เสียงแตกร้าวแผ่กระจายเข้าสู่หูของทุกผู้คนจนได้ยินอย่างชัดเจน พริบตาเดียวก็มองเห็นไข่ยักษ์มีรอยแตกร้าวแพร่ขยายออกไปรวดเร็วทั่วทั้งใบดุจใยแมงมุม ฉับพลันร่างที่ห้าของกังหลงที่ยืนมองอยู่ได้ขยับกายวูบพุ่งทะยานขึ้นไปกลางเวหาอย่างรวดเร็วกู่ร้องพร้อมกับเงื้อดาบยักษ์ฟาดลงมายังด้านบนของไข่ยักษ์เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"วูบบบ..!!"
"ย๊ากกก.!! ..จงมลายไปสิ้น..!!"
"บึ้ม...!!"
"โพล๊ะ..!!"
"ซ่าาาาาา..!!"
"ไม่...!!...อ๊ากกกก..!!"
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เสียงแตกหัก พร้อมเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น และเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเฉินลี่ ดังชัดเจนจนแสบแก้วหู..พลังโจมตีอันรุนแรงในที่สุดก็ทำให้โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลที่เฉินลี่และตระกูลภาคภูมิใจนักหนาก็ได้แตกสลายลง ฝุ่นละอองที่โดนพายุจากการโจมตีโหมพัดกระหน่ำจนกลางลานเวทีมองมิเห็นสิ่งใดอยู่เนิ่นนาน
ท่ามกลางพายุที่โหมพัดและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายจนมืดฟ้ามัวดินนั้น บัดนี้ร่างเงาของกังหลงได้เลือนหายไปจนหมดสิ้นแล้วเหลือเพียงแต่ร่างต้น กังหลงมองร่างของเฉินลี่ซึ่งบัดนี้ได้หมดสติไปเพราะแรงอัดกระแทก มุมปากของเฉินลี่มีโลหิตไหลรินออกมาอย่างน่ากลัวนับว่าได้รับบาดเจ็บมิเบา
กังหลงหันเพ่งมองดาบอัคคีโลกันต์อเวจีซึ่งบัดนี้ได้มีแสงกระพริบหลากหลายสีอย่างเลือนลางกำลังดูดกลืนเศษซากที่แตกสลายของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลเข้าไปอย่างตะกละตะกลามเหมือนปรอทที่ซึมแทรกเข้าสู่พื้นทรายอย่างรวดเร็ว
เศษซากของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลที่แตกสลายอย่างกระจัดกระจายต่างล้วนถูกดาบอัคคีโลกันต์อเวจีดึงดูดเข้ามาสู่ตัวดาบจนหมดสิ้น ทุกชิ้นส่วนต่างละลายกลายเป็นหยดน้ำซึมซับเข้าในตัวดาบจนมิเหลือหลอ กังหลงยิ้มอย่างพึงใจและเริ่มรับทราบถึงน้ำหนักของดาบที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ชั่วครู่ราวสี่ลมหายใจฝุ่นละอองที่บดบังกลางลานเวทีก็ได้กระจายหายไปสิ้น แสงสีทองของตะวันแหวกหมู่เมฆสาดส่องต้องกลางลานเวที บัดนี้กลางเวทีได้ยืนเด่นไว้ด้วยบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาท่วงท่าทรนงเปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดใจแก่สตรี มือข้างหนึ่งจับดาบยักษ์ที่ปลายได้ปักลงบนพื้นเวทีไปเกือบครึ่งเล่มมองดูเหมือนเทพสงครามอย่างไรอย่างนั้น..
ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบดุจเป่าสากมิมีแม้แต่เสียงลมหายใจ ต่างถูกตรึงไว้ด้วยภาพเบื้องหน้าทั้งสิ้น ห่างออกไปเพียงสองก้าวได้นอนไว้ด้วยบุคคลอีกผู้หนึ่ง
"อาา..การต่อสู้ได้จบลงแล้ว..มิน่าเชื่อ..!!"
"บุคลิกของเจ้าหนุ่มนั่นมันเป็นบุคลิกของยอดคนชัดชัด วัยยังเยาว์เช่นนี้แต่กลับแผ่รังสีเฉกเช่นวีรบุรุษผู้กล้าออกมาได้มากมายปานนี้ ภายภาคหน้าจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ผู้คนต่างต้องแหงนมองเป็นแน่แท้..!!"
"กรี๊ดดดด...!!"
"ต๊ายย...หล่อเริ่ดมากกกก...ข้าอยากมีสามีที่เด่นล้ำเช่นนี้...!!"
"เจ้ามิต้องมาคิดหวัง...ข้าได้จับจองไว้ก่อนหน้าเจ้าแล้ว...!!"
"ฮึ..ด้วยรูปโฉมของข้า...ดูช่วงเอวที่คอดกิ่ว เรียวขาที่ขาวสวยงาม หน้าอกทีชูชันชวนหลงไหลของข้าสิ ข้ามิยอมพ่ายแพ้เจ้าหรอก.!!"
แล้วเสียงต่าง ๆ นา ๆ รวมทั้งเสียงกรี๊ดกร๊าดของสตรีทั้งอ่อนเยาว์ทั้งชราก็ดังขึ้น กังหลงเมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้นถึงกับหน้าชาวูบไป หันไปมองทางผู้อาวุโสสูงสุดที่กำลังตกตะลึงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนปากยังอ้ากว้างอยู่ รีบกล่าวขึ้น
"ท่านผู้อาวุโสมีทราบสามารถประกาศผลแพ้ชนะได้รึยังขอรับ ?"
"เอ่อ..เอ่อ..ผลการต่อสู้ครานี้ เฉินลี่จากตระกูลลี่ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำสิ้นสติมีอาจต่อสู้ได้ กังหลง จากตระกูลกังเป็นผู้ชนะได้เข้าสูรอบชิงชนะเลิศ..!!"
"เยั..เจ้าม้ามืดกังหลงยอดเยี่ยม..!!"
"ม้ามืดป้าเจ้าสิ...ยังม้ามืดอยู่อีก..เจ้าคิดว่าการโจมตี...การแยกร่างเป็นห้าร่าง..สิ่งที่เจ้าหมอนั่นทำมันยังเป็นการบังเอิญรึ...เจ้าคิดว่าจะมีใครทำเช่นนี้ได้อีกบ้าง..!!"
"อืม...ข้าชมดูด้วยความตื่นเต้นจนลืมนึกไปว่า คราหลังสุดเจ้าหนุ่มกังหลงถึงกับสำแดงแยกร่างที่เหมือนกันมิผิดออกมาได้ถึงห้าร่าง...ข้าชักสงสัยแล้วสิ..เจ้าหนุ่มนี้แท้จริงสามารถแยกร่างออกมาได้กี่ร่างกันแน่ แล้วพลังฝีมือที่แท้จริงจะยังเป็นแค่ที่แสดงออกมารึ..?"
"อย่าไปสงสัยในสิ่งที่มิอาจทราบได้นั้นเลย..ตอนนี้เรามารอดูการต่อสู้ที่จะตัดสินว่าใครจะได้เป็นตัวแทนคนที่ห้าของอาณาจักรกัน ระหว่างเจ้าหนุ่มกังหลงกับเจ้าเซินฉาน ถ้ามิมีอะไรผิดพลาดคงน่าชมมิใช่น้อย ต้องดูว่าเจ้าเซินฉานจะมีอะไรแอบซ่อนไว้บ้าง ?"
หลังจากผู้อาวุโสสูงสุดประกาศผลการประลอง ทางฝ่ายของตระกูลลี่รีบออกมาดูเฉินลี่พบว่าสิ้นสติไปและยังได้รับบอบช้ำพอสมควร คงต้องเยียวยากันนานนับเดือนกว่าจะหายเป็นปกติ นับว่าดีที่กังหลงยังมีเมตตามิได้คิดทำร้ายเฉินลี่ กังหลงนั้นเพียงต้องการทำลายโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลเท่านั้น
ส่วนการคาดหวังผลที่จะได้รับจากคุณสมบัติของโล่ห์ว่าจะสามารถส่งต่อมายังดาบอัคคีโลกันต์อเวจีได้หรือไม่คงต้องรอหลังจากที่ดาบได้ผ่านการจำศีล และพัฒนาตัวเองจากการได้ดูดกลืนอาวุธระดับราชันย์เข้าไปนั้นให้เสร็จสิ้นก่อน
การที่ดาบอัคคีโลกันต์อเวจีได้ดูดกลืนโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลที่ถูกทำลายแล้วเข้าไป มิมีผู้ใดทราบได้นอกจากกังหลงเท่านั้น เพราะขณะที่ดาบกำลังดูดกลืนพายุและฝุ่นละอองจากการโจมตีได้บดบังสายตายของผู้คนภายนอกไปจนสิ้นและเจตนาของกังหลงก็ต้องการให้เป็นเช่นนี้ เนื่องจากมิต้องการให้ผู้อื่นได้รับทราบถึงคุณสมบัติการดูดกลืนของดาบอัคคีโลกันต์อเวจี มิเช่นนั้นหากมีผู้ใดทราบเข้าปัญหายุ่งยากที่จะตามมาคงยากที่ตนจะรับได้
ฝ่ายผู้คนจากตระกูลลี่เมื่อมานำตัวเฉินลี่กลับออกไปจากลานประลอง ขณะนั้นมิได้พบเห็นโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล ต่างนึกว่าเป็นเฉินลี่ได้เก็บซ่อนไว้ก่อนที่จะสิ้นสติไป และด้วยโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลนั้นได้ผ่านการประทับตราโลหิตแสดงความเป็นเจ้าของจึงยากที่จะถูกผู้อื่นครอบครองได้ หากมิได้ลบตราประทับเฉพาะของตระกูลลี่ออกไปก่อน และตราประทับนี้จะทำการลบได้ก็มีเพียงผู้คนที่มีสายเลือดจากตระกูลลี่เป็นคนลบเท่านั้น..!!
หลังจากพักไปครึ่งชั่วยามการแข่งขันเพื่อตัดสินผู้ชนะที่จะมาเป็นตัวแทนคนที่ห้าของอาณาจักรก็เริ่มขึ้น กังหลงนั้นแม้จะไม่ได้พักผ่อนก็มิเป็นปัญหาอันใดเนื่องด้วยอาศัยลมปราณสวรรค์รวมธาตุอันเหนือล้ำที่สามารถดูดกลืนปราณรอบกายทุกชนิดอย่างรวดเร็วมาฟื้นฟูความเหนื่อยล้าหรือรักษาอาการบาดเจ็บได้มากว่าคนอื่นถึงหลายเท่า คู่ต่อสู้ทั้งสองต่างยืนประจันหน้ากัน
จากการประลองหลายรอบและการสำแดงกระบวนท่าอันเลิศล้ำของกังหลงที่ผ่านมา บัดนี้จึงเป็นที่จับตาและเฝ้ามองของผู้ชมรอบสนาม เมื่อการแข่งขั้นรอบชิงชนะเลิศเริ่มขึ้น ที่นั่งรอบ ๆ ลานประลองจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เบียดเสียดกัน หาที่ว่างมิได้แม้แต่น้อย
หลายคนต่างเฝ้าจะรอชมว่า การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศนี้จะมีอะไรที่น่าตื่นตาปรากฎออกมาให้ชมอีกมากมายหรือไม่ ต่างกระหายที่จะเห็นการต่อสู้อันประหลาดพิศดารล้ำอย่างที่มิเคยพบเคยเห็นมาก่อนอีกครา เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ทั้งสองต่างเตรียมพร้อมผู้อาวุโสสูงสุดที่ดำเนินการประลองจึงกล่าวเริ่มการประลองในทันที
"การต่อสู้รอบชิงชนะเลิศเพื่อห้าผู้ชนะเป็นตัวแทนคนที่ห้าของอาณาจักรเริ่มได้..!!"