บทที่ 34
ฟื้น
ยามวิกาลภายในค่ายผู้คนแตกตื่นข่าวดีที่เฝ้ารอมาเป็นเวลานานคุณคินที่เป็นหนึ่งในสมาชิกอาวุโสของค่ายฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว
ผู้คนมากมายภายในค่ายต่างพากันมารวมตัวอยู่บริเวณด้านหน้าเต็นท์พยาบาล
เดย์เองก็เป็นหนึ่งในคนที่มารอดูบริเวณด้านหน้าเช่นเดียวกัน
ในขณะที่ผู้คนภายในค่ายต่างพากันมามุงดูพวกเขาสิ่งที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าคุณคินที่หลับไปเป็นเวลานานก็ค่อยๆเดินออกมาจากภายในนั้น
ร่างกายยังคงอ่อนแรงจากบาดแผลที่ตัวเองได้รับหลังจากที่เดินออกมาจากภายในเต็นท์พยาบาลเห็นคนมากมายกำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้า
ผู้คนเหล่านั้นต่างพากันยินดีดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้น “คุณคินฟื้นแล้ว!!!! ”
“ แบบนี้ก็ดีไปเลย!!! ”
เดย์ที่กำลังยืนเงียบอยู่ด้านหลังแน่นอนว่าภายในใจย่อมรู้สึกยินดีที่อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมา
แต่ในตอนนี้เขารู้ดีมากว่าทำไมผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆดูจะดีใจมากเป็นพิเศษเพราะว่าในตอนนี้สถานการณ์ภายในค่ายมันถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศและก็การแบ่งแยก
คุณคินเป็นหนึ่งคนที่ผู้คนมากมายต่างเคารพแล้วคุณคินเองก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะมองเห็นทุกคนนั้นมีสิทธิ์เท่าเทียมกันภายในค่าย
สำหรับคนมากมายที่ถูกจัดลำดับอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเขาคงจะเป็นเหมือนกับความหวังที่ฟื้นตื่นขึ้นมา
พวกผู้คนภายในค่ายคิดว่าถ้าคุณคินฟื้นขึ้นมาคงจะสามารถพูดอะไรกับโทมัสได้
ในขณะที่ผู้คนมากมายกำลังเดินหน้าเข้าไปร่วมยินดีเดย์กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหลังอย่างเงียบๆ
เวนดี้แอบย่องเข้ามาอย่างช้าๆเท้าทั้งสองข้างของเธอมาหยุดลงบริเวณข้างกายแล้วพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ นายไม่เข้าไปทักทายอย่างงั้นหรอ? ”
“ เวลายังมีอีกเยอะไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น”
“ ในตอนนี้ผู้คนมากมายกำลังร่วมยินดีฉันไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น ”
“ เป็นคนที่ใจเย็นจริงๆเอาล่ะฉันเดินทางกลับไปทำงานต่อดีกว่า ” เวนดี้ค่อยๆเดินออกไปอย่างช้าๆ
เดย์ที่ยืนอยู่คนเดียวบริเวณนั้นดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความจริงจังเขาคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว “ คุณคินฟื้นตื่นขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ”
“ จริงอยู่ที่ว่าคุณคินเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ก่อตั้งและก็เป็นสมาชิกรุ่นแรกของค่ายแห่งนี้”
“ แต่ว่าก่อนจะเปลี่ยนใจผู้นำอย่างโทมัสเป็นเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้เลย”
“ ตอนนี้โทมัสเขากำลังถูกใจในการแบ่งแยกและอำนาจและรวมไปถึงแม้ว่าโทมัสภายนอกจะเป็นคนที่ดูเคร่งขรึมและไม่มีอะไรแต่ภายในใจกลับมีความรู้สึกแบบนั้นอย่างชัดเจน ” เดย์รู้สึกได้ว่าโทมัสเป็นคนแบบนั้น
ถ้าไม่ได้เป็นคนแบบนั้นคงจะไม่ได้สร้างระบบจัดการค่ายแบบนี้ขึ้นมา
การแบ่งแยกควรแบ่งแยกเพียงแค่หน้าที่ไม่ได้แบ่งแยกชนชั้นและฐานะรวมไปถึงคุณค่าของมนุษย์แบบนี้ด้วย
เดย์หลังจากที่ยืนมองเช่นนั้นอยู่สักพักเขาก็ค่อยๆเดินออกไปอย่างช้าๆ
….
วันถัดมา
เดย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในช่วงตอนเช้าของวันเขาเดินทางออกมาภายในค่ายตั้งแต่ในช่วงตอนเช้าเพื่อที่จะเริ่มล่ามอนสเตอร์บริเวณนี้
ในขณะที่กำลังนั่งอยู่เปิดช่องเก็บของของตนเองดู “ในตอนนี้ตัวของเรามีการสุ่มสกิลอยู่ถึงสามใบ ”
“ ในช่วงตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็ยุ่งถ้าแบบนั้นก็ใช้มันในตอนนี้เลยเป็นยังไง ”
“ ทำการสุ่มการ์ดสกิล ”
[ ระบบ :เริ่มทำการสุ่มสกิล การ์ดสกิลทั้งหมดที่ท่านถือครองอยู่ในการสุ่มมีทั้งหมด 3ใบ ]
[ ระบบ :เริ่มทำการสุ่มการ์ดสกิลทั้งหมด ]
[ ระบบ :ระบบทำการเริ่มสุ่มการ์ดใน ]
[ 3 ]
[ 2 ]
[ 1 ]
[ สุ่มสกิล!!!]
ระบบแจ้งเตือนขึ้นมาบริเวณด้านหน้า
หลังจากนั้นสิ่งที่มันปรากฏก็คือแสงสว่างไสวที่มันปรากฏขึ้นมาการ์ดทั้งสามใบที่เริ่มทำการสุ่มเปล่งแสงสว่างไสวเจิดจ้าบริเวณด้านหน้าในตอนนี้
หลังจากที่เฝ้ารออยู่สักพักสกิลที่เริ่มทำการสุ่มมันก็ได้ถูกเปิดใช้งานออกมา
[ ระบบ :สำเร็จ ]
“ ระบบทำการสุ่มสำเร็จในตอนนี้นายท่านจะได้รับการ์ดสกิลที่ได้รับการสุ่มทั้งสามใบ”
“ ต้องการเรียนรู้สกิลเลยหรือไม่” เสียงของระบบดังถามขึ้นมาภายในหัว
เดย์ใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าเขาใช้ดวงตามองดูพวกความสามารถของสกิลที่ได้รับก่อนที่จะพยักหน้าเมื่อทำความเข้าใจกับมัน“ เรียนสกิลทั้งหมดทันที ”
“ ระบบเริ่มทำการใช้งานการ์ดสกิล”
“ ท่านจะได้รับสกิลจากการ์ดสกิลทั้งสามทันที”
การ์ดทั้งสามใบส่องแสงสว่างไสวก่อนที่มันจะแตกสลายและพุ่งเข้าใส่ร่างกายเดย์
[ ระบบ :ท่านได้เรียนรู้สกิล ประดิษฐ์เวทย์มนตร์ เรียบร้อย ]
[ ระบบ :ท่านได้เรียนรู้สกิล ประสาทสัมผัสขั้นสูง เรียบร้อย ]
[ ระบบ :ท่านได้เรียนรู้สกิล แรงกดดัน เรียบร้อย ]
ข้อความปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าอย่างรวดเร็วแจ้งเตือนขึ้นมาถึงความสามารถที่เขาได้รับเพิ่มเติมขึ้น
เดย์พยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นความสามารถที่มันเพิ่มเติมขึ้นมาในตอนนี้
“ ยอดเยี่ยมความสามารถเพิ่มเติมขึ้นมาแล้วแถมสกิลที่ได้รับมาจากการสุ่มในครั้งนี้ยังเป็นสกิลระดับสูง ”
“ สกิลแรกประดิษฐ์เวทย์มนตร์ ”
[ ระบบ : สกิลประดิษฐ์เวทย์มนตร์ ระดับ สกิลระดับโกลด์ [Gold] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลเมื่อได้รับสกิลนี้จะส่งเสริมการสร้างเวทย์มนตร์ขึ้นมาได้โดยท่านสามารถรังสรรค์เวทย์มนตร์ขึ้นมาได้จากการควบแนนและการหลอมรวมของเวทย์มนตร์ยังสามารถสร้างสรรค์รูปลักษณ์ของเวทย์มนตร์ที่ถูกปลดปล่อยและแปรเปลี่ยนออกมาจากพลังเวทย์ได้อิสระมากขึ้น ]
“ ด้วยความสามารถของสกิลนี้การสร้างเวทย์มนตร์ขึ้นมามันจะเป็นอะไรที่ง่ายดายมากขึ้น”
“ ไม่แปลกใจเลยที่มันเป็นสกิลที่จัดอยู่ในระดับโกลด์ ”
“ ส่วนสกิลที่สองประสาทสัมผัสขั้นสูงอยู่ระดับโกลด์”
[ ระบบ : สกิลประสาทสัมผัสขั้นสูง ระดับ สกิลระดับโกลด์ [Gold] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลเมื่อได้รับสกิลนี้จะส่งเสริมประสาทสัมผัสภายในร่างกายของท่านให้เฉียบคมมากขึ้นการรับรู้รอบร่างกายไม่ว่าจะเป็นประสาทสัมผัสทางด้านใดก็จะถูกยกระดับขึ้นจากสกิลนี้ ]
“ ด้วยสกิลนี่มันจะทำให้ตัวของเราสามารถรับรู้อันตรายบริเวณรอบๆร่างกายของตนเองได้รวดเร็วมากขอบเขตการรับรู้เองก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ”
“ ส่วนสกิลที่สามแรงกดดัน ”
[ ระบบ : สกิลแรงกดดัน ระดับ สกิลระดับโกลด์ [Gold] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลท่านสามารถใช้งานสกิลนี้ในการเพิ่มแรงโน้มถ่วงของพื้นที่นั้นๆได้โดยมีขอบเขตพื้นที่จำกัดเพียงแค่เส้นรอบวงหนึ่งเมตรในพื้นที่เป้าหมายที่เลือกใช้โดยเวลาการใช้สกิลขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ที่อยู่ภายในร่างกาย ]
“ ของเราสามารถบังคับพื้นที่นั้นให้มีแรงกดดันหรือแรงกดอากาศให้เพิ่มมากขึ้นได้เทียบเท่ากับว่าสามารถควบคุมพื้นที่บริเวณนั้นให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีแรงโน้มถ่วงมากขึ้น”
“ ถึงแม้ว่าข้อเสียและขีดจำกัดการใช้งานของวันจะมากโดยที่พื้นที่การใช้งานมันเป็นเพียงแค่พื้นที่ประมาณเส้นรอบวงหนึ่งเมตร ”
“ เเต่ที่สำคัญก็คือทั้งหมดล้วนแล้วเป็นสกิลระดับโกลด์ตัวของเราได้พวกมันมาถือว่าเป็นผลตอบรับที่ดีเยี่ยม”
“ พวกมันล้วนแล้วเป็นสกิลที่มีความสามารถยอดเยี่ยมการที่ได้รับมาถือว่าสามารถช่วยตัวของเราได้อย่างแน่นอน”
“ เอาล่ะในเมื่อได้สกิลเพิ่มถ้าแบบนั้นก็ต้องเป็นจะต้องใช้แต้มพอยท์เพิ่มในการเอาพวกมัน”
“ นั่นแสดงว่าตัวของเราจำเป็นต้องขยันมากขึ้น”
เดย์เริ่มออกล่ามอนสเตอร์อีกครั้ง
เพียงแต่ว่าการล่ามอนสเตอร์บริเวณนี้มันกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับเขาไปแล้วในตอนที่เหล่ามอนสเตอร์บริเวณนี้พวกมันทั้งอ่อนแอถึงแม้ว่าจะได้แต้มพอยท์อยู่เรื่อยๆแต่มันเองก็เป็นจำนวนที่ไม่มาก
เดย์หลังจากที่มีความสามารถที่พัฒนาขึ้นมาในวันนี้การต่อสู้ภายในบริเวณนี้มันก็กลายเป็นขอบเขตที่เล็กสำหรับเขาไปแล้ว
เพราะแบบนั้นความคิดในการจะไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณนอกอาณาเขตเริ่มผุดขึ้นมาภายในหัว
…
รอบกองไฟในยามค่ำคืนการประชุมขนาดใหญ่ของคนที่เหลืออยู่ภายในค่ายได้เริ่มขึ้น
มาร์คยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสมาชิกตอนนี้ภายในค่ายเหลืออยู่ประมาณเกือบยี่สิบคน
“ เอาล่ะฉันจะเริ่มพูดเรื่องสำคัญแล้ว… ”
จบบท