ทางด้านศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามของเซย์เมย์นั้นต่างก็เริ่มมีสีหน้าตกใจขึ้นมาในทันที เพราะชูเท็นโดจิ จอมทัพแห่งอสูร กับคิโควมารุ กระทิงแห่งไฟพยาบาทนั้น...มันคืออสูรตนเดียวกับที่พวกเขาเคยจัดการไปแล้วครั้งหนึ่ง ทางด้านเซย์เมย์นั้นก็ได้รู้ทันทีเลยว่า ลูกสมุนทั้งสองตนดังกล่าวนั้นได้ถูกทำการคืนชีพกลับมาอีกครั้งด้วยเวทย์คืนชีพอสูร ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทย์ดำที่อยู่ในตำราแห่งศาสตร์มืดต้องห้าม
ทางด้านโดมันนั้นก็รีบเดินหายไปในช่องว่างมิติพร้อมกับพญาจิ้งจอก 9 หาง และเหล่าลูกสมุนของมันทันที ทั้งเซย์เมย์ และศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามนั้นต่างก็พากันรู้สึกเจ็บใจกันยกใหญ่ พวกเขานั้นต่างก็พากันเดินทางกลับไปที่ตำหนักองเมียวด้วยความรู้สึกที่ผูกใจเจ็บ ถึงแม้จะรู้สึกเช่นนั้น แต่ทางด้านเซย์เมย์นั้นก็ไม่ได้แสดงสีหน้าหรืออาการแต่อย่างใด
ทางด้านโฮคุโด จอมขมังเวทย์ชาวจีน เมื่อได้ทราบเรื่องที่ตำราแห่งศาสตร์มืดต้องห้ามถูกขโมยไปจากบ้านตระกูลคาโมะ และถูกนำไปใช้ในการฝึกวิชาเวทย์ดำในตำราเล่มนั้นทั้งหมดจนเก่งกาจ จึงรีบเดินทางมายังเกาะญี่ปุ่นทันที
เมื่อกลับมาถึงที่ตำหนัก พวกเขาทั้ง 4 ก็ได้พบกับโฮคุโดที่เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังเกาะญี่ปุ่น เพื่อจะมอบตำราเวทย์ข้ามมิติเวลาให้กับพวกเซย์เมย์ได้นำไปร่ำเรียนและฝึกฝนวิชาเวทย์ในนั้น พวกเขาทั้งหมดใช้เวลาฝึกฝนอยู่นานจนมีความเชี่ยวชาญทางด้านเวทย์ข้ามมิติเวลา
พวกเซย์เมย์ใช้ทักษะเวทย์นั้นที่ได้ร่ำเรียนและฝึกฝนอยู่นานในการร่ายเวทย์เพื่อเดินทางข้ามเวลามายังปี 1440 และได้พบกับมินาโมโตะ โยชิสึเนะกับมุซาชิโบะ เบ็งเคย์ สองหนุ่มนักรบซึ่งถูกห้วงมิติแห่งกาลเวลาดึงตัวเข้ามาในระหว่างที่กำลังหลบหนีการไล่ล่าโดยกองทหารของฟุจิวาระ ยาสุฮิระ เจ้าปกครองแคว้นโอชูคนใหม่ในเมืองฮิราอิซุมิ โยชิสึเนะกับเบ็งเคย์ได้ผันตัวเข้ามาเป็นบริวารของเซย์เมย์และมิตรสหายร่วมสาบานกับพวกโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่ นับแต่นั้นเป็นต้นมา
พวกเซย์เมย์ได้พบกับองค์จักรพรรดิในยุคสมัยนั้น และกลายมาเป็นองเมียวจิในราชสำนักในเวลาต่อมา พวกเขาทั้งหมดได้มาพักอาศัยด้วยกันอยู่ที่บ้านพักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ติดกับลำธารในกลางป่าแห่งหนึ่ง ในระหว่างนั้นก็คอยออกตามหาเบาะแสของโดมันที่คาดว่าอาจจะกบดานอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้วงเวลานี้ ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ทำงานรับใช้ราชสำนักควบคู่กันไปด้วย
เมื่อหลายสิบกว่าปีก่อน ในยุคสมัยเฮย์อัน มีบุตรชายของขุนนางแห่งตระกูลฟูจิวาระคนหนึ่งที่มีนามว่าฟูจิวาระ โนะ มาเบะฮิโตะ ได้ทำการอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงโมเอมิ พระราชธิดาแห่งองค์จักรพรรดิโฮริคาว่า มาเบะฮิโตะ ได้รับคำนายมาจากสามคุโระ-มิโกะหรือมิโกะดำ...ว่าตัวเขานั้นจะได้ขึ้นมาเป็นองค์จักรพรรดิ
มาเบะฮิโตะนั้นเป็นคนที่คลั่งไคล้ในวิชาไสยเวทย์และมนต์ดำอย่างที่สุด ด้วยความที่มาเบะฮิโตะนั้นเป็นคนที่ทั้งชั่วร้าย โหดเหี้ยมอำมหิต และมากด้วยความทะเยอทะยานมาแต่กำเนิด จึงทำให้ตัวเขานั้นได้กระทำการวางแผนในการลอบปลงพระชนม์พระองค์ เพื่อที่จะได้ขึ้นมาเป็นองค์จักรพรรดิ
มาเบะฮิโตะได้กระทำการลงมือปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ แล้วป้ายความผิดให้กับซากาตะ คุรันโดะ นายทหารองครักษ์คนสนิทที่ใกล้ชิดกับองค์จักรพรรดิมากที่สุด จนเป็นเหตุที่ทำให้เขานั้นถูกตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยการตัดคอที่ลานหน้าตำหนักพระโรง มาเบะฮิโตะนั้นได้คิดวางแผนที่จะลอบสังหารยาเอะกิริ ผู้เป็นภรรยาสาวของคุรันโดะด้วย แต่ยาเอะกิรินั้นรู้ทัน จึงรีบหลบหนีออกมาจากพระราชวังเกียวโตทันที
ยาเอะกิรินั้นได้พยายามหลบหนีจากการไลล่าโดยเหล่านินจามือสังหารจนได้มาถึงที่ภูเขาอาชิการะ ยาเอะกิริได้มาอาศัยอยู่ที่กระท่อมแห่งหนึ่งภายในภูเขาแห่งนั้น พร้อมกับให้กำเนิดเด็กชายอันทรงพลังที่มีนามว่าคินทาโร่ขึ้นมา ทางด้านมาเบะฮิโตะนั้นก็ได้กลายมาเป็นจักรพรรดิแห่งดอกเบญจมาศที่มีนามว่าโมริยามะ และกลายมาเป็นทรราชในเวลาต่อมา
แต่อย่างไรก็ตาม องค์จักรพรรดิโมริยามะนั้นก็ยังคงรู้สึกหวาดระแวงในอีกคำทำนายหนึ่งว่า บุตรชายของมิทสึนากะที่มีนามว่าโยริมิทสึ และบุตรชายของอัทสึรุที่มีนามว่าสึนะนั้นคือผู้ที่จะมาโค่นล้มราชบัลลังก์ของเขาในอนาคต องค์จักรพรรดิโมริยามะจึงได้ตัดสินใจที่จะลงมือสังหารหมู่ครอบครัวของพวกเขาทั้งสองทันที แต่บุตรชายของพวกเขาที่มีนามว่าโยริมิทสึกับสึนะนั้นสามารถหนีรอดออกมาได้
หลายปีผ่านไป ทางด้านโยริมิทสึกับสึนะที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นนั้น ก็ได้พบกับอาเบะ โนะ เซย์เมย์ องเมียวจิหนุ่มวัย 20 ที่กำลังสมคบคิดกับเจ้าชายมุเนะฮิโตะในวัยหนุ่มในการที่จะโค่นล้มราชบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิโมริยามะผู้เป็นทรราช ร่วมกับชิโตคุ อดีตศัตรูคู่ปรับที่ได้กลายมาเป็นศิษย์ของเขาในเวลาต่อมา
โยริมิทสึกับสึนะได้เข้ามาขอให้เซย์เมย์ช่วยรับพวกเขาไปเป็นศิษย์ เพื่อต้องการจะฝึกพลังเวทย์ไว้ใช้ในการโค่นล้มทรราชอย่างองค์จักรพรรดิโมริยามะ
ทั้งสองได้ใช้เวลาอยู่นานกว่าที่พวกเขานั้นจะสามารถฝึกฝนวิชาเวทย์จนสำเร็จ ซึ่ง ณ ตอนนั้น พวกเขาทั้งสองก็ต่างก็เริ่มมีอายุขึ้นเลข 2 กันแล้ว และเซย์เมย์ก็เริ่มมีอายุใกล้จะขึ้นเลข 3 แล้วด้วย สึนะได้รับดาบเวทย์ฮิเกคิริที่เซย์เมย์นั้นได้ทำการปลุกเสกขึ้นมา
ทั้งเซย์เมย์ โยริมิทสึ และสึนะ ต่างก็ได้เดินทางมาถึงที่ภูเขาอิบุกิ พวกเขาทั้งสามต่างก็เดินเข้าไปสำรวจภายในภูเขาอยู่นาน จนได้มาพบกับอิบารากิ-โดจิ และทั้งสามก็ได้เข้าเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด ทั้งโยริมิทสึและสึนะต่างก็นำพลังเวทย์ที่พวกเขาได้ร่ำเรียนและฝึกฝนมาจากเซย์เมย์ ผู้เป็นอาจารย์มาใช้ในการต่อสู้กับอิบารากิ-โดจิอย่างเต็มที่
เซย์เมย์รีบทำการร่ายเวทย์ยิวเปลวไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่อิบารากิ-โดจิเข้าอย่างจัง ทางด้านโยริมิทสึก็รีบทำการร่ายเวทย์เสกคมกระบี่สายฟ้าลงบนแขนขวาของเขา ก่อนที่เขานั้นจะรีบพุ่งเข้าไปแทงใส่ร่างของมันด้วยความเร็วสูง จนทำให้ร่างของอิบารากิ-โดจินั้นชาไปทั่วร่าง พร้อมกับมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วร่าง
ส่วนทางด้านสึนะก็รีบทำการร่ายเวทย์ธาตุน้ำแข็งลงบนคมดาบเวทย์ฮิเกคิริ จนทำให้คมดาบเวทย์นั้นมีหมอกไอน้ำแข็งที่ปกคลุมไปทั่วคมดาบ จากนั้น เขาก็ทำการตวัดปล่อยคลื่นดาบธาตุน้ำแข็งออกมาโจมตีใส่อิบารากิ-โดจิเข้าอย่างจัง ถึงแม้ว่ามันจะหลบคลื่นดาบนั่นไว้ได้ แต่แขนของมันนั้นก็มิวายถูกคลื่นดาบนั่นเฉือนเข้าอย่างจัง จนกระทั้งแขนของมันนั้นได้ขาดออกมา พวกเขาทั้งสามนั้นสามารถจัดการกับอิบารากิ-โดจิลงได้อย่างง่ายดาย
อิบารากิ-โดจินั้นได้เสียท่าให้กับเซย์เมย์ และศิษย์ของเขาทั้งสองอย่างโยริมิทสึกับสึนะ จึงรีบหนีไปจากภูเขาอิบุกิ แล้วมุ่งหน้ากลับไปซ่อนตัวอยู่ที่ประตูราโชม่อนทันที ดาบเวทย์ฮิเกคิริของสึนะนั้นก็ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น จนกลายเป็นดาบเวทย์โอนิกิริทันที
และต่อมา ทางด้านโยริมิทสึก็ได้รับดาบเวทย์โดจิกิริที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแขนของอิบารากิ-โดจิ โดยยาซุทสึนะ ซึ่งเป็นช่างตีดาบแห่งเมืองโฮกิ พร้อมกับถูกปลุกเสกขึ้นด้วยพลังเวทย์ของเซย์เมย์ หลังจากที่เดินทางมาได้สักระยะ โยริมิทสึกับสึนะก็ได้พบกับคินทาโร่ที่กำลังเล่นกับสัตว์อยู่ที่ภูเขาอาชิการะ