ตอนที่42 อึ้งกับอึ้ง สองมาตรฐาน
ปังๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูด้วยแรงอันหนักแน่นของใครบางคน
“เฮ้ย!! เปิดประตูสิวะ!!”เสียงตะคอกของชายร่างยักษ์คนหนึ่งอยู่ตรงหน้าประตูพร้อมกับสมาชิกของอีก 10 คน อาวุธครบมือ มีโซ่เหล็กสำหรับล่ามทาส 5 เส้น
เสียงนี้ทำให้เรย์ล่าและหญิงสาวสมาชิกใหม่ที่ทำงานกันจนถึงดึกสั่นกลัว
“ทะ ทำยังไงดีล่ะเรย์ล่าพะ พวกคนของกิลด์ระดับสูงนั่นมาอีกแล้ว” หญิงสาวผู้เป็นสมาชิกใหม่พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความกลัวจับจิต
“เรย์ล่าว่าครั้งนี้พวกเขาคงไม่ได้มาขู่เฉยๆเป็นแน่” เสียงของเรย์ล่าที่วิเคราะห์ออกมาทำให้หญิงสาวที่อยู่ข้างกายเริ่มสั่นกลัวเข้าไปอีก
“อะ เอาไงดีเรย์ล่าฉะฉันกลัว” หญิงสาวผู้เป็นสมาชิกใหม่พูดด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีส่วนเรย์ล่าเธอสั่น ไม่ต่างกัน เธอรู้ดีว่าพวกนั้นเขาเอาจริง ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งแรกที่โดนครั้งก่อนหน้าพวกมันก็ทำเหมือนกัน แต่ผ่านพ้นไปได้เพราะโรส
ครั้งนี้ไม่มีโรสคนนั้น เรย์ล่าไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์เช่นนี้อย่างไรดีลำพังแค่เธอคงไม่อาจสู้พลังของนักผจญภัยของกิลด์ระดับสูงได้
ระหว่างที่เรย์ล่ากำลังคิดหนักอยู่มีเสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นที่ข้างหลังเธอ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอเสียงเอะอะโวยวายนั่นเป็นคนของกิลด์หรือเปล่า” เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเรย์ล่าหันไปมองด้วยความฉงน รู้สึกหนักอึ้งไม่น้อยที่เธอคนนั้นจะต้องมาโดนอะไรแบบนี้ในวันแรกที่มาอยู่ในกิลด์
“ขอโทษนะคะคุณแพตตี้ที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องราวแบบนี้ความจริงแล้วพวกนั้นเป็นคนของกิลด์ระดับสูงกิลด์หนึ่งที่อยากจะได้สมบัติของทางกิลด์เราค่ะมันเป็นสมบัติที่สืบทอดและรักษากันมารุ่นสู่รุ่น เรย์ร่าว่าคุณแพตตี้กับคุณน้ำฝนเข้าไปพักในห้องกันก่อนดีกว่านะคะเดี๋ยวทางนี้เรย์ล่าจะคุยเอง” เรย์ล่าพูดด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะเธอไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี
โครม!!!!!!
เสียงประตูพังทลายลงมาด้วยแรงถีบอันมหาศาลเผยให้เห็นชายร่างกำยำและลูกน้องอีกนับสิบคนพวกเขามีอาวุธครบมือเตรียมที่จะรบราฆ่าฟันได้ทุกเมื่อ
“นังตัวดีเอ้ย!!กล้ามากนะที่ไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับพวกข้างั้นก็อย่าหาว่าคนอย่างข้าไม่มีน้ำใจเลยก็แล้วกัน พวกเอ็งเอาโซ่ไปล่ามพวกมันให้หมด”เสียงคำสั่งของผู้เป็นหัวหน้าตะคอกใส่ลูกน้อง พวกนั้นขานรับแล้วหยิบโซ่เหล็กมุ่งหน้าเพื่อมาล่ามสาวๆทั้ง 3 คนตามคำสั่งพร้อมกับน้ำลายที่ยืดหยดลงพื้น
เรย์ล่าตอนนี้เธอเข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็วปากกำลังจะตะโกนให้แพตตี้กับน้ำฝนหนีไป แล้วเธอจะอยู่รับมือลำพังแต่ว่าเสียงของแพตตี้นั้นเร็วกว่า น้ำเสียงเรียบนิ่งที่พูดออกมาในท่าทีสบายๆ
“ให้ฆ่าเลยไหมคุณเรย์ล่า”เสียงที่เบาพอดีและด้วยความตกใจของเรย์ล่าเธอไม่ทันได้ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ก็เผลอรับปากแบบไม่ตั้งใจ
“ขะ ค่ะ” เรย์ล่ารับคำเพราะเธอได้ยินเสียงของแพตตี้ไม่ค่อยชัดแต่เมื่อทบทวนจนได้ข้อสรุปว่าแพตตี้หมายถึงอะไร
“เอ๋ ห๊ะ!” เธอสะดุ้งกับการประมวลผลของสมองตนเอง ภายในพริบตาแพตตี้จัดการสังหารด้วยความรวดเร็ว
11ศพโดยที่พวกมันไม่ได้เอ่ยปากร้องแม้แค่คำเดียว
ตุบ! ตุบๆ
เสียงร่างไร้วิญญาณล้มลงพื้นพร้อมกับเลือดที่ค่อยๆไหลซึมออกมาจากลำคอ บางคนมีแผลลึกตรงหัวใจ
เกร้งๆ
มีดทำครัวเล่มเล็กๆถูกโยนลงพื้นอย่างไม่ใยดีด้วยฝีมือของแพตตี้ท่ามกลางความตกใจจนพูดไม่ออกของเรย์ล่ากับน้ำฝน
เธอพึ่งเคยเห็นฉากการฆ่าคนจริงๆ จังๆก็ตอนนี้เอง การฆ่าที่มองไม่เห็นว่าฆ่าอย่างไรเห็นแต่กองเลือดที่ไหลซึมออกจากร่างไร้วิญญาณทั้ง 11 ศพ
“พวกมันไม่ควรมีชีวิตอยู่”เสียงแพตตี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง น่ากลัวเธอหาวหวอดครั้งหนึ่งแล้วขอตัวไปนอน ทิ้งให้เรย์ล่ากับน้ำฝนสั่นอยู่อย่างนั้น ร่างกายมันหนักอึ้งลุกไม่ขึ้น ใจสั่น และสับสนปนเปกันไปหมด
เมื่อมองไปยังร่างไร้วิญญาณของพวกนั้นก็ตอกย้ำความคิดว่าตนไม่ได้ฝันไปนั่นมันเป็นของจริง เพราะมีกลิ่นคาวเลือดที่โชยออกมาด้วย
พรึบ!
ไฟสีดำที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนเผาทำลายศพทั้ง11 จนเหลือแต่ขี้เถ้า
“ให้ตายสิยัยแพตตี้ไม่คิดจะเก็บงานบ้างหรือไงนะ เฮ้อ!!เดี๋ยวคงต้องไปสั่งสอนเกี่ยวกับวิธีการทำลายหลักฐานให้แล้วสิ” เสียงขี้เล่นของเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดในท่าที่สบายๆ
“อ้าว คุณเรย์ล่ามานั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะครับ มาๆ ๆ มาช่วยผมทำเมนูเสือตุ๋นหน่อยครับ” เสียงนั้นคือเสียงของไผ่ ซึ่งเจ้าตัวไม่ดูอารมณ์ที่กำลังสับสนของหญิงทั้งสองเลยแถมชวนทำอาหารเสียดื้อๆ
น้ำฝนอ้าปากค้างจนแมลงวันเข้าไปวางไข่ได้อึ้งกับเรื่องเมื่อครู่ไม่หายต้องมาอึ้งกับสิ่งที่ไผ่แบกบนหลังอีก
“สิ่งนั้นมันคือมอนสเอตร์ใช่ไหมแล้วตัวใหญ่ขนาดนั้น มัน!”
………………………………