ในขณะที่ไป๋ฉีกับหัวหน้าหน่วยคนอื่นๆกำลังอ่านข้อมูลของผู้เข้าร่วมทดสอบเช่นเดียวกัน แน่นอนพวกเขามีเจอคนที่น่าสนใจมากมายจากผู้เข้าทดสอบหนึ่งพันคนนี้
ส่วนไป๋ฉีนั้นแม้จะเห็นคนมีพรสวรรค์อยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เขาอยากดูในสถานการณ์จริงมากกว่า ว่าใครจะแสดงความพยายามออกมาได้มากที่สุด
ใช่! ฟังไม่ผิด ไป๋ฉีคิดจะคัดเลือกสมาชิกจากความพยายาม สำหรับเขาแล้วพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าไรนัก เพราะสามารถหาตัวช่วยภายนอกอย่างเช่นโพชั่นของเขามาเสริมได้
"หัวหน้าค่ะ สนใจคนไหนบ้างหรือเปล่า"โรสที่เห็นว่าไป๋ฉีปัดรายชื่อไปเรื่อยๆก็กล่าวถาม
ชายหนุ่มส่ายหน้า "ยังไม่มี รอดูในสนามดีกว่าว่าพวกเขาจะแสดงการต่อสู้แบบไหนให้เราเห็น"
โรสที่ได้ยินก็ยิ้มรับ จากนั้นไม่นานนักหน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏออกมาตรงหน้าของหัวหน้าหน่วยทุกคนและสิ่งที่พวกเขาเห็นคือผู้บัญชาการอู่ชิงที่กำลังอวยพรเหล่าผู้เข้าทดสอบเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ก่อนที่เหล่าผู้เข้าร่วมทดสอบก็ถูกปล่อยตัวและพากันขับแอร์ไบค์ออกไป
"ในที่สุดก็เริ่มแล้ว"หัวหน้าหน่วยกล่าวออกมาพร้อมกัน ก่อนที่จะเชื่อมต่อ AI ของตนเองเข้ากับจอภาพข้างหน้าเพื่อใช้เชื่อมต่อกับกล้องที่ตนเองอยากดู ซึ่งไป๋ฉีเองก็ต้องทำเช่นเดียวกัน
เมื่อเชื่อมต่อเสร็จไป๋ฉีก็ให้หลิงหลิงจับภาพโดยรวมของสนามรบเอาไว้ จากนั้นก็ใช้สายตาของเขาเพื่อดูรายละเอียดเป็นวงกว้างยังไม่ได้จับจ้องใครเป็นพิเศษ เพราะในช่วงเริ่มการแข่งขันสำหรับไป๋ฉีนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจ
ทางด้านจางจิวลี่กับซุนหรงด้วยความที่พวกเธอมีเซอินกับโรสคอยให้คำปรึกษา ดังนั้นพวกเธอจึงมีเป้าหมายของตัวเองอยู่แล้วประมาณสองถึงสามคนด้วยกัน
ทว่าในตอนนั้นเองเหล่าหัวหน้าหน่วยก็พากันตื่นตาตื่นใจกับอะไรบางอย่าง ด้วยความสงสัยไป๋ฉีจึงได้สั่งหลิงหลิงเปลี่ยนมุมมองไปยังกล้องที่เหล่าหัวหน้าหน่วยจับตามองอยู่ในทันที
สิ่งที่เห็นก็คือหญิงสาวผมสีแดงทวินเทลกำลังใช้พลังจิตกวาดล้างพวกอบิสในสนามรบเสมือนจริงอย่างบ้าคลั่งจนทำให้เธอกลายเป็นอันดับหนึ่งทั้งยังทิ้งห่างคนอื่นๆหลายร้อยคะแนนด้วยกัน ไป๋ฉีเมื่อเห็นดังนั้นจึงลองเปิดข้อมูลของเธอดู
ชื่อ:หมิงหรง
อายุ 18 ปี ระดับ ขุนพลขั้นปลาย
"พรสวรรค์ชั้นยอดเลยนะเนี้ย" ไป๋ฉีที่ได้เห็นข้อมูลถึงกับเอ่ยปากชื่นชมออกมา ในอายุสิบแปดปีส่วนใหญ่มักจะมีระดับอยู่ที่ขุนพลขั้นต้นหรือไม่ก็ขั้นกลางแน่นอนนี่คือมารตราฐานสำหรับหัวกะทิที่ได้ดื่มโพชั่นของไป๋ฉีเข้าไป นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าการที่หญิงสาวคนนี้มาถึงจุดนี้ไม่ใช่เเค่เพียงอาศัยโพชั่นเท่านั้น แต่ต้องมีพรสวรรค์ที่มากล้นติดตัวมาด้วย
"ถ้าหัวหน้าไป๋อยากได้เธอคนนี้เป็นคนแรกของทีม พวกเราก็จะไม่แย่ง ถือเป็นการให้เกียรติหัวหน้าหน่วยคนใหม่"อู่จินหลินกล่าวขึ้นมา แน่นอนทุกคนต่างเห็นด้วยกับคำพูดนั้น
ไป๋ฉีลุกขึ้นแล้วโค้งตัวทำความเคารพ "ขอบคุณในการให้เกียรติของหัวหน้าหน่วยทุกท่าน แต่ผมขอเก็บเอาสิทธิ์การเลือกในครั้งนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกันครับ เพราะยังเหลืออีกหลายคนเลยทีพวกเรายังไม่ได้สังเกตุการณ์"
คำตอบนี้ของไป๋ฉีทำให้หัวหน้าหน่วยทุกคนงุนงงไม่น้อย เด็กสาวผมสีแดงคนนี้มีระดับพลังที่ยอดเยี่ยม แถมยังมีคอสมิคฟรอสสายพลังจิตที่หายาก คนที่โดดเด่นขนาดนี้เมื่อเห็นก็ควรจะรับไว้ไม่ใช่หรือแล้วยังจะเลือกอะไรอีกกัน
ไป๋ฉีนั่งลงจากนั้นก็ยกยิ้มออกมา 'ผมสีแดง แซ่หมิง แถมยังมีพลังจิต เห็นได้ชัดเลยว่าเกี่ยวข้องกับป้าหมิงเย่คนนั้น ผู้หญิงคนนี้เป็นคนสมาชิกขององค์กรผู้คุมกฏใต้ดินอย่างแน่นอน'
ในเมื่อเชื่อมต่อเรื่องราวได้แบบนี้ไป๋ฉีก็ต้องคิดให้มากเสียหน่อย เพราะบอกตามตรงว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกองค์กรใต้ดินเท่าไรนัก
ขณะที่ดราก้อนเอ็มไพร์กำลังจัดการทดสอบ องค์กรคุมกฏใต้ดินตอนนี้กำลังอยู่ในความวุ่นวาย เหล่าสมาชิกของกำลังกำลังวิ่งกันให้วุ่นเพื่อหาอะไรบางอย่าง
"เจ้าพวกไม่ได้เรื่อง!! คุณหนูหายไปแล้วยังไม่รู้ตัว ออกไปตามหาเดี๋ยวนี้ไม่เจอไม่ต้องกลับมา"หมิงเย่ที่พึ่งกลับมาจากการบุกเบิกอยู่ในสภาวะเดือดดาล เธอพึ่งกลับมาแท้ๆแต่ลูกสาวของเธอกลับหายไป แบบนี้จะไม่ให้คนเป็นแม่ร้อนรนได้อย่างไรกัน
"เย่เอ่อร์ใจเย็นๆ เด็กคนนั้นเก่งจะตาย เธอไม่เป็นอะไรหรอกน่า"ชายในชุดคลุมสีขาวกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เหอะ คุณไม่ต้องมาพูดเลย ฉันขอให้คุณดูแลลูกไม่กี่วันแต่คุณกลับทำลูกหาย ฉันไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกแล้วเข้าใจไหม คุณก็เป็นอย่างนี้ทุกที"หมิงเย่ยังคงกล่าวอย่างเดือดดาล
ทว่าในตอนนั้นเองลูกน้องคนหนึ่งของเธอก็เดินเข้ามา "ขออนุญาติครับนายหญิงตอนนี้เจอคุณหนูแล้วครับ เธอกำลังทำการทดสอบที่ดราก้อนเอ็มไพร์"
หมิงเย่ที่ได้ยินก็พลันคิ้วขมวดในทันที "ทดสอบ? เด็กคนนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่?"
กล่าวจบหมิงเย่ก็ให้ AI เปิดการถ่ายทอดสดการทดสอบให้ดู แน่นอนว่าเธอย่อมต้องเห็นชื่อของลูกสาวตนเองเพราะว่ามันอยู่อันดับหนึ่งของตาราง
"ฮ่าๆๆไม่คิดว่ายัยหนูของฉันจะไปจริงๆ"ชายในชุดคลุมขาวกล่าวอย่างขบขัน
"คุณรู้หรือว่าหมิงหรงไปทดสอบที่ดราก้อนเอ็มไพร์ทำไม?"หมิงเย่หันมาถามอีกครั้ง
ชายหนุ่มจึงได้กล่าวตอบออกไปตามตรง "เดาได้ไม่ยาก ช่วงหลังๆมานี้ลูกสาวของเรามักจะติดตามข่าวของเทพสงครามไป๋ฉีตลอด แถมยังบ่นว่าถ้าได้เป็นศิษย์คนเก่งๆแบบนี้ก็คงจะดี การที่เธอไปแบบนี้อาจจะอยากเข้าหน่วยงานของเทพสงครามไป๋ฉีหรือไม่ก็น่าจะอยากไปฝากตัวเป็นศิษย์"
หมิงเย่ที่ได้ยินก็ถึงกับคิ้วกระตุก ในใจเต็มไปด้วยความตึงเครียด ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะยอมให้หมิงหรงไปก็เป็นได้ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันในการบุกเบิกครั้งล่าสุดเธอได้มีเรื่องและปะทะกับไป๋ฉีโดยตรง
ถ้าหากไป๋ฉีประติดประต่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหมิงหรงได้แล้วไปแก้แค้นลูกของเธอแทนจะทำอย่างไร
"ไม่ได้การ ฉันต้องไปพาลูกกลับ"หมิงเย่กล่าวหันหลังแล้วเตรียมก้าวเดินออกไป ทว่าในตอนนั้นสามีของเธอก็ได้จับมือของเธอแล้วห้ามปรามเอาไว้ก่อน