นอกจากนั้นแล้ว ไมคุบิก็ยังได้ใช้พลังเวทย์ชนิดต่างๆ ของในแต่ละธาตุทั้ง 7 ธาตุ เพื่อใช้ในการจัดการกับโทโมเอะและคิทสึเนบิที่พวกเธอทั้งสองนั้นได้ทำการรวมเข้าด้วยกันเป็นร่างเดียวด้วย แต่โทโมเอะก็สามารถรับการโจมตีด้วยพลังเวทย์ของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยสุดยอดกระบี่คันศรไดซันเมียว โนะ เคน จึงทำให้ลูกเล่นของพวกมันนั้น แทบจะไม่สามารถทำอะไรกับมิโกะหญิงสาวผู้นี้ได้เลย
โทโมเอะรีบลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้าสามหัวอสูรไมคุบิ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยสุดยอดกระบี่คันศรไดซันเมียว โนะ เคนที่อยู่บนกำมือเรียวงามข้างขวาของเธอ
พร้อมกับควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบทั้งสองเล่มให้มาลอยอยู่ตรงบริเวณแขนปีศาจจิ้งจอกเรียวยาวที่ข้างซ้ายของเธอทั้งสองด้าน โดยที่ส่วนกระบังของดาบทั้งสองเล่มนั้นจะลอยอยู่ตรงบริเวณข้อมือบนแขนปีศาจจิ้งจอก และหันด้านคมของดาบทั้งสองเล่มให้เข้าหาด้านใน เพื่อที่จะฟันใส่เจ้าสามหัวอสูรไมคุบิ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าในลักษณะของดาบคู่
หลังจากที่ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้าสามหัวอสูรไมคุบิ-อายาคาชิมาได้สักระยะ โทโมเอะก็รีบทำการปิดฉากด้วยการยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลำแสงสีม่วงที่มีขนาดกลาง และมีอานุภาพในการทำลายล้างที่สูง เพื่อจัดการกับเจ้าสามหัวอสูรไมคุบิ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความที่ร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์นั้นเต็มไปด้วยพลังที่เปี่ยมล้นมากมาย จึงทำให้การจัดการกับเจ้าสามหัวอสูรไมคุบิ-อายาคาชิในครั้งนี้เป็นไปอย่างง่ายดาย
จนท้ายที่สุด เจ้าสามหัวอสูรไมคุบิ-อายาคาชินั้นก็ได้ค่อยๆ ดับสลายหายไปจนหมดสิ้น ก่อนที่จะมีแสงวาบออกมา แล้วเผยให้เห็นร่างเนรมิตของสามนักรบแห่งยุคเซ็นโกคุที่ได้มาอยู่ตรงหน้าเธอ ซึ่งได้แก่ อินาบะ อิเท็ตสึ, อันโด มิชิทาริ และอุจิอิเอะ โบคุเซ็น
“พวกข้าขอขอบใจเจ้ามากที่ช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณของพวกข้าให้เป็นอิสระอีกครั้ง”
ร่างเนรมิตของอิเท็ตสึกล่าวขอบคุณกับโทโมเอะที่อยู่ตรงหน้า
“ในที่สุด พวกข้าทั้งสามก็รอดพ้นไปจากความทุกข์ทรมานอันแสนจะยาวนานนี้เสียที”
ร่างเนรมิตของมิชิทาริพลางถอนหายใจด้วยความสบายใจ
“ข้าขอไหว้วานให้เจ้า...ช่วยนำของเหล่านี้ไปมอบให้กับท่านองเมียวจิฮิเมะผู้นั้นที”
ร่างเนรมิตของโบคุเซ็นได้มอบชิ้นส่วนจากอายาคาชิให้กับโทโมเอะเป็นผลึกมนตราหกเหลี่ยมที่เป็นตัวเชื่อมเข้ากับหัวอสูรทั้งสามหัวของไมคุบิ-อายาคาชิ ซึ่งภายในผลึกมนตราหกเหลี่ยมนั้นจะประกอบไปด้วยมณีมนตราสีแดงทับทิมที่อยู่บนหน้าผากของหัวอสูรโซเก็นบิ-อายาคาชิ มณีมนตราสีน้ำเงินไพลินที่อยู่บนหน้าผากของหัวอสูรโอคุบิ-อายาคาชิ และมณีมนตราสีเหลืองบุษราคัมที่อยู่บนหน้าผากของหัวอสูรสึรุเบะโอโทชิ-อายาคาชิ
หลังจากที่โทโมเอะได้รับชิ้นส่วนอายาคาชิที่เป็นผลึกมนตราหกเหลี่ยมมาจากอีกฝ่ายมาแล้ว ร่างเนรมิตของสามนัก รบแห่งยุคเซ็นโกคุในตอนนี้ก็ได้ค่อยๆ เลือนหายไปจากตรงหน้าเธอโดยทันที โทโมเอะจึงรีบมุ่งหน้าไปยังภูเขาโอเกฮาซามะ เพื่อที่จะช่วยสมทบกับพวกยูกินะทันที
ส่วนทางด้านเหล่าขุนพลทั้ง 5 นั้น หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เข้าต่อสู้กันมาได้สักระยะ เหล่าขุนพลทั้ง 5 ที่มาจากฝ่ายมิทสึนารินั้นก็ได้เสียท่า และพ่ายแพ้ให้กับเหล่าขุนพลทั้ง 5 ที่มาจากฝ่ายโทกุกาว่าไปในทันที
“ฝีมือก็ไม่เบาเลยนี่ มาซามุเนะ แต่ว่าในครั้งนี้...ข้าก็แค่ออมมือให้พวกเจ้าก็เท่านั้น ข้าขอบอกไว้ก่อนนะว่า ในมหาศึกครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงนี้ พวกข้าจะไม่มีวันปราณีพวกเจ้าแน่ พวกเรา...ถอย”
หลังจากที่ยูคิมูระกล่าวจนจบ เหล่าขุนพลทั้ง 5 ที่มาจากฝ่ายมิทสึนารินั้นก็ได้รีบพากันถอยออกมาจากพื้นที่ในบริเวณตรงนั้นโดยทันที ส่วนทางด้านขุนพลทั้ง 5 ของฝ่ายโทกุกาว่านั้นก็ได้รีบพากันออกไปจากพื้นที่บริเวณตรงนั้นด้วยเช่นกัน
ส่วนทางด้านยูกินะนั้นก็ยังคงเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ภายในร่างโกเล็มหินยักษ์ของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิ
ซึ่งประกอบไปด้วยอสูรอุ้งมือปีศาจอาคาเทโกะ-อายาคาชิ อสูรเท้าปีศาจอาชิอาไร ยาชิกิ-อายาคาชิ อสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิ อสูรผนังดวงตาโมคุโมคุเร็น-อายาคาชิ อสูรก้อนเนื้อปีศาจนุปเปปโปะ-อายาคาชิ และอสูรหัวม้าปีศาจมีเขาที่มีนามว่าซาการิ-อายาคาชิ
ด้วยความที่ยูกินะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรอายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าทีเดียวถึง 6 ตนด้วยกัน จึงทำให้ตัวเธอในตอนนี้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีสภาพที่สะบักสะบอมแทบจะทั่วร่างงาม ใบหน้างามของเธอในตอนนี้นิ่วด้วยความรู้สึกเคร่งเครียดอย่างสุดๆ พร้อมกับขมวดคิ้วบางเข้าหากันเพียงเล็กน้อย เพราะเหล่าอสูรอายาคาชิในแต่ละตนที่อยู่ตรงหน้านั้นมันช่างร้ายกาจเสียเหลือเกิน เธอพลางกัดฟันแน่นอยู่ภายในปากคู่งาม
และในทันใดนั้น โอคัทสึกับอินะฮิเมะก็ได้มาถึงพอดี อินะฮิเมะรีบทำการชักกระบี่ทอนโบกิริออกมา ก่อนที่เธอนั้นจะรีบทำการเสกพลังธาตุลมลงบนคมดาบ แล้วเขวี้ยงใส่เหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ตรงหน้าทันที กระบี่ทอนโบกิรินั้นได้ลอยพุ่งเข้าไปเฉือนใส่พวกมันด้วยความเร็วสูง ก่อนที่กระบี่เล่มนั้นจะลอยวกกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของ อินะฮิเมะสามารถคว้ากระบี่เล่มนั้นไว้ได้อย่างชำนาญ
อินะฮิเมะรีบกระโดดลงจากหลังของภูติพิทักษ์หงส์ไฟมัจจุราชที่กำลังบินอยู่บนกลางอากาศ แล้วใช้กระบี่พุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้าอสูรหัวม้าซาการิ-อายาคาชิด้วยความรวดเร็วอย่างฉับไว ก่อนที่เธอนั้นจะรีบดิ่งลงไปฟันใส่เจ้าอสูรก้อนเนื้อปีศาจนุปเปปโป-อายาคาชิที่ยืนอยู่บนพื้นเข้าอย่างจัง
ส่วนทางด้านโอคัทสึก็รีบกระโดดลงจากหลังของหงส์ไฟ พลางเขวี้ยงดาวกระจายกับมีดคุไนใส่เหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับใช้วิชานินจาในการทำให้ดาวกระจายกับมีดคุไนที่ได้เขวี้ยงไปนั้นเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นในทันทีที่ดาวกระจายกับมีดคุไนเหล่านั้นไปปักเข้าไปตามร่างของพวกมัน จากนั้น ยูกินะ โอคัทสึ และอินะฮิเมะ จึงได้เข้าเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ตรงหน้าในทันที
ยูกินะรีบทำการร่ายเวทย์ชนิดต่างๆ เพื่อใช้ในการโจมตีใส่พวกอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ตรงหน้า ในระหว่างนั้น เธอก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกมันด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธชนิดต่างๆ กันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาว พร้อมกับร่ายพลังเวทย์ธาตุต่างๆ ทั้ง 7 ธาตุลงบนคมดาบ เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย
ทางด้านโอคัทสึก็รีบใช้กระบี่ทอนโบกิริพุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนอาวุธกันไปมาระหว่างกระบี่ หอกยาริ และเคียวยมทูตชนิดตรง พร้อมกับมีการเสกพลังธาตุทั้ง 7 ลงบนคมกระบี่ เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย