ทุกสายตาในโถงกว้างงามวิจิตรมองไปยังร่างบางอรชรในชุดแดงเข้มขับผิวขาวผ่องราวหิมะแรกให้สว่างราวกับว่าบนร่างนางมีดวงอาทิตย์ส่องสว่างก็ไม่ปานดวงหน้าทะนงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งมองตรงไม่ว่อกแว่กจนฝีเท้าทั้งสองหยุดตรงกลางห้องโถงแล้วโค้งตัวลงทำความเคารพคนบนบัลลังก์
“หว่านหนิงคารวะท่านอ๋องเพคะ”
“เงยหน้าขึ้น!” เสียงทรงอำนาจเอ่ยออกมาพร้อมกับร่างในชุดมังกรลุกยืนเดินมาข้างหน้าหลายก้าวเพื่อมองสตรีร่างเล็กบางที่กล่าวขานกันมาว่างดงามราวเซียนมาจุติให้ชัดๆ
“งดงาม งดงามจริงๆ ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะชอบใจพร้อมกับสีหน้าชื่นมื่นของอ๋องหลางผู้ปกครองชีชวนทำขุนนางข้าราชการบริพารต่างยิ้มยินดีไปด้วยตามๆ กันก่อนเสียงทรงพลังจะเอ่ยออกมาอีก
“มา ขึ้นมาหาข้า”
ดวงหน้าเรียบนิ่งเงยมองชายวัยกลางคนที่ยิ้มปีติมองนางด้วยสายตาหื่นกระหายความรู้สึกขยะแขยงกับสายตาที่เขามองมานั่นทำรู้สึกสะอิดสะเอียนคล้ายจะอาเจียนออกมาดวงตาไหววูบมองใบหน้าครามครันดุดันอีกครั้งก่อนสายตาจะเหลือบมองสตรีท่าทางหยิ่งผยองที่นั่งด้านหลังเขา ลุกเดินออกไปด้วยสีหน้าท่าทางไม่พอใจ เช่นเดียวกับสตรีอีกหลายคนที่ลุกตามนางกันไปเป็นแถว
“ขึ้นมาสิ ไม่ต้องกลัว”
หว่านหนิงละสายตาจากพระชายาและนางสนมทั้งหลายของอ๋องหลางก่อนจะยอมเดินขึ้นไปด้านบนตามคำสั่งด้วยความรู้สึกจำยอม
นางพยายามเดินให้เชื่องช้าเพื่อยืดเวลาที่จะไปถึงแต่จะพยายามอย่างไรก็หนีไม่พ้น และเมื่อนางก้าวเท้าวางอยู่บนบันไดขั้นสุดท้ายท่านอ๋องที่เข้าวัยกลางคนก็กระชากนางไปนั่งบนตัวอย่างแรง
“อ่ะ ท่านอ๋อง”องค์หญิงใหญ่หว่านหนิงเหลือบมองคนในห้องตามสัญชาติก่อนใบหน้านางจะหันมองชายร่างใหญ่ที่โอบรัดนางแน่นจ้องราวจะกลืนกินเสียตรงนี้
“ฮ่าๆๆ เสียงเจ้าหวานไม่ต่างจากหน้าจริง ๆองค์หญิงหว่านหนิง” อ๋องหลานเอ่ยพลางเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้คนตัวเล็กไม่สนใจสายตานับสิบในโถงที่จ้องมองนางและเขาด้วยสายตาสอดรู้ปลายจมูกโด่งโน้มลงไปใกล้สูดดมกลิ่นกายสตรีที่หอมหวนชวนให้ดม
เปลือกตาบางสีอ่อนของนางที่ปิดสนิททำเขาเอ็นดูยิ่งโดยเฉพาะท่าทางไม่ประสาขัดกับความเย่อหยิ่งที่เห็นทำเขาอดใจไม่ไหวก้มลงไปจูบปากนางต่อหน้าธารกำนัล โอรสและธิดา
อืมม จ๊วบบ อืมอื้อออ
องค์หญิงหว่านหนิงหลับตาแน่นจนหว่างคิ้วย่นเป็นร่องพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงได้เพราะมือใหญ่ราวที่หนีบจับลำคอของนางแน่นทำให้นอกจากมือทั้งสองที่ทุบอกเขา นางก็ไม่อาจจะต้านทานอะไรได้เลย
“อืมมม หอม หวานเหลือเกิน อื้ออ”นัยน์ตาเชื้อมองใบหน้าระเรื่อด้วยไฟราคะที่โหมแรงก่อนจะเขาจะอุ้มนางขึ้นเดินไปทางด้านหลังท่ามกลางสายตาของคนในโถง
“งานเลี้ยงวันนี้ทุกคนฉลองให้เต้มที่!ข้าขอตัวไปมีความสุขก่อน”
เสียงร้องเฮด้วยความยินดีดังลั่นท้องพระโรง หลังอ๋องผู้ครองแคว้นเอ่ยสายตาของพวกเขามองร่างในชุดทองที่อุ้มเครื่องบรรณาการหายไปทางห้องด้านหลังก็ไม่ต้องคาดเดาว่าเรื่องได้จะเกิดหลังจากนี้
เสียงฝีเท้าดังเป็นจังหวะทำคนในอ้อมกอดตระหนกหนักดวงตาเลิกลักของนางมองทางเงียบสงบไร้องครักษ์และบ่าวด้วยความ รู้สึกหวาดหวั่นทุกย่างก้าวที่เขาเดินทำใจนางเต้นรัวราวกับจะกระเด็นออกมากก่อนใบหน้าซีดขาวจะเงยมองอีกคนที่ดูจะเร่งความเร็วขึ้นมาเรื่อยๆ
“ท่านอ๋องนี่เรา เรากำลังจะไปไหนเพคะ”
“ตำหนักข้า”
“แต่วันนี้มีงานเลี้ยงให้หม่อมฉันมิใช่หรือ?” หว่านหนิงแสร้งยิ้มหวานมองหน้าคนที่ก้มลงมองนางหวังว่าที่กล่าวออกไปจะทำให้เขานึกได้แล้วปล่อยนางไปอีกวัน
“ใช่งานเลี้ยงจัดให้เจ้าแต่ข้าบอกคนด้านนอกนั่นไปแล้วว่าเจ้าและข้าจะมาหาความสุข”
ใบหน้าหวานซีดหันมองด้านหลังอย่างตกใจเมื่อแผ่นหลังนางสัมผัสเบาะนุ่มดวงตากลมเบิกมองเตียงหลังใหญ่ปูรองด้วยผ้าไหมสีเดียวกับชุดชายร่างสูงที่อุ้มนางมาอย่างตกใจและเมื่อหันกลับไปก็ตกใจยิ่งกว่าเมื่อคนตรงหน้ากำลังถอดเข็มขัดออกจากเอวโยนมันทิ้งราวเป็นของไร้ค่า
“ท่านอ๋อง นี่” หว่านหนิงแทบไม่เหลือสติคิดสิ่งใดท่าทางเย่อหยิ่งของนางหายไปสิ้นมีเพียงความรู้สึกตกใจและหวาดหวั่นในอกไม่คิดว่าเพียงเข้ามาในวังหลวงแหล่งนี้นางจะต้องทำหน้าที่บรรณาการเลยโดยไม่ทันตั้งตัว แม้จะเตรียมใจมาแล้วก็ตาม
“ซี้ดดอึกองค์หญิงหว่านหนิงเจ้าทำใจเถิดไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องทำหน้าที่ของเครื่องบรรณาการให้กับข้า”
ราวเขาอ่านสายตานางออก แล้วตอบทุกอย่างในใจนางได้อย่างชัดเจนก่อนกายใหญ่จะโถมเข้าหาเครื่องบรรณาการที่ยังตกในนิ่งค้างแล้วเท้าแขนคร่อมร่างของนางมองท่าทางคล้ายสมันน้อยที่พลัดหลงกับมารดา
“ฟอดดด เจ้าใช้น้ำมันหอมอะไร ไยเย้ายวนเช่นนี้”
ใบหน้าหวานเบี่ยงหนีปลายจมูกโด่งอย่างไม่ยินยอม มือทั้งสองกำแน่นร่างกายแข็งทื่อ และท่าทางนั่นเองทำคนที่กำลังเคลิ้มหงุดหงิดสายตาของท่านอ๋องเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาเหลือบมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่เบี่ยงไปทางข้างก่อนจะใช้มือจับหน้านางให้หันมาด้วยโทสะ
“องค์หญิงหว่านหนิงตอนนี้ข้าไม่อยากหงุดหงิดจนทำร้ายเจ้า หวังว่าเจ้าจะรู้ความยินยอมเสียดีๆอย่าให้ข้าต้องถึงขั้นลงมือกับเจ้าเลย” ท่านอ๋องกระซิบลอดไรฟันอยู่ข้างใบหูของนางนัยน์ตาแข็งกร้าวที่จ้องเสี้ยวหน้าหวานเปลี่ยนเป็นเยิ้มหวานอีกครั้งแล้วเตรียมเคลื่อนเข้าไปดมความหอมของกายนางอีกรอบทว่าหญิงสาวกลับขัดขืนไม่ยินยอมอีกครั้งนางฝืนแรงเขาขยับหน้าหนีตอนที่เขากำลังเข้าใกล้
“อ่ะ โอ๊ยย”
“หว่านหนิงข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เป็นเด็กดีข้าไม่อยากโมโห” อ๋องหลางเอ่ยออกมาด้วยความโมโหพร้อมซุกหน้าไปกับซอกคอนางเพื่อระบายโทสะ ฟันคมกัดบนผิวขาวผ่องเพื่อต้องการสั่งสอนคนดื้อรั้นพร้อมกับมืออีกข้างกระชากชุดสวยบนกายนางขาดติดมือไปเป็นชิ้นๆ
“อื้ออ ปล่อยนะ ปล่อยข้านะ นี่ ข้าให้ปล่อย”
หว่านหนิงทั้งดีดดิ้นร้องโวยวายให้ชายร่างใหญ่หยุดกระทำกับร่างกายของนางทว่าการกระทำนี้ของนางไม่เป็นผล และดูจะเป็นการเพิ่มโทสะให้กับเขาเพราะคนตัวใหญ่กว่ากระชากเสื้อผ้าบนร่างนางแรงขึ้นจนรู้สึกแสบไปทั่วร่างทั้งมือข้างที่บีบคางนางเมื่อครู่ก็ย้ายไปบีบที่ลำคอจนตอนนี้นางหายใจแทบไม่ออก
ฟอดดด จ๊วบ จ๊วบ
“เจ้าร้องจนขาดใจอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะนอกจากข้าและเจ้าก็ไร้ผู้คนอีกแล้วฉะนั้นคิดให้ดีว่าจะยอมหรือร้องจนไร้เสียง”
นัยน์ตาวาวตวัดมองชายร่างสูงที่จ้องนางอย่างเหนือกว่าด้วยสายตาไม่เกรงกลัวความรู้สึกขุ่นเคืองไม่พอใจฉายผ่านดวงตากลมส่งตรงไปให้ชายผู้นั้นทั้งหมดอย่างไม่ปิดบัง
“ไม่ยินยอมสินะ ไม่เป็นไรข้าจะทำให้เจ้ายอมเอง”
โทสะทั้งหมดหายไปอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยความรู้สึกท้าทาย ตื่นเต้นรอยยิ้มอย่างผู้เหนือกว่าเผยออกมาก่อนปากหนากร้านจะประกบริมฝีปากแต้มผงชาดสีสด อืมจ๊วบอึก อื้ออ ยิ่งคนตัวเล็กขัดขืนเขาก็ยิ่งสนุก อยากเอาชนะนางท่าทางคล้ายม้าพยศของนางทำเลือดลมในกายพลุ่งพล่านไปทั่ว
อ๋องหลางรวมมือที่กำลังต่อต้านขึ้นเหนือศีรษะเล็กกวาดสายตาโลมเลียมองเรือนร่างงามงดงามแม้จะมีเสื้อชั้นในปกปิดร่างกายของนางอยู่
“ในเมื่อเจ้าชื่นชมความเร้าใจข้าก็จะจัดให้จนเจ้าจุกร้องไม่ออกเลยองค์หญิงหว่านหนิง”
“นี่ปล่อยนะ ปล่อยข้า อื้ออ”
“เหอะ!!องค์หญิงใหญ่เหมือนเจ้าจะลืมว่ามาที่นี่ในฐานะอะไร”
ข้อมือแล้วที่พยายามบิดให้หลุดออกจากพันธนาการหยุดนิ่งจ้องสีหน้าเยาะเย้ยของคนด้านบน พร้อมกับใบหน้าน้องชายฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ
ใช่นางมาที่นี่เพื่อน้องชายของนาง
“เหมือนเจ้าจะรู้แล้วว่ามาที่เพราะอะไรฉะนั้นก็ทำให้ข้าพอใจซะเพื่อน้องชายของเจ้า”
คำข่มขู่ของอ๋องหลางได้ผลชะงัดนักเพราะท่าทางสายตาของคนที่นอนอยู่บนฟูกหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงท่าทางพยศเมื่อครู่กลายเป็นสงบนิ่งนัยน์กลมวาวโรจน์ที่จ้องมาคล้ายจะกินเขาให้หายเจ็บแค้นเป็นเรียบนิ่งราวกับว่านางเมื่อครู่กับนางในตอนนี้เป็นคนละคนกันอย่างไร อย่างนั้น
“ดีมากองค์หญิงใหญ่ แต่ถึงเจ้าจะไม่ต่อต้านแต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องจำให้ขึ้นใจคือทำให้ข้าพอใจ เข้าใจหรือไม่”
‘เพื่อน้องชาย นางไม่มีทางถอยกลับแล้ว’
แคว้ก!!
ท่านอ๋องยกยิ้มพอใจมองคนตัวเล็กที่บิดมือออกจากการเกาะกุมจนหลุดแล้วฉีกเสื้อตัวเองอย่างแรงจนขาดออกจากกันอย่างประชดประชันทว่าเด็ดเดี่ยว จนเผยให้เห็นเนินเนื้อขาวผ่องไม่ต่างสีผิวนอกร่มผ้า
“เจ้าเข้าใจก็ดี”
อ๋องหลางรู้สึกถูกในนางยิ่งนักเขามองท่อนแขนเรียวที่พาดบนบ่าและสายตาเย้ายวนที่กำลังจ้องมาพลันความรู้สึกกระหายก็เริ่มกลับมาอีกครั้งพร้อมกับความกระสันที่เด่นชัดในความรู้สึกท่านอ๋องโน้มใบหน้าลงไปซุกซอกคอหอมกรุ่น นัยน์ตาเยิ้มมองเสี้ยวหน้าเรียวหวานก่อนจะกดจูบย้ำซ้ำๆ ที่ข้างกกหูของนาง
ฟอดดด อื้ออ
เสียงกระเส่าหวานหูที่ดังอยู่ไม่ห่างทำสติที่มีเริ่มเลือนรางก่อนจะขยับร่างขึ้นไปร่วมเตียงเดียวกันนาง มือสากกร้านจับดาบจับหอกเริ่มละเลงบนร่างกายบอบบางอย่างหลงใหลก้อนเนื้อนิ่มบนอกของนางทำเขารู้สึกวาบหวามราวได้ย้อนกลับไปในวัยหนุ่มไม่ต่างกับหญิงสาวร่างเล็กที่เมื่อตัดความคุกรุ่นไม่ยินยอมออกก็เริ่มเคลิ้มไปกับสัมผัสที่ชายร่างใหญ่มองให้ดวงตาของนางทั้งสองข้างปิดสนิทรับเพียงสัมผัสให้รู้สึกร้อนวูบวาบเข้ามาในร่างกายเท่านั้น
“อึกอึก อื้ออ อ่ะ”
หว่านหนิงบิดเร่าไปทั้งร่าง ท่อนขาของนางเหยียดเกร็งเป็นเส้นตรงมือทั้งสองที่วางบนแผ่นหลังหนาจิกลงไปบนเนื้อของเขาอย่างไม่รู้ตัวความรู้สึกปวดหนึบที่เครื่องเพศกลางกายทำนางไม่อาจบรรยายสิ่งที่ต้องการได้นอกจากบิดต้นขาเข้าหากันหวังจะทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดนั่นน้อยลงและหวังว่าสายน้ำร้อนที่ออกมาจากภายในจะไหลย้อยกลับเข้าไปในร่างของนาง
“แฮก อื้ออ ฟอดดด กายเจ้าหอมเช่นนี้นี่เองข้าละไม่แปลกใจเลยว่าไยบิดาและน้องชายเจ้าถึงไม่คิดหาราชบุตรเขยสักทีคิดกักขังเจ้าไว้ในวังหลวงไปชั่วกาลนาน”
“อื้อ อ่ะ พระองค์ไม่ต้องพูดเยอะ อืมมมอยากทำอะไรกับหม่อมฉันก็ทำเถิด อืมมม”
“ฮ่าฮ่า อืมมม เจ้าต้องการให้ข้าทำแล้วหรือ”
หวานหนิงเหล่ตามองใบหน้าที่อยู่ข้างแก้มนางหลังท่านอ๋องหลางเอ่ยคำคล้ายเยาะเย้ยนางอีกครั้งก่อนที่เขาจะซุกที่ซอกคอของนางอีกรอบ ครั้งนี้ท่านอ๋องไม่ได้ทำแรงๆกับร่างกายของนางอีกแล้ว เข้าค่อย ๆเม้มผิวเนื้อทำนางรู้สึกเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่ว มือกระด้างลูบไปทั่วเนื้อนางชวนให้จั๊กจี้
“อื้ออ แฮกท่านอ๋อง อื้ออ ตรงนั้น อ่ะอร้า...”กายเล็กบิดเร่าอย่างแรงด้วยความรู้สึกเสียววูบไปทั้งท้องน้อยเมื่อมือที่วูบต้นขาไล้เข้ามาในด้านในใกล้ของสงวนของนางแต่เหมือนเสียงของนางจะดังไม่มากพอเมื่อเขาดันต้นขาที่พยายามเบียดเข้าหากันออกมาแล้วลูบเนินเนื้อที่นางเฝ้าถนอมแรงจนสะท้านไปทั้งร่าง
“อื้อ อร้า..ท่านอ๋อง ข้าอื้ออ”
“องค์หญิงใหญ่เจ้าเยิ้มเช่นนี้แล้วยังจะดันมือข้าออกอีก”ท่านอ๋องอมยิ้มเอ่ยเย้าคนที่พยายามดันมือเขาออกจากของสงวนกลางกายนางออกก่อนจะเพิ่มแรงที่มือจนแตะสัมผัสกลีบผกาอูมเคลือบด้วยน้ำจากร่องของนาง
“อ่า..เจ้าคือคนของข้า” เขาประกบจูบปากเล็กหวานอีกครั้งระหว่างนั้นฝ่ามือสากหนาก็ลูบคลึงเนินเนื้ออูมกลางกายนางเพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อท่อนเนื้อยาวใหญ่ของเขาจะเข้าไปร่องของนางจะรับมันได้
อืม อึก อร่า..จ๊วบ
บรรยากาศรอบคนทั้งสองอบอวลไปด้วยเสน่หาดวงตาเต็มไปด้วยราคะของชายร่างใหญ่จ้องมองดวงหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อก่อนจะพรมจูบไปตามผิวเนื้อกริ่นกรุ่นของนางจนถึงหน้าท้องบางหดเกร็ง
ตึก ตึกตึก
“ท่านอ๋อง ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่ได้สั่งว่าห้ามรบกวนหรืออย่างไร!”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเอ่ยออกมาหลังมีเสียงเรียกเขาหลายครั้งจนทนไม่ไหมทั้งที่ใบหน้าเขาไม่ละออกไปจากหน้าท้องบางของหญิงสาว
“เอออ ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะแต่ท่านแม่ทัพเว่ยรายงานว่าทัพทางเหนือมีปัญหานะพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงหายใจแรงดังออกมาก่อนที่อ๋องหลางจะผละใบหน้าออกมาจากหน้าท้องบางเขามองคนที่นอนกายสั่นสะท้านก่อนจะจำผละร่างออกจากนางแล้วสวมเสื้อผ้าเดินออกมาไร้คำเอ่ย
ส่วนองค์หญิงใหญ่แห่งป้านเซี่ยที่โดนทิ้งไว้ก็ได้แต่มองเพดานห้องบรรทมท่านอ๋องด้วยความรู้สึกยากจะบรรยายหลังเขาออกไปจากหลังมีคนมารายงานเรื่องทัพทางเหนือทิ้งนางที่นอนสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นตรงเครื่องเพศเยิ้มด้วยน้ำเสียวที่ไหลออกมาเพราะเขาคลึง
“เห้อออ แบบนี้ข้าควรดีใจใช่หรือไม่”