ตอนที่ 109 ย่อสูตรเวทมนตร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“เอาน่า ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องรู้” เมอร์ลินหรี่ดวงตาแคบลง
เคลบี้รู้สึกขนลุกขึ้นมาครั้งหนึ่ง เขาเองก็ไม่ได้เบาปัญญา แม้ไม่เก่งในด้านวิชาการ แต่ในด้านอื่นๆ ก็นับว่าดี จึงรู้ว่าทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตนเอง แม้แต่ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่มี
โลกที่กว้างใหญ่นี้มีสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์และพลังสายเลือด
หลังจากที่เมอร์ลินบอกว่าตนเองมาจากตระกูลพริสตัน เคลบี้ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องนี้ไป
เขาได้หาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลพริสตัน แล้วก็พบว่าตระกูลนี้ยิ่งใหญ่ไม่น้อย อีกทั้งมีความโดดเด่นในด้านวิชาการ ทั้งนี้พวกเขายังได้สร้างมหาวิทยาลัยของตนเองเช่นเดียวกัน
มหาวิทยาลัยพริสตันเป็นถึงหนึ่งในสามยอดมงกุฎด้านรูนศาสตร์ของฮันเดดลีก เรื่องนี้ก็ทำให้เคลบี้ตกตะลึงไม่น้อย
เขาไม่คิดเลยว่าคนจากตระกูลที่สูงส่งเช่นนั้นจะมาเรียนที่นี่ได้ แต่เมื่อได้ฟังเรื่องที่พวกเขาพูดคุยก่อนหน้านี้เรื่องสถานการณ์ในครอบครัว เขาก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง
นั่นจึงทำให้เคลบี้คิดว่าความสามารถนี้อาจจะมาจากสายเลือดของพริสตันก็เป็นได้
‘พลังสายเลือดของพวกพริสตันจะโกงเกินไปไหม ... มิน่าล่ะพวกเขาถึงได้โดดเด่นในด้านรูนศาสตร์ขนาดนี้’ เคลบี้อดที่จะคิดในใจไม่ได้
แล้วตอนนั้นเองเมอร์ลินก็นำกระดาษกับปากกาออกมาแล้วจดลงไปอย่างรวดเร็ว
เคลบี้มองภาพนี้อย่างอึ้งๆ เพราะสิ่งที่เมอร์ลินเขียนออกมานั้นเป็นสูตรรูนศาสตร์ที่ทำให้เขาต้องตาลาย
สูตรรูนศาสตร์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาจากแบบจำลองคาถาเวทสายลมตัดเฉือน
ความเร็วในการเขียนนี้ทำให้เคลบี้ตกตะลึงยิ่ง ไม่ต้องเอ่ยว่าอักขระรูนที่เมอร์ลินเขียนออกมานั้นดูสวยงามและยังถูกเขียนออกมาด้วยความเร็ว มันไม่เหมือนการจดอย่างรวดเร็วแต่เหมือนการเขียนโดยบรรจงมากกว่า
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย
ทันทีที่เมอร์ลินเขียนเสร็จ เขาก็วงกลมบางส่วนของสูตรแล้วขีดเส้นโยงไปมา
ยิ่งเคลบี้เห็นมัน เขาก็ยิ่งมึนงงมากยิ่งขึ้น
เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าเมอร์ลินกำลังทำอะไร
หลังจากที่เมอร์ลินขีดเส้นโยงทุกอย่างแล้ว เขาก็เขียนสูตรรูนศาสตร์ออกมาอีกสูตรหนึ่ง
ซึ่งทำให้เคลบี้อดที่จะเอ่ยถามออกมาไม่ได้
“นี่นายกำลังทำอะไรอยู่ รูนศาสตร์เหล่านี้สามารถช่วยฉันได้ยังไง?”
“นายไม่เคยได้ยินหรือยังไงกันว่ารูนศาสตร์นั้นเป็นภาษาของเวทมนตร์ ฉันกำลังหาข้อสรุปสาเหตุที่นายไม่เข้าใจ” เมอร์ลินเอ่ยตอบทั้งๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ
“นายหมายความว่า ...”
ยังไม่ทันทีที่เคลบี้จะได้เอ่ยจบ เมอร์ลินก็เอ่ยแทรก
“หยุด! ฉันต้องการสมาธิ”
เคลบี้ปิดปากของตนเองลงทันใด เขาทำมือเหมือนกำลังรูดซิบปาก แล้วนั่งรออยู่อย่างเงียบๆ
ไม่นานเมอร์ลินก็เขียนสูตรรูนศาสตร์ล่าสุดเสร็จ
เขาวางกระดาษที่มีสูตรรูนศาสตร์นั้นลงตรงหน้าเคลบี้
“นี่คือการโคจรพลังเวทของคาถาเวทสายลมตัดเฉือนบทนี้” เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
เคลบี้มองสูตรรูนศาสตร์ตรงหน้าอย่างมึนงง ท่าทางของเขาทำให้เมอร์ลินต้องถอนหายใจออกมา
“ฉันลืมไปว่าวิชารูนศาสตร์ของนายแย่มาก” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่าย
เคลบี้กำลังจะอ้าปากโต้เถียงแต่ก็ต้องงับปากลง เขาเม้มริมฝีปากอย่างไม่สามารถโต้เถียงได้ เพราะเขาไม่เข้าใจรูนศาสตร์จริงๆ
แม้หลายวันมานี้ระดับวิชารูนศาสตร์ของเขาจะดีขึ้นมาบ้างจากการติวของเมอร์ลิน
แต่สูตรรูนศาสตร์ตรงหน้านี้มีความยากเกินไป
แน่นอนว่ามันต้องยากเพราะมันเป็นสูตรรูนศาสตร์ของเวทระดับสาม
“เอาล่ะ ฉันจะเขียนสูตรคาถาเวทแบบง่ายๆ ให้นายดู”
ว่าแล้วเมอร์ลินก็จับปากกาแล้วเขียนสูตรเวทที่ทำความเข้าใจได้ง่ายอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นสูตรเวทที่ผู้คนนำไปจารึกคาถาเวทจริงๆ
แน่นอนว่าเมอร์ลินไม่รู้สูตรเวทของคาถาเวทสายลมตัดเฉือนมาก่อน แต่เขาถอดมันมาจากอาร์ติแฟคของคทาเวท
หากเมอร์ลินจริงจังกับเรื่องเวทมนตร์เขาคงจะออกค้นหาอาร์ติแฟคแล้วคัดลอกสูตรเวทเหล่านี้มาเป็นของตนเองแล้ว น่าเสียดายที่เขาสนใจเรื่องวิชาการมากกว่าจึงไม่มีความคิดที่จะทำเช่นนั้น
“อย่างนี้นี่เอง มันเป็นสูตรเวทนี้” ดวงตาของเคลบี้เป็นประกายขึ้นมาเมื่อเห็นสูตรเวทที่เมอร์ลินเขียนขึ้นมา
“ถ้าเป็นสูตรเวทนี้ฉันต้องทำความเข้าใจมันและใช้คาถาเวทนี้ได้อย่างแน่นอน” เคลบี้กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
“ความจริงฉันสามารถทำให้มันเข้าใจได้ง่ายกว่านี้นะ”
“นายหมายความว่ายังไง?” เคลบี้กล่าวอย่างสงสัย
“นายเหตุสูตรเวทตรงนี้ไหม? สาเหตุที่น่ามึนงงเพราะความซับซ้อนของมัน เมื่อบวกกับสูตรค่ายกลที่รวมเข้าไปด้วย มันไม่แปลกที่นายจะไม่สามารถคทาเวทนั้นได้”
เมอร์ลินวงสูตรเวทหนึ่งที่มีความยาวหลายบรรทัดให้เคลบี้ดู
สำหรับอาร์ติแฟคแล้ว นอกจากสูตรเวทแล้วมันยังมีสูตรค่ายกลเพื่อใช้งานกับวัตถุเวทด้วย ดังนั้นสูตรที่ใช้สร้างอาร์ติแฟคจึงแตกต่างจากสูตรที่จะใช้จารึกเวทของนักเวท
ตอนนั้นเองเมอร์ลินก็เขียนสูตรเวทสูตรใหม่ขึ้นมา ซึ่งนำมาแทนที่สูตรที่เขาวงกลมเอาไว้
ตอนนั้นเองเคลบี้ก็เอ่ยแย้งขึ้นมาทันที
“นี่นายจะบ้ารึเปล่านั่นมันสูตรกำเนิดเวทสายลมนะ นายจะมาเปลี่ยนแปลงมั่วๆ แบบนี้ได้ยังไง?”
แม้เคลบี้จะไม่เก่งรูนศาสตร์ แต่ในเรื่องการจำสูตรเวทเขามีความจำที่ดี เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องของเวทมนตร์
คนคนนี้เป็นคนที่ทำอะไรแบบสุดโต่ง ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเป็นนักเวทแล้ว เขาจะไม่สนใจอย่างอื่น
ความจริงเขาไม่ได้โง่รูนศาสตร์ แต่เป็นเพราะเขาไม่สนใจมันมาก่อนต่างหาก แต่หลังจากที่เขาได้ติวกับเมอร์ลิน เขาก็เข้าใจมันมากขึ้น
“ทำไมจะไม่ได้ รอฉันเขียนเสร็จแล้วนายจะรู้เอง” เมอร์ลินเขียนต่ออย่างไม่สนใจ
ทว่าทันทีที่เมอร์ลินเขียนเสร็จดวงตาของเคลบี้ก็เบิกกว้างขึ้น
“นะ ... นายทำได้ยังไง? นี่มันทำแบบนี้ได้ แถมยังง่ายกว่าสูตรเดิมอีกทั้งๆ นี่เป็นสูตรต้นแบบที่คาถาเวทลมไหนๆ ก็ใช้แท้ๆ”
“ฉันก็แค่ย่อขั้นตอนการทำงานของมันลง ยังไงนี่ก็เป็นแค่เวทระดับสามเท่านั้น ไม่เห็นจำเป็นจะต้องใช้สูตรแบบเต็มเลย”
เคลบี้เมื่อได้ยินดังนั้นก็กลายเป็นอึ้งไป ก่อนที่เขาจะกล่าวออกมาว่า
“นายต้องเขียนมันเป็นวิทยานิพนธ์แล้วส่งมันให้นิตยสารนักเวทเดี๋ยวนี้!”