จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 83 ถ่ายละครครั้งแรก 2 Re

            เสียงผู้จัดการของปิงเยว่ดังจนทำให้ทุกคนหันมามอง  ก่อนที่เขาจะขอโทษที่ส่งเสียงดัง


            ที่เขาส่งเสียงดังแบบนี้เพราะไม่คิดว่าฉากที่ไป่ฉีต้องแสดงจะถ่ายเสร็จหมดแล้ว  นี่เขาก็ไม่ได้มาช้ามาก  ทำไมถึงถ่ายเสร็จแล้วล่ะ


            “ไป่ฉี  เธอไม่ได้อำฉันใช่ไหม” ผู้จัดการของปิงเยว่ถาม


            “ไม่ได้อำหรอก  ฉันรับรองได้” เฉินเฟิงเดินเข้ามาหาผู้จัดการของปิงเยว่


            “เป็นไปได้ยังไงครับ  ถ้าเร็วขนาดนั้น.......หรือว่า…..” ผู้จัดการของปิงเยว่เหมือนนึกอะไรออก  เขาหันไปมองเฉินเฟิงเหมือนจะถามว่าใช่อย่างที่เขาคิดรึเปล่า


            “ใช่ เทคเดียวผ่านทุกฉาก” เมื่อเฉินเฟิงพูดออกมา  เขาถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ใกล้ ๆ


            “นี่มัน  สุดยอดเลย” เป็นคำเดียวที่หลุดออกจากปากของผู้จัดการปิงเยว่


            หลังจากนั้นปิงเย่วก็โผล่มาในชุดสาวออฟฟิศและเดินตรงมายังผู้จัดการของเธอ  พร้อมกับมองมาที่ไป่ฉี  เธอเดินมาแล้วหมุนตัวให้ดูเป็นเชิงถามว่าชุดนี้เป็นยังไง  แต่ไป่ฉีกลับมองนิ่ง ๆ ไม่ได้พูดอะไร ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย


            “น้องไป่ฉี นายน่าจะชมฉันสักนิดให้ฉันมีกำลังใจหน่อยนะ” ปิงเยว่กล่าว


            “ไม่เอาครับ  วันนี้แม่ผมมา” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับชี้ไปทางเมิ่งชิงชิง  ด้วยใบหน้านิ่ง


            “ฉันไม่แก่ขนาดนั้นนะย๊ะ” เมิ่งชิงชิงตีเข้าที่แขนของไป่ฉี


            “ถ้าผมชมใครว่าน่ารัก  เดี๋ยวคุณแม่จะเข้าใจผิดน่ะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ยังไม่หยุดเล่นอีกนะ” เมิ่งชิงชิงส่งรอยยิ้มที่ชวนสยองออกมา


            “ไม่เล่นแล้วคร้าบ” ไป่ฉีกล่าว


            “ทั้ง 2 คนดูสนิทกันจังเลยนะ” ปิงเยว่กล่าว


            “ถ้าอยากสนิทกับผู้จัดการพี่ไม่เห็นยากเลยครับ  พี่ก็แค่ขอค.....อื้อ ๆ” ไป่ฉีพูดยังไม่ทันจบเมิ่งชิงชิงก็เข้ามาจากข้างหลังแล้วเอาสองมือปิดปากไป่ฉีอย่างรวดเร็ว


            “ขอคุยกันเป็นการส่วนตัวบ่อย ๆ นะ แหะ ๆ” เมิ่งชิงชิงหันเป็นมองไป่ฉีเป็นเชิงให้หยุดพูด  ซึ่งไป่ฉีก็พยักหน้า  อันที่จริงที่เขาพูดขึ้นมาเพราะต้องการแกล้งเมิ่งชิงชิงเท่านั้น


            “ปิงเยว่คุยกันแค่นี้  เธอกับไป่ฉีจะลองต่อบทกันดูก่อนไหม” ผู้กำกับเดินเข้ามาเพราะเห็นปิงเยว่ยังไม่ยอมเริ่มงานของตัวเองสักที


            “ค่ะผู้กำกับ  ไป่ฉีเรามาต่อบทกันก่อนไหม” ปิงเยว่ปรับตัวทันที เธอรีบถามไป่ฉีอย่างกระตือรือร้น


            “ให้เวลา 10 นาทีสำหรับฉากนี้  ถ้าพร้อมก่อนก็บอกละกัน” ผู้กำกับพูดจบก็เดินจากไปทันที


            ไป่ฉีกับปิงเยว่ต่อบทกัน 2-3 รอบ  ก่อนจะเดินไปหาผู้กำกับเพื่อบอกว่าพวกเขาพร้อมแล้ว  ซึ่งฉากนี้เป็นฉากเดียวกับตอนงานแถลงข่าว  ปิงเยว่แม้จะตั้งใจฝึกอย่างหนักหลังจากงานแถลงข่าวครั้งนั้น  แต่พอเริ่มแสดง  เธอก็ถูกนำการแสดงไปโดยไป่ฉีเหมือนเดิม


            “ฉันมันไรความสามารถ” หลังแสดงเสร็จปิงเยว่ทรุดลงนั่งพับเพียบ  พร้อมกับสะอื้นออกมา  เธอเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหางตาเล็กน้อย


            “เล่นใหญ่เกินไปมั้งพี่ปิงเยว่  อีกอย่างถ้าพี่ไม่รีบปรับอารมณ์ล่ะก็มันจะเป็นปัญหาเอานะครับ” ไป่ฉีกล่าวเตือน


            บทต่อไปเป็นฉากที่พระเอกป่วย  แล้วนางเอกเดินทางมาดูแล  ฉากนี้ถือว่ายากสำหรับปิงเยว่  เพราะเธอต้องทำอาหารด้วยตัวเอง


            การแสดงเริ่มต้นขึ้นโดยปิงเยว่ที่แสดงเป็นนางเอกนั้นต้องลงไปที่ชั้น 1 เพื่อกดลิฟต์มายังชั้นที่ห้องของพระเอกอยู่  ตรงจุดนี้เธอโดนไปหลายเทคจนผู้กำกับหงุดหงิด  ต้องสั่งให้เธอมาถ่ายซ่อมทีหลัง  และให้ปิงเยว่มายืนอยู่หน้าห้องของพระเอก  เพื่อกดกริ่งหน้าห้อง


            “ปิงเยว่  ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ กับแค่การกระทำง่าย ๆ ทำไมถึงทำไม่ได้กัน  ดวงตาเธอมันไม่ได้แสดงถึงความประหม่าที่มาหาผู้ชายถึงที่บ้านเลย  ฉากนี้เป็นตอนที่นางเอกเริ่มมีใจให้กับพระเอกแล้ว  สายตานิ่งเป็นปลาตายแบบนั้นมันใช้ไม่ได้  โอ๊ย  ฉันจะทำยังไงกับเธอดีเนี่ย” ผู้กำกับเริ่มปรอทแตก  ตอนนี้เขาราวกับเป็นเพชรฆาตที่ลงดาบใส่ปิงเยว่อย่างไร้ความปราณี


            “ขอโทษค่ะ ฉันจะทำให้ดีขึ้นนะคะ” ปิงเยว่หน้าเสีย  ได้แต่ก้มหัวขอโทษ  ส่วนไป่ฉีที่มองเหตุการณ์อยู่ก็หันไปสะกิดเมิ่งชิงชิง


            “อะไรเหรอไป่ฉี” เมิ่งฟชิงชิงถาม


            “อินเนอร์ไม่มีแบบนี้  ถ้าไม่มีคนสร้างอารมณ์ให้เธอเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครล่ะก็  วันนี้ผมได้นอนที่นี่แน่” ไป่ฉีกล่าว


            “หะ ทั้งคืนเลยเหรอ” ชิงชิงทำหน้าแหยง ๆ


            “พี่ชิงชิง  ผมต้องจัดการเรื่องนี้ซะแล้ว  ผมไม่อยากอยู่กองถ่ายนานหรอกนะ มันเสียเวลาอ่ะ” ไป่ฉีทำหน้าเบื่อ ๆ  เขาเจอปิงเยว่ทำเสียเวลามามากพอแล้ว


            “นายมีวิธีเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “มี เดี๋ยวจะลากพี่ปิงเยว่ไปจัดการเรื่องอารมณ์ตัวละครในบทก่อน  พอได้อารมณ์แล้วแค่บอกให้พี่เขาประคองอารมณ์นั้นไว้” ไป่ฉีกล่าวจบก็เดินไปขออนุญาตผู้กำกับ  เพื่อลากปิงเยว่ไปยังห้องนอนทันที  โดยเขาบอกว่าเดี๋ยวจะช่วยปรับอารมณ์ให้


            “จะไหวไหมเนี่ย  มือใหม่ทั้งคู่เลย” ผู้จัดการของปิงเยว่ค่อนข้างวิตกกังวัล  เพราะวันนี้ปิงเยว่ทำไป่ฉีเสียเวลามากจริง ๆ ถึงหลังจากนี้ปิงเยว่จะไม่มีงานเพราะตัวเขาจัดให้ตารางว่างไว้แล้ว  แต่สำหรับไป่ฉี  เท่าที่เขารู้ไป่ฉียังคงเรียนและตามงานที่อาจารย์สั่งอยู่  การต้องมาอยู่ที่กองถ่ายและเสียเวลาถ่ายซ่อมเยอะ ๆ  ถ้าเป็นเขาคงโกรธมากที่ทำเขาเสียเวลาแบบนี้


            “พวกทีมงานดูเหมือนจะเริ่มหงุดหงิดกันแล้วด้วยนะคะ  การถ่ายทำไม่คืบหน้าเลย  ขนาดคุณเฉินเฟิงที่ทำท่าร่าเริงตอนแรก ตอนนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเหมือนกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            ภายในห้องนอน

            “น้องไป่ฉีพาพี่มาปรับอารมณ์ที่นี่เหรอ” ปิงเยว่ถาม


            “ใช่ครับ  เริ่มจาก….” ไป่ฉีไม่ได้บอกกล่าวอะไร  เขาทำการรวบปิงเยว่เข้ามากอดแนบชิดกับเขา


            “อ๊ะ น้องไป่ฉีทำอะไรน่ะ” ปิงเยว่ดูตกใจไม่น้อย เธอถามไป่ฉีถึงวัตถุประสงค์ที่ดึงเธอมากอดแบบนี้


            “พี่เงยหน้ามองที่ดวงตาของผมนะ” ไป่ฉีกล่าว  ปิงเยว่เงยหน้าขึ้นตามที่ไป่ฉีบอก  สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่ไป่ฉีที่เธอรู้จัก  บุคลิกเย็นชาที่แสดงออกมาทางดวงตานั้น  เธอเคยเห็นมาก่อน  ใช่แล้วตอนงานแถลงเปิดกล้องละคร


            “ที่เธอมาดูแลฉัน  เพราะเธอต้องการให้ฉันรักเธอจนยอมบอกข้อมูลทุกอย่างของบริษัทให้กับเธอใช่ไหม” เสียงไป่ฉีแสดงออกถึงความเจ็บปวดและน้อยใจ


            ส่วนปิงเยว่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง  เธอรู้สึกสงสารชายหนุ่มตรงหน้านี้ขึ้นมา  ทำไมกันล่ะ  ตามบทฉันเล่นเป็นนางเอกที่เป็นคนรักของตัวร้ายมาก่อน  ทำไมถึงเห็นใจเขาได้ล่ะ


            เมื่อเห็นปิงเยว่มีท่าทางสับสน ไป่ฉีจึงได้เริ่มกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น  พร้อมกับเอาหน้าซบลงบนบ่าของปิงเยว่  จากนั้นปิงเยว่ก็รู้สึกถึงน้ำอุ่น ๆ ที่ไหลลงมาเปียกเสื้อผ้าที่บ่าของเธอ


            “คุณทำให้ผมเจ็บปวด  คุณทำให้ผมรัก  คุณทำให้ชีวิตผมมีความสุข  แต่ในขณะเดียวกัน  คุณก็ทำให้ผมต้องทุกข์ทรมาน  ใจของคุณทำด้วยอะไร” ไป่ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หลากหลายอารมณ์  สุดท้ายปิงเยว่ก็เหมือนจะเห็นบทของนางเอกลอยเข้ามาในหัวของเธอ


            “ฉันขอโทษ” นั่นเป็นคำเดียวในบทที่นางเอกพูดออกมา  เธอสวมกอดตอบชายหนุ่มตรงหน้า  มือของเธอกำเสื้อข้างหลังของเขาเอาไว้แน่น  ใบหน้าซุกลงกับอกแกร่งของชายหนุ่ม  สุดท้ายเธอก็เริ่มร้องไห้ออกมา


            ข้างนอกทุกคนต่างมองไปยังประตูห้องนอน  ไม่นานประตูถูกเปิดออก  ปิงเยว่เดินออกมา  เห็นได้ชัดว่าเธอผ่านการร้องไห้มา ช่างแต่งหน้ารีบเข้าไปเติมเครื่องสำอางค์ให้ทันที


            “ผมว่าเธอพร้อมสำหรับฉากนี้แล้วครับผู้กำกับ” ไป่ฉีเดินตามออกมาจากห้องนอน


            “ฉันจะลองเชื่อเธอดู” ผู้กำกับกล่าว  จากนั้นเขาให้ทีมงานพาปิงเยว่ลงไปข้างล่างเพื่อถ่ายฉากขึ้นลิฟต์อีกครั้ง


            ครั้งนี้ปิงเยว่สามารถผ่านแต่ละฉากมาได้จนถึงฉากที่ต้องกดกริ่งหน้าประตูห้องของพระเอก  ปิงเยว่ครั้งนี้ไม่ได้ยื่นมือกดกริ่งแบบทื่อ ๆ แต่ครั้งนี้เธอทำท่าลังเลว่าจะกดไม่กด  จนสุดท้ายเธอสะบัดหัวไปมา ก่อนจะหลับตากดลงไปที่กริ่งหน้าประตูห้อง  แต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบ


            “ทำไงดี  เขาตายแล้วรึเปล่า  เราควรแจ้งกู้ภัย  ไม่ ๆ ตำรวจ  หรือว่า......” ขณะที่เธอกำลังสติแตก (การแสดงนะจ๊า) ประตูห้องก็ถูกเปิดออก  เผยให้เห็นชายหนุ่มร่างสูงยืนเอาแขนพิงประตู  เขาใส่ชุดนอนมีปก  ผ้าเนื้อบาง  ไม่ติดกระดุมซักเม็ด  ตามตัวและใบหน้ามีแต่เหงื่อ  สีหน้าดูอิดโรยมาก


            “ทำไมสภาพเป็นแบบนั้นล่ะ  นี่คุณไม่สบายหนักขนาดนี้  ทำไมไม่ไปหาหมอล่ะ” ปิงเยว่ถาม


            “ไม่  ฉันไม่เป็นอะไร  แล้วเธอล่ะมาทำไม” ไป่ฉีถาม


            “เอ่อ คือได้ยินว่าคุณอยู่คนเดียว  เลยคิดว่าจะมีคนหาอะไรให้ทานรึยังก็เลยมา  เผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้างน่ะค่ะ” ปิงเยว่กล่าว  หลังจากนั้นเธอก็ถูกไป่ฉีดึงเข้าห้องแล้วปิดประตูทันที


            “ว๊าย ทำอะไรน่ะ  เบามือกับผู้หญิงหน่อยได้ไหม” ปิงเยว่ที่ถูกเหวี่ยงลงที่โซฟาหันมาดุไป่ฉี  แต่สิ่งที่เธอเห็นคือเขายืนโงนเงน ก่อนจะล้มลง  ทำให้เธอต้องค่อย ๆ พยุงเขาให้ลุกขึ้น


            “เธอจะมาช่วยฉันทำไม  ในเมื่อพวกเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกจ้างเท่านั้น” ไป่ฉีถาม


            “คุณกับฉันสนิทกันจนเล่นหัวกันได้ขนาดนี้  คุณยังคิดแบบนั้นเหรอ  ที่ฉันมา  ฉันมาในฐานะเพื่อนต่างหาก  ไม่ใช่ในฐานะลูกจ้าง” ปิงเยว่กล่าว  ก่อนจะประคองไป่ฉีไปที่ห้องนอน


            ตอนนี้ทีมงานกำลังมองไปที่ผู้กำกับว่าจะสั่งคัทรึยัง  ถึงพวกเขาจะเตรียมกล้องไว้ในห้องนอนแล้วก็ตาม  แต่กลับยังไม่มีคำสั่งคัทออกมาจากปากของผู้กำกับ  พวกเขาเห็นผู้กำกับดูจอที่มาจากกล้องในห้องนอน  พร้อมกับเปลี่ยนหูฟังเป็นหูฟังที่เชื่อมกับไมค์ที่อยู่ในห้อง


            ภายในห้อง

            ปิงเยว่ประคองไป่ฉีมาที่เตียง  ก่อนจะถอดเสื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อออก  จากนั้นเธอก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้า  หยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดผม  กับเสื้อนอนอีกตัวนึงออกมา


            เธอนำเสื้อวางไว้ที่เตียงกับผ้าขนหนู  แล้วเดินออกไปนอกห้อง  ก่อนจะกลับมาพร้อมกับกะละมังขนาดเล็ก  เธอนำผ้าขนหนูมาชุบน้ำแล้วเช็ดไปตามตัวของไป่ฉีที่ตอนนี้หายใจหอบอยู่  ทำให้เธอเขินอายมาก  ขนาดแฟนของเธอที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับชายตรงหน้าเธอ  เธอยังไม่เคยได้เห็นตอนเขาถอดเสื้อผ้าแม้แต่น้อย  ไม่แม้แต่จะได้ใกล้ชิดแบบนี้


            เมื่อเช็ดตัวเสร็จแล้ว  ปิงเย่วก็วางกะละมังลง  พร้อมกับใส่เสื้อให้กับไป่ฉี  ก่อนจะให้เขานอนลง  และเธอก็หยิบกะละมังเดินออกไปข้างนอก  แต่ก็ถูกไป่ฉีรั้งเอาไว้  เธอจึงหันกลับมามอง และสิ่งที่เธอเห็นคือสายตาที่อ่อนโยนกำลังจ้องมองเธออยู่


            “ขอบคุณนะ” ไป่ฉีกล่าวออกมา  ก่อนจะปล่อยมือที่รั้งปิงเยว่เอาไว้  ส่วนปิงเยว่ก็รีบวิ่งออกมานอกห้องนอน  ก่อนจะปิดประตูอย่างเบามือ  เธอวางกะละมังลง พร้อมกับเอาสองมือสัมผัสที่แก้มของเธอ  มันร้อน  นี่เธอเขินอายให้กับชายหนุ่มที่เป็นศัตรูกับแฟนของเธองั้นเหรอ


            "คัท!" เสียงของผู้กำกับดังขึ้น  ทีมงานทุกคนต่างก็ปรบมือ


            ปิงเยว่ที่ได้ยินเสียง [คัท] จากผู้กำกับก็ได้สติขึ้นมาทันที  และกำลังยืนงงอยู่ว่าตัวเองมาพิงประตูอยู่ได้ยังไง  แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติดี ประตูข้างหลังเธอก็ถูกเปิดออก  ทำให้เธอหงายท้องล้มลง  แต่ไป่ฉีก็คว้าเอวเธอเอาไว้ได้


            “คิดว่าพี่ปิงเยว่จะเดินไปแล้วซะอีก เกือบเจ็บตัวแล้วไหมล่ะ” ไป่ฉีกล่าว


            “นี่พี่เป็นอะไรไปน่ะ” ปิงเยว่ดูสับสน  เธอทำอะไรไปเมื่อกี้  ตอนนี้หน้าของไป่ฉีอยู่ห่างจากเธอไม่ถึง 1 ฟุต  ยิ่งบวกกับท่าที่เธอกับไป่ฉีค้างเอาไว้มันดูล่อแหลมเกินไป


            “หึ หึ ไปหาผู้กำกับกันเถอะครับ  ไปดูผลงานเมื่อกี้กัน” ไป่ฉีกล่าว  พร้อมกับลากปิงเยว่ไปด้วย


            หลังจากที่ได้เห็นการแสดงของตัวเอง  ปิงเยว่จับที่หน้าของตัวเอง  มันเห่อร้อนด้วยความอาย  นี่เธอทำไปโดยไม่มีสติเหรอเนี่ย  จู่ ๆ เธอก็นึกถึงสิ่งที่หานชิงเคยเตือนเธอ  ก่อนจะพูดคำหนึ่งขึ้นมา


            “มาริโอเน็ต” คำนี้ทำให้ทุกคนหันมามองเธอพร้อมกัน

    _________________________

    จะหมดสต็อกแล้ว จะพยายามรีไรท์ให้เร็วที่สุดนะครับ ^^

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน