"พี่ใหญ่ ซิ่วเหนียง..." ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไร กู้ิเยว่ในชุดหูฝูกุ๊นขอบสีเหลืองอ่อนงดงามราวกับดอกอิงชุน และกู้ิอวี้ในชุดหูฝูสีฟ้าอมเขียวปักลายเรียบ ๆ ที่มีสีหน้าเบิกบาน ได้เดินมาทางนี้แล้ว
กู้ิเยว่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน ทำความเคารพกู้ิจูอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ก่อนจะเอ่ยยิ้ม ๆ "พี่ใหญ่มาั้แ่เมื่อไรหรือเ้าคะ เมื่อครู่ข้ากับอวี้เหนียงมาถึงยังไม่เห็นพี่ใหญ่เลย"
กัวอวี้ซิ่วมองกู้ิเยว่และกู้ิอวี้ ก่อนจะเลิกคิ้ว "พวกเ้าก็มาแล้วหรือ"
กู้ิอวี้เหลือบไปเห็นเสื้อผ้าของกู้ิจู ก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ "หรือว่าพี่ใหญ่ไม่รู้ว่าวันนี้มีการแข่งขันตีคลี ถึงได้ใส่ชุดกระโปรงแบบนี้มา ประเดี๋ยวจะลงสนามไปแข่งขันได้อย่างไร"
กู้ิเยว่ก็เห็นเช่นกันและใไม่น้อย ทว่าก็รีบยิ้มอย่างอ่อนโยน "พี่ใหญ่เพิ่งจะเรียนขี่ม้าได้ไม่นาน อย่าลงสนามเลยจะดีกว่า นั่งดูอยู่ตรงนี้ก็พอแล้วเ้าค่ะ"
ซิ่วเหนียงปรายตามองคุณหนูที่เดินตามหลังมา คุณหนูคนหนึ่งจึงก้าวออกมายิ้มให้กู้ิอวี้
"อวี้เหนียง ดูเหมือนว่าจวนของพวกเ้าจะไม่มีใครลงสนามได้เลยนะ ก่อนหน้านี้คุณหนูใหญ่ยังคุยโวว่าจะมาประลองฝีมือกับพวกเรา ตอนนี้กลับไม่กล้าแม้แต่จะลงสนาม"
คนพูดคือคุณหนูเจ็ดแห่งจวนหลูอวี้ซื่อ หลูเจียวเหนียง นางมักจะสนิทสนมกับกัวอวี้ซิ่ว และคอยทำตัวเป็ลูกคู่สนับสนุนคำพูดและการกระทำของกัวอวี้ซิ่วอยู่เสมอ
กู้ิจูเงยหน้าขึ้นพิจารณานางอย่างละเอียดแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงไปอีกครั้ง
กู้ิอวี้มีนิสัยซื่อตรง จะทนฟังคำพูดค่อนขอดเช่นนี้ได้อย่างไร จึงเบิกตากว้างทันที
"ใครบอกว่าไม่กล้าลงสนาม ข้าจะลงไปแข่งกับพวกเ้าเอง ข้าไม่เหมือนพี่ใหญ่ที่ขี่ม้าไม่เป็หรอกนะ วันนี้ข้าจะลงไปแข่งกับพวกเ้าให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย!"
พูดจบก็ก้าวฉับ ๆ ลงจากอัฒจันทร์ เรียกสาวใช้ที่ติดตามมาให้ไปหยิบไม้ตีคลี หมายจะลงแข่งกับกัวอวี้ซิ่วและพวกให้ได้
กู้ิเยว่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็ห่วง นางรู้ดีว่ากัวอวี้ซิ่วและคนอื่น ๆ ล้วนเป็ยอดฝีมือในการตีคลี ฝีมือการขี่ม้านั้นยอดเยี่ยมจนคุณหนูทั่วไปเทียบไม่ติด
อีกทั้งสกุลกัวกับสกุลกู้ก็ยังเป็ปฏิปักษ์กันอยู่เงียบ ๆ หากกู้ิอวี้ที่มีนิสัยบุ่มบ่ามลงสนามไป ก็ยากจะรับประกันว่าจะไม่เกิดเื่ขึ้น นางจึงอยากจะลุกขึ้นไปรั้งกู้ิอวี้ไว้
ทว่ากัวอวี้ซิ่วกลับยิ้มแย้มโบกมือ "เยว่เหนียง พี่ใหญ่ของเ้าไม่ยอมลงสนาม หรือว่าเ้าจะรั้งแม้กระทั่งอวี้เหนียงไว้ด้วย"
"ที่ข้าเชิญพวกเ้ามาก็เพื่อให้มาแข่งขันตีคลี ไม่ใช่ให้มานั่งดูเฉย ๆ นะ" นางพูดพลางปรายตามองไปทางกู้ิจูที่นั่งอยู่ด้านข้าง
ทว่าสิ่งที่ทำให้นางผิดหวังคือ เมื่อกู้ิจูผู้เย่อหยิ่งและไม่ยอมเสียเปรียบใครได้ยินคำพูดเ่าั้ กลับไม่มีท่าทีโกรธเคือง และไม่มีความคิดที่จะลงสนามไปแข่งขันเลย
นางยังคงนั่งนิ่งอยู่บนที่นั่งราวกับทุกอย่างไม่เกี่ยวกับตน มองดูพวกนางคุยกันด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
กัวอวี้ซิ่วหน้าตึงขึ้นมาทันที คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
นางพาคุณหนูเ่าั้หันหลังกลับไปทางห้องพักด้วยท่าทีเยาะเย้ย ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งว่า "คุยโวโอ้อวดไว้เสียดิบดี สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตัวเอง" แล้วกลุ่มคนก็เดินหัวเราะเยาะกู้ิจูจากไป
กู้ิเยว่มองกู้ิจูด้วยความกังวลใจ หากเป็นิสัยเดิมของพี่ใหญ่ ป่านนี้คงอาละวาดโดยไม่สนอะไร แล้วขอลงสนามไปทะเลาะกับพวกซิ่วเหนียงแล้ว
ทว่าตอนนี้กู้ิจูกลับนั่งอยู่บนเบาะด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ได้ใส่ใจคำค่อนขอดของกัวอวี้ซิ่วเลยแม้แต่น้อย ร่างกายไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
ซึ่งนั่นทำให้กู้ิเยว่ใมาก กู้ิจูเปลี่ยนนิสัยไปั้แ่เมื่อไรกัน
นางก้มหน้าลง มองเล็บที่ถูกย้อมสีของตัวเองอย่างเหม่อลอย ในใจรู้สึกว้าวุ่น กังวลเกี่ยวกับกู้ิอวี้
ไม่นานนัก เสียงฆ้องดังขึ้นที่ริมสนาม คุณหนูในห้องพักทั้งสองฝั่งต่างก็เดินออกมาโดยถือไม้ตีคลีไว้ในมือ
บ่าวไพร่จูงม้าที่เตรียมไว้ออกมา ม้าเหล่านี้ล้วนเป็ม้าพันธุ์ดีที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี รูปร่างกำยำและมีนิสัยอ่อนโยน จึงกล้าให้คุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงที่บอบบางเหล่านี้ขี่แข่งขัน
คุณหนูแต่ละคนดูสง่างามและห้าวหาญ พลิกตัวขึ้นม้าอย่างชำนาญ กวัดแกว่งไม้ตีคลีไล่ตามลูกบอลหลากสี แย่งชิงกันอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเป็สตรี แต่ก็มีท่าทีไม่แพ้บุรุษ
ในหมู่ผู้เข้าแข่งขัน กัวอวี้ซิ่วดูโดดเด่นที่สุด นางสวมชุดสีแดง มีผ้าผูกแขนสีแดงสด ดูร้อนแรงและมีชีวิตชีวาราวกับลูกไฟ
นางควบม้าไล่ตามลูกบอลหลากสี นำหน้าคนอื่น ๆ อยู่เสมอ และสามารถแย่งลูกบอลจากมือคู่แข่งได้หลายครั้งโดยไม่ยอมอ่อนข้อให้เลย
กู้ิอวี้ที่ผูกผ้าสีฟ้าไว้ที่แขน พร้อมกับคุณหนูใหญ่หวัง หวังหยวนเหนียงแห่งจวนเสนาบดีกรมพิธีการ และคนอื่น ๆ กำลังขัดขวางกัวอวี้ซิ่วและพวกนาง หวังจะแย่งลูกบอลมาให้ได้
เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ดุดัน นางก็ไม่ยอมล่าถอยเลยแม้แต่น้อย
คุณหนูที่กำลังคุยและหัวเราะกันอยู่บนอัฒจันทร์ต่างก็จ้องมองการแข่งขันอย่างตั้งใจ ต่างพากันส่งเสียงเชียร์
ทุกคนชมเชยฝีมือการตีคลีและการขี่ม้าของกัวอวี้ซิ่ว กลับไม่มีใครหันไปมองกู้ิจูอีกเลย
แม้แต่กู้ิเยว่เองก็ลืมเื่กังวลใจไปชั่วขณะ และจดจ่ออยู่กับการแข่งขันที่ดุเดือดในสนาม
คนเดียวในลานที่ไม่ได้มองการแข่งขันในสนามเลยแม้แต่น้อยคือกู้ิจู นางก้มหน้าลง มือบีบถุงหอมใบนั้นไว้แน่น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ในขณะนั้นเอง มีคนก้าวเข้ามาที่ริมสนามอย่างรวดเร็ว เป็ขันทีรับใช้หลายคน พวกเขากำลังวุ่นวายกับการยกเบาะรองนั่งขนสัตว์สีเหลืองทองปักลายัขด กระถางธูปสามขาสีทองเหลือง หมอนอิงใบใหญ่ และสิ่งของต่าง ๆ นำไปวางไว้ที่นั่งสองที่ตรงกลางสุดของอัฒจันทร์อย่างเร่งรีบ
หลังจากจัดเตรียมที่นั่งให้เรียบร้อย ก็ยกโต๊ะเล็กสองตัวมาวางไว้ตรงหน้า วางผลไม้หลากชนิดลงไป ก่อนจะถอยไปอยู่ด้านข้าง
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสวมชุดคลุมคอกลมสีขาวเงินปักลายงูหลามสีทองคำแดง เดินก้าวยาว ๆ เข้ามาในสนาม
เขาชำเลืองมองการแข่งขันตีคลีในสนาม ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มบาง ๆ จากนั้นเดินไปนั่งประจำที่ ก่อนจะยิ้มโดยไม่พูดอะไร
ด้านหลังของเขาคือชายหนุ่มร่างกำยำแข็งแรงในชุดคลุมคอกลมสีม่วงแดงลายเมฆน้ำทะเล เดินตามมานั่งลงข้าง ๆ
เขามองไปที่คุณหนูหลายท่านบนอัฒจันทร์ที่กำลังมีสีหน้าประหลาดใจระคนดีใจ แล้วพูดขึ้นมาอย่างไม่เป็ธรรมชาติว่า "เอ้อร์หลาง เ้ามันใจจืดใจดำจริง ๆ มีคุณหนูอยู่ที่นี่ตั้งเยอะแยะ ทำไมเ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้"
ทว่าชายหนุ่มรูปงามกลับมองดูการแข่งขันในสนาม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้น "กัวต้าหลางมักจะพูดเสมอว่าคุณหนูในจวนของเขาถนัดการตีคลี ไม่แพ้บุรุษ ข้าก็เลยเกิดความสงสัยอยากจะมาดู"
"พวกเราก็แค่มาดูการแข่งขันตีคลี คนอื่น ๆ ไม่เกี่ยวหรอก" พูดจบเขาก็เอนตัวพิงพนักอย่างสบายใจ เริ่มดูการแข่งขัน
เพียงแต่เขาไม่ทันสังเกตเห็นว่า ในบรรดาคุณหนูที่กำลังตื่นเต้นดีใจเ่าั้ มีคนผู้หนึ่งกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาเ็าและลึกล้ำ สายตานั้นเต็มไปด้วยความมืดมนและความเด็ดเดี่ยว แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต
ครั้งนี้ สิ่งที่ติดค้างข้าไว้ ต้องชดใช้คืนมาให้หมด!
กู้ิจูค่อย ๆ ยืดตัวตรง ละสายตากลับมา เผยให้เห็นรอยยิ้มบาง ๆ
.
.
.