บทที่ 30: อสรพิษลอบสังหาร
เสียงล้อเกวียนและฝีเท้าม้าค่อยๆดังใกล้เข้ามา เฟยชินที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่นิ่งสงบราวกับก้อนหินเขามองลงไปยังขบวนสินค้าที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในกับดักของเขา
ขบวนของสมาคมการค้าหมื่นสมบัตินั้นยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามกว่าที่เขาคาดไว้มากเกวียนสินค้ากว่าสิบเล่มถูกลากโดยม้าศึกร่างกำยำองครักษ์ในชุดเกราะเบาสีเงินหลายสิบคนเดินคุมขบวนด้วยรูปแบบที่แข็งแกร่งและมีวินัยทุกคนดูช่ำชองและตื่นตัว
ณใจกลางของขบวน มีรถม้าคันหนึ่งที่แตกต่างออกไปมันถูกสร้างจากไม้เหล็กสีดำทมิฬทั้งคัน ดูแข็งแกร่งราวกับป้อมปราการเคลื่อนที่มีองครักษ์ฝีมือดีที่สุดสี่คนเดินขนาบข้างอย่างใกล้ชิดและที่ด้านหน้าของรถม้าคันนั้น คือบุรุษวัยกลางคนผู้ขี่ "พยัคฆ์เขาเดียว"สัตว์อสูรที่ดุร้าย เขาก็คือ "เว่ยฉาง" ผู้นำขบวนในครั้งนี้ดวงตาของเขาคมกริบและคอยสอดส่องไปตามหน้าผาอยู่ตลอดเวลา
เฟยชินรอคอยอย่างใจเย็น...จนกระทั่งเกวียนเล่มสุดท้ายของขบวนเคลื่อนผ่านใต้ต้นไม้ที่เขาซ่อนตัวอยู่
บัดนี้ได้เวลาแล้ว!
เขาหยิบถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุผงควันซึ่งเขาเตรียมไว้ขึ้นมาและปล่อยมันลงไปที่พื้นดินหลังเกวียนเล่มสุดท้ายอย่างเงียบเชียบ
ฟู่!
ทันทีที่ถุงผ้ากระทบพื้นมันก็แตกออกปล่อยผงกำมะถันสีเหลืองให้ฟุ้งกระจายขึ้นมาเป็นกลุ่มควันหนาทึบและมีกลิ่นฉุนรุนแรงในทันที!
"แค่กๆ! นี่มันอะไรกัน!" "มีผู้ซุ่มโจมตี! มีควันพิษอยู่ท้ายขบวน!"
ความโกลาหลเกิดขึ้นที่ท้ายขบวนในทันทีเหล่าองครักษ์เริ่มไอและเสียกระบวนจากการมองไม่เห็นเส้นทาง
"เกิดอะไรขึ้น! ไปดูท้ายขบวน!"เว่ยฉางคำรามลั่น เขาสั่งให้องครักษ์ส่วนหนึ่งรุดไปดูสถานการณ์และตัวเขาเองก็หันพยัคฆ์เขาเดียวมุ่งหน้าไปยังท้ายขบวนเพื่อควบคุมสถานการณ์
และนั่นคือช่องว่างที่เฟยชินรอคอย!
ระบำมีดบินไร้เงา
ขณะที่ความสนใจทั้งหมดถูกเบี่ยงเบนไปที่ท้ายขบวนสายตาของเฟยชินกลับจับจ้องนิ่งอยู่ที่องครักษ์สี่คนที่ยังคงยืนเฝ้ารถม้าเหล็กอย่างแข็งขัน
เขาเคลื่อนไหว...
มือข้างหนึ่งของเขาชักมีดบินอาบยาพิษออกมาสามเล่มคีบมันไว้ที่ระหว่างซอกนิ้วอย่างชำนาญ ลมหายใจของเขาสงบนิ่งจนแทบจะหยุดไปชั่วขณะจิตใจทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเป้าหมายเบื้องล่าง
มือของเขาเคลื่อนไหวเร็วจนเกิดเป็นภาพติดตา!
ฟิ้ว!
มีดบินเล่มแรกพุ่งออกจากมือของเขามันไม่ได้ลอยโค้ง แต่กลับพุ่งเป็นเส้นตรงราวกับลำแสงสีดำแหวกอากาศเข้าหาเป้าหมายอย่างเงียบเชียบและแม่นยำ
ฉึก!
คมมีดปักเข้าไปที่ลำคอขององครักษ์คนที่ยืนอยู่ทางขวาสุดพอดิบพอดี!
ชายผู้นั้นไม่ได้ส่งเสียงร้องแม้แต่คำเดียวดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะจากพิษอัมพาตที่แล่นเข้าสู่ระบบประสาทก่อนจะล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นราวกับรูปสลักที่ถูกผลัก
ยังไม่ทันที่องครักษ์คนอื่นจะทันได้สังเกตความผิดปกติของเพื่อน...
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
มีดบินเล่มที่สองและสามก็ถูกส่งตามออกมาติดๆมันพุ่งเข้าหาเป้าหมายอีกสองคนที่เหลือด้วยความเร็วและวิถีที่แตกต่างกันเล่มหนึ่งพุ่งเข้าที่ช่องว่างใต้รักแร้ซึ่งเป็นจุดบอดของชุดเกราะอีกเล่มหนึ่งพุ่งเข้าที่ขมับขององครักษ์อีกคน
ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม...ร่างของพวกเขาล้มลงโดยที่ยังไม่ทันได้ชักอาวุธออกมาด้วยซ้ำ
ภายในเวลาเพียงสามวินาทีองครักษ์ฝีมือดีสามคนก็ถูกสังหารอย่างเงียบกริบ!
องครักษ์คนสุดท้ายที่ยืนอยู่หน้าประตูรถม้าหันมาเห็นภาพเพื่อนของตนล้มลงไปต่อหน้าต่อตาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขาอ้าปากเตรียมจะตะโกนร้องเตือน...
แต่เขาก็ไม่มีโอกาสนั้น...
ร่างของเฟยชินทิ้งตัวลงมาจากต้นไม้เขาไม่ได้ร่วงหล่นลงมาธรรมดา แต่ใช้ "ย่างก้าวเงาอสูร"ควบคุมการตกของตนเองทำให้ร่างของเขาร่อนลงบนหลังคารถม้าเหล็กได้อย่างเงียบเชียบราวกับปุยนุ่น
ก่อนที่องครักษ์คนสุดท้ายจะทันได้เงยหน้าขึ้นมองเฟยชินก็กระโดดลงไปด้านหลังของเขาแล้วสันมือที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณอสูรฟาดลงไปที่ต้นคอของมันอย่างแรง!
ปั้ก!
ร่างขององครักษ์คนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นสิ้นสติไปในทันที
บัดนี้ไม่มีใครขวางทางเขากับสมบัติล้ำค่าอีกต่อไปแล้วประตูรถม้าถูกลงกลอนเหล็กไว้อย่างแน่นหนา แต่สำหรับเฟยชินแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาเขาเพียงแค่วางฝ่ามือลงบนแม่กุญแจ แล้วโคจรพลังปราณอสูรที่แฝงไอพิษกัดกร่อนเข้าไป
แกรก... กร๊อบ!
โลหะของแม่กุญแจบิดเบี้ยวและผุกร่อนอย่างรวดเร็วก่อนจะแตกหักออกจากกันอย่างง่ายดาย
เฟยชินเปิดประตูออกภายในนั้น... บนเบาะกำมะหยี่สีแดงสด มีกล่องโลหะขนาดเล็กที่สลักลวดลายงดงามวางอยู่มันแผ่ไอความร้อนจางๆ ออกมา... "หัวใจหินอัคคี" อยู่ในนั้นอย่างแน่นอน!
เขาคว้ากล่องนั้นมาโดยไม่ลังเล
"ปกป้องรถขนสมบัติ!"เสียงคำรามอย่างเดือดดาลของเว่ยฉางดังขึ้นเขารู้ตัวแล้วว่าควันนั่นเป็นเพียงกลลวง!
เว่ยฉางควบพยัคฆ์เขาเดียวทะยานกลับมาด้วยความเร็วสูงสุดแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว...
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือเงาร่างในชุดคลุมสีเทาที่กระโดดออกจากรถม้าและปีนป่ายขึ้นไปบนหน้าผาด้วยความเร็วที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
วินาทีหนึ่งสายตาของพวกเขาสบกัน...เว่ยฉางเห็นเพียงดวงตาอันเย็นชาและไร้ความรู้สึกคู่หนึ่งภายใต้ปีกหมวกก่อนที่ร่างนั้นจะหายลับไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลองครักษ์ที่นอนตายเกลื่อน และรถม้าที่ถูกเปิดอ้า...
ภารกิจสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ