นางร้ายคนนี้ไม่เอาบึงบัว

    บทนำของคนอกหัก

     

     

    ใครจะอยากติดแหง็กกับชีวิตเฮงซวย ถ้าเป็๲ไปได้ก็อยากออกไปตักไข่ปลาคาเวียร์ ดื่มไวน์อาบจากุชชี่เหมือนกันนั่นแหละ ฉันจะแช่ให้ตัวเปื่อยติดอ่างไปเลย

     

    “นี่มันฆ่ากันชัดๆ ฉันแห้งจนจะกรอบตายแล้วนะ”

     

    ฉันด้วย…แต่ไม่ได้ลงแดงเพราะขาดชาบูเหมือนจะขาดใจชักดิ้นชักงอคาโต๊ะทำงานแบบคนที่โอดโอยอยู่ข้างๆ นี่หรอก

     

    ว่าแล้วก็ค่อยๆ แง้มกระเป๋าสตางค์ตัวเองเป็๲รอบที่ร้อยส่องความปลอดภัยของแบงก์พันสุดท้ายในกระเป๋า

     

    อีกสิบวันกว่าจะสิ้นเดือน มาม่าแน่ๆ

     

    “พวกเราคงได้ตายคาบริษัทนี่แหละ นังปรี บริษัทว่าเล็กแล้ว อนาคตฉันเล็กยิ่งกว่า” โต๊ะทางขวาฉันทำเสียงสะอึกสะอื้นเล่นใหญ่มากประหนึ่งชีวิตรันทดอดสูขั้นสุด

     

    ฮัลโหล เงินเดือนน้อยสุดในแผนกนั่งอยู่นี่ค่ะ!

     

    “นี่อะไรเนี่ย” โต๊ะทางซ้ายชะเง้อมองคนทำงานเงียบ ก่อนจะดึงบางอย่างขึ้นจากช่องโต๊ะ แถมยังพลิกซ้ายพลิกขวาไม่หยุดเหมือนจะยั่วโทสะกัน

     

    “นั่นมัน… ของฉันนะพี่ปรี” มีมือเอื้อมมือมีเท้าก็เขย่งให้สุดเช่นกัน รีบฉกสมบัติคืน

     

    “ก็แค่ดูนิดหน่อย โว้ย ยัยมะระ”

     

    “มะปราง! เห็นฉันเป็๲เดอะฮักค์เหรอคะ เรียกชื่อให้ถูกด้วยค่ะ” พอเอาคืนมาได้ก็รีบเอาไปเก็บชิดอีกฝั่งโต๊ะให้ห่างๆ หันไปค้อนวงใหญ่ใส่ตบท้ายอีกรอบแบบไม่คิดจะให้อีกฝ่ายได้แตะต้องแม้แต่ปลายก้อย

     

    “สภาพเยินขนาดนั้น ฉันแปลกใจมากที่มันยังมีชีวิตรอดอยู่ได้” คนที่เล่นบทโศกจนถึงเมื่อครู่นี้มองศึกเดือดระหว่างฉันกับพี่ปรีแล้วเอ่ยอย่างสังเวช

     

    สาบานไหมว่าสีหน้าและแววตานั่นคือเก็บอาการแล้ว เด็กยังตีเนียนกว่าเลย

     

    หันหน้ากลับเข้าหาคอมพิวเตอร์ “ซื้อใหม่อะไรล่ะ พี่เฟิร์น ฉันไม่ปล้นธนาคารก็ดีเท่าไหร่ แค่เงินค่ารถมาทำงานกับค่ากินก็ดูดเกลี้ยงอย่างกับเ๽้าหนี้” ตอบเสียงอ่อย

     

    เท่านั้นแหละทั้งสองคนซ้ายขวาต่างก็รีบมาเกาะขอบโต๊ะทำงานฉันอย่างกับป้าข้างบ้าน

     

    รู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรผิดยังไงไม่รู้

     

    “อย่าบอกนะว่าแกอ่านนิยายเยินๆ นั่นวนลูปซ้ำๆ อ่ะ”

     

    จึ๊ก! ถามแรงขนาดนี้ไม่เอามีดมาแทงกันเลยล่ะ

     

    งานตรงหน้าก็ต้องทำ ป้าข้างบ้าน ไม่ใช่สิ พี่ๆ ข้างโต๊ะก็จะเผือก เงินคงเหลือในกระเป๋าก็ตอกย้ำ

     

    หงุดหงิด!!!

     

    และวิธีแก้ความหงุดหงิดของฉันก็คือ…เงียบ!!

     

    จะให้เถียงอะไรก็มันเ๱ื่๵๹จริง เถียงได้ไหมล่ะ

     

    “ทักทายครับสาวๆ วันนี้ผมมีงานนอกสถานที่กับผู้จัดการ ขอตัวก่อนนะครับ”

     

    พ่อหนุ่มเฟรนลี่หน้าตาพอดูได้แต่ใจดีและสะอาดสะอ้านจนใครๆ ก็รู้สึกดีที่ได้เข้าใกล้เข้ามาร่ำลาคนในแผนก

     

    แต่สำหรับฉัน…ขอเวลาเว้นระยะห่างแบบยาวๆ

     

    ไม่ใช่เพราะเขาทำไม่ดีกับฉัน แต่…เขาก็ทำให้ฉันเสียใจจริงๆ แหละ ก็เขาเป็๲คนที่สอนให้ฉันรู้จักคำว่า ‘อกหัก’

     

    พวกพี่ๆ ข้างโต๊ะพากันกลับไปนั่งที่เมื่อเห็นฉันเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

     

    ไม่ค่ะ ใบหูฉันกระดิกดิ้กๆ จับทุกความเคลื่อนไหว

     

    และความเคลื่อนไหวที่ว่าก็ไปกองกันอยู่ที่ตรงหน้าประตูที่คนคนนั้นอยู่

     

    ไม่ได้สนใจจริงๆ นะ ฉันไม่ได้สนใจเลยสักนิด

     

    คุณคิดว่าคนเราจะอกหักเพราะอะไรได้บ้าง เพราะเราไม่เคยคุยกัน เพราะมีนิสัยที่เข้ากันไม่ได้ เพราะอายุ เพราะ…หยุดค่ะ หยุดเดา

     

    สายตาตวัดไปหาเ๽้าหนังสือนิยายปกเยินที่แอบไว้ข้างโต๊ะให้ดึงกลับเข้ามือ

     

    “เพราะแกเลย นิยายเฮงซวย!”

     

    ใช่ นิยายเล่มนี้พรากรักแรกของฉันไป