บทที่ 28 เคราะห์กรรมจากความเ้าชู้
โม่เฟิงยิ้มอย่างขมขื่น ไม่รู้ว่า่นี้เกิดอะไรขึ้น ชีวิตรักของเขาถึงดูวุ่นวายไปหมด ราวกับว่า้าชดเชยสิ่งที่เขาขาดหายไปตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาในคราวเดียว
โม่เฟิงไม่รู้ว่านี่เป็นิสัยของเธอหรือว่าตั้งใจทำ อูหนี่ว์ไม่ให้โอกาสโม่เฟิงได้โต้ตอบอะไร เธอยังพูดต่อไปว่า “ฉันดูจากสีหน้าของคุณแล้ว ่นี้คุณสนิทสนมกับผู้หญิงอยู่หลายคน และดูเหมือนว่าคุณจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพวกเธอแล้วด้วย… ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เพราะว่านี่เป็ทางเลือกของเธอเอง ฉันไม่อยากเสียเพื่อน และไม่อยากมีศัตรูเพิ่ม แต่ฉันก็ยังหวังว่าคุณจะไม่รีบร้อนปฏิเสธหานเซี่ยว และอย่ารับปากเธอจนกว่าจะจัดการเื่ความสัมพันธ์ของคุณให้เรียบร้อย ให้เวลาเธอสี่ปี รอให้เธอโตขึ้นได้ไหม?”
โม่เฟิงพยักหน้า สีหน้าของเขาดูหนักอึ้งเล็กน้อย “ผมรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ขอบคุณที่บอกเื่นี้กับผมนะ!”
หลังจากดูหนังจบตอนนี้ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว ประตูหอพักนักศึกษาจะปิดตอนห้าทุ่ม ดังนั้น เฉินชิงกับเพื่อน ๆ จึงนั่งแท็กซี่กลับไปก่อน เหลือเพียงหานเซี่ยวกับโม่เฟิงที่เดินเล่นอยู่บนท้องถนนด้วยกัน
ตลอดทั้งบ่าย โม่เฟิงครุ่นคิดถึงคำพูดของอูหนี่ว์ เขาไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับหานเซี่ยวอย่างไรดี จะแกล้งทำเป็ไม่รู้อะไรต่อไป หรือจะหาเวลามาอธิบายทุกอย่างให้เธอฟังดี
แต่สุดท้ายโมเฟิงก็ยังคงลังเล เพราะผู้ชายทุกคนต้องเคยผ่าน่เวลาแบบนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่รักเขามาก และตัวเขาก็รักเธอเช่นกัน รู้สึกว่าเธอเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ แต่เขาก็มีชีวิตของตัวเองที่ไม่อนุญาตให้เธอเข้ามาได้
เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะรู้สึกสับสน ถ้าพูดความจริงออกไป เขาก็อาจจะเสียเธอไป แต่ถ้าไม่พูด ก็เท่ากับว่าปล่อยให้ความสัมพันธ์นี้คลุมเครือต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วจะยิ่งแย่ลงไปอีก และโดยปกติแล้ว ผู้ชายมักจะเลือกที่จะรอดูสถานการณ์ไปก่อน แม้ว่าสุดท้ายแล้วอาจจะเ็ปยิ่งกว่า แต่อย่างน้อยก็อดทนได้นานพอสมควร
โม่เฟิงเดินเตร่ไปตามท้องถนนอย่างสับสน เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรหรือทำอะไรดี เพราะเมื่อความลับถูกเปิดเผย ทุกอย่างก็ไม่ลึกลับอีกต่อไป และเขาก็ไม่สามารถแสร้งทำเป็ไม่รู้อีกต่อไปได้ แต่ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลย ก็ดูเหมือนว่าเขาจะเสแสร้งเกินไป
ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมา บนถนนที่พลุกพล่าน หานเซี่ยวเอนกายเข้ามาซบไหล่ของโม่เฟิงอย่างแ่เบา ก่อนจะพูดอย่างออดอ้อนว่า “ให้ฉันซบไหล่พี่แบบนี้สักพักได้ไหมคะ?”
ขณะเดียวกันนั้น คำพูดของอูหนี่ว์ก็ลอยเข้ามาในหัวของโม่เฟิง อีกครั้ง โม่เฟิงจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เขาก็จะไม่ปฏิบัติกับเธอเหมือนกับที่เขาปฏิบัติกับผู้หญิงคนอื่น ๆ เพราะในบรรดาผู้หญิงทั้งหมด ติงว่านหรูอยู่ในฐานะเทพธิดาในฝัน ส่วนติงหรูจวินให้ความรู้สึกเหมือนคนรักในชาติก่อน ส่วนหานเซี่ยวให้ความรู้สึกเหมือนน้องสาวข้างบ้าน
แม้ว่าบางครั้งโม่เฟิงจะเผลอมองหานเซี่ยวเป็คนรักคนแรก เพราะผู้ชายทุกคนต่างก็อยากให้คนรักคนแรกของตัวเองสมบูรณ์แบบ การได้อยู่กับหานเซี่ยวทำให้โม่เฟิงรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในสมัยเรียน ได้พบกับหญิงสาวที่เขาชอบอีกครั้ง และได้เดินเล่นด้วยกันบนท้องถนน แต่โม่เฟิงก็รู้ดีว่าเวลานั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีก และหานเซี่ยวก็ไม่เหมาะกับเขาเช่นกัน
หานเซี่ยวซบศีรษะลงบนอกแกร่งของโม่เฟิงอย่างแ่เบา ในตอนนี้ทั้งสองราวกับคู่รักคู่หนึ่ง หานเซี่ยวไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะโหยหาอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้
เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสบตาชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มความประหม่าในใจของหานเซี่ยวก็จางหายไป เธอดีใจจริง ๆ ที่โม่เฟิงไม่ได้ผลักเธอออกไป แม้ว่าในความรู้สึกของเธอ โม่เฟิงจะเป็คนเ้าชู้ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ยอมรับเธอได้ง่าย ๆ เพราะเธอรู้สึกว่าระหว่างเธอกับโม่เฟิงมีกำแพงบางอย่างกั้นอยู่
ทั้งสองหาเก้าอี้ยาวนั่งลง เพราะสภาพของหานเซี่ยวในตอนนี้ โม่เฟิงรู้ว่าคงไม่สามารถเดินต่อไปได้ จึงจำเป็ต้องนั่งพักสักหน่อย
หานเซี่ยวขยับตัวเข้าไปซบกับอกของโม่เฟิงมากขึ้น แล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า “พี่ชาย ทำไมพี่ถึงเฉยชากับฉันล่ะคะ ทั้ง ๆ ที่พี่ชอบฉวยโอกาสแท้ ๆ”
โม่เฟิงชะงักไปเล็กน้อย ใช่! เขาเป็อะไรไปกันแน่ ปกติเขาไม่ใช่แบบนี้สักหน่อย ถ้ามีสาวสวยมาซบอกแล้วออดอ้อนขนาดนี้ นอกจากไม่คิดที่จะปฏิเสธตัวเขายังจะกระโจนเข้าหาเธออีกด้วย
สำหรับหานเซี่ยว นี่เป็การพบกันครั้งที่สี่แล้ว ในสี่ครั้งนี้ เขามีโอกาสที่จะสานสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับเธอถึงสามครั้ง แต่เขากลับไม่ได้ลงมืออย่างไม่ทราบสาเหตุ สำหรับเขาแล้ว เื่นี้มันแปลกมาก แต่เขากลับรู้สึกว่ามันควรจะเป็แบบนี้
เมื่อเห็นว่าโม่เฟิงไม่ตอบ หานเซี่ยวจึงพูดต่อเบา ๆ ว่า “พี่โม่เฟิง จริง ๆ แล้ววันนั้นที่ห้างสรรพสินค้า ฉันเห็นพี่ครั้งแรกก็รู้สึกแปลก ๆ แล้ว ฉันถึงได้หาเื่ให้พี่ช่วยถือของตอนที่พี่นั่งพักอยู่ หลังจากนั้นพอเห็นว่าพี่ไม่รู้เื่ ฉันก็แอบดีใจด้วยซ้ำ ต่อมาฉันก็ให้เบอร์โทรศัพท์พี่ไป แต่พี่ก็ไม่เคยโทรหาฉันเลย ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันอยากเจอพี่อีก ฉันเลยโทรหาพี่ พอได้เจอพี่อีกครั้ง ฉันก็ดีใจมาก ฉันรู้ว่าฉันอาจจะตกหลุมรักแล้ว และก็ถอนตัวไม่ขึ้นด้วย ฉันรักพี่เข้าแล้ว… คนอื่น ๆ บอกว่าผู้ชายไม่ดี ผู้หญิงไม่ควรรัก แต่ฉันคิดว่าฉันคงเป็ผู้หญิงที่ชอบผู้ชายไม่ดีล่ะมั้ง ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ถึงได้อยากเข้าใกล้พี่ อยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ บอกฉันหน่อยได้ไหมคะว่าทำไม? …แต่ฉันรู้สึกเหมือนจะรู้แล้วล่ะ”
ตอนนี้ใบหน้าของหานเซี่ยวเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เห็นได้ชัดว่าเธอเ็ปมาก เพราะเธอแอบรักโม่เฟิงมานานแล้ว แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลย แถมยังมองเธอเป็เด็กอยู่ตลอดเวลา แล้วยังทำตัวเ็าใส่เธออีก
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องเป็ฝ่ายโทรหาเขา เขาถึงจะมาหา… ที่ผ่านมาโม่เฟิงเป็แบบนี้มาตลอด เธอเคยคิดว่าโม่เฟิงมีแฟนแล้ว เขาถึงได้ไม่ชอบเธอ แต่เห็นได้ชัดว่าโม่เฟิงก็ยังเ้าชู้กับคนอื่น แต่กับเธอเขากลับทำตัวดีขึ้น ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะ้าศักดิ์ศรี แต่หานเซี่ยวก็ยังอยากจะลองเป็ฝ่ายรุกบ้าง
โม่เฟิงเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน พร้อมกับรอยยิ้มอันขมขื่น “เซี่ยวเซี่ยว ที่พี่เป็แบบนี้กับเธอ ไม่ใช่เพราะเธอไม่ดีพอ แต่เป็เพราะเธอเรียกพี่ว่าพี่ชาย ในใจของพี่ คำว่าพี่ชายสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด สำคัญมากจนพี่ไม่อยากทำลายมัน ดังนั้น ไม่ใช่พี่ไม่สนใจเธอ แต่พี่งานยุ่งจริง ๆ พี่ก็อยากจะถามไถ่น้องสาวของพี่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่พี่ไม่มีเวลาจริง ๆ”
หานเซี่ยวทำสีหน้าไม่เชื่อ “แต่วันนั้นพี่จับหน้าอกฉัน!”
สีหน้าของโม่เฟิงเปลี่ยนไปทันที รู้แล้วว่าบทสำคัญมาถึงแล้ว เขาจึงได้แต่อธิบายอย่างจนใจ “พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่เผลอหลับไป ก็เลยเผลอไปโดนตัวเธอนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
หานเซี่ยวเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้ออย่างเบามือ ถามอย่างจริงจัง “งั้นพี่หมายความว่า พี่ยอมรับว่าพี่จับหน้าอกฉันใช่ไหมคะ?”
โม่เฟิงรู้สึกทันทีว่าตอนนี้ตัวเองคงดูอึดอัดมาก พยักหน้าเบา ๆ พูดว่า “พี่ยอมรับ พี่จับจริง ๆ!”
หานเสี่ยวหัวเราะทั้งน้ำตา ราวกับว่าเธอชนะศึกในครั้งนี้ ก่อนจะพูดว่า “งั้นพี่ก็ควรจะรับผิดชอบฉันไม่ใช่เหรอคะ? ฉันยังไม่เคยโดนผู้ชายแตะต้องมาก่อนเลยนะ!”
โม่เฟิงรู้สึกอยากจะมุดแผ่นดินหนีจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมีวันที่ถูกผู้หญิงตามตื๊ออยากให้เขารับผิดชอบแบบนี้
แต่ตอนนี้โม่เฟิงไม่กล้าอธิบายจริง ๆ เพราะตอนนี้เขาก็นับว่าอยู่กินกับจูลี่แล้ว แถมยังเป็ชู้กับหลัวเสี่ยวเฟิงอีก ในใจก็ยังมีติงว่านหรู และยังจ้องจะลิ้มลองติงหรูจวิน ถ้าตอนนี้หานเซี่ยวจะเข้ามาเสริมอีก โม่เฟิงคงจะเข้าใจความทรมานจากการมีผู้หญิงมากเกินไปแล้ว จริง ๆ แล้ว โชคลาภแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับเคราะห์กรรมจากความเ้าชู้