ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด ของขวัญแรกพบหน้า
ผมตัดสินใจบอกความจริงเท่าที่จะทำได้
“เน็ดโลกนี้มีสิ่งที่เราไม่เห็นอีกมากมายนัก ข้าปรารถนาที่จะเรียนรู้โลกกว้างไม่ใช่สิ่งที่เคยเป็นมาในโลกนี้มีอะไรอยู่มากมายนักเน็ด ข้าอยากเห็นมันทั้งในด้านที่อัศจรรย์และในด้านอัปลักษณ์”
อ้าวป้าหม่าถอนหายใจ
“อินเดียสมกับเป็นนครที่งดงามที่สุดในโลกจริงๆทั้งสิ่งที่สวยงามและสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ว่าเน็ดมันยังมีโลกภายนอกที่กว้างใหญ่คอยเราอยู่ข้าจะก้าวข้ามโลกที่เราอยู่กันอย่างกบน้อยก้นบ่อนี้ออกไปสู่โลกที่สวยงามกว่านี้”
แม้ในโลกที่สูงขึ้นไปจะมีนายน้อยนับไม่ถ้วนคอยอยู่บนมิติที่สูงๆขึ้นไปก็ตามนั่นคือสิ่งที่อ้าวป้าหม่าไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวหลายๆคนจะผิดหวัง
“เจ้าไม่อยากออกไปเห็นสิ่งที่แปลกประหลาดมากกว่านี้หรอกหรือ?ทำไมคนมีความสามารถอย่างเจ้าถึงต้องอยู่แต่ในเมืองนี้ด้วย?”
อ้าวป้าหม่าถามเน็ดอย่างจริงจัง
ว่าคนที่สามารถชกกำแพงพังได้ทำไมถึงใช้ความสามารถของตนเองเป็นมาเฟียอยู่ฟะ
มันน่าจะใช้ความสามารถไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อชาวโลกได้มากกว่านี้นะ
แต่เพราะเริ่มอยู่ในโลกนี้มาสักพัก
ทำให้อ้าวป้าหม่าจิตใจเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องที่คนมีความสามารถสุดเทพสามารถทำลายสวรรค์และพิภพได้ดันใช้นกพิราบสื่อสารและส้วมหลุมในการดำรงชีวิต
และความสามารถของนามูที่สุดแสนจะขี้โกงดันเอามาใช้ในการฆ่าคนในยุทธภพแทนที่จะเอามาทำธุรกิจ
“สนใจจะตามข้ามาไหมล่ะ พวกเราจะได้รู้จักโลกและผู้คนมากกว่านี้”
ผมชักชวนเน็ด
เน็ดคุกเข่าโขกศีรษะ
“ขอบใจนายท่านที่เมตตา”
พอรู้ว่ามีฝ่ายตรงข้ามมีพลังเหนือกว่าเน็ดก็ยอมคุกเข่าคารวะ
สมกับเป็นโลกที่คนเห็นว่ากำลังคือความถูกต้องคนไม่มีพลังคือขยะ โลกที่สุนัขกินสุนัข แต่เคารพเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาก
“ข้าฝากเจ้าในการรวบรวมพวกอัญมณีอาคมวิญญาณและตำราต่างๆที่เจ้าสามารถหาได้ด้วย
พร้อมทั้งนำคนมาเฝ้าที่โกดังนี้คอยคุ้มครองทางเข้า-ออกติดตามข้าเจ้าไม่ผิดหวังแน่ๆ”
อ้าวป้าหม่าล้วงโสมสิบปีมาเป็นของขวัญแรกพบหน้า
“หากเจ้าทานโสมสิบปีนี้เจ้าน่าจะสามารถทะลวงอีกหนึ่งขั้นจักระได้และชดเชยพลังชีวิตของเจ้าที่ผลาญไปตอนที่พยายามจะสู้กับข้า”
โป๊ก ปีก
“ขอบคุณท่านอ้าวป้าหม่าที่เมตตา”
อ้าวป้าหม่าพยักหน้า
“ตกลงนามูพวกเราไปที่หมู่บ้านกันเถอะ”
อ้าวป้าหม่ากับนามูและบรรดาลูกน้องแต่ละคนได้เดินผ่านหินยกทะลุมิติไปสู่หมู่บ้านได้โดยตรง
อยากจะพูดว่า
“เตรียมฟื้นฟูหมู่บ้านของนามู”
แต่ทว่าเมื่อออกไปก็พบว่า
มีห้องแล็บชั่วคราวขนาดใหญ่
บนฟ้ามีเสาสัญญาณขนาดยักษ์และรถส่งสัญญาณเคลื่อนที่
ที่ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลที่ตั้งขึ้นในหมู่บ้าน
และบรรดาเด็กมีเสื้อผ้าจำนวนมากมายสวยงามใส่และเล่นสเก็ตบอร์ดกันไปมา
“นายจ๋าทำให้หมู่บ้านเปลี่ยนไป๊ จนฉานจำไม่ได้เลยนะจ๊ะนายจ๋า”
ด้วยพลังของเงินตราที่อ้าวป้าหม่าส่งมาก่อนหน้านี้
ทำให้หมู่บ้านของนามูสามารถขุดน้ำบาดาลเองได้และปั่นไฟเองได้ มีเครื่อปรับอากาศ มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน
มีโรงเพาะชำ มีโรงพยาบาลขนาดเล็กฯลฯ
เราสามารถสรุปได้ว่าปัญหาตามแนวความคิดของอเมริกาคือการมองว่าปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดสรรทรัพยากร
การแก้ปัญหาของโลกและสังคมในยุคสมัยหน้าคือการจัดสรรทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหานั่นเอง
เมื่อมีเงินมากพอก็สามารถเนรมิตหมู่บ้านห่างไกลความเจริญให้มีสาธารณูปโภคพื้นฐานครบถ้วนได้
แต่แน่นอน ในประเทศที่มีการควบคุมมาก
หากทางวัดรวบรวมเงินได้ ชาวบ้านยกมือท่วมหัวภาวนาก็ไม่สามารถซ่อมแซมถนนหน้าวัดที่เป็นหลุมเป็นบ่อได้ เพราะจะผิดกฎหมายเป็นการทำลายทรัพย์สินทางราชการ
งบประมาณตั้งเสาไฟฟ้าต่างๆชาวบ้านทำกันเองแบบแพงที่สุด ก็ยังถูกและเร็วกว่าที่รัฐสั่งทำ
ตามแนวทางของเม่ยกั๋ว เอ๊ยอเมริกาที่บ้าคลั่งเรื่องทุนนิยม
เลยเกลียดการที่รัฐเข้ามาควบคุมเรื่องต่างๆเอามากๆเพราะพวกเขาเชื่อว่าหากรัฐไม่ขัดขวาง
และหากพวกเขามีทรัพยากรเพียงพอปัญหาที่พวกเขาเจอจะสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง
ความช่วยเหลือของรัฐไม่ใช่เรื่องจำเป็นหากพวกเขาพึ่งพาตนเองได้
จึงเกลียดการที่รัฐออกกฎหมายต่างๆมาควบคุมพวกเขาเป็นอย่างมาก
เชื่อว่าแต่ละคนมีศักยภาพมากพอที่จะประสบความสำเร็จบรรลุอเมริกันดรีมได้นั่นเอง
ว่าหากรัฐไม่ขัดขวางเราจะสามารถสร้างถนนปูด้วยทองคำของเรากันเองก็ยังสามารถทำได้แม้มันจะลื่นเพราะไม่มีความหนืดที่ยางล้อรถจะใช้เกาะถนนก็ตาม
...
True wallet 089-5296248
สนับสนุนผู้เขียนได้ทางช่องทางนี้นะครับ
สามารถสอบถามข้อมูลของเรื่องหรือต้องการตอนพิเศษแบบไหน
สามารถบอกกล่าวกันได้ครับ