นี่หรือคือนายเอกต้นฉบับ
เสียง “โครม!” ดังลั่นไปทั่วห้องโถง เมื่อน้ำค้างสะดุดกรอบประตูจนล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ก่อนจะเป็ดารัญหรือพ่อบ้านคนใหม่ของตระกูลหัฏฐะหรัก ที่รีบพุ่งตัวเข้ามาด้วยความใ
“คุณน้ำค้าง! เป็อะไรไหมครับ?” เขาถามเสียงสั่นเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่ลุกขึ้น พร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่เมื่อนึกขึ้นได้ว่า อีกฝ่าย “กำลังตั้งครรภ์”
แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไปพยุง น้ำค้างกลับยันตัวลุกขึ้นมาเอง สีหน้าบึ้งตึง ดวงตาฉายแววโกรธจัด ขณะตวาดใส่พ่อบ้านหนุ่มด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างไม่ไว้หน้า
“เสือก!” น้ำค้างตะคอก “อย่ามาทำเป็ห่วงให้มันมากนักเลยน่า!”
ดารัญนิ่ง ไม่ได้โต้ตอบหรือโกรธเคืองใดๆ มีเพียงสีหน้าห่วงใยเท่านั้นที่ฉายชัดบนใบหน้า
“ผมแค่...เป็ห่วงเด็กในท้อง”
คำพูดของพ่อบ้านหนุ่มดูเหมือนจะเป็ฟางเส้นสุดท้ายที่กระตุกเส้นความอดทนของน้ำค้าง เขาเบิกตากว้างก่อนจะะโใส่พ่อบ้านหนุ่มด้วยความคับแค้นปนเสียใจ
“เด็กบ้าอะไร! กูไม่ได้ท้อง! กูแต่งเื่ขึ้นมาทั้งหมด จะท้องได้ยังไง ในเมื่อไอ้นั้นที่มึงพูดถึงมันไม่มีน้ำยามันเป็หมัน!”
ทันทีที่สิ้นคำพูดนั้น ทั้งห้องเงียบงัน ทุกคนต่างชะงักงันในความตกตะลึง รวมถึงคุณชายทั้งสามที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ใบหน้าดารัญซีดเผือด เนื่องจากอยู่ๆก็มีอาการปวดหัวรุนแรงขึ้นมากระทันหันราวกับภาพความทรงจำที่ฝังแน่นจาก “ต้นฉบับนิยาย” หวนกลับมาอย่างรวดเร็ว
“...พระเอกต้นฉบับ ไม่สามารถมีลูกได้...” เขานึกถึงบรรทัดหนึ่งที่เคยอ่าน มันอธิบายไว้ว่า ภูมินทร์เคยประสบอุบัติเหตุตอนเด็กจนทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้ แต่เ้าตัวไม่เคยรู้ความจริง เพราะมารดาของเขาตั้งใจปิดบังเื่นี้ไว้ เพื่อกันไม่ให้พ่อแท้ๆ มองว่าลูกชายของตน “บกพร่อง” และหมดสิทธิ์สืบทอดตระกูล
แต่น้ำค้างกลับรู้ และเลือกใช้มันเป็เครื่องมือ
น้ำค้างโกหกเื่ท้อง เพื่อรั้งผู้ชายที่ตนแอบรักไว้ ทั้งที่รู้ดีว่าเขาไม่มีทางมีลูกได้ ลูกที่น้ำค้างอ้างว่าเป็ของเขานั้น แท้จริงแล้วเป็ลูกของลูกพี่ลูกน้องภูมินทร์ญาติห่างๆ ทางฝ่ายแม่
ดารัญยืนนิ่งงันพร้อมคิดในใจ
"อ่าาา แบบนี้สินะถึงว่าในต้นฉบับนายเอกทำไมท้องตั้ง 12 เดือนที่แท้ก็ไม่ใช่ลูกของพระเอกดีนะที่เด็กหน้าตาเหมือนนายเอกไม่เช่นนั้นความคงแตกั้แ่คลอดเด็กแล้วสินะนี่หรือนายเอกของเื่ หรือจับฉลากได้เป็นายเอกหรือบังคับคนเขียนให้ใส่ชื่อตัวเองเป็นายเอก"
"แล้วเมื่อกี้ด่าเสือกอีกถ้าไม่เป็ห่วงเด็กทิพท์ในท้องนะโดนกูสักทีแน่ๆน่าสั่งสอนจริงๆ รู้จักหรือเปล่าพี่ดารัญศิษย์อาจารย์ฉ่อยนะ หน้าประเคนหมัดใส่ปากสักหมัดเผื่อจะมีหัวคิดบ้าง เหมือนคุณชายใหญ่ไงที่เริ่มคิดได้แล้ว"
คุณชายทั้ง 3 เมื่อได้ยินความคิดของพ่อบ้านหนุ่มจึงหันไปมองใบหน้าของน้ำค้างที่ตอนนี้เริ่มซีดเผือดเช่นกัน เขาเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากเื่สำคัญที่สุดในชีวิต
คุณชายทั้งสามต่างตกตะลึงไม่แพ้กัน พวกเขามองน้องชายข้างบ้านที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็กด้วยสายตาเปลี่ยนไป ไม่มีใครคาดคิดว่าน้ำค้างที่เคยแสนอ่อนหวาน จะสามารถพูดคำเ่าั้ออกมาได้
"เฮ้ย คุณชายใหญ่ชอบคนแบบนี้จริงๆหรอเขาเป็ถึงนักธุรกิจใหญ่มองไม่ออกได้อย่างไรว่าคุณนายเอกคนนี้เป็แม่ดอกบัวขาวขนาดนี้ หรือว่าเขาชอบคนสไตล์นี้นะฮ่าๆๆ แต่อย่างว่าแหละความรักทำให้คนโง่งมตาบอดรวมถึงคนที่ฉลาดที่สุดด้วยสินะ" พ่อบ้านหนุ่มยังพึมพำอยู่ในใจขณะมองตรงไปที่น้ำค้างและบางครั้งก็แอบเหลือบมองคุณชายใหญ่ของบ้านพร้อมกับอมยิ้ม
คุณชายใหญ่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกคิ้วกระตุก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะไม่อยากบอกอีกคนว่าเขาสามารถได้ยินเสียงในใจของอีกฝ่ายได้ แล้วที่พวกเขาไม่ได้สงสัยว่าทำไมถึงได้ยินเสียงของอีกฝ่ายนั้นเพราะในตระกูลเขามีความเชื่อบางอย่างอยู่
คุณชายทั้งสามพี่มัวแต่สนใจฟังความคิดของพ่อบ้านหนุ่มที่กำลังนินทาเ้านายอยู่ในใจไม่ได้หันไปสนใจคุณนายเอกที่ยืนหน้าซีดอยู่
แล้วทันใดนั้น น้ำค้างก็หมุนตัววิ่งออกจากบ้านไป โดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
หลังจากที่น้ำค้างวิ่งหนีออกจากบ้านไปพ่อบ้านหนุ่มหันไปมองคุณชายทั้งสามด้วยสายตาลังเล ราวกับ้าขอความเห็นว่าเขาควรตามออกไปหรือไม่
ทัพฟ้า คุณชายใหญ่ของบ้านเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“ไม่ต้องตาม ปล่อยไปเดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง วันนี้นายไปพักผ่อนได้ พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวออกไปทำงานข้างนอกกับฉัน”
พอได้ยินดังนั้น พ่อบ้านหนุ่มก็รีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เตรียมตัวจะขอตัวกลับขึ้นห้องพัก ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่างานที่นี่อาจจะไม่ยากอย่างที่คิด หากเป็แบบนี้ต่อไป เขาจะรักษางานนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด
แต่แล้วจู่ ๆ ดารัญก็นึกขึ้นได้วันนี้เป็วันสัมภาษณ์งานแล้วเขาได้งานแล้วจริง ๆ หรือยัง?
เขาหยุดฝีเท้า หันกลับไปถามด้วยสีหน้าเกรงใจ
“เอ่อ... คุณชายครับ ผมได้งานแล้วใช่ไหมครับ? วันนี้เท่าที่จำได้ ผมเพิ่งเข้ามาสัมภาษณ์ ยังไม่ได้รับการแจ้งว่าได้เป็พนักงานอย่างเป็ทางการ...”
ขุนเขา คุณชายรองหัวเราะเบา ๆ พลางตอบด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
“แน่นอนสิ! มีนายแล้วรู้สึกว่าบ้านเราจะสนุกขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ”
เหนือสมุทร คุณชายคนเล็กจึงเสริมขึ้นทันที “ใช่เลย นายทำให้บ้านดูไม่กร่อยอีกต่อไปแล้ว” พร้อมกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง
ดารัญยืนฟังอยู่เงียบ ๆ แม้ภายในใจจะยิ้มจนปากจะฉีก แต่ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งไว้ตามมารยาท เขายิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะโค้งขอบคุณคุณชายทั้งสาม แล้วจึงหันหลังเดินจากไปอย่างสงบ
แต่แล้ว ภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว — ฉากในนิยายที่เขาเคยอ่าน ภาพงานเลี้ยงสุดหรูที่จู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ลอบวางะเิ ผู้คนพากันหนีตายอลหม่าน เืไหลนองทั่วพื้นพรมแดง…
หัวใจของดารัญเต้นโครม เขาสะดุ้งเฮือก ก่อนจะหันขวับกลับไปมองเหนือสมุทร คุณชายคนเล็กที่เขาจำได้ว่า วันนี้มีนัดไปงานเลี้ยง
“คุณชายเหนือสมุทรครับ วันนี้...มีงานอะไรอีกหรือเปล่าครับ?” เขาถามอย่างระมัดระวัง
อีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กน้อย ทำหน้าฉงน ก่อนจะตอบกลับอย่างไม่คิดอะไร
“ก็มีงานเลี้ยงวันเกิดของหุ้นส่วนธุรกิจ่เย็นนี่แหละ”
เหนือสมุทรพูดไปก็หัวเราะเบา ๆ อย่างล้อเล่น “ทำไมล่ะ...อยากไปเป็คู่ควงให้ฉันหรือไง?”
พ่อบ้านหนุ่มตอบกลับแทบจะทันที โดยไม่ผ่านการกลั่นกรองจากสมอง
“ใช่ครับ ผมอยากไป”