ราชวงค์ไท่ซวง แคว้นต้าฉิน ไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงมากนัก มีตระกลูหนึ่งที่เพิ่งจะขยับขยายฐานะขึ้นมาตระกลูหนึ่ง เนื่องจากนายท่านของจวนตระกลูชุน ที่มีอายุครบ 25 ปี เพิ่งจะสามารถสอบ ซิวไฉ่ ได้ในปีนี้ หลังจากที่พยายามสอบเทียบอยู่หลายปี
เพรียะ! ในลานกว้างเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าของฮูหยินใหญ่ ชุนจื่อผู้เป็สามีมองดู ภรรยาที่นั่งทรุดอยู่บนพื้นด้วยแววตาโกรธเกี้ยว
“นังผู้หญิงแพศยา ช่างดีนัก! นังคนเลี้ยงไม่เชื่อง” ชุนจื่อมองผู้เป็ภรรยาที่นั่งอยู่บนพื้น โกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว นางช่างกล้านัก กล้าคบชู้สวมหมวกเขียวให้กับเขา ถ้าชุนอี๋ไม่ให้สาวใช้ไปส่งข่าวว่านางรู้สึกเจ็บท้อง เขาก็คงไม่รู้ว่าภรรยาของเขากำลังสวมหมวกเขียวให้เขา
“ไม่…ไม่ใช่นะท่านพี่ ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำ”ชุนเหมยลี ยกมือกุมหน้าที่โดนตบ น้ำตาไหลนองเต็มใบหน้าของนาง มองไปทางสามีและฮูหยินรองที่อยู่ด้านข้าง
“ท่านพี่มันอาจจะไม่ใช่ อย่างที่พี่เหมยลีบอกก็ได้”ชุนอี๋ เอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่เศร้าโศกเสียใจ แถมนางยังพูดเข้าข้างพี่หญิงใหญ่ด้วยท่าทางที่ดูน่าสงสารยิ่งนัก
“ชุนอี๋เ้าอย่าได้พูดเข้าข้างนางแพศยาคนนี้อีกเลย วันนี้แหละข้าจะหย่ากับนาง”นายท่านชุนจื่อ ได้ใช้โอกาสนี้ในการหาข้ออ้างหย่ากับภรรยาเอกของเขา สายตามองไปทางชุนเหมยลีด้วยความรังเกียจ
ชุนเหมยลี จ้องมองผู้เป็สามีและฮูหยินรองที่อยู่ด้านข้างด้วยความคับข้องใจ นางแต่งเข้ามาในตระกูลชุนด้วยวัยเพียง 15 ปี และในปีที่ 16 นางก็ตั้งครรภ์แรกให้กับเขา แต่โชคร้ายที่ลูกคนแรกของนางเป็บุตรสาว ไม่ใช่บุตรชายอย่างที่นายท่านชุนได้คาดหวังไว้
จนตอนนี้บุตรสาวคนแรกของนางอายุได้ 7 ขวบ และในท้องของนางในตอนนี้ก็กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆอยู่ หลังจากที่แต่งเข้าตระกูลชุน นางก็ต้องมารับ่บริหารกิจการของตระกูลที่ไม่สู้ดีนัก
ตระกูลชุนมีกิจการไม่กี่อย่าง และหนึ่งในนั้นก็เป็กิจการร้านผ้าทอ เหมยลีหลังจากที่แต่งเข้ามาก็ได้เข้ามาบริหารกิจการร้านผ้าทอของตระกูลชุน จนตอนนี้กิจการเริ่มอยู่ตัว นางทำงานั้แ่เช้าจดค่ำ กลับมาอีกทีฟ้าก็มืดแล้ว
ในวันนี้นางรู้สึกเหนื่อยล้าเป็พิเศษอาจจะเป็เพราะกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆอยู่ด้วย จึงทำให้นางผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว และตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง ถูกพวกคนใช้ลากนางออกมาที่ลานกว้าง พร้อมกับบุรุษที่นางก็ไม่รู้จักคุกเข่าอยู่ข้างๆนาง
นายท่านชุนจื่อ มองภรรยาตัวอ้วนฉุยที่อยู่ตรงหน้า เขามีสีหน้ารังเกียจยังเห็นได้ชัด ตอนที่แต่งนางเข้ามาใหม่ๆ นางยังไม่อ้วนขนาดนี้ เพิ่งจะผ่านมาได้ไม่กี่ปีแต่นางก็น่าเกลียดขึ้นทุกที จนเขารู้สึกว่านางน่ารังเกียจยิ่งนัก
และอีกอย่างเขาก็เพิ่งจะสอบ ชิวไฉ่ได้ในปีนี้อนาคตข้างหน้าของเขายังอีกยาวไกล และชุนอี๋ก็กำลังตั้งครรภ์ลูกแฝดของเขาอยู่ด้วย
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้พบกับซินแสท่านหนึ่งโดยบังเอิญ และซินแสท่านนั้นได้บอกกับเขาว่าในอนาคตบุตรชายและบุตรสาวจะทำให้ตระกูลของเขามีหน้ามีตา และได้บอกกับเขาให้ตัดสินใจเลือกดีๆ บุตรชายและบุตรสาวของเขาจะพาให้ตระกูลเจริญรุ่งเรือง
นายท่านชุนคิดไม่ตกกับเื่นี้อยู่เป็อาทิตย์ ประจวบกับที่ท่านหมอมาดูครรภ์ของฮูหยินรอง แล้วได้บอกกับเขาว่าครรภ์นี้ เป็ลูกแฝดชายหญิงแน่นอน ถึงแม้ชุนอี๋ จะเป็ลูกของอนุภรรยา แต่ก็มีพ่อเป็ถึงขุนนางขั้น 9 ประจำการอยู่ในอำเภอ ถึงตอนแรกเขาจะลังเลแต่ตอนนี้เขากับมั่นใจแล้วว่าจะต้องจัดการกับเื่นี้ยังไงดี ประกอบกับที่เกิดเื่ขึ้นพอดี เขาจึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
“ไม่ใช่นะ…ท่านพี่ข้าไม่ได้ทำท่านต้องเชื่อข้า…”เหมยลียังคงอ้อนวอนต่อผู้เป็สามีด้วยความโศกเศร้าเสียใจ นางรู้สึกเ็ปจนพูดไม่ออก ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปสามีของนางก็ปักใจเชื่อแล้วว่านางได้ทำแบบนั้นจริงๆ ชุนเหมยลีกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ
ที่ด้านหลังจวน สาวใช้ที่อยู่ข้างเตียงร้องไห้โวยวายเสียงดังพร้อมกับเขย่าตัวคุณหนูของนางที่นอนอยู่บนเตียง
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูเ้าคะ ฮูหญิงใหญ่แย่แล้วเ้าคะ”สาวใช้เรียกคุณหนูของตัวเองพร้อมกับเขย่าแขนของคุณหนูของนางเพื่อปลุกให้นางตื่น
เด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับตาของนางไปมาอย่างช้าๆ ด้วยความงุนงง หนิงเซียน ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำของร่างเดิม ความจริงนางตื่นมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว แต่นางก็ยังคงหลับลงไปอีกครั้งนึง หวังว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมามันจะเป็แค่เพียงความฝัน
แต่ตอนนี้ความทรงจำทุกอย่างกับเด่นชัดขึ้น นางคือคุณหูนใหญ่ของตระกูลชุน ตระกูลที่มีสถานะปานกลาง และมีพ่อที่เพิ่งจะสอบชิวไฉ่ผ่านได้ไม่นาน และนางยังโดนทุบตีโดยฮูหยินรองที่พ่อของนางพาเข้ามาอยู่ในจวนเมื่อ 2 ปีก่อน
ช่างน่าสงสารคุณหนูใหญ่ผู้ขี้ขลาดตาขาวคนนี้เสียจริง ปล่อยให้ฮูหยินรองรังแกนางได้ตั้งปีกว่า ฮูหยินรองผู้นั้นต่อหน้าพ่อของนางกับมีท่าทางใจดีโอบอ้อมอารี แต่ลับหลังพ่อของนางกับทุบตีนางทุกวัน
จนบนร่างกายที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้ามีแต่รอยพกช้ำเต็มไปหมด ตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมากำลังจะลุกขึ้นนั่ง กลับรู้สึกถึงความเ็ปที่แล่นผ่านไปทั่วร่างกาย จนต้องขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้
ท่านแม่ของนางก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการบริหารกิจการร้านผ้าทอ จนไม่มีเวลามาสนใจบุตรสาวของตัวเองว่ามีชีวิตความเป็อยู่อย่างไรบ้าง ถึงในบางครั้งเ้าของร่างเดิมอยากจะพูดบอกออกไปแต่ก็ต้องเก็บเงียบไว้ไม่กล้าบอกเพราะกลัวท่านแม่ของนางจะเป็ห่วง
นางเห็นแม่ของนางทำงานจนเหนื่อยทุกวันก็ยิ่งไม่อยากเอาเื่นี้ไปบอกนางให้นางรู้สึกเป็กังวลอีก หนิงเซียนหลับตาลงอย่างช้าๆ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะสาวใช้ที่อยู่ข้างๆส่งเสียงรบกวนไม่หยุดไม่หย่อน
“เ้ามีอะไร”หนิงเซียนพูดออกไปแต่ก็ยังไม่ยอมลุกจากเตียง
“แย่แล้วเ้าค่ะคุณหนู ฮูหยินใหญ่แย่แล้วเ้าค่ะ”สาวใช้พูดไปพร้อมกับร้องไห้ไปพลางๆ
หนิงเซียนขมวดคิ้วและมองหน้าสาวใช้ที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกจากเตียง ความเ็ปแล่นไปทั่วร่างกายทำให้ใบหน้าน้อยๆ ยับยู่ยี่ด้วยความเจ็บ
ให้ตายเถอะร่างกายนี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก แถมลมปราณในร่างนี้ของนางก็แทบจะไม่มี ในระหว่างที่หนิงเซียนกำลังนอนอยู่บนเตียงก็พยายามรวบรวมลมปราณโดยอาศัยความทรงจำจากชาติก่อนของนาง กว่าจะเดินลมปราณให้ทั่วร่างได้ นางถึงกับต้องเหนื่อยขนาดนี้
เมื่อชาติที่แล้วนางใช้ชีวิตในแบบที่ว่าถ้าตายตอนนี้นางก็ไม่น่าจะเสียดายอะไรแล้วแท้ๆ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งเสียใจยิ่งนักนางเป็ลูกคนเดียวและพ่อแม่ก็ไม่มีแล้ว แล้วทีนี้ใครจะมารับ่มรดกของนางกันล่ะ โดยเฉพาะเหล้าที่นางหมักไว้ในห้องใต้ดินของบ้าน เสียของยิ่งนัก
มีคนเคยบอกกับนางว่า ให้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า เมื่อเกิดมาแล้วมีแค่ชีวิตเดียว นางจึงทำทุกอย่างที่ทำได้ ตอนเช้าเป็ศาสตราจารย์ภาควิชาเกษตรศาสตร์ ตอนดึกก็รับหน้าที่เป็มือสังหารตามใบสั่ง นางใช้ชีวิตทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างคุ้มค่า แต่ก็ไม่คิดว่าภารกิจที่นางได้รับครั้งสุดท้าย จะทำให้นางต้องจบชีวิตลง
หึ หึ หนิงเซียนหัวเราะขึ้นมาอย่าโง่เขา พร้อมกับเลียริมฝีปากของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายยิ่งนัก หมายถึงสุราของนางอ่ะนะ
ในเมื่อนางได้โอกาสได้มีชีวิตเป็ครั้งที่ 2 นางก็จะใช้ชีวิตในครั้งนี้ให้เต็มที่อีกครั้ง ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มจากฟังสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างก่อนก็แล้วกัน
"ฝากกดติดตามผลงานของไรต์ด้วยนะคะ"