“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเช่นนั้นช่วงนี้ข้าน้อยคงต้องรบกวนพวกท่านแล้ว”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกหมู่บ้านของพวกเราเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ นานแล้วไม่ได้ต้อนรับแขกเช่นเจ้า เจ้าอยากจะพักอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็แล้วแต่เจ้าก็แล้วกันพวกเราไม่บังคับเจ้า”
“ขอรับท่านผู้อาวุโส”
“เสี่ยวฟู่เจ้าพาพี่ชายคนนี้ไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
“ขอรับท่านผู้นำหมู่บ้าน”เฟยหลงเดินตามเด็กชายไปอีกครั้งหนึ่ง
“ขอบใจเจ้ามากเสี่ยวฟู่เจ้าอยู่ที่หมู่บ้านนี้กับพ่อแม่เจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วขอรับพี่ชายข้าอยู่ที่หมู่บ้านนี้กับท่านพ่อ และท่านแม่ของข้าตอนนี้ท่านพ่อของข้าออกไปล่าสัตว์อยู่ เย็น ๆ ถึงจะกลับมา พี่ชายพักผ่อนก่อนเถอะเอาไว้ท่านพ่อข้ากลับมาแล้วข้าจะมาตามท่านไปทานอาหารด้วยกัน”
“ขอบใจเจ้ามากเสี่ยวฟู่”
หลังจากที่เสี่ยวฟู่กลับไป เฟยหลงจึงได้จัดแจงทำความสะอาดที่พักของเขาถึงแม้จะเป็นกระท่อมเล็ก ๆ แต่มองดูแล้วก็น่าอยู่ไม่น้อย
“เจ้าหนูข้าพอนึกออกแล้ว อาณาจักรเจิ้นสุ่ยมันอยู่ห่างจากอาณาจักรกาลเวลาของพวกเจ้ามากแทบจะเรียกได้ว่าอยู่คนละซีกโลกเลยก็ว่าได้ หากให้เสี่ยวเทียนบินพาเจ้ากลับไปส่งคาดว่าคงใช้เวลาหลายปีถึงจะเดินทางกลับไปถึงอาณาจักรกาลเวลาได้”ผู้อาวุโสไท่หลุนเอ่ยขึ้นมา
“อะไรนะท่านผู้อาวุโส ต้องใช้เวลาเดินทางนานขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“เจ้าคิดว่าโลกใบนี้มันเล็กอย่างนั้นหรือเจ้าเดินทางตลอดชีวิตของเจ้าไม่รู้ว่าตลอดชีวิตของเจ้าจะสามารถเดินทางไปได้ทุกที่หรือไม่?”
“ข้าจะบอกเจ้าเอาไว้โลกใบนี้กว้างใหญ่กว่าที่เจ้าคิดเอาไว้มากเจ้าลองตรวจสอบสถานที่แห่งนี้ดูสิ แล้วเจ้าจะเข้าใจ”
เฟยหลงลองตรวจสอบสถานที่แห่งนี้แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรแตกต่างจากอาณาจักรกาลเวลาหรืออาณาจักรฟ้าครามเลยแม้แต่น้อยแต่ทันใดนั้นเขาพลันรู้สึกได้อย่างหนึ่ง เขาพยายามดูดซับพลังเวทในสถานที่แห่งนี้แต่เขากลับสัมผัสพลังเวทในดินแดนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขาพบว่าพลังปราณฟ้าดินของที่นี่กลับหนาแน่นเป็นอย่างมากเขาทดลองดูดซับพลังปราณฟ้าดินเหล่านั้น เข้ามาในจุดตันเถียนของเขาในทันที
“ท่านผู้อาวุโสทำไมข้าสัมผัสพลังเวทไม่ได้เลยแม้แต่น้อยแต่กลับสามารถดูดซับพลังฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งพลังฟ้าดินของที่นี่ยังบริสุทธิ์และยังหนาแน่นกว่าที่อาณาจักรกาลเวลามากอีกด้วย”
“แต่ละสถานที่ในโลกใบนี้ยังมีอีกมากที่เจ้าไม่รู้ในเมื่อเจ้ามายังที่นี่ได้ ก็ถือโอกาสนี้ฝึกฝนพลังยุทธ์ของเจ้าให้แข็งแกร่งอย่าพึ่งรีบกลับไป โอกาสเช่นนี้นับว่าจะมีประโยชน์ต่อเจ้าในอนาคตมากหากเจ้ามีพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งในอนาคตเมื่อเจ้ากลับไปฝึกฝนพลังเวทจนถึงขั้นสูงสุดได้ในอนาคตแน่นอนคงไม่มีใครสามารถต่อกรกับเจ้าได้อย่างแน่นอน”
“ก็คงต้องใช้โอกาสนี้ฝึกฝนพลังยุทธ์ดังที่ท่านผู้อาวุโสแนะนำเท่านั้นส่วนเรื่องกลับไปยังอาณาจักรคงต้องคิดหาวิธีการอื่นแทน”
ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนโหวกเหวกขึ้นภายนอก เฟยหลงจึงรีบออกมาดูเมื่อออกมาเขาพบกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังมุงดูอะไรบางอย่างกันอยู่ที่หน้าบ้านของผู้นำหมู่บ้านชายคนหนึ่งกำลังวิ่งไปเฟยหลงจึงหยุดเขาไว้เพื่อสอบถาม
“พี่ชายเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
“เสี่ยวหยวนพ่อของเสี่ยวฟู่ถูกสัตว์อสูรทำร้ายบาดเจ็บสาหัสนะสิเจ้าหนุ่ม”
เฟยหลงได้ยินดังนั้นเขารีบทะยานไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขามาถึงพบชายวัยกลางคน คนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่ ข้าง ๆมีภรรยาและเสี่ยวฟู่นั่งร้องให้กอดตัวของชายวัยกลางคนนั้นเอาไว้แน่น
“พวกเราหมดทางช่วยเหลือเขาจริง ๆ หากจะนำตัวเขาไปหาหมอที่เมืองสุ่ยก็คงต้องใช้เวลากว่าครึ่งวันเกรงว่าคงจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวอย่างแน่นอน”ผู้นำหมู่บ้านกล่าว
เฟยหลงแหวกผู้คนที่มุงดูอยู่เข้าไปหาพ่อเสี่ยวฟู่ ที่นอนอยู่กับพื้น
“ให้ข้ารักษาเอง เสี่ยวฟู่เจ้าไม่ต้องกังวลข้าไม่ยอมให้พ่อของเจ้าตายอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณพี่ชายมาก”
เฟยหลงจับชีพจรของเสี่ยวหยวนผู้เป็นพ่อของเสี่ยวฟู่เขาตรวจเช็คอาการพบว่าเสี่ยวหยวนบาดเจ็บไม่น้อยเฟยหลงนำโอสถฟื้นฟูออกมหนึ่งเม็ดพร้อมกับป้อนให้กับเสี่ยวหยวนในทันที ทันใดนั้นสีหน้าที่ซีดเผือกของเสี่ยวหยวนก็เริ่มดีขึ้นเพียงไม่นานบาดแผลจำนวนมากมายค่อย ๆ สมานกัน
ชาวบ้านทุกคนที่ได้เห็นภาพนั้นถึงกับตื่นตะลึงพวกเขาไม่เคยเห็นใครที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บให้หายได้ไวเท่านี้มาก่อนเลยแม้จะเป็นหมอจากเมืองสุ่ยเองก็ยังต้องใช้เวลาในการรักษาไม่ต่ำกว่าสามเดือนอาการของเสี่ยวหยวนถึงจะสามารถกลับมาเป็นแบบนี้ได้แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขากลับสามารถรักษาเสี่ยวหยวนให้หายเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
เสี่ยวหยวนค่อย ๆ ลืมตาของเขาขึ้น พร้อมกับเริ่มสำรวจร่างกายของเขาในทันที
“นี่ข้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ ? ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“เจ้าถูกสัตว์อสูรโจมตี โชคดีที่มีคนไปพบและช่วยเหลือตัวเจ้าออกมาได้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเจ้าเป็นคนรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าเอาไว้ลำพังพวกเราคงไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้”
เสี่ยวฟู่ และแม่ของเขาพุ่งเข้าไปกอดเสี่ยวหยวนในทันที
“ขอบคุณมากพ่อหนุ่ม ครั้งนี้ข้าติดค้างน้ำใจเจ้าแล้ว”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าก็แค่ช่วยเหลือตามที่ข้าช่วยได้เท่านั้นหากอาการของท่านหนักกว่านี้ข้าเองก็เกรงว่าคงจะไม่สามารถช่วยเหลือท่านได้เช่นกันท่านเสียเลือดไปมากกลับไปพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายของท่านเสียก่อนเถอะ”
“ท่านหมอเทวดา ท่านหมอเทวดาอย่างแน่นอนข้าไม่เคยพบเห็นใครที่สามารถรักษาผู้คนให้หายได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้มาก่อนท่านต้องเป็นหมอเทวดาอย่างแน่นอน โปรดรับการคารวะจากพวกเราด้วยท่านหมอเทวดา”
ชาวบ้านต่างพากันคุกเขาให้กับเฟยหลงเฟยหลงถึงกลับกระอักกระอ่วนในทันที
“พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าก็เพียงแค่เรียนการรักษามานิดหน่อยที่สำคัญพวกท่านช่วยลุกขึ้นก่อนเถอะ พวกท่านอย่าทำแบบนี้เลยหากพวกท่านไม่สบายก็มารักษาที่ข้าได้ ตลอดเวลาที่ข้าพักอยู่ที่หมู่บ้านของพวกท่านข้าจะช่วยรักษาพวกท่านเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน”
“ขอบคุณท่านหมอเทวดา ขอบคุณท่านหมอเทวดา”
“เอาหละทุกคนลุกขึ้นก่อนเถอะ อย่าทำให้เฟยหลงลำบากใจเลยเขายังคงพักอยู่ที่นี่ หากไม่จำเป็นจริงๆก็อย่าได้ไปรบกวนเขาเป็นอันขาด”ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยขึ้นมา
“ขอรับท่านผู้นำหมู่บ้าน หากไม่จำเป็นพวกเราจะไม่ไปรบกวนท่านหมอเทวดาเด็ดขาดขอรับ”
เสี่ยวฟู่พร้อมกับแม่ของเขารีบนำตัวของเสี่ยวหยวนกลับบ้านไปพักผ่อนอย่างรวดเร็วหลังจากที่ส่งพ่อของเขาไปพักผ่อนเสร็จเสี่ยวฟู่รีบกลับมาหาเฟยหลงในทันที
“ขอบคุณพี่ชายเฟยหลงเป็นอย่างมากที่ช่วยเหลือท่านพ่อของข้าหากไม่ได้พี่ชายช่วยเหลือเอาไว้ข้าและท่านแม่คงต้องสูญเสียท่านพ่อไปอย่างแน่นอน”
“เจ้าอย่าได้คิดมากไปเลยว่าแต่ตอนนี้ข้าเริ่มจะหิวแล้วพวกเราไปจับปลาที่แม่น้ำมากินกันดีไหมข้าไม่ได้ทานอะไรมาเลย”
“ได้เลยท่านไม่ต้องห่วงข้าเป็นมือหนึ่งของหมู่บ้านนี้ ข้าจับปลาเก่งที่สุดเลยจะบอกให้”
“จริงหรือเช่นนั้นรีบไปจับมาเลยข้าจะก่อไฟไว้รอปลาของเจ้า”
“ได้เลยพี่ชายท่านเตรียมตัวทานปลาอร่อย ๆได้เลยข้าไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน”
เสี่ยวฟู่รีบวิ่งไปที่แม่น้ำเขาถอดเสื้อผ้าออกพร้อมกับกระโจนลงไปจับปลาในน้ำนั้นทันทีแม้ว่าน้ำนั้นจะไม่ลึกมากนักแต่การจับปลาโดยใช้มือเปล่านั้นกลับทำได้ยากเป็นอย่างมากแต่สำหรับเสี่ยวฟู่เขากลับสามารถจับปลาตัวโตได้นับสิบตัวภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
“ข้ายอมรับเจ้าจริงๆ ว่าเจ้าเป็นมือหนึ่งเรื่องจับปลา เอานี่ส่วนของเจ้ารับไป”เฟยหลงยื่นปลาย่างที่สุกใหม่ ๆ ให้กับเสี่ยวฟู่
“ขอบคุณพี่ชายข้าบอกแล้วไง ว่าข้าเก่งเรื่องจับปลาด้วยมือเปล่า”
พวกเขาทั้งสองคนนั่งทานปลาย่างนับสิบตัวด้วยความเอร็ดอร่อยแม้ว่าเฟยหลงจะฝึกพลังยุทธ์และเมื่อฝึกมาถึงระดับยอดยุทธ์เขาไม่ต้องทานอะไรก็สามารถอยู่รอดได้แต่เฟยหลงกลับชอบที่จะกิน ดื่มเช่นเดียวกับคนปกติมากกว่าจากการที่เขาต้องอยู่ในห้วงมิติไร้ที่สิ้นสุดเป็นเวลาหลายปี ทำให้ความรู้สึกอยากอาหารของเขามีมากกว่าปกติ ปลานับสิบตัวถูกเขาและเสี่ยวฟู่ทานจนหมดไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว
“เห็นเจ้าตัวเล็กๆ แบบนี้กินเก่งเหมือนกันนี่”
“ท่านพี่เฟยหลงจะอยู่ที่นี่อีกนานไหมท่านช่วยสอนให้ข้ารักษาคนป่วยบ้างได้หรือไม่?คนแถวนี้ส่วนมากยากจนและห่างไกลจากเมืองสุ่ยมากทำให้ไม่มีหมอในหมู่บ้านของพวกเราเลย พี่ชายช่วยสอนข้าได้หรือไม่?”
“เจ้าสนใจที่จะเรียนจริงๆ อย่างนั้นหรือ? มันลำบากมากนะเจ้าต้องจดจำหลายสิ่งหลายอย่างอีกทั้งยังต้องหมั่นศึกษาตลอดเวลา ”
“ข้าจะทนมันให้ได้ขอเพียงพี่ชายยอมสอนข้า ข้าจะไม่บ่นแม้แต่คำเดียว”
“ได้สิเช่นนั้นเจ้าเอาตำราเล่มนี้ไปอ่าน ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งอาทิตย์หากเจ้าสามารถจดจำได้ทั้งหมดข้าจะสอนเจ้าเอง”
“จริงหรือพี่ชายท่านยอมสอนข้าจริงๆ อย่างนั้นหรือ?”
“จริงสิแต่เจ้าต้องจดจำทั้งหมดในตำราเล่มนั้นก่อน หากเจ้าทำได้ ข้าถึงจะยอมสอนเจ้า”
“ขอรับพี่ชายข้าจะพยายาม”
หลังจากนั้นเสี่ยวฟู่จึงกลับไปเฟยหลงจึงเริ่มทบทวนและฝึกฝนพลังยุทธ์ของเขาเงียบ ๆ ภายในกระท่อมหลังเล็กส่วนทางด้านเสี่ยวฟู่ เขาเก็บตัวอยู่แต่ในห้องจะออกมาเฉพาะเวลาทานอาหารอาบน้ำหรือทำธุระส่วนตัวเท่านั้น
เมื่อพ่อและแม่ของเสี่ยวฟู่เห็นดังนั้นพวกเขาต่างแปลกใจเป็นอย่างมากถึงแม้เสี่ยวฟู่จะเป็นเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบแต่เขากลับเป็นคนที่หัวไวและมีความจำเป็นเลิศ อีกทั้งยังมีความมุมานะอดทนอดกลั่นแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ ที่มัวแต่วิ่งเล่นอยู่
เฟยหลงรักษาผู้ป่วยภายในหมู่บ้านเป็นบางครั้งส่วนมากผู้ป่วยที่ถูกพาตัวมาจะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือไม่ก็พิกลพิการส่วนเรื่องบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รบกวนเฟยหลงแม้แต่อย่างใด