ระบบตกปลาเหนือสวรรค์

    EP-47 ไปเอาเบ็ดตกปลา

    “แล้วนั่นคุณจะไปไหน” วาเลนตินาถาม มือขวากำลังถือขวดเลือดกระดกเข้าปาก

    หลังจากเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ได้ลองเลือดก็ติดใจ ต่างจากก่อนหน้านั้นที่มีกลิ่นคาวและขยะแขยง แต่ตอนนี้มันกลับมีกลิ่นหอม รสหวานละมุนลิ้น ยิ่งดื่มเท่าไหร่ก็ยิ่งเสพติด นอกจากนั้นเหมือนมันกำลังบำรุงร่างกายของเธออย่างช้าๆ

    “ไปห้างเซ็นต้าข้างๆ คอนโด” มู่เฉินตอบก่อนจะเหลือบมองหญิงสาว จากนั้นหยิบชุดคอสเพลย์อย่างไม่เป็นทางการออกมาจากพื้นที่ระบบ

    “เห็นว่าคุณใส่เสื้อกีฬามาหลายวันแล้ว ควรจะเปลี่ยนสักหน่อยนะ แต่ผมไม่มีชุดอื่นนอกจากชุดคอสเพลย์ หวังว่าคุณจะชอบ”

    มู่เฉินมักจะตกปลาได้ชุดคอสเพลย์ บางชุดก็ค่อนข้างโป๊ บางชุดก็สามารถใส่ออกไปข้างนอกได้ เช่นชุดที่เขาส่งให้เธอ มันคือชุดรัดรูปของแม่ชีสีดำ

    “ตอนนี้ชุดอะไรฉันก็ใส่ได้ ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้ก็อยากถอดออกทั้งหมด” วาเลนตินาหยิบชุดแม่ชีขึ้นมาจากโต๊ะ เสริมว่า “ฉันจะไปกับคุณด้วย อย่าปฏิเสธล่ะ ตอนนี้ฉันแข็งแกร่งมาก รับรองไม่เป็นตัวถ่วง”

    กล่าวจบหล่อนก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าเขา หุ่นนักกีฬาไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยังดูดี

    “โอเคคุณไปกับผม ส่วนอายากะเฝ้าอยู่ที่นี่”

    “ทำไมฉันต้องเฝ้าที่นี่คนเดียว” อายากะมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ มู่เฉินดึงเธอเข้ามา โอบเอวเล็กๆ เพียงหยิบมือ

    “ผมไม่อยากให้ใครเข้ามาในห้องระหว่างผมไม่อยู่ อีกอย่างคือหลังจากที่ผมออกไป วันอื่นๆ เราจะพักที่นี่โดยไม่ไปไหน”

    “เพราะโลกร้อนสินะ” อายากะเข้าใจได้ไม่ยาก

    หากโลกร้อนแล้วออกไปข้างนอกก็เท่ากับแสวงหาความตาย จะดีกว่าที่หลบในพื้นที่ปลอดภัย ก่อนภัยพิบัติจะจบลง

    “ใช่ ด้วยเพราะโลกร้อนมนุษย์หลายคนคงเสียชีวิต และผมเองก็ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ในโรงแรมนี้จะอยู่ได้ถึงวันไหน ดังนั้นช่วงเวลานี้ผมจึงต้องออกไปเอาของเพื่อใช้ในการสุ่ม”

    “โอเคฉันจะอยู่ที่นี่รอคุณกลับมา” อายากะแสดงความรักด้วยการจูบเขาอย่างดูดดื่ม

    วาเลนตินาไม่เข้าไปรบกวน หลังจากใส่เสื้อผ้าชุดใหม่เธอแบกคันธนูไว้บนหลัง แต่ซองใส่ธนูที่เอวกลับว่างเปล่า เนื่องจากตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้ว

    “เอาล่ะไปกันเถอะ” มู่เฉินผละออกจากอายากะแล้วเข้าไปในลิฟต์พร้อมวาเลนตินา พอเหลืออยู่ในห้องคนเดียวอายากะก็เปลี่ยนไปใส่ชุดใหม่ เป็นชุดที่เขาวางไว้บนโต๊ะก่อนหน้านี้

    ชุดกระต่ายสีชมพูแสนน่ารัก

    .......

    ในลิฟต์ขณะลงไปชั้นล่าง วาเลนตินาโพล่งขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ “ไม่รู้ว่าตอนนี้เซราห์และคนอื่นๆ จะเป็นยังไงบ้าง”

    “คุณห่วงเธอเหรอ”

    “ถ้าหากอาหารมันหายากฉันคงไม่คิดเรื่องพวกนี้ แต่เพราะความสามารถของคุณ อาหารที่หาได้ยากข้อกำจัดนี้เหมือนจะไม่มีอยู่ต่อไป ดังนั้นหากรับพวกเธอเข้าฮาเร็ม ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”

    มู่เฉินตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง

    ฮาเร็มสำหรับเขาคือสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ แต่นั่นหมายความว่าคุณต้องมีกำลังในการเลี้ยงผู้หญิง นอกจากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือร่างกายดุดัน หากร่างกายอ่อนแอแล้วอยากเลี้ยงดูผู้หญิงเป็นสิบ นั่นไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย เพราะแค่ผู้หญิงสองคนน้ำของคุณก็อาจถูกสูบออกไปจนหมด ไม่ต้องไปคิดถึงจำนวนที่มากกว่านี้เลย

    ไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออก ล็อบบี้ค่อนข้างเงียบ ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิต

    เดินออกมาจากประตูคอนโดเห็นศพซอมบี้ที่ถูกโยนไว้ก่อนหน้านี้ มู่เฉินเดินข้ามศพแล้วมุ่งหน้าไปห้างสรรพสินค้าเซ็นต้าที่อยู่ติดกัน

    สำหรับคอนโดหรูที่อยู่ใกล้ห้างและติดแม่น้ำเจ้าพระยา ราคาต่อตารางเมตรค่อนข้างแพง เป็นที่อยู่ของคนรวยโดยสมบูรณ์ แต่ด้วยวิกฤตไวรัสมาเยือน อาหารจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า

    เป้าหมายของมู่เฉินในการมาห้างสรรพสินค้าคือหาเบ็ดตกปลาและถังน้ำเล็กๆ เขาไม่ได้พกสิ่งนี้มาด้วย หรือต่อให้พกมาก็ไม่สามารถใช้งานได้เพราะไม่มีปืนย่อส่วน

    แสงแดดค่อนข้างแรงเป็นอันตรายต่อผิว

    นอกจากนั้นฝุ่น PM 2.5 ยังทำร้ายระบบทางเดินหายใจ แต่ในยุควันโลกาวินาศแบบนี้ใครเล่าจะสนใจ

    พวกเขาสองคนใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้างสรรพสินค้า มีซอมบี้เดินเตร่อยู่หน้าห้างมากกว่า 50 ตัว ส่วนประตูทางเข้าออกห้างเป็นแบบเลื่อนโดยอัตโนมัติ แต่เหมือนมันจะไม่ทำงาน ซอมบี้หลายตัวจึงติดอยู่ด้านใน นอกจากนั้นประตูเหล็กแบบฉุกเฉินระบบรักษาความปลอดภัยของห้างยังถูกเปิดใช้งาน คาดว่าซอมบี้คงติดอยู่ในตัวอาคารหลายร้อยตัวโดยไม่สามารถออกไปได้ นอกจากนั้นอาจมีผู้รอดชีวิตติดอยู่ภายใน

    “ฉันจัดการเอง” วาเลนตินาดึงคันธนูด้านหลัง ดวงตาสีเลือดของเธอจับจ้องไปที่ศรีษะของซอมบี้ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ก่อนจะสร้างลูกศรพลังจิตสีแดงแล้วยิง

    ลูกศรทะลุศีรษะซอมบี้ในทันที รุนแรงกว่าปืนพกหรือปืนไรเฟิลจู่โจม หลังจากยิงไปครั้งแรกเธอก็เริ่มยิงอีกครั้ง นอกจากนั้นทุกครั้งที่ยิงออกไปจะเห็นว่าวาเลนตินากำลังยิ้มอยู่

    ซอมบี้หลายตัวเริ่มถูกกวาดล้างอย่างช้าๆ ในระยะ 30 เมตรไม่มีตัวไหนเข้ามาใกล้เธอได้ แต่ละตัวถูกยิงเข้าตรงจุดเดียว นั่นคือสมอง

    อัตราการยิงของวาเลนตินาดีขึ้นกว่าตอนยังเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา นอกจากนั้นสายตายังเฉียบคมมาก

    หากบอกว่าตอนนี้หล่อนกลายเป็นนักยิงธนูอันดับหนึ่งของโลกก็ไม่ใช่สิ่งเกินจริง

    เธอเก็บคันธนูลงแล้วหันไปมองหน้าเขายิ้ม

    “ขอบคุณนะ หากไม่ใช่เพราะคุณฉันคงต้องนั่งรอความตายอยู่ในสนามกีฬา โดยไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยหรือเปล่า”

    “ไม่เป็นไร มันคือสิ่งที่ผมควรทำ”

    ทั้งสองสนทนาแล้วเริ่มเข้าไปข้างในห้างสรรพสินค้า

    ระหว่างเข้าไปคนในห้างเหมือนจะสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวด้านนอก ร้านอาหารแบบปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์เป็นกระจกสามารถรับชมวิวข้างนอกได้ มีกลุ่มผู้รอดชีวิตหลายคนอยู่ในนี้ พวกเขาซ่อนตัวเงียบๆ ในช่วงไวรัสระบาด อยู่รอดได้เพราะของในร้านอาหาร แต่วันนี้วัตถุดิบกำลังจะหมดลง ด้วยจำนวนคนที่เยอะนั่นหมายถึงการบริโภคมหาศาล

    หลายคนรอให้ทหารหรือตำรวจมาช่วย แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายวันแล้ว สิ่งที่ทำได้คือซ่อนตัวเงียบๆ ไม่ให้ซอมบี้รู้ตัว

    “นั่นใครน่ะ เธอฆ่าซอมบี้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นลูกศรของเธอยังโผล่มาจากอากาศ ใช่ทหารหรือเปล่าที่มาช่วยเรา” ชายใส่แว่นคนหนึ่งชี้มือออกไป เนื่องจากเขานั่งอยู่บนพื้นติดกระจกจึงเห็นรอบๆ ห้าง

    หลายคนรีบเข้ามาดู ก่อนจะมีคนโพล่งด้วยความสุข

    “ต้องเป็นทหารแน่ ในที่สุดทหารก็มาช่วยเราแล้ว!”

    “ไม่น่าใช่ ดูจากชุดของเธอเป็นคอสเพลย์ชัดๆ นอกจากนั้นหน้าตาออกไปทางชาวต่างชาติ ฉันคิดว่าเธออาจจะเป็นผู้รอดชีวิตที่สู้กับซอมบี้มากกว่า”

    คำพูดเหมือนดับฝันของใครหลายคน

    “แต่ดูสิ่งที่เธอทำสิ ยิงลูกศรสีแดงที่โผล่ออกมาจากอากาศ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำได้โดยคนทั่วไป เป็นไปได้ไหมที่เธอมีมหาอำนาจเหมือนภาพยนตร์ เกม มังงะอะไรแบบนั้น” ผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่งเอ่ย เมื่อเห็นว่าทุกคนมองเธอแปลกๆ ก็รีบผลักมือออกไป “อย่ามองฉันแบบนั้นสิ ฉันก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง มันจะมีเรื่องแบบนี้ในโลกความจริงได้ไงละเนอะ แหะๆ”

    แต่ผิดคาดไม่มีใครหัวเราะเยาะเธอ

    บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ

    .....

    มู่เฉินทำลายประตูด้วยกำลังผ่านใบมีดสีดำเข้าไปในห้างสรรพสินค้า

    เมื่อซอมบี้ได้ยินเสียงจึงกรูกันเข้ามาจากทุกทิศทาง ไม่รู้ว่าพวกมันกินกันเองหรือเปล่า แต่ด้วยซอมบี้ระดับ 3 และ 4 จำนวนมากในห้าง คาดว่าคงเกิดการกินเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ตามสัญชาตญาณ

    วาเลนตินาไม่เข้าไปต่อสู้ระยะประชิด สนับสนุนด้านหลังด้วยลูกศรสีแดง มุ่เฉินเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสง ยิ่งใช้พลังของโอสถมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันกำลังพัฒนา นอกจากการเทเลพอร์ตด้วยความเร็วแสงผ่านกระจกแปดทิศ เตะด้วยความเร็วแสง เพิกเฉยการโจมตีทุกชนิด เหมือนว่าจะพัฒนาความสามารถให้เป็นการโจมตีในวงกว้างขึ้น

    นิ้วของเขาชี้ไปข้างหน้า ส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์ ก่อนลำแสงจะพุ่งออกไปตรงๆ แล้วเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น!

    ซอมบี้ที่กรูกันเข้ามากลายเป็นเนื้อบด!

    ซากของมันอย่าได้บอก ช่างน่าสังเวช แม้แต่เส้นผมสักเส้นของเขาก็ไม่สามารถแตะได้

    ด้วยการเคลื่อนไหวนี้ห้างสรรพสินค้าถึงกับสั่นสะเทือนเบาๆ

    นอกจากนั้นซอมบี้จากทุกทิศทางกำลังมุ่งหน้าไปตามเสียง รวมถึงผู้รอดชีวิตที่ได้ยินเสียงระเบิดต่างคิดว่าทหารเข้ามาช่วยเหลือ ต่างคนต่างแนบหูฟัง บางคนเปิดประตูเหล็กเล็กๆ พอให้เห็นสถานการณ์ด้านนอก

    มู่เฉินเดินมาที่บันไดเลื่อนซึ่งหยุดทำงาน ด้านขวาของทางขึ้นมีป้ายแผนผังสำหรับร้านค้าแต่ละชั้นของห้างสรรพสินค้า

    มู่เฉินหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ตกปลา ไม่สำคัญว่าจะเป็นของเล่นหรือของจริงเพราะมันสามารถใช้ได้หมด

    หลังจากตรวจสอบดูไม่นานเขาก็รู้ว่าควรไปชั้น 3 ที่นั่นมีร้านขายของจำนวนมาก รวมถึงร้านของเล่น อาจพบอุปกรณ์ตกปลาที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งมันก็น่าจะอยู่ดีนั่นแหละ เพราะในช่วงเวลาแบบนี้คงไม่มีใครบ้าไปตกปลาหรอก

    ทว่าในขณะที่เขากำลังจะขึ้นบันไดเลื่อนไปซอมบี้ตัวหนึ่งก็วิ่งมาจากข้างบน ด้านหน้ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งหนี ร้องขอความช่วยเหลือแทบขาดใจ แต่สุดท้ายกลับถูกกรงเล็บของมันกีดผ่านร่าง ตายเป็นศพในการโจมตีเดียว

    คล้ายกับเรื่องระบบตกปลาเหนือสวรรค์ ที่คุณอ่าน