ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่309 บาเบลล์ แฝดย้ายสสาร

กลับมาจากบาร์ เอสก็เร่งงานทันที 'ไออ้อนเชน' ใช่จะมีที่เดียว มันยังมีอยู่อีกหลายที่ โดยด้านในนอกจากจะสร้างเป็นโรงเก็บน้ำมันดิบแล้ว ยังได้สร้างเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ใต้ทะเลลึก

เดินเข้ามาภายในจะพบว่า มันเป็นวิทยาการสูงล้ำเหนือกว่าวิทยาการด้านนอก ราวกับหลุดออกมาคนละโลก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ด้วยคำสั่งที่ป้อนลงไปในโลงศพ กรอปกับคนที่ออกแบบมันคือเอส ทุกอย่างจึงแตกต่างจากแบบแปลนที่เจมส์ให้ ไม่มีความคล้ายกันสักนิด

เจมส์มองภาพเหล่านี้ด้วยความพึงพอใจ

ดูเหมือนว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะเริ่มแผนขั้นถัดไปหลังเตรียมสถานที่เสร็จ

.........

อ่าวเปอร์เซีย

เจมส์เดินทางมาถึงที่นี่ด้วยเรือ'เมจิกเชี่ยน'โหมดล่องหน ไม่มีใครเห็นพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นผิวน้ำ เรดาร์ ทุกอย่างมีเพียงทะเลที่สงบนิ่ง ประหนึ่งไม่มีเรือลำใหญ่จอดอยู่ที่นี่

มองดูแท่นขุดเจาะขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางทะเลเคว้งคว้าง นี่คือการลงทุนหลายหมื่นล้านเหรียญฯ หรืออาจจะมากกว่านั้น

ข้อมูลที่เจมส์ได้มาคือคูร์เมียร่า เป็นหนึ่งในองค์กร'เลเทียโป'ผู้ประกอบธุรกิจน้ำมันรายใหญ่ของโลก รวมถึงส่งออกแก๊ส ฯลฯ

ในยุคปัจจุบัน หากว่าไม่มีไฟฟ้าใช้ก็คงอยู่ไม่ได้ รวมถึงน้ำมันและแก๊ส ดังนั้นกิจการของ'เลเทียโป'จึงยิ่งใหญ่ มากด้วยเงินตรา ขยับขยายได้ในอัตรารวดเร็ว

และจากมุมมองข้อนี้ ทำให้เจมส์เข้าใจว่า เราไม่จำเป็นต้องขายสินค้าหลายชนิด เหมือนกับร้าน 20 บาท แค่จับให้ตรงจุด โดยเฉพาะของที่ตลาดต้องการ เดี๋ยวเราก็จะขายได้เอง แถมยังดีกว่าขายแบบครอบคลุม

มองแท่นขุดเจาะสูงใหญ่ ทอยที่ถูกเรียกตัวมากล่าวว่า “เจ้านายคิดถูกแล้วที่พาผมมา โอกาสดีๆ แบบนี้ใช่จะหาได้ง่ายๆ”

“นั่นเป็นเพราะว่า ชาในไร่ถึงคราวที่ต้องเก็บเกี่ยว จนนายไม่มีอะไรทำ อยู่ว่างๆ กับออยต่างหากล่ะ”

“เก็บเสร็จแล้วใช่จะว่างอย่างที่เจ้านายเข้าใจ ผมใช้เวลานั้นในการกำราบออย ผู้หญิงคนนี้แม้จะมีลูกมีผัวแล้วแต่แจ่มมาก แต่น่าเสียดายที่ใช้เงินเปลือง โดยเฉพาะของแบรนด์”

“นี่ใช่เรื่องต้องมาคุยเหรอ” เจมส์กรอกตา ก่อนจะหยิบบางสิ่งมาวางไว้บนโต๊ะ

ของที่อยู่ในมือคือกุญแจสำคัญที่จะเล่นงานคูร์เมียร่า

โดยมันจะกระทบกับองค์กร'เลเทียโป'กระทั่งอาจล่มสลาย

'ฝาแฝดบาเบลล์ สามารถสับเปลี่ยนสสารจากอีกฝั่งหนึ่ง ไปยังแฝดอีกฝั่งหนึ่งได้ โดยไม่สนจำนวนหรือกฏฟิสิกส์'

'ผลเสียด้านลบ หลังจากใช้งานบาเบลล์จะเสื่อมสภาพ และทำลายตัวเองภายใน 1 ชั่วโมง'

นี่คืออุปกรณ์ที่ลีทังแจดึงออกมา ตอนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลากในเมืองที่ตนอยู่

โดยบาเบลล์จะแยกออกเป็นสองส่วน เช่นเบลล์อยู่ในเมือง คอยสูบน้ำออกไป ส่วนบาจะอยู่อีกที่หนึ่ง โดยจากเนื้อเรื่องลีทังแจเลือกพื้นที่แห้งแล้งในการปล่อยน้ำ ด้วยเหตุนั้นเองภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจึงจบลงง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำไปยังอีกที่หนึ่ง

“ผลเสียค่อนข้างมีปัญหานะเนี่ย” เจมส์โครงศีรษะ ใบหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างมาก

จากข้อนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเข้ามาติดตั้งบาเบลล์บ่อยๆ ซึ่งเปลืองแรงและเวลาค่อนข้างมาก นอกจากนั้นยังเสี่ยงต่อการถูกจับได้

แม้จะหัวเสียแต่บาเบลล์คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการลงมือ ดังนั้นเจมส์จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ ใช้ครั้งเดียวแล้วพัง งั้นเอาออกมาใช้ครั้งเดียวเยอะๆ เลยแล้วกัน จะได้โยกย้ายน้ำมันดิบในคราวเดียว

ถัดมาเจมส์นำหุ่นเหล็กขึ้นมาตั้ง มันคือมังกรที่มีตัวบังคับด้วยรีโมท ปีกสีเงินติดไอพ่น เห็นแล้วเหมือนกับหนังไซไฟในฮอลลีวู้ด

'ดราก้อนซอร์ด สามารถบรรทุกของหนัก 1 ตันได้อย่างสบาย มาพร้อมกับระบบล่องหน การจู่โจมสายฟ้าแลบ ฯนฯ'

'ผลเสียด้านลบ ผู้ใช้จะกลายเป็นหุ่นเหล็กมังกร หลังจากใช้ไปเป็นเวลา 1 ชั่วโมง...'

ผลเสียด้านลบนี้ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง เจมส์ไม่อยากสูญเสียความเป็นมนุษย์ แล้วกลายเป็นหุ่นเหล็กไร้ความรู้สึก ดังนั้นเวลาปฏิบัติภารกิจจึงสำคัญยิ่งยวด

“เอาล่ะ เราจะใช้'ดราก้อนซอร์ด'ที่ติดตั้ง'บาเบลล์'ลอยเข้าไปในแท่นขุดเจาะ แล้วหย่อน'บาเบลล์'ลงไปยังใต้ดิน ถึงส่วนที่ลึกที่สุด จากนั้นจะเปิดทำงาน'บาเบลล์'จากอีกฟากหนึ่ง แล้วเริ่มโยกย้ายน้ำมันดิบ ไปที่โรงเก็บใน'ไออ้อนเชน'” เจมส์อธิบายแผนการให้หุ่นแบนเนอร์ฟัง

“ทราบครับ แต่ว่าน้ำมันพวกนี้กลิ่นคงแรงมาก ถ้าหากเปลี่ยนเป็นช็อกโกแลตขนาดใหญ่คงน่าสนุก ผมจะได้กระโดดลงไปเล่น ว่ายในช็อกโกแลต เต้นระบำตีขาในช็อกโกแลต”

เจมส์กรอกตา ดูเหมือนว่าหลังจากผ่านไปหลายปี ความคิดของทอยไม่ต่างจากวันแรก โดยเฉพาะเรื่องเต้น

เจมส์และทอยเริ่มติดตั้ง'บาเบลล์'ที่ขาของมังกรสีเงิน หลังจากนั้นทอยและเขาจึงเริ่มบังคับ หุ่นเหล็กสีเงินบินออกไปในอากาศ มันล่องหน ต้องมองผ่านตัวควบคุมซึ่งเป็นรีโมท

'ดราก้อนซอร์ด'ในโหมดล่องหนบินมาถึงแท่นขุดเจาะหมายเลข 1 หลังจากที่มันมาถึงก็ทิ้งระดับ บินต่ำลงมาเรื่อยๆ อาศัยความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ด้านขนาดเล็ก มันผ่านสิ่งป้องกันกีดขวาง มาถึงชั้นล่างใต้ดินได้ไม่ยาก

รับชมผ่านกล้องรีโมท แท่นขุดเจาะกำลังทำงาน พวกมันกำลังนำน้ำมันดิบขึ้นไปพักไว้ด้านบน ก่อนจะย้ายไปโรงกลั่นในเมือง ซึ่งมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและบุคลากร

“คูร์เมียร่า..อย่าหาว่าผมใจร้ายเลย เพียงแค่คุณอยู่เฉยๆ ก็ดีแล้ว แต่ในเมื่อกล้าเล่นงานผม ก็ต้องเตรียมรับผลที่ตามมา” ใบหน้าของเจมส์ไม่ได้ยินดีหรือยินร้าย มีเพียงความเฉยชา ก่อนจะกดปล่อย'บา'ลงไปในบ่อน้ำมันดิบ หลังจากเสร็จงานหุ่นเหล็กสีเงินถอนตัว เจมส์ติดต่อไปหาเอส เจ้าหนุ่มหน้าขาวที่อยู่ใน 'ไออ้อนเชน'

........

หลังจากรับสายจากเจ้านาย เอสพลันยิ้มกริ่ม ทุกอย่างกำลังไปได้สวย เหลือเพียงแค่เขาเปิดเครื่อง'เบลล์'ทางฝั่งนี้ โรงเก็บน้ำมันที่ว่างเปล่า ก็จะเต็มไปด้วยน้ำมันดิบ

เมื่อกดปุ่มทำงาน 'เบลล์' ก็ปล่อยน้ำมันดิบออกมา พุ่งด้วยความแรง ยิ่งกว่ารถฉีดน้ำเสียอีก โชคดีที่โรงเก็บถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง ไม่งั้นแรงดันที่เหมือนกับใบมีดคงเฉือนที่นี่จนแหลกละเอียด

“ยอดเยี่ยม เท่านี้ก็จะได้กลับขึ้นไปบนเรือสักที” เอสบ่นพึมพำในขณะนั่งอยู่บนหัวนกฮูกสีเงิน ตัวควบคุม'ไออ้อนเชน'ที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ

ภาพเบื้องล่างคือกระแสน้ำมันดิบจำนวนมหาศาลที่ไม่อาจประเมินได้ มันถูกโอนถ่ายจากอ่าวเปอร์เซียแท่นขุดเจาะหมายเลข 1 มายังโรงเก็บ'ใต้ทะเลลึก'

ไม่จำเป็นต้องขนย้ายด้วยรถหรือเรือให้เสียเวลา แค่มี'บาเบลล์'ทุกอย่างดูง่ายดายไปหมด

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เจมส์จึงโทรมาถาม ยืนยันผลลัพธ์

“ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง เรียบร้อยดีไหม”

“ครับเจ้านาย ทุกอย่างไปได้สวย อาศัยน้ำมันดิบของคูร์เมียร่า พวกเราไม่จำเป็นต้องเปลืองแรง สร้างแท่นขุดเจาะขึ้นมาใหม่ แค่ขโมยของเธอมาก็พอแล้ว”

“ดี ทุกอย่างเรียบร้อยก็ดีแล้ว หลังจากที่น้ำมันดิบถูกดูดขึ้นมาหมด คูร์เมียร่าจะทำหน้ายังไงนะ”

“ฮ่าฮ่า ผมเองก็อยากเห็นสีหน้าของเธอเหมือนกันครับ”

.....

อ่าวเปอร์เซีย

หลังจากวางสายลง เจมส์เร่งดำเนินการระลอกสอง ปล่อย'บาเบลล์'อีกครั้ง เร่งการเก็บเกี่ยว ก่อนจะไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ 2

องค์กร'เลเทียโป'ยิ่งใหญ่โดยแท้ พวกเขามีแท่นขุดเจาะจำนวนมาก ทั้งในทะเล ทั้งบนบก ดังนั้นเจมส์จึงใช้เวลาทั้งสัปดาห์อยู่ที่เรือ'เมจิกเชี่ยน'เพื่อโยกย้ายน้ำมันดิบไปเป็นของตน

หลังจากทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อย ทางฝั่งของคูร์เมียร่าก็เริ่มประชุม เพียงแต่ไม่ใช่ประชุมรายปีอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่เป็นการประชุมใหญ่!

คูร์เมียร่าเดินเข้ามาในห้อง นั่งลงอย่างหงส์ ดุจดังเทพธิดากลางทะเลทรายสีทอง ข้างกายมีน้องชายและคุณพ่อในวัย 50 ต้นๆ

“ท่านประธาณ เรียกประชุมฉุกเฉินแบบนี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ หรือว่ามีเหตุจำเป็นด้านสงคราม จะได้กักตุนพลังงาน อาหาร?” หนึ่งในสมาชิกองค์กรระดับสูงเอ่ยถาม

อาฟรีดะห์ หรือก็คือประธาน ผู้มีนัยน์ตาเหมือนเหยี่ยว กวาดสายตามองผู้คนในห้องรอบหนึ่ง พวกเขารีบก้มหน้า ไม่กล้าสบตานาน เพราะเกรงว่าจะทำให้ตัวตนของท่านต้องมัวหมอง

“เรื่องที่เรากำลังจะพูดถึง ต้องมีคนรับผิดชอบ ดังนั้นจึงขอให้เลือกตัวแทนออกมาหนึ่งคน เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะชดใช้ด้วยทรัพย์สมบัติส่วนตัว...”

คำพูดดังกล่าวทำให้ใครหลายคนคาดเดาไปต่างๆนาๆ แต่ทั้งนี้เมื่อคุณก้าวขาออกไป นั่นหมายความว่าต้องได้รับโชคจากท่าน

ใครหลายคนอยากจะออกไปรับหน้าที่อันทรงเกียรติ เพียงแต่ไม่มีใครกล้า เพราะพวกเขารู้ดีว่าตนไม่โดดเด่นพอ

“ในเมื่อไม่มีใครออกไป งั้นฉันขอเสนอตัวเองได้หรือเปล่าคะ...ท่าน” คูร์เมียร่าเอ่ย น้ำเสียงใสกังวาล มากด้วยความเย้ายวน

อาฟรีดะห์มองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าพึงพอใจ “ผู้ถือหุ้นอันดับสอง นอกจากคุณแล้วผมก็ไม่วางใจให้ใครรับหน้าที่นี้ของผมแทนคุณแล้ว เอาล่ะผมจะแต่งตั้งคุณเป็นประธาน'เลเทียโป'รวมถึงทั้งยกหุ้นทั้งหมดให้”

“เอ๋...” คำพูดของเขาทำให้คูร์เมียร่างุนงง ไม่ทันตั้งตัว รวมถึงคนอื่นๆ ในห้องเองก็เช่นกัน

เอกสารหลายแผ่นถูกยกมาวางไว้ข้างหน้าเธอ โดยไม่ต้องขบคิดแค่เซ็นมันลงไป อาณาจักรยิ่งใหญ่ก็จะกลายเป็นของเธอเพียงผู้เดียว!

แต่ของฟรีแบบนี้คงไม่อาบยาพิษหรอกใช่ไหม