“ไอหยา”เสิ่นจื่อโยวมองบุรุษสองคนนี้จากเหนือศีรษะพลางร้องเรียกพวกเขาั์ตาฉายประกายเ็า
ถูกต้องหญิงสาวที่ถูกชายสองคนนี้เพ่งเล็งอย่างไร้เหตุผลก็คือเสิ่นจื่อโยวที่กำลังเดินเตร่เที่ยวเล่นโดยรอบ
อันที่จริงนางสังเกตเห็นชายสองคนที่นั่งอยู่บนต้นไม้นานแล้วเพียงแต่นางคาดไม่ถึงว่าเ้าสองคนนี้จะมีแผนการบางอย่างบนร่างนาง!
นางเพียง้าหามุมสงบเพื่อสงบจิตใจแต่กลับต้องมาพบกับตัวประหลาดเหิมเกริมไร้ยางอายสองตัว
ไม่เพียงเท่านั้นหนึ่งในนี้ยังเป็ตัวการที่ทำร้ายเด็กโง่คนนี้จนถึงแก่ความตาย
ในเมื่อเป็เช่นนี้นางก็จะไม่ปราณีกับชายสองคนนี้อีกต่อไป
พื้นฐานร่างกายของไป๋จื่อหางแข็งแกร่งกว่าอู๋จวินไฉเล็กน้อยหลังเสียง ‘อื้ออึง’ ในหัวของเขาเบาลง สติสัมปชัญญะก็ค่อย ๆ แจ่มชัด
เขากำลังคิดอยากะโขึ้นมาเพื่อผรุสวาทเสิ่นจื่อโยวคำโตแต่คาดไม่ถึงว่าปฏิกิริยาการตอบสนองของเสิ่นจื่อโยวจะรวดเร็วยิ่งกว่า
เขาทันเห็นเพียงเท้าของเสิ่นจื่อโยวยกขึ้นก่อนกระทืบลงมาพลั่ก! ไป๋จื่อหางกลับลงไปนอนที่พื้นอีกครั้ง ฟันบนฟันล่างกระทบกันอย่างแรง
หากไม่ใช่เพราะเขาขดลิ้นอย่างรวดเร็วก็น่ากลัวว่าลิ้นคงต้องถูกกัดขาดเป็สองท่อนแล้ว!
“บังอาจ! เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?! กล้าปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้!”ไป๋จื่อหางตวาดกร้าวด้วยความโมโห
เสิ่นจื่อโยวหัวเราะเบา ๆน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็วดังขึ้น “คุณชายใหญ่แห่งตระกูลไป๋ ไป๋จื่อหาง กับหลานชายคนโตของตระกูลอู๋อู๋จวินไฉ สองลูกหลานผู้มากลากดีแห่งเมืองหลวง ผู้ใดบ้างจะไม่รู้จักพวกเ้า”
น้ำเสียงของเสิ่นจื่อโยวใสกังวานน่าฟังทว่าถ้อยคำที่กล่าวออกมากลับทำให้ไป๋จื่อหางและอู๋จวินไฉต้องเดือดดาล
“ในเมื่อรู้ว่าพวกเราเป็ใครเช่นนั้นเ้ายังกล้าปฏิบัติต่อพวกเราเช่นนี้รึ?!”
อู๋จวินไฉคำราม วิธีการที่กล่าวประโยค‘สองลูกหลานผู้มากลากดีแห่งเมืองหลวง’ทำให้เขาเดือดดาลจนแทบกระอักเื!
“เช่นนั้นพวกเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใครเหตุใดจึงมั่นใจว่าข้าจะไม่กล้าปฏิบัติต่อพวกเ้าเช่นนี้” เสิ่นจื่อโยวย้อนถามประโยคแฝงนัย
หัวใจของไป๋จื่อหางกับอู๋จวินไฉพลันกระตุกพวกเขาต่างลอบสบถในใจว่าแย่แล้วหรือพวกเขาไปล่วงเกินบุคคลที่ไม่สมควรล่วงเกินเข้าแล้ว?!
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ผู้ที่มีสถานะตำแหน่งสูงกว่าบิดาและบรรพบุรุษของพวกเขาในเมืองหลวงมีจำนวนไม่น้อยเพียงแต่พวกเขายังไม่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับคนระดับนั้นมาก่อนหากสตรีผู้นี้เป็ผู้ที่เื้ัมีอำนาจจริงเหตุใดนางจึงไร้สาวใช้ข้างกาย
ทว่าในใจของพวกเขาก็ยังเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น
และเพราะประโยคนี้ของเสิ่นจื่อโยวบรรดาบ่าวไพร่ที่กำลังคิดพุ่งตัวเข้ามาจึงได้เกิดอาการชั่งใจ
หากสถานะตำแหน่งของหญิงสาวผู้นี้สูงกว่าพวกคุณชายจริงพวกเขาย่อมไม่อาจล่วงเกิน เวลานี้จึงหยุดการเคลื่อนไหวรอดูลาดเลา
ครั้นเห็นสองลูกหลานผู้มากลากดีถูกตนข่มขู่จนใมุมปากของเสิ่นจื่อโยวจึงยกหยักอย่างขึ้นอย่างมีความสุข
มิใช่ว่าพวกเขาชอบใช้สถานะสูงศักดิ์ของตนกดข่มผู้อื่นนักหรือเช่นนั้นก็จะให้พวกเขาได้ลิ้มรสการถูกผู้อื่นกดข่มบ้างว่าเป็อย่างไร
ในขณะนี้เองก็มีเสียงของซูหวั่นเยว่ดังขึ้นจากระยะไม่ไกล
“จื่อโยว เ้าอยู่ที่ใด”
“อ้อ ท่านแม่ ข้ามาแล้ว!”
เสิ่นจื่อโยวตอบรับด้วยการตอบสนองอย่างเป็ธรรมชาติ
“เสิ่นจื่อโยว?! เ้าคือเสิ่นจื่อโยว?!!!”ไป๋จื่อหางตระหนักถึงสถานะของฝ่ายตรงข้ามได้ในบัดดล เพลิงโทสะปะทุขึ้นอีกครา
ประเสริฐนักย่ำจนรองเท้าเหล็กสึกไม่พบพาน ยามได้มากลับไม่ต้องออกแรงแม้เพียงเสี้ยว[1]ประจวบเหมาะที่เขากำลัง้าพบเสิ่นจื่อโยวเพื่อสะสางหนี้แค้น เสิ่นจื่อโยวหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้ก็มาเยือนถึงประตู!
คืนวันนั้นหลังจากที่ไป๋รั่วเจียน้องสาวของไป๋จื่อหางกลับมานางก็ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในห้องทั้งคืน
เพราะเดิมนาง้าให้เสิ่นจื่อโยวตกอยู่ในสถานการณ์อับอายแต่คาดไม่ถึงว่านางจะถูกยันต์ของเสิ่นจื่อโยวะเิจนเขม่าดำเปรอะเปื้อนเต็มไปทั่วใบหน้า
ั้แ่ยามนั้น ไป๋จื่อหางก็คิดควานหาตัวเสิ่นจื่อโยวเพื่อสะสางบัญชีทว่าท่านพ่อของเขากลับขัดขวางไว้...เพราะถึงอย่างไรเสิ่นจื่อโยวก็เป็บุตรสาวของท่านเสนาบดีเสิ่นหากทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดเกินไปอาจทำให้ทั้งสองตระกูลเข้าหน้ากันไม่ติด
ถึงแม้ในยามนั้นไป๋จื่อหางจะตกปากรับคำแต่ในใจเขากลับยังคุกรุ่นด้วยโทสะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบข่าวว่าเสิ่นเชียนซีถูกเสิ่นจื่อโยวรังแกจนล้มป่วยไข้ขึ้นสูงจนไม่อาจลุกจากเตียง เพลิงโทสะก็บันดาลถึงขีดสุด!
จนกระทั่งเมื่อวันก่อนที่ท่านเสนาบดีเสิ่นได้ประกาศว่าเสิ่นจื่อโยวและซูหวั่นเยว่ไม่ใช่คนของตระกูลเสิ่นอีกต่อไปจะเป็หรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลเสิ่น
เมื่อเป็เช่นนี้จะยังมีสิ่งใดที่เขาต้องกังวลอีก!
ครานี้เขาจะต้องระบายความแค้นแทนน้องสาวและเชียนซี!
“พวกเ้าจงจัดการเสิ่นจื่อโยวให้ได้!เป็ตายไม่สำคัญ!”
ไป๋จื่อหางสั่งการเสียงกร้าวสายตาของเสิ่นจื่อโยวว่องไวนางเตะเขาไปด้านหนึ่งก่อนหมุนตัวกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
“หึ เสิ่นจื่อโยวด้วยความสามารถแมวสามขาของเ้าเช่นนี้ยังคิดจะต่อกรกับข้ารึ หากมิใช่เพราะเมื่อครู่ข้ากับจวินฉายไม่ทันตั้งตัวเ้าจะมีโอกาสลงมือได้อย่างไร”
ไป๋จื่อหางกล่าวเสียงหยันภายใต้คำสั่งของเขาบรรดาบ่าวไพร่จึงเข้าล้อมเสิ่นจื่อโยวไว้ตรงกลาง
อู๋จวินไฉเพิ่งได้สติภายใต้การประคองของไป๋จื่อหางเขาปีนขึ้นมาจากพื้นอย่างยากลำบากเขาถลึงตามองเสิ่นจื่อโยวด้วยความโกรธแค้น
ในฐานะหลานชายคนโตของตระกูลอู๋ นี่เป็คราแรกที่เขาต้องประสบกับความอับอายเช่นนี้ทั้งยังเป็ความอับอายที่ได้รับจากหญิงอัปลักษณ์คนหนึ่ง
ในยามนี้ทั้งไป๋จื่อหางและอู๋จวินไฉยังมีความคิดหวานล้ำอันใดกับเสิ่นจื่อโยวอีกพวกเขาต่างเคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงภายใต้ผ้าคลุมหน้าของเสิ่นจื่อโยวแล้วปานเขียวคล้ำที่ครอบคลุมไปกว่าครึ่งหน้านั้นอัปลักษณ์เหลือคณา!
“จื่อโยว!”
เสียงะโด้วยความกระวนกระวายใจของซูหวั่นเยว่ดังขึ้นนอกวงล้อมการต่อสู้นางคาดไม่ถึงว่าเพียงพริบตาเดียวบุตรสาวก็จะตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
“ท่านแม่ ไม่ต้องกังวลท่านรออยู่ตรงนั้นก่อน อย่าได้เข้ามา”
เสิ่นจื่อโยวปลอบประโลมซูหวั่นเยว่น้ำเสียสงบนิ่งของบุตรสาวทำให้หัวใจที่ระส่ำระสายของซูหวั่นเยว่บรรเทาลง
“หึ เสิ่นจื่อโยวคาดไม่ถึงว่าเ้าจะเป็ลูกกตัญญูคนหนึ่ง” ไป๋จื่อหางแค่นเสียงหยัน“เพียงแต่ไม่รู้ว่าหลังจากวันนี้ไปเ้าจะยังเหลือชีวิตไว้แสดงความกตัญญูกับมารดาผู้มีชะตาอันน่าเวทนาของเ้าอีกหรือไม่”
ริมฝีปากของเสิ่นจื่อโยวยกโค้งเป็รอยยิ้มก่อนจะตอบกลับ “ไป๋จื่อหาง ข้าขอเกลี้ยกล่อมให้เ้าอย่าได้ประเมินตนสูงส่งเกินไปมิเช่นนั้นหากร่วงหล่นจากฟ้าจะเจ็บปางตายเอาได้”
“เหอะ เสิ่นจื่อโยวั้แ่ที่เ้ากลับมามีสติสมบูรณ์ปากคอก็เราะร้ายขึ้นไม่น้อยแต่ไม่รู้ว่าจะเป็ปากหรือชีวิตของเ้าที่แข็งมากกว่ากัน บุกเข้าไป!”
ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่งของไป๋จื่อหางการจู่โจมนับไม่ถ้วนก็พุ่งตรงไปที่ร่างของเสิ่นจื่อโยว
หมัดอสนีบาต!
ศรบินผลึกวารีสะท้าน!
วาโยพิโรธแปดกระบวนท่า!
กระบวนท่าต่าง ๆ เ่าั้มีเพียงนักบำเพ็ญเพียรระดับแก่นปราณทองคำเท่านั้นที่สามารถแสดงออกมาได้
ตระกูลไป๋เป็ตระกูลมั่งคั่งมีอำนาจการเชิญนักบำเพ็ญเพียรระดับแก่นปราณทองคำมาเป็ผู้อารักขาบุตรชายสายตรงคนโตของตนเองจึงไม่ใช่เื่หนักหนาอะไรและนี่ก็ถือเป็เครื่องมือแสดงอิทธิพลของไป๋จื่อหางอีกด้วย
กล่าวตามสัตย์จริง จากมุมมองของไป๋จื่อหางการให้นักบำเพ็ญเพียรมาจัดการเสิ่นจื่อโยวหญิงอัปลักษณ์เศษสวะนางนี้ถือเป็เื่ที่เกินความจำเป็จริงๆ ความสนุกมิสู้เช่นในอดีตที่ได้ลงมือเตะต่อยเสิ่นจื่อโยวจนมีสภาพปางตาย
“เสิ่นจื่อโยวจงขอบคุณข้าเถิดที่ทำให้เ้าได้ตายอย่างรวดเร็ว”
ไป๋จื่อหางยืนกอดอกชมการต่อสู้อยู่นอกวงล้อมเขากำลังรอชมชั่วขณะที่ร่างของเสิ่นจื่อโยวแหลกสลายเป็เถ้า
แต่ผลของการโจมตีในรอบแรกเสิ่นจื่อโยวกลับไร้ซึ่งอาการาเ็ใดๆๆ
“เหตุใดจึงเป็เช่นนี้” ไป๋จื่อหางทั้งตกตะลึงทั้งโมโห
“ไป๋จื่อหาง เ้าลืมแล้วหรือว่าข้ามี‘ยันต์ป้องกันตัว’ สิ่งนี้อยู่?”
เสิ่นจื่อโยวหยิบยันต์แผ่นหนึ่งขึ้นมาอย่างแช่มช้าโบกไปมาเบื้องหน้าไป๋จื่อหางและอู๋จวินไฉ
เมื่อได้เห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวของศัตรูอารมณ์ของนางจึงดียิ่งนัก
“เ้า! อ่า ข้าลืมเสียได้ว่าฝ่าาพระราชทานยันต์จำนวนหนึ่งให้แก่เ้า”ไป๋จื่อหางกล่าวอย่างเข่นเขี้ยว ั์ตาฉายประกายวาวโรจน์“เดิมทีข้ายังอยากให้เ้าได้ตายอย่างไม่ต้องทุกข์ทรมาน แต่ในเมื่อเ้าไม่อยากตาย ข้าก็จะทำให้เ้าอยู่มิสู้ตาย!พวกเ้าจงบุกเข้าไป ไม่ต้องมัวเสียพลังเวทแล้ว ไปออกแรงจัดการนางเสีย!”
ยันต์ป้องกันตัวสามารถป้องกันพลังเวทิญญาได้แต่มันจะสามารถป้องกันหมัดเท้าได้หรือ
ในเมื่อเสิ่นจื่อโยวอยากโดนกระทืบ เช่นนั้นเขาก็ทำจะให้นางได้สมปรารถนา!
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวยกหยักเป็รอยยิ้มเย็น...ลงไม้ลงมือหรือเช่นนั้นนางยิ่งไม่กลัวแล้ว
เสิ่นจื่อโยวมีจิตใจแข็งแกร่งพลังจิตแกร่งกล้า นางยังเคยเรียนการต่อสู้ด้วยหมัดมวยมาบ้างกระทั่งแม่ทัพที่อยู่ในกองทัพนานแรมปีก็ยังไม่แน่ว่าจะทำให้นางาเ็ได้นับประสาอะไรกับพวกลิ่วล้อเล็ก ๆ ที่ตระกูลของไป๋จื่อหางเลี้ยงไว้
เสิ่นจื่อโยวประหนึ่งปลาว่ายน้ำที่หลบเลี่ยงการโจมตีของคนเ่าั้เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไปเสิ่นจื่อโยวไร้ซึ่งอาการาเ็อันใดกลับเป็พวกบ่าวไพร่ของตระกูลไป๋จื่อหางอู๋จวินไฉเ่าั้ที่ได้รับาเ็มากน้อยต่างกันไป
ความอดทนของไป๋จื่อหางถูกขัดเกลาจนหมดสิ้นแล้ว
“ไม่ต้องจู่โจมเสิ่นจื่อโยวแล้วเข้าไปจัดการซูหวั่นเยว่ซะ”
ไป๋จื่อหางพลันเลือกใช้วิธีการเหี้ยมโหด
วันนี้เขาจะต้องทำให้สองแม่ลูกคุกเข่าร้องขอชีวิตจากเขาให้จงได้!
“ไป๋จื่อหาง เ้ารนหาที่ตายรึ!เป็เ้าที่บีบคั้นข้า!”
ั์ตาของเสิ่นจื่อโยวเปล่งประกายแข็งกร้าว
เพียงเป็คนที่เสิ่นจื่อโยววางไว้ในหัวใจนางย่อมไม่มีวันยอมให้พวกเขาได้รับอันตรายแม้เพียงเศษเสี้ยว!
ดังนั้นพวกบ่าวไพร่ของไป๋จื่อหางยังไม่ทันพุ่งตัวไปถึงเบื้องหน้าของซูหวั่นเยว่ก็ไหวตัวแล้ว
นางยอมเสียสละยันต์ที่นางวาดไว้ในอดีตชาติ
ยันต์ที่วาดขึ้นใน่รุ่งเรืองถึงขีดสุดจากปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินเสวียนอู่ที่แม้แต่นักบำเพ็ญเพียรระดับปราณนักปราชญ์ยังต้องถอยหลบไปสามส่วนแล้วจะนับประสาอะไรกับนักบำเพ็ญเพียรระดับแก่นปราณทองคำไม่กี่สิบคนเหล่านี้?
พวกเขาััได้ถึงพลังแกร่งกล้าที่ส่งผ่านมาจากมือของเสิ่นจื่อโยวเมื่อคิดจะหลบหนีก็สายเกินไปเสียแล้ว
หลังเสียงดังกึกก้องพิรุณโลหิตก็ค่อยๆ โปรยปรายทั่วผืนฟ้า แม้แต่ไป๋จื่อหางและอู๋จวินไฉที่อยู่นอกวงต่อสู้ก็ยังถูกแรงะเิกระเด็นออกไปอย่างแรง
บ่าวไพร่ของพวกตระกูลไป๋จื่อหางและอู๋จวินไฉต่างเปลี่ยนเป็กองโลหิต
ย่ำก้าวผ่านกองโลหิตเสิ่นจื่อโยวย่างเท้าไปหาไป๋จื่อหางและและอู๋จวินไฉเนิบช้า
เดิมนางไม่คิดใช้ยันต์ในชาติก่อนเพราะอานุภาพของมันร้ายแรงเกินไปก่อให้เกิดพลังทำลายล้างมหาศาล
เพียงแต่...เหตุใดคนเหล่านี้จึงต้องบีบคั้นนางอยู่เรื่อย
ั์ตาฉายประกายเย็นเยียบริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็เส้นตรง
ทว่าตามการเคลื่อนไหวของเสิ่นจื่อโยวที่ค่อยๆ เยื้องกายเข้ามาใกล้ สิ่งที่ปรากฏในดวงตาของไป๋จื่อหางและอู๋จวินไฉกลับไม่ใช่ความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัว
แต่เป็อาการตกตะลึงและหลงใหล
ที่แท้ในขณะที่นางทำการะเิบ่าวไพร่พวกนั้น ผ้าคลุมหน้าที่ปิดบังใบหน้าของเสิ่นจื่อโยวก็ได้ร่วงหล่นออกไปด้วย
[1] สำนวนจีน มีความหมายว่าพยายามหาแทบตายอย่างไรก็ไม่เจอ เมื่อเลิกสนใจแล้วก็กลับพบเจออย่างง่ายดาย