ตอน 3 เสียงเคาะ
ดวงตากลมโตลืมโพลงเหม่อมองเพดานห้องเก่าหม่น รอบข้างมืดสนิทไม่รู้เวลา และเงียบวังเวง
แต่มันก็เป็ของมันแบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่นานั้แ่จำความได้
มือยันเตียงแข็งนั่งหันหน้าไปทางหน้าต่างบานหนึ่ง ม่านหนาสีขาวสองชั้นดึงปิดเอาไว้ ทันใดความเงียบก็ถูกรบกวน
“น่าสนใจดีนะ...ที่นี่น่ะบ้านเก่าแบบนี้ คงจะมีอยู่เยอะหรอก”
คนฟังไม่ได้ในี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินแบบนี้
“อีกแล้ว...เหมือนกันหมดสินะ”ร่างนั้นพึมพำ ยังคงนั่งเฉยจนกระทั่ง
“ว้าย!”
เสียงร้องของเด็กสาวคล้ายกระแสไฟวิ่งผ่านร่างซึ่งพุ่งพรวดมาที่หน้าต่างมือขาวซีดแง้มผ้าม่านเป็วินาทีเดียวกับที่เห็นเด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลกำลังเอื้อมหยิบของบางอย่างบนพื้น
กริ๊ง...
เสียงกระพรวนดังกังวานภาพมุมสูงของคน 2 - 3 คนด้านล่างทำให้ภายในกายรู้สึกโลดเต้นราวกับห้องอับชื้นกำลังสว่างวาบไปด้วยดวงไฟ ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะและเสียงดนตรีกระแสของความมีชีวิตชีวาเอ่อท่วมทะลักจากรอบตัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ดวงตากลมโตเบิกโพลงสบตากับคนที่มองขึ้นมาพอดี
มือกระชากผ้าม่านปิดอย่างแรงเท้าถอยออกห่างจากหน้าต่าง แล้วกวาดตามองบรรยากาศรอบตัว ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ
“การรอคอยที่แสนว่างเปล่ากำลังจะจบลงแล้วสินะฮิ ฮิ”
.......................................................................
ภายในโรงแรมปูพื้นด้วยไม้เวลาเดินจึงเกิดเสียงดังเป็เอกลักษณ์เหมือนตอนนี้ที่เด็กหนุ่มสาวหลายคนกำลังขึ้นมาบนชั้นสอง
“รู้ไหมฉันดูละครของคุณไลลามาั้แ่เด็กๆ เลย โอ๊ย...นี่ถ้าแม่ฉันรู้ต้องอิจฉาสุดๆ ไปเลย”มัณฑินียิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“หลังจากมีฉันแม่ก็รับงานน้อยลงสุดท้ายก็ลาวงการไปเลย แล้วพวกเธอว่าฉันกับแม่ใครสวยกว่ากันล่ะ” พลอยชนกที่เดินนำหน้าหันมายิ้มพร้อมเอ่ยถามอย่างเป็กันเอง
“อันนี้ตอบยากต้องเอาของอร่อยๆ มาติดสินบนพวกเราก่อน” เอมิกาแกล้งแบมือขอแต่ก็ถูกตีมือกลับมาแปะหนึ่งเด็กสาวผมสั้นจึงยกมือข้างนั้นทำท่าจะแปะกลับไปที่แก้มของเพื่อนสมัยเด็กเรียกเสียงหัวเราะให้กับกลุ่มเพื่อนที่เหลือได้อย่างดี
ปัง!
ประตูห้องพักบานหนึ่งปิดกระแทกอย่างแรงเสียงหัวเราะสะดุดในทันที
“พวกเราคงเสียงดังไปแล้วรบกวนคนอื่นเขา” ลัลทริมากระซิบ เอมิการีบปิดปากเพราะตอนนี้แม้แต่พลอยชนกก็ยืนตัวแข็ง รอยยิ้มเหือดแห้ง บรรยากาศสะดุดเป็เดดแอร์จนกระทั่งพนักงานโรงแรมหิ้วกระเป๋าของสาวๆ เดินตามขึ้นมาทุกคนจึงเดินไปยังห้องพักเงียบๆ
เพราะการินเป็ผู้ชายเพียงคนเดียวจึงได้ห้องแยกที่อยู่มุขหน้า หรือส่วนที่ยื่นออกมาจากบ้านซึ่งเป็ห้องริมสุดติดฝั่งด้านหน้าของโรงแรม ลัลทริมา เอมิกา กับมัณฑินีพักด้วยกันที่ห้องถัดมา ทั้งหมดอยู่ปีกขวาของตึก
“ฉันให้แม่บ้านเสริมเตียงให้แล้วแต่เอม...จะไปนอนห้องฉันก็ได้นะ”
“ไม่เป็ไรหรอกขออยู่ห้องนี้ดีกว่า เผื่อต้องคุยเื่รายงานจะได้ไม่กวนเธอ”
“อ้อ...เหรอ ก็ได้งั้นพักผ่อนเถอะ อาหารเย็นวันนี้เป็มื้อพิเศษนะ...เอม อย่าลืมละ”
แวบหนึ่งลัลทริมาแอบเห็นสีหน้าของพลอยชนกเปลี่ยนไปวูบหนึ่งเธอขอตัวออกไปก่อนเปิดทางให้พนักงานโรงแรมเข้ามาวางของสามสาวจึงรีบมารับกระเป๋าพลางขอบคุณยกใหญ่
“ผมชื่อแทนไทเป็ผู้ช่วยคุณไลลาครับจะอยู่ที่นี่จนถึงสองทุ่ม และมาอีกทีตอนเช้า ถ้ามีอะไรเรียกได้ตลอด” น้ำเสียงและการแนะนำสุภาพนุ่มนวลชวนให้รู้สึกเป็มืออาชีพทั้งที่อายุรุ่นราวนักศึกษามหาวิทยาลัยเท่านั้นมัณฑินีเพิ่งได้มองหน้าเขาชัดๆ ก็เห็นว่าแทนไทมีผิวสีแทนรูปร่างสูงและหน้าตาคมเข้มหล่อเหลา
“เรามีน้ำและขนมบริการอยู่ในตู้เย็นของห้องอาหารไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ที่นี่อยู่ห่างจากชุมชนมาก ถ้า้ารถพาไปเที่ยวให้แจ้งผมล่วงหน้าและขอความกรุณาอย่าลงไปเล่นน้ำทะเลตอนกลางคืน”
ห้ามออกไปเล่นน้ำตอนกลางคืน...อย่างน้อยนี่ก็เป็คำเตือนที่ดูปกติลัลทริมาถอนหายใจโล่งอก
ชายหนุ่มจบหน้าที่บอกข้อแนะนำและกฎระเบียบของโรงแรมเสร็จก็ขอตัวออกจากห้อง
“ไม่อยากจะเชื่อเลย”พอได้อยู่กันตามลำพังมัณฑินีก็ทิ้งตัวลงแผ่หลาบนเตียงนอนใหญ่ที่มีสี่เสา “นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
“จ้ะ...ไม่ได้ฝันแน่ๆ”ลัลทริมาตอบเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้ม
“ให้ฉันลองตบแกเอาไหมฮะๆ” เอมิกาหยอก “แต่ตอนแรกที่พลอยส่งรูปมาให้ดูฉันก็ไม่คิดว่าของจริงจะสวยขนาดนี้เหมือนกัน”
“ที่นี่เพิ่งเปิดเหรอเอม”ลัลทริมานั่งลงข้างๆ พลางถามข้อมูลที่เธออยากรู้
“ใช่ตึกนี้น่ะเป็มรดกตกทอด คุณพ่อของพลอยเป็สถาปนิกฝันอยากสร้างโรงแรมเสียดายที่ท่านเสียไปเมื่อปีก่อน แถมพอเปิดก็มาเจอโควิดอีก”
“แย่จัง...”
“ฉันรู้ว่าพลอยกับแม่คงลำบากก็เลยพาพวกเธอมาตามคำชวนอีกอย่างฉันเดาว่าที่พลอยชวนฉันมาเพราะอยากปรึกษาเื่สารภาพรักแหละเห็นก่อนหน้านี้มาถามอยู่ว่าควรทำยังไงเวลาชอบใครสักคนน่ะนะ”
“ว้าว!อ๊ะ...อย่าบอกนะว่าเป็...” มัณฑินีขยับแว่นสบตาลัลทริมาเหมือนรู้กัน
“พี่แทนไทเหรอ?”
“ฉันก็เดาว่าอย่างนั้นฮะๆ งานนี้แกอกหักแล้วยัยนี” เอมิกายิ้มกวนเพราะรู้สเป็กของเพื่อนรักดีมัณฑินีเพียงแต่มุ่ยหน้าเสียดายเล็กน้อยก่อนเบิกตากว้างเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“แย่แล้ว!...มัวแต่คุยฉันลืมไปเลย” จู่ๆ มัณฑินีก็เปลี่ยนเื่ลุกพรวด คว้ากระเป๋าล้วงเอาเหรียญบาทออกมาสามเหรียญ “เอ้า!ลัล เอม เอาไปวางไว้ใต้หมอนเป็การซื้อที่”
“หา!?” ลัลทริมารับเหรียญมาแบบงงๆ
“เป็เคล็ดว่าเราจ่ายเงินพักในห้องนี้แล้วใคร...หรืออะไรก็มากวนไม่ได้”
“ยัยนีแกจะซื้อที่ยังไงในเมื่อเรามาอยู่ฟรี อุ๊บ!” เอมิกาโดนมัณฑินีโยนหมอนใส่เต็มหน้า
“หยุดเลยยัยเอมที่นี่ยิ่งเป็ตึกโบราณด้วย” เด็กสาวขยับแว่นแล้วจัดการเอาเหรียญใส่ไว้ใต้หมอนจัดแจงให้อีกสองคนทำตาม
“หึ...หึแค่เริ่มก็ผิดแล้วยัยโง่ เขามีแต่ให้เอาใส่ไว้ใต้เตียง” ไม่รู้การินเปิดห้องเข้ามาั้แ่เมื่อไรเขายิ้มเหยียด ยืนกอดอกพิงประตูเอาไว้ “อีกอย่างยัยห้าวนั่นพูดถูกพวกเรามาอยู่ฟรี ยังจะเบียดเบียนที่ผีด้วยเงินบาทเดียว...ไม่งกไปหน่อยรึแล้วความจริง...”
เด็กหนุ่มก้าวมาหยุดยืนอยู่หน้าลัลทริมายื่นหน้าลงมาจนเกือบชิดหน้าผากของเธอ
“มียัยแม่มดอยู่ด้วยยังไงก็ดึงดูดผีอยู่ดี จริงไหม...หึ...หึ”
“การิน!”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูหน้าทำเอาสามสาวสะดุ้งเฮือกส่วนการินหันหลังกลับกระชากประตูเปิดอย่างแรงทันที
“หึๆ ...หึๆ”
ทางเดินหน้าห้องว่างเปล่าได้ยินเสียงหัวเราะแหลมเล็กกับเสียงส้นเท้ากระแทกพื้นไม้วิ่งห่างออกไป
“คงเป็เด็กมาแกล้งน่ะตอนเข้ามาฉันเห็น 2 - 3 คน คงมากับพ่อแม่” ลัลทริมาจะขยับตัวออกไปดูทว่ากลับถูกการินห้ามเอาไว้ เขาปิดประตูเบาๆแต่ยังยืนรออยู่อย่างนั้น พลางหันมาส่งสัญญาณให้อีกสามคนเงียบด้วยรอยยิ้มยากคาดเดา
ท่าทางของการินตรึงให้ทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจ
แอ๊ด...แอ๊ด
เสียงพื้นไม้หน้าห้องลั่นตามจังหวะฝีเท้ามันดังเหมือนมีคนจงใจลงน้ำหนักอย่างเชื่องช้า เสียงเสียดหัวใจค่อยๆ ใกล้เข้ามาจากนั้น...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“ใคร!” ประตูห้องถูกกระชากเปิดแทบจะวินาทีเดียวกันกับที่เด็กหนุ่มะโออกไปในจังหวะที่ไม่น่ามีใครหลบได้ทัน ทางเดินหน้าห้องก็ยังคง...ว่างเปล่า
มัณฑินีถึงกับพนมมือแล้วเริ่มสวดมนต์
“หึ...หึท่าทางที่นี่จะมีอะไรสนุกๆ กว่าที่คิดนะ”
นอกจากการินที่หัวเราะออกมาเบาๆอย่างถูกใจแล้ว คนที่เหลือต่างก็ไม่คิดอย่างนั้นลัลทริมาภาวนาขอให้เคล็ดการซื้อที่ของเพื่อน...ได้ผลตลอดอีกสองคืนที่ต้องพักที่นี่
.......................................................................
Canary House มีทั้งห้องสมุดโถงนาฬิกาโบราณ และระเบียงทางเดินด้านหลังที่มองเห็นสระบัวขนาดใหญ่ตรงสวน
เหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายทำให้สามสาวไปไหนมาไหนด้วยกันแต่พอได้เดินสำรวจรอบๆ พลางถ่ายรูปในสถานที่สวยๆ ไม่นานก็ลืมความกลัวต่างเดินเล่นถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งตกเย็นพลอยชนกก็ไลน์มาเรียกทุกคนไปทานอาหาร
ห้องอาหารมีโต๊ะกลางห้องนั่งได้ไม่เกิน10 คนมีอาหารจัดวางเอาไว้อย่างสวยงาม ประดับแจกันดอกกุหลาบสีชมพูช่อโตที่ผนังแขวนป้ายผ้าไหมสีหวาน ปักข้อความ ‘Happy Birthday Mom’
“วันเกิดคุณไลลานี่เอง”มัณฑินีพูดออกมาอย่างตื่นเต้นที่จะได้เป็ส่วนหนึ่งของงานวันเกิดอดีตดาราดัง
“แล้วแขกคนอื่นๆล่ะเอม” ลัลทริมากระซิบถามเอมิกา
“คงไปกินข้างนอกมั้งไม่งั้นก็ต้องมาแล้วล่ะ”
ปาร์ตี้วันเกิดจัดขึ้นแบบส่วนตัวและเรียบง่าย มีเพียงพวกลัลทริมาเท่านั้นที่ได้รับเชิญ ในงานมีแต่ความชื่นมื่น
แต่เด็กสาวกลับรู้สึกขาดบางอย่างไป
“การินยังไม่มาทานอะไรเลย”อย่าว่าแต่ทานั้แ่ที่เกิดเื่เมื่อตอนบ่ายขึ้นเขาก็แยกตัวออกไป และเธอก็ยังไม่ได้เจอเขาอีก
“หมอนั่นคงเที่ยวไปเดินสำรวจรอบๆนี่ละ หายไปั้แ่บ่ายแล้ว” เอมิกาตอบอย่างไม่ใส่ใจการินยังไงก็เป็การิน จะทำอะไรไม่มีใครเดาถูกแถมปกติการินก็เป็คนไม่ชอบงานสังสรรค์อยู่แล้วลัลทริมาจึงได้แต่ตักอาหารเอาไว้ในจานเผื่อในส่วนของเขา
“เด็กๆมาถ่ายรูปด้วยกันเถอะจ้ะ” ไลลากวักมือเรียกแต่ยังไม่ทันไรโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอขมวดคิ้วมองเบอร์ที่ไม่รู้จักแต่ก็ยอมรับสาย
“ค่ะ...ดิฉันไลลาค่ะ เอ๊ะ...บริษัทนายหน้าหรือคะ”
ลัลทริมาสังเกตว่าพลอยชนกหยุดคุยเล่นกับเอมิกาในทันทีและเดินไปยืนฟังอยู่ข้างๆ แม่ของตน
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ขายเสนอมาเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์ อย่าเสียเวลาเลยค่ะ” เธอพูดชัดเจนพร้อมตัดสายและบล็อกเบอร์โทรศัพท์ไป
“ทำไมล่ะแม่ไม่ลองฟังเขาดูก่อนล่ะคะ” เด็กสาวแสดงท่าทางผิดหวังอย่างชัดเจน“เ้านี้เสนอราคาสูงกว่าคนที่แล้วตั้ง 30% นะคะ”
“ลูกเป็คนติดต่อไปเหรอฟังนะ...เป็ตายยังไงแม่ก็ไม่มีทางทิ้งความฝันของคุณพ่อ” ไลลาที่ปกติดูอ่อนหวานตอนนี้ดุกร้าวจนทุกคนในห้องเงียบกริบ “อย่าทำอะไรแบบนี้อีกแม่ไม่ชอบ”
เด็กสาวกำมือแน่นจ้องแม่ที่หันหลังเดินออกจากห้องไป กัดริมฝีปาก สั่นเทิ้มไปทั้งตัว น้ำตาหยดเผาะ
“ใจเย็นนะพลอยแม่ก็มีเหตุผลของเขา ค่อยๆ พูดกัน” เอมิกาต้องกอดปลอบ “โรงแรมต้องไปได้สวยแน่ๆ แค่ตอนนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยยังไม่ถึงกับต้องขายหรอกมั้ง”
“ไม่ใช่เื่นั้น!”พลอยชนกโพล่งเสียงดัง หันมาบีบมือเพื่อนวัยเด็กด้วยสีหน้าตื่นกลัว
“ฉันไม่อยากให้แม่อยู่บ้านหลังนี้...มันเป็บ้านผีสิง”