ดาวน์โหลดวรยุทธ์

    ตอนที่ 56 คุ้มภัยหมื่นลี้

    การเดินทางมากว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว เส้นทางระหว่างป่าเขาร่มรื่นสงบกว่าที่คิดมาก หากจะพูดถึงความผิดปกติ ก็มีเพียงสิ่งเดียวที่ผิดปกติ และสิ่งนั่นก็คือ ไม่มีผู้คนสัญจรสวนทางออกมาเป็นระยะเวลาสักพักใหญ่แล้ว

    ความผิดปกตินี่เองจงกังก็สังเกตได้ นั่นแปลว่าข้างหน้านั่นมีสิ่งผิดปกติขึ้นอย่างแน่นอน

    จงกังเรียกศิษย์ป้ายเงินท้ายขบวนให้ขึ้นมา ทั้งสองพูดคุยกันไม่นาน ศิษย์ป้ายเงินผู้นั้นก็ควบม้านำหน้าหายไป

    “เกิดสิ่งใดขึ้นหรือพี่จงกัง”

    มู่ไห่เฉินถามอย่างสงสัย

    จงกังใบหน้าตอนนี้ดูเข้มขรึมกว่าก่อนหน้าขึ้นมาก

    “ข้ารู้สึกว่าไม่มีผู้คนสวนทางมาเลยพักใหญ่แล้ว ข้างหน้านั้นน่าจะมีเรื่องผิดปกติ จึงส่งคนไปตรวจสอบดูก่อน”

    มู่ไห่เฉินพอได้ยินคำพูดของจงกังก็รู้สึกนับถือขึ้นมาบ้าง ตัวเองก็ไม่ทันได้คิดเรื่องราวพวกนี้ สำนักคุ้มภัยนี่ดูมีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพเสียจริง

    ขณะที่ขบวนรถม้ามู่ไห่เฉินเคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ ศิษย์ป้ายเงินเมื่อสักครู่ก็ควบม้ากลับมา

    เขารายงานว่าข้างหน้ามีโจรภูเขากำลังปล้นขบวนพ่อค้าอยู่ จากการคาดเดาน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน

    จงกังพอได้ยินก็ครุ่นคิด ก่อนจะหันไปหามู่ไห่เฉิน

    “อย่างที่ท่านได้ยิน จะไปต่อหรือเดินทางกลับท่านเลือกได้เลย”

    มู่ไห่เฉินได้ยินก็สงสัย เหตุการณ์เช่นนี้เขายังสามารถเลือกเดินทางต่อได้หรือ

    จงกังบอกว่ามันก็มีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่หากเราเพียงเดินผ่านไป คิดว่ากลุ่มโจรนั้นก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวนัก 

    จงกังบอกว่าไม่อยากโอ้อวดสำนักมากนัก แต่เหล่าโจรเหล่านั้นก็อาจจะไม่โง่พอที่เอาตัวเองไปเสี่ยงโดยที่ไม่รู้ว่าใครนั่งในรถม้า อีกทั้งยังต้องมาเสี่ยงชีวิตกับคนสำนักคุ้มภัยหมื่นลี้อีก

    มู่ไห่เฉินพอฟังแล้วก็เข้าใจเหตุผลนั้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากเอาหว่านถิงไปเสี่ยงเท่าใดนัก แต่เงินคุ้มกันก็จ่ายไปแล้ว ถ้าเดินทางกลับก็ต้องเสียเงินครึ่งหนึ่งอยู่ดี

    “ท่านคิดว่าสามารถรับมือกลุ่มโจรได้ไหม”

    มู่ไห่เฉินถามด้วยใบหน้าจริงจัง

    แต่แล้วรอยยิ้มบังเกิดขึ้นบนใบหน้าจงกัง

    “หากเกิดปัญหา ท่านเพียงควบม้าหนีไปให้ไกล ที่เหลือข้าจัดการเอง”

    คำพูดของจงกังฟังแล้วเขามีความมั่นใจอยู่ไม่น้อย มู่ไห่เฉินเองก็อยากเดิมพันสักครั้ง แม้จะเสี่ยงหน่อย แต่สำนักคุ้มภัยหมื่นลี้นี่ก็ดูน่าเชื่อถือมากพอที่จะไว้ใจได้

    ท้ายที่สุดแล้วมู่ไห่เฉินก็ตัดสินใจเดินทางต่อ และไม่นานพวกเขาก็ไปเจอกลุ่มโจรกำลังลำเลียงข้าวของในขบวน

    บริเวณนั้นมีศพเกือบนับสิบ ตัวประกันอีกหลายสิบคน มีทั้งคนแก่และผู้หญิงถูกจับมัดไว้รวมกันอยู่

    พอขบวนมู่ไห่เฉินมาถึง ใบหน้านิ่งสงบของเหล่าสำนักคุ้มภัยหมื่นลี้ไม่แสดงถึงความกังวลให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

    สายตาคมเฉียบของจงกังหน้าขบวนค่อย ๆ แหวกกลุ่มโจรที่ขวางถนนอยู่ออก ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องมองกันด้วยความกดดัน จนกระทั่งบรรยากาศรอบ ๆ นิ่งสงบเกินคาด

    แต่แล้วขบวนของมู่ไห่เฉินก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านกลุ่มโจรไป มู่ไห่เฉินไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการวิเคราะห์ของจงกังจะเป็นจริง

    ขณะที่รถม้าของมู่ไห่เฉินเคลื่อนตัวผ่านกลุ่มโจรไปแล้ว มู่ไห่เฉินก็ได้ถามคำถามที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจ

    “หากข้าออกจากขบวน สัญญาคุ้มกันรถม้ายังคงไปต่อได้ใช่หรือไม่”

    จงกังฟังแล้วครุ่นคิดสิ่งที่มู่ไห่เฉินพูด

    “สัญญาคือคุ้มกันบุคคลและรถม้าไปยังหมู่บ้านสือเฉียวยังคงเป็นเช่นนั้น แม้ผู้ว่าจ้างจะสละบางคนออกจากขบวน ก็ย่อมทำได้”

    จงกังพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

    “ท่านต้องเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านจะทำนั้นอยู่นอกเหนือสัญญาจ้าง ดังนั้นสำนักคุ้มภัยหมื่นลี้จะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาด และข้าในฐานะผู้ดูแล ข้าจะไม่ยอมเอาชีวิตคนในสำนักไปเสี่ยงแม้สักคน ท่านเข้าใจที่ข้าพูดใช่หรือไม่”

    มู่ไห่เฉินพอฟังแล้วก็เข้าใจ เขาหยิบกระบี่และลงจากรถม้า จงกังที่เห็นก็สั่งให้ศิษย์ป้ายทองแดงผู้หนึ่งขึ้นไปขับรถม้าแทน

    หว่านถิงไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น นางเปิดม่านรถม้าแล้วเรียกมู่ไห่เฉินไว้

    “อาจารย์อา นั้นท่านจะไปไหน”

    มู่ไห่เฉินหันไปยิ้มก่อนจะตอบกลับไป

    “ไปก่อนเลย เดี๋ยวอาจารย์อาจจะตามไป”

    หว่านถิงไม่เข้าใจ แต่ในใจกลับมีความกังวลอยู่เต็มอก นางทำได้เพียงยื่นศีรษะออกไป จ้องมองมู่ไห่เฉินเดินห่างไปทีละก้าว

    มู่ไห่เฉินเดินตรงไปยังกองโจรนับหลายสิบคน

    “คุณชายช่วยพวกเราด้วย!”

    เสียงร้องขอให้ช่วยจากนับสิบชีวิตกำลังอ้อนวอนมู่ไห่เฉินอยู่

    แน่นอนว่าการเดินเข้าไปหาครั้งนี้ ไม่ใช่ว่ามู่ไห่เฉินไม่คิดไตร่ตรอง แต่ระหว่างที่ขบวนเมื่อครู่ผ่านไป มู่ไห่เฉินใช้ระบบตรวจสอบแล้วว่าคนเหล่านี้เก่งสุดก็แค่ระดับทะลวงชีพจร อีกทั้งก็มีเพียงแค่คนเดียวด้วยซ้ำ คนที่เหลือก็ขั้นฝึกปราณ และขั้นฝึกกาย ต่อให้เข้ามาพร้อมกันก็ไม่ใช่ปัญหา

    “คุณชายท่านนี้ ข้าว่าท่านอย่าเรื่องใส่ตัวดีกว่า มิใช่ว่าเมื่อครู่เห็นพวกข้าปล่อยเจ้าไปแล้ว จะไม่กล้าลงมือกับเจ้า”

    คนผู้หนึ่งท่าทางเป็นผู้นำของกองโจรกลุ่มนี้เดินเข้ามาพร้อมท่าทีไม่พอใจ

    “ใครยังรักชีวิตอยู่ ก็รีบหนีไปเสีย”

    มู่ไห่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มไม่แยแสโจรภูเขาเหล่านั้น

    พอสิ้นคำพูดของมู่ไห่เฉิน เหล่าโจรภูเขาก็หัวเราะกันทั่วหน้า

    มู่ไห่เฉินส่ายหัวก่อนเดินตรงไปยังชายเมื่อครู่โดยไม่หวั่นเลยสักนิด แต่กลับเป็นชายผู้นั้นกลับรู้สึกไม่มั่นคงแทน 

    โจรภูเขาผู้นั้นยกดาบขึ้นเตรียมท่ารับมือ

    เพียงชั่วพริบตากระบี่ก็แทงออกและกลับเข้าฝักอย่างรวดเร็วด้วยเพลงกระบี่อสรพิษ

    โจรภูเขาผู้นั้นดาบในมือหลุดร่วง แขนขวาของเขานั้นถูกแทงเรียบร้อยแล้ว

    เหล่าโจรภูเขายังคงไม่เข้าใจว่าเมื่อครู่นั้นมันเกิดอะไรขึ้น กระบวนท่าเมื่อสักครู่รวดเร็วจนแทบไม่มีผู้ใดสังเกตได้ถนัดตา

    “ฆ่ามันสิ!”

    โจรภูเขาผู้นั้นตะโกนออก ขณะยังคงกุมแผลที่มือ

    หลังจากเหล่ากองโจรได้ยิน ก็เริ่มจู่โจมมู่ไห่เฉินอย่างบ้าคลั่ง

    คนแล้วคนเล่าวิ่งเข้ามาก็ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด บ้างก็ถูกแทงขา บ้างก็ถูกฟันแขน 

    เพลงกระบี่เคลื่อนไหวดุจอสรพิษ ฉกเข้า ถอยกลับ ฉกซ้ำในจังหวะที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด นับว่าเป็นครั้งแรกของมู่ไห่เฉินที่ใช้เพลงกระบี่อสรพิษออกอย่างจริงจัง เพลงกระบี่อสรพิษที่ดาวน์โหลดมาแท้จริงแล้วก็ยอดเยี่ยมไม่ใช่น้อย หากผู้ใช้เข้าใจและระดับปราณที่มากพอ

    แม้คนพวกนี้จะชั่วร้าย แต่มู่ไห่เฉินก็ตัดใจคราชีวิตคนเหล่านี้ไม่ได้

    มู่ไห่เฉินสะบัดกระบี่เบา ๆ หยดเลือดกระเด็นตกพื้นก่อนจะเก็บเข้าฝักอีกครั้ง มู่ไห่เฉินเองยังคงรู้สึกว่าเพลงกระบี่นี้พอใช้ออกกลับสุขุมเพียงนี้

            แต่แล้วก็มีคนผู้หนึ่งกระโจนเข้ามาสู่ลานต่อสู้คนผู้นี้ใช้เพียงเพลงหมัด ก็สามารถต่อกรเหล่ากองโจรนี้ได้

    “ไหนพี่จงกังบอกว่าจะไม่ยุ่งไงเล่า”

    มู่ไห่เฉินพูดเชิงหยอกล้อ

    “แม่นางในรถไม่ยอมเดินทาง มันทำให้พวกข้าเสียเวลา จะให้ทำเช่นไรได้”

    สิ้นเสียงมู่ไห่เฉินก็หันไปมองที่รถม้า ยามนี้หว่านถิงลงรถม้ามาแล้ว แต่ก็ถูกรายล้อมด้วยสำนักคุ้มภัยหมื่นลี้ แววตาของนางดูเป็นห่วงเป็นใยมู่ไห่เฉินอย่างมาก

    มู่ไห่เฉินเพียงยิ้มตอบรับ ก่อนจะเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้ง

    ไม่นานกองโจรหลายสิบคนก็ต่างร้องโอดโอย คนที่เหลือก็แน่ชัดแล้วว่าไม่มีทางจะชนะสองคนนี้ได้ ทำให้ต่างคนก็ต่างวิ่งหนีกลับเข้าป่าไป ส่วนคนเจ็บก็ทำได้เพียงพยายามหลบหนีอย่างทุลักทุเล

    มู่ไห่เฉินตรงไปแก้มัดเชือกผู้คนที่ถูกมัดไว้ ผู้คนเหล่านั้นล้วนต่างกล่าวขอบคุณ เป็นเวลาเดียวกันที่หว่านถิงเดินเข้ามา

    “ขอบคุณคุณชายและคุณหนูที่ช่วยเหลือ พวกข้าเป็นหนี้บุญคุณพวกท่านแล้ว”

    หว่านถิงแม้ไม่ได้ทำอะไร แต่คำขอบคุณที่จริงใจก็ทำให้นางนั้นรู้สึกภาคภูมิเล็ก ๆ ในใจขึ้นมา

    ถึงเรื่องจะเป็นเช่นนี้ แต่รอบข้างก็มีคนเสียชีวิตหลายคน มู่ไห่เฉินเองก็รู้สึกไม่ดีนัก แต่ก็เข้าใจว่าเรื่องพวกนี้เกินกว่าที่เขาจะแก้ไขได้

    มู่ไห่เฉินหันหลังและตรงไปยังรถม้า หว่านถิงที่เห็นก็รีบวิ่งติดตามไปทันที

    “ขอบคุณพวกท่านที่ช่วยเหลือ!”

    ผู้คนที่ถูกช่วยเหลือยังคงคุกเข่ากล่าวขอบคุณไล่หลังมาไม่ขาด

            ขบวนรถม้ามู่ไห่เฉิน เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง พวกเขาสงบนิ่งราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้มีสิ่งใดเกิดขึ้น

    “ตั้งแต่เข้าสำนักมา ข้าพึ่งพบเจอผู้ว่าจ้างเช่นเจ้าเป็นคนแรก”

    จงกังพูดเสร็จก็หัวเราะออกมาอย่างร่าเริง เท่าที่เห็นก็พอเดาออกว่ามู่ไห่เฉินฝีมือนั้นไม่ธรรมดา ต่อให้ไม่มีคนคุ้มกันเขาก็สามารถฝ่าหุบเขานี่ไปได้ เพียงแต่ว่าเขานั้นเป็นห่วงสตรีในรถม้า เพียงความเสี่ยงเล็กน้อยกลับทุ่มเทเงินหลายสิบตำลึงเพียงหาคนมาคุ้มกัน เพื่อความสบายใจเล็ก ๆ ของเขา

    ตกเย็นพวกเขาก็เดินทางไปถึงหมู่บ้านสือเฉียวอย่างราบรื่น 

    หลังจากมู่ไห่เฉินลงลายมือชื่อยืนยันภารกิจ จงกังก็เก็บเอกสารเข้าอกเสื้อ

    ทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อย จนกระทั่งก่อนจากกันจงกังก็เดินไปกระซิบข้างหูมู่ไห่เฉิน

    “แม่นางผู้นั้นดูเป็นห่วงเป็นใยเจ้ามาก ดูแลนางดี ๆ ล่ะ”

    พูดเสร็จ จงกังไม่รอคำตอบเพียงถอยออกและโค้งคำนับผู้ว่าจ้างพร้อมกับเหล่าศิษย์ในสำนัก

    มู่ไห่เฉินเพียงยิ้มให้จงกัง และพอพวกเขาเดินหันหลังกลับไป มู่ไห่เฉินก็ตะโกนขอบคุณไล่หลังไปอีกรอบ

    “ขอบคุณพี่จงกัง”

    ชายฉกรรจ์ผู้นั้นหลังได้ยินก็หันมาพร้อมจ้องมองมาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ อีกทั้งยังยกนิ้วชี้ขึ้นมาสั่นเบา ๆ หันไปทางมู่ไห่เฉิน

    มู่ไห่เฉินเพียงยิ้มออกมาอย่างร่าเริงเพื่อเป็นการตอบรับการหยอกล้อของคนผู้นั้น

    “อาจารย์อา เมื่อครู่เขาพูดสิ่งใดหรือดู ลับ ๆ ล่อ ๆ”

    มู่ไห่เฉินยิ้ม ก็จะตอบเพียงว่าเขาผู้นั้นหยอกล้อเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดพิเศษ อย่าได้สนใจ

    คล้ายกับเรื่องดาวน์โหลดวรยุทธ์ ที่คุณอ่าน