกายสั่นสะท้านออกมาในทันที..นี่เป็นเสียงของบุรุษที่ราวกับพยายามจะทำให้เหมือนสตรีอย่างไรอย่างนั้น..แต่เมื่อสวี่หยุนมองไปทางที่มาของเสียงก็ตกตะลึงไปในทันที..นั่นมันพี่เหวินมิใช่หรือ!?


            "พี่ชาย พี่ชาย..พี่เหวินคือคนไหนหรือ? ใช่คนที่กำลังปกป้องผู้ชายประหลาดอยู่หรือไม่?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวกระซิบออกมาด้วยความสงสัย..


            "...." สวี่หยุนไม่ได้กล่าวตอบหลินเสี่ยวโหยวออกมา..สวี่หยุนเพียงแค่ฝืนยิ้มซับซ้อนยากอธิบายส่งไปทางเด็กสาวเท่านั้น...


            "..ก็ดี! ข้าอยากเห็นยิ่งนักว่าแกจะปกป้องมันได้ถึงขนาดไหน!!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนแรกที่มีสีหน้าเมามายเช่นคนที่เหลือกล่าวออกมาพร้อมกับหยิบกระบี่พุ่งมาทางศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของหวงเหวิน..


            "..ไม่ต้องพูดให้มากความ! คนชั่วอย่างแกต้องถูกข้าสังหารเท่านั้น!!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองกล่าวขึ้นพร้อมกับหยิบเอากระบี่ออกมาก่อนจะพุ่งไปต่อสู้กับศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนแรกในทันที..


            ภาพที่เห็นช่างน่าอเนจอนาถใจเป็นอย่างยิ่ง..ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาทั้งคู่ต่างฟาดฟันกระบี่ใส่พื้นบ้างก้อนหินบ้างราวกับคนตาบอดกำลังต่อสู้กัน..มีเพียงแค่นานๆครั้งเท่านั้นที่ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาทั้งคู่จะฟันกระบี่โดนกันและกัน..ถึงแม้ภาพที่เห็นจะน่าอเนจอนาถใจอย่างยิ่งแล้วแต่คำพูดของศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาทั้งสองก็กล่าวออกมาราวกับนี่เป็นศึกครั้งใหญ่ที่หาดูได้ยากยิ่ง..


            "ฝีมือกระบี่ของเจ้าก็นับว่าใช้ได้! น่าเสียดายที่ยังมีไม่มากพอ!!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนแรกกล่าวออกมาก่อนจะใช้วรยุทธกระบี่ระดับเหลืองขั้นกึ่งสูงใส่ต้นไม้จนขาดครึ่ง..


            "ข้าบอกให้แกหุบปาก!! ที่ใช้ไม่ได้คือกระบี่ของแกมากกว่า!!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองแค่นเสียงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมกับใช้วรยุทธกระบี่ระดับเหลืองขั้นกลางไปทางก้อนหินจนแตกละเอียด..


            "...."


            "...."


            สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวมองหน้ากันและกันแต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา..ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาทั้งสองต่างก็มีพื้นฐานการฝึกตนอยู่ที่ขั้น 5 ของรวบรวมลมปราณ..แต่หวงเหวินมีพื้นฐานการฝึกตนอยู่ที่ขั้น 6 ของรวบรวมลมปราณ! สวี่หยุนรู้สึกปวดขมับเล็กน้อยกับการต่อสู้ที่เขากำลังมองดูอยู่..เวลาผ่านไปสักพักในที่สุดศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองก็สามารถแทงกระบี่เข้าไปที่แขนของศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนแรกได้สำเร็จ..


            "อั่ก! ไอบัดซบ!! หากข้าเจอแกรอบหน้าแกไม่รอดแน่!!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนแรกกล่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี๊ยวก่อนจะหันหลังหลบหนีไปในทันที..ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนแรกเพียงวิ่งไปได้เพียงนิดเดียวมันก็สะดุดเศษหินล้มลงกับพื้นและไม่ขยับอีกเลยราวกับว่ามันสลบไปแล้ว...


            "ฮึ่ม! น่าเจ็บใจยิ่งนักที่มันกับหนีรอดไปได้!" ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองกล่าวออกมาก่อนจะเก็บกระบี่เข้าไปในผลึกลมปราณธาตุ..สวี่หยุนอ้าปากค้างทันทีที่ได้ยินศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองกล่าวออกมา..


            'มันอยู่ห่างจากเจ้าไม่ถึง 10 จ้างด้วยซํ้า! นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!' สวี่หยุนได้แต่ตะโกนอยู่ในใจก่อนจะเตรียมตัวก้าวเดินไปหาหวงเหวิน..แต่สวี่หยุนยังไม่ทันได้ลุกขึ้นหวงเหวินก็รีบกล่าวออกมาทำให้สวี่หยุนร่างกายสั่นสะท้านอีกครั้ง..


            "ศิษย์พี่..ข้าต้องขอบคุณศิษย์พี่มากจริงๆที่ช่วยข้าไว้" หวงเหวินมีท่าทีเขินอายอย่างมากก่อนจะกล่าวออกมา..


            "อืม..สำหรับศิษย์น้องผู้งดงามแล้วแค่นี้ไม่นับว่าเป็นอันใด.." ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนที่สองกล่าวออกมาทำให้สวี่หยุนรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังปั่นป่วนอย่างหนักในร่างกายของเขา..


            "พี่ชาย..นี่มันคืออะไรหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวกระซิบถามสวี่หยุนด้วยความสงสัย..


            "กะ..การแสดงน่ะ.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มซับซ้อนยากอธิบาย..หลินเสี่ยวโหยวงุนงงอย่างยิ่งกับคำกล่าวของสวี่หยุนแต่เด็กสาวเลือกที่จะไม่กล่าวถามอะไรเพิ่มเติมพร้อมหันกลับมามองดู 'การแสดง' ที่สวี่หยุนกล่าวต่อไป..


            "ขะ..ข้าไม่มีอะไรตอบแทนศิษย์พี่ได้เลย หะ..หากศิษย์พี่ไม่รังเกียจข้าจะตอบแทนด้วยร่างกายของข้าเป็นอย่างไร?" หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยท่าทีเขินอายอย่างยิ่ง..สวี่หยุนได้ยินหวงเหวินกล่าวออกมาก็แทบจะกระอักเลือดออกมาในทันทีต่างกับหลินเสี่ยวโหยวที่มีสีหน้าสงสัย...


            "อะ..อืม..ข้าไม่ได้รังเกียจศิษย์น้องหรอก.." ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภากล่าวออกมาด้วยสีหน้าเขินอายก่อนจะเชิดหน้าของหวงเหวินขึ้นมา..ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาค่อยๆก้มหน้าลงไปเรื่อยๆทำให้สวี่หยุนตกตะลึงออกมาในทันที..


            "เจ้าจะทำอะไร! น้องสาวของข้าก็มองดูอยู่!! เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร!?" สวี่หยุนลุกพรวดออกมาจากพุ่มหญ้าอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งดรรชนีวารีไร้เงาพุ่งเข้าใส่ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาทันที..ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภามีสีหน้าตกใจในทันทีแต่ด้วยความเร็วของดรรชนีวารีไร้เงาทำให้ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนนั้นไม่มีเวลาได้ป้องกันตัวแม้แต่น้อย..ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาประทะกับดรรชนีวารีไร้เงาโดยตรงก่อนจะกระเด็นไปข้างหลังในทันที..ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาชนกับต้นไม้จนหักโค่นไป 3-4 ต้นก่อนจะหยุดลงพร้อมกับร่างกายที่ถูกโลหิตย่อมจนเป็นสีแดงฉาน..


            สวี่หยุนไม่ได้กะแรงของกรรชนีวารีไร้เงาให้ดีพอ..เขาแค่ส่งลมปราณธาตุวารีทั้งหมดที่ควบแน่นได้ในหนึ่งพริบตาใส่ศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาคนนั้นโดยที่ไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย..


            "จะ..เจ้าทำอะไรศิษย์พี่น่ะ ขะ..ข้าจะ.." หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยท่าทีหวาดกลัวสวี่หยุน..


            "พี่เหวินเงียบไปเดี๋ยวนี้เลย! ท่านขาดสติจนจะกระทำการไร้ยางอายต่อหน้าน้องสาวของข้า! ถึงแม้มันจะไม่ยุติธรรมต่อท่านอยู่บ้างแต่ท่านต้องได้รับการลงโทษเช่นเดียวกัน!!" สวี่หยุนกล่าวตัดบทของหวงเหวินออกมาก่อนจะส่งดรรชนีวารีไร้เงาไปในทันที..ลำแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งไปอย่างรวดเร็วจนหวงเหวินไม่มีเวลาในการป้องกันอะไรเลยแม้แต่น้อย..


            หวงเหวินถูกดรรชนีวารีไร้เงาเข้าไปอย่างจังก่อนจะกระเด็นไปข้างหลังเช่นเดียวกับศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภา..ถึงแม้จะชนต้นไม้จนหักโค่นไป 3-4 ต้นเช่นเดียวกันแต่ด้วยพื้นฐานการฝึกตนของหวงเหวินทำให้ไม่ได้มีสภาพยํ่าแย่แบบศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภา


            สวี่หยุนหอบหายใจออกมาเล็กน้อย..เขาไม่ได้เหน็ดเหนื่อยจากการใช้ดรรชนีวารีไร้เงาแต่อย่างใด..เรียกได้ว่าเป็นอาการเหนื่อยทางจิตใจมากกว่า..


            "พี่ชาย..คนคนนั้นคือพี่เหวินหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวชี้ไปที่หวงเหวินที่นอนหมดสติอยู่ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงไม่อยากเชื่อ...


            "..อะ..อืม.." สวี่หยุนกล่าวตอบเด็กสาวออกมาอย่างยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง..


            "..ขะ..ข้าว่าเขาค่อนข้างแตกต่างจากที่ข้าคิดเอาไว้นิดหน่อย.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อเช่นเดิม..


            "อืม..นี่มันก็แตกต่างจากที่ข้าคิดไว้เช่นกัน.." สวี่หยุนกล่าวเห็นด้วยกับหลินเสี่ยวโหยวก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา...


            สวี่หยุนใช้เวลาสักพักกว่าอารมณ์ของเขาจะกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง..สวี่หยุนเดินทางหวงเหวินก่อนจะแตะไปที่ระหว่างคิ้วของหวงเหวินอย่างเบามือ..สวี่หยุนส่งลมปราณธาตุวารีเข้าไปสำรวจภายในตัวของหวงเหวินจนทั่ว..ในที่สุดเขาก็เจอต้นเหตุที่ทำให้หวงเหวินสูญเสียสติสัมปชัญญะ..มันคือธาตุวารีที่ก่อตัวกันจนกลายเป็นเหมือนกับหยดนํ้าเล็กๆกำลังขัดขวางการเดินลมปราณอยู่ในทะเลปราณ..สวี่หยุนมีสีหน้าตื่นตกใจออกมาเมื่อเขาพบกับหยดนํ้าเล็กๆ..สวี่หยุนตรวจสอบร่างกายของหวงเหวินเพิ่มเติมก็พบว่าหยดนํ้าในทะเลปราณของหวงเหวินไม่ได้ทำร้ายหวงเหวินแต่อย่างใด..ที่หวงเหวินเดินลมปราณติดขัดเพราะต้องใช้ลมปราณบางส่วนไปพยายามสลายหยดนํ้าธาตุวารีนั้น..


            โดยปกติแล้วผู้ฝึกตนจะมีลมปราณหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายตลอดเวลาราวกับเป็นโลหิตของผู้ฝึกตน..ส่วนมากถ้าผู้ฝึกตนถูกผนึกทะเลปราณไม่ให้ส่งลมปราณมาเลี้ยงร่างกายผู้ฝึกตนก็จะสลบไปในทันที..แต่ในกรณีนี้หวงเหวินยังคงมีลมปราณมาหล่อเลี้ยงร่างกายเช่นเดิมแต่กลับขาดช่วงตลอดทำให้สูญเสียการควบคุมตนเองไป..


            "เป็นเช่นนี้นี่เอง..ผู้ฝึกตนคนอื่นไม่สามารถเปลี่ยนธาตุที่เกินอยู่ในร่างกายเป็นลมปราณธาตุได้ทำให้ต้องใช้ลมปราณในการทำลายมันสถานเดียว.." สวี่หยุนกล่าวออกมาในขณะที่ตรวจสอบร่างกายของหวงเหวินไปด้วย..ในที่สุดเมื่อสวี่หยุนมั่นใจในการคาดเดาของเขาเองสวี่หยุนก็ส่งลมปราณธาตุวารีเข้าไปในร่างของหวงเหวินก่อนจะดูดเอาธาตุวารีส่วนเกินในตัวของหวงเหวินออกมา..


            ลมปราณในร่างกายของหวงเหวินกลับมาเป็นปกติอีกครั้งแต่หวงเหวินก็ยังไม่ได้ตื่นขึ้นมาในทันที..ผ่านไปสักพักหวงเหวินก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ..หวงเหวินยังคงอยู่ในอาการงุนงงหลังจากตื่นขึ้นมา..ผ่านไปเพียงครู่เดียวเมื่อหวงเหวินมองเห็นสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวที่มองมาทางเขาเช่นกันหวงเหวินก็มีใบหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยเพราะความละอายใจ..


            "ขะ..ข้าต้องให้น้องติงกับน้องหญิงเห็นภาพเช่นนั้น..นับว่าวันนี้เป็นความอัปยศของข้าโดยแท้จริง.." หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวราวกับตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต..


            "อะ..อืม..ข้าว่าพวกเราไม่พูดเรื่องนี้กันอีกจะดีที่สุด..พี่หญิงซือเหยียนสั่งให้ข้ามาตามหาท่านเพราะพี่หญิงซือเหยียนเป็นห่วงท่านมาก..ข้าว่าเมื่อกลับไปที่เมืองเซี่ยหลงแล้วพี่เหวินควรไปขอบคุณพี่หญิงซือเหยียนนะ" สวี่หยุนฝืนยิ้มกล่าวออกมาก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องในการพูดคุยในทันที..


            "ศิษย์น้องซือเหยียนส่งน้องติงมาหรือ? อืม..ข้าควรไปขอบคุณศิษย์น้องซือเหยียนตามที่น้องติงพูดยิ่งนัก.." หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดในทันที...


            "ว่าแต่น้องสาวที่น้องติงกล่าวถึงมีนามว่าอะไรหรือ? ดูๆแล้วโตขึ้นน้องหญิงต้องงดงามกว่าศิษย์น้องซือเหยียนเป็นแน่" หวงเหวินกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มราวกับลืมเรื่องน่าละอายใจก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว..


            "พี่เหวิน..นี่คือน้องสาวของข้าเอง..นางมีนามว่าเสี่ยวโหยว.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนในทันทีที่มองไปยังหลินเสี่ยวโหยว... 


            "น้องเสี่ยวโหยว..ข้ามีนามว่าเหวินแซ่หวง..เอาล่ะหากมีเรื่องอะไรอีกไว้ค่อยคุยกันหลังกลับไปที่เมืองเซี่ยหลงแล้ว..ท่านแม่กับน้องลี่ผิงคงจะเป็นห่วงข้าอย่างยิ่งแล้ว.." หวงเหวินกล่าวแนะนำตนเองออกมาให้หลินเสี่ยวโหยวฟัง..


            "อืม..ข้าเห็นด้วยกับพี่เหวิน" สวี่หยุนผงกหัวรับคำของหวงเหวินก่อนที่ทั้งคู่จะกลายเป็นลำแสงพุ่งกลับไปทางเมืองเซี่ยหลงอย่างรวดเร็ว...


         -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------