ตู้เซ่าฝู่หันกลับไปหน้ามองทหารร่างใหญ่กล่าวว่า “ท่านไม่มีโอกาสได้เลื่อนขั้นต้องเพราะว่าท่านจัดการเรื่องไม่เป็นแน่นอน”
ที่จริงตู้เซ่าฝู่จะไปรู้อย่างไรว่าเรื่องราวชีวิตของทหารใหญ่คนนี้เป็นอย่างไรเขาทำเพียงมองดูภาพรวมแล้วคาดเดาตามเหตุผลความน่าจะเป็นเท่านั้น
ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับทำได้เพียงเฝ้าประตูต่อให้เป็นเพียงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มเล็กๆ ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รับความสำคัญทว่าดูจากอายุของทหารคนนี้แล้ว น่าจะเป็นทหารในมณฑลหลันหลิงนานแล้วมิเช่นนั้นคงไม่ได้แม้แต่เป็นหัวหน้ากลุ่มทหารเล็กๆ หากคิดให้ละเอียดที่จริงก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนพอเดาออกทว่าการพูดเช่นนี้ทำให้ทหารร่างใหญ่คนนี้ฟังแล้วรู้สึกอีกแบบ น่าจะตรงตามหลักที่เขาว่ากันว่าผู้ที่เห็นเหตุการณ์เข้าใจเหตุการณ์มากกว่าผู้ที่ประสบอยู่ในเหตุการณ์เสียอีก
“หมายความว่าอย่างไร?” ทหารร่างยักษ์มองตู้เซ่าฝู่กล่าวว่า “หากวันนี้เจ้าพูดจามีเหตุผลข้าจะปล่อยเจ้าไป หากพูดจาซี้ซั้ววันนี้ข้าคงต้องอัดสั่งสอนเจ้าแล้วล่ะ”
“คำพยากรณ์จากการดูดวงสามารถหลอกเจ้าเป็นแปดปีสิบปีได้แต่คำพูดของข้าในวันนี้ข้าจะทำให้เห็นประสิทธิผลอย่างแท้จริง ไม่ได้หลอกเจ้า เดี๋ยวเจ้าก็รู้แล้ว”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้ม กล่าวว่า “อย่างเช่นเรื่องในวันนี้เป็นต้นที่พิสูจน์ได้ว่าท่านจัดการเรื่องไม่เป็น”
“หมายความว่าอย่างไร?” นัยน์ตาชายร่างยักษ์สั่นไหว สงสัยว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังหลอกเขาอยู่หรือไม่
ตู้เซ่าฝู่กล่าว“ท่านลองคิดดู ข้าต้องการพบผู้ปกครองมณฑล ท่านไม่ช่วยรายงานให้ข้า หากข้าเป็นญาติของผู้ปกครองมณฑลจริงๆล่ะจะทำอย่างไร? พอถึงตอนนั้นเจ้าไม่ซวยหรอกหรือข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปหรอกนะ”
ตู้เซ่าฝู่หยุดไปสักครู่ จากนั้นพูดต่อว่า “หากข้าเป็นคนหลอกลวง อย่างมากเจ้าก็แค่อัดข้าไม่ใช่หรือ? เจ้าไม่ได้เสียเปรียบอะไรตรงไหน ทำไมไม่ไปรายงานให้ข้าล่ะ หากข้าได้พบผู้ปกครองมณฑลเจ้าทำให้ข้าพอใจก็จะช่วยพูดถึงเจ้าในแง่ดี บอกว่าเจ้าจัดการเรื่องเป็นเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ พอผู้ปกครองมณฑลได้ฟังรู้สึกพอใจในตัวเจ้าอาจจะเลื่อนขั้นให้เจ้าก็เป็นได้”
นัยน์ตาขอบชายร่างใหญ่สั่นไหวเขารู้สึกว่าที่พูดก็พอมีเหตุผล แต่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อใจตู้เซ่าฝู่เท่าไร กล่าวว่า “เจ้าหนู ข้าทำข้าต้องเชื่อเจ้า หากเจ้าเป็นคนหลอกลวง พอถึงตอนนั้นผู้ปกครองมณฑลจะหาว่าข้าจัดการเรื่องไม่เป็นคนที่ซวยจะเป็นข้า!”
“ใช้เจ้านี่” ตู้เซ่าฝู่หยิบกระบี่ออกมาจากถุงหยินหยาง เป็นกระบี่ที่ดูธรรมดาที่ด้ามจับกระบี่มีรอยร้าว นี่คือสมบัติที่บิดาขี้เมาของตู้เซ่าฝู่มอบให้ตนก่อนออกเดินทางบอกว่าให้มอบให้กับโอวหยังหลิงผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงก็พอแล้ว
ตู้เซ่าฝู่ส่งกระบี่ให้กับทหารร่างใหญ่กล่าวว่า “นี่คือสมบัติที่ใช้เป็นจดหมายได้เจ้ามอบกระบี่เล่มนี้ให้กับผู้ปกครองมณฑล ผู้ปกครองมณฑลก็จะให้ข้าเข้าพบทันที”
ทหารร่างใหญ่ลังเลสักครู่ นัยน์ตาสั่นไหวในที่สุดเขาก็เริ่มใจอ่อน รับกระบี่เล่มนั้นมาจากตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “งั้นเจ้ารอก่อน ข้าไปรายงานสักครู่”
เมื่อพูดจบทหารร่างยักษ์ให้หยิบกระบี่ไปรายงานก่อนจะไปก็ส่งสัญญาณบอกกับทหารอีกห้าคนให้จับตาดูตู้เซ่าฝู่ไว้ ราวกับว่ากลัวว่าตู้เซ่าฝู่จะแอบหนีไปก่อน
ตู้เซ่าฝู่ยืนรออยู่นอกประตูใหญ่นัยน์ตาสั่นไหว ในใจเขาก็ไม่ได้วางใจขนาดนั้น เพราะเขาไม่รู้ว่าบิดาขี้เมาของเขาสนิทและผูกพันกับผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงมากแค่ไหนทุกอย่างล้วนเป็นคิดที่เขาคาดเดาเอาเอง
ในที่พักอันกว้างใหญ่ไพศาลมีตำหนักสิ่งปลูกสร้างต่างๆ กระจายรอบบริเวณ
ห้องหนังสือที่มีกลิ่นอายความโบราณและความขลังในตำหนักใหญ่ที่ดูโอ่อ่าหรูหราแห่งหนึ่งมีบุรุษวัยกลางคนคนหนึ่งถือแผ่นหยกไว้ในมือ บนแผ่นหยกมีอักษรยันต์เคลื่อนไหวได้มันคือแผ่นหยกส่งสาสน์ แผ่นหยกส่งสาสน์ชนิดนี้ไม่ได้หายากปกติก็มีไว้ใช้เป็นจดหมายส่งข่าว แผ่นหยกนี้สามารถบันทึกเสียงและอักษรได้สะดวกมากๆ
ชายหนุ่มวัยกลางคนมีใบหน้าที่คมเข้มคิ้วดกหนาหางคิ้วชี้ขึ้นเล็กน้อย ขนตายาวโค้งดวงตาสองข้างของเขาเปิดเพียงเล็กน้อยขณะอ่านข่าวสารในแผ่นหยกส่งสาสน์นี้เขามีจมูกโด่งเป็นสัน มีผิวพรรณสีเข้มเล็กน้อย ดูแล้วเป็นบุรุษคนหนึ่งที่ดูสง่าและมีเสน่ห์คนหนึ่ง
“ฟู่!”
ทันใดนั้นบุรุษวัยกลางคนคนนี้ก็เปิดตาสองข้างกว้างขึ้นเขามีดวงตาที่สุกและสดใสเป็นประกายดั่งแสงตะวันยามเช้า กล่าวพึมพำกับตัวเองว่า “เจ้านั่น ใกล้จะสิบเจ็ดปีแล้วนะ ในที่สุดเจ้าก็เริ่มเคลื่อนไหวอะไรบ้างแล้ว”
“พี่หลิง” ห้องอักษรถูกเปิดออกเงาของคนสวมชุดกระโปรงสีแดงเปลวเพลิงวิ่งโพล่งเข้ามา
บุคคลที่เข้ามาคือสตรีรูปงามนางหนึ่งอายุราวๆ สี่สิบกว่า ทว่าดูอ่อนกว่าวัยมาก นางมีหุ่นที่ดี สูงมีน้ำมีนวลมีทรวดทรงองเอว ท่าทางอรชรอ้อนแอ้นเครื่องประดับตกแต่งชุดกระโปรงยาวสีแดงกระทบกันจนเกิดเสียงผมยาวดำขลับก้าวมวยอย่างประณีตพร้อมมีเครื่องประดับดอกไม้ปักอยู่ที่ผมนางก้าวเดินอย่างรีบร้อนมาถึงข้างกายของบุรุษวัยกลางคนที่อยู่ในห้อง
“น้องซันลูกโตขนาดนั้นแล้วยังร้อนรนเป็นฟืนเป็นไฟอีกหรือว่านางหนูนั่นทำเรื่องอะไรไม่เป็นเรื่องอีกหรือ?”บุรุษวัยกลางคนแหงนหน้าไปมองสตรีคนงามนางนั้นดวงตาอันสดใสดั่งแสงตะวันยามเช้ามองสตรีที่เข้ามาหาอย่างอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความรักใคร่
“พี่หลิง ท่านดูสิ……”
สตรีคนงามเงยหน้าทำให้เห็นใบหน้าอันสวยงามของนาง นางมีผิวขาวใสดั่งผิวหยก ผิวพรรณมีเลือดฝาดจางๆดวงตาสุกใสงดงามประหนึ่งดวงจันทร์ดวงดาราสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นมือของนางยื่นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งไปให้บุรุษชายกลางคนที่อยู่ด้านหน้าของนาง
บุรุษวัยกลางคนเมื่อเห็นกระบี่นัยน์ตาของเขาก็สั่นไหวด้วยเช่นกัน ตื่นเต้นจนตัวสั่นเบาๆเขายื่นมาไปคว้ากระบี่ยาวมา และลูบไปที่รอยร้าวบนด้ามกระบี่จากนั้นก็กลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่อึกหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นไหวว่า “กระบี่สักสมุทรนี่คือกระบี่สักสมุทร ตอนแรกที่รู้จักเจ้าหนุ่มคนนั้น ข้าก็มอบกระบี่สักสมุทรให้กับเขา”
บุรุษวัยกลางคนมองหน้าสตรีคนงามที่อยู่ด้านหน้ากล่าวว่า “น้องซัน พ่อหนุ่มคนนั้นมาหรือ เขามาเมืองหลวงมณฑลหลันหลิงแล้วหรือ?”
สตรีงามชุดแดงเองก็สั่นระริก นางส่ายหน้ากล่าวว่า “ทหารหน้าประตูรายงานว่าเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มาอ้างว่าเป็นญาติของท่าน”
“ญาติ……”
ชายวัยกลางคนคนนั้นพูดออกมาลอยๆจากนั้นยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า “ต้องเป็นบุตรชายของเอ้าถงแน่ข้าเพิ่งได้รับข่าวสารมาจากจังหวัดหลิวอวิ๋น นึกไม่ถึงว่าหนุ่มน้อยคนนั้นจะมา”
“บุตรชายของพี่เอ้าถงหรือเด็กน้อยผู้น่าสงสาร พวกเราไปรับเขากลับบ้านกันเถิด……”สตรีคนงามชุดแดงตื้นตันจนเบ้าตามีน้ำตาคลอออกมา
“รับเขากลับบ้าน……”
บุรุษวัยกลางคนคนนั้นนัยน์ตาสั่นไหวจากนั้นพูดออกมาลอยๆ เบาๆ ว่า “ใช่แล้วเด็กคนนั้นคือบุตรของหมอนั่นกับเอ้าถง ก็ถือว่าเป็นลูกหลานของเราเด็กคนนั้นช่างน่าสงสารจริงๆ”
สตรีคนงามนางนั้นน้ำตาคลอเบ้า กล่าวว่า “เขามาแล้ว พวกเราก็ต้องดูแลเขาให้ดีแทนเอ้าถง ไม่ให้เขาต้องถูกใครรังแก” กล่าว จากนั้นก็หันตัวไปรีบออกไปรับคน
“วิ้ง!”
เสียงกระบี่ถอดออกจากฝักเสียงกระทบของโลหะใสและดังกังวาน……
“น้องซันช้าก่อน”
ชายวัยกลางคนเรียกสตรีงามชุดแดงคนนั้นไว้เขาจ้องมองกระบี่สักสมุทรโดยละเอียด นัยน์ตาสั่นไหวราวกับค้นพบอะไรบางอย่าง
“พี่หลิง มีเรื่องอันใดหรือ?”สตรีชุดแดงถามอย่างสงสัย
บุรุษวัยกลางคนมองไปที่กระบี่สักสมุทรในมือเอ่ยถามว่า “น้องซัน เจ้าเห็นอะไรหรือไม่?”
“ก็กระบี่สักสมุทรไงไม่มีอะไรพิเศษ” สตรีคนงามมองไปที่กระบี่สักสมุทรไม่ได้พบอะไรที่ทำให้รู้สึกผิดปกติ
“หมอนั่นส่งบุตรชายมาหาพวกเรา ไม่จำเป็นต้องใช้สมบัติเป็นจดหมายหรือว่าต้องการอะไรบางอย่าง” บุรุษวัยกลางคนมองที่กระบี่สักสมุทรสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย กล่าวว่า “กระบี่สักสมุทรเป็นของที่ตอนแรกที่ข้ากับเขารู้จักกันเขาช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจึงให้มันเป็นการตอบแทน ตอนนี้เขาส่งกระบี่สักสมุทรกับบุตรชายมาหาข้าเหมือนเป็นการแสดงว่าอยากขอร้องอะไรข้า”
“พี่หลิงพี่หมายความว่า……” สตรีงามชุดแดงสีหน้าเปลี่ยนด้วยความตกใจพูดด้วยความตะลึงว่า “หรือว่าหมอนั่นคิดจะลงมือคนเดียวเขาจึงส่งบุตรชายมาให้กับพวกเรา แบบนี้เขาถึงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงในภายภาคหน้า”
“เกรงว่าจะเป็นแบบนั้นเขารอมาสิบเจ็ดปีแล้ว ตอนนี้บุตรชายก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่งเขามาหาพวกเราเขาก็ไม่มีอะไรต้องห่วงหรือกังวลแล้ว”ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างกังวลใจ
“หมอนั่นไปเองคนเดียวได้อย่างไรเขาคนเดียวไม่ว่าอย่างไรก็ต่อสู้กับกลุ่มยิ่งใหญ่ขนาดนั้นไม่ได้หรอก” สตรีคนงามชุดแดงถอนหายใจ สายตาเคร่งเครียด กล่าวว่า “เสียดายที่กำลังของพวกเรามีไม่พอ ช่วยเหลือพวกเขาไม่ได้”
“ในตอนนี้เขาส่งกระบี่สักสมุทรกับบุตรชายมาหาไม่ได้แค่อยากฝากฝังบุตรชายเขาให้กับเรา ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับเขาเขาไม่จำเป็นต้องขอร้องอะไร เขาไม่ทำเช่นนี้หรอก”
ชายวัยกลางคนนัยน์ตาสั่นไหว จู่ๆ มือที่กำกระบี่สักสมุทรก็สั่นระริกทันใดนั้นพลังจากกระบี่ก็ระเบิดแผ่ซ่านออกมา กระบี่สักสมุทรมีเสียงดังวิ้งๆ พลังจากกระบี่ที่มีอานุภาพร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวเขากล่าวว่า “คมกระบี่แสดงถึงความรุนแรงหมอนั้นอยากให้ข้าช่วยเขาทำหน้าที่แทนเขา ช่วยเขาฝึกฝนบุตรชายของเขา!”
……………………………………
นอกประตูใหญ่ ตู้เซ่าฝู่รอคอยอยู่เงียบๆหลังจากนั้นสักพัก ก็เห็นทหารร่างใหญ่คนนั้นวิ่งออกมา
“เจ้าหนูเบื้องบนให้เจ้ารอก่อน”
ชายร่างใหญ่ปรากฏตัวต่อหน้าตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าเซ็งๆ เขาเข้าไปในจวนไม่ได้พบแม้แต่ผู้ดูแลใหญ่ของเรือนเพราะถูกผู้ดูแลเล็กสกัดไว้ จากนั้นก็แย่งงานของเขาไป เขาไม่ได้มีโอกาสแม้แต่พบ ผู้ปกครองมณฑลเลย
“ได้” ตู้เซ่าฝู่ตอบไม่รู้ว่าทำไมในใจเขาเริ่มรู้สึกตื่นเต้นกังวลอย่างบอกไม่ถูก
ตู้เซ่าฝู่ไม่เคยเข้าใจเรื่องของบิดาขี้เมาไม่เคยได้ยินบิดาของเขาเอ่ยถึงสหายมาก่อนสักคน
ทว่าขณะนี้เขากำลังจะได้พบผู้ปกครองมณฑลหลันหลิง เป็นสหายคนแรกที่บิดาขี้เมาเอ่ยถึงบางทีเขาอาจใช้โอกาสนี้เข้าใจเรื่องราวเมื่อก่อนของบิดาเขามากขึ้นและนี่ก็คือสิ่งที่ในใจเขาอยากรู้มาตลอด ขณะนี้เขาก็มีโอกาสได้เข้าถึงเรื่องราวในสมัยก่อนของบิดาขี้เมาด้วยดังนั้นในใจก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา
ทหารร่างใหญ่มองตู้เซ่าฝู่ เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่สีหน้านิ่งไม่ตกใจเลยก็กล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าหนูเห็นแก่ที่ข้าไปรายงานให้เจ้า เจ้าพูดความจริงกับข้าเถิด เจ้าเป็นญาติของผู้ปกครองมณฑลจริงๆหรือไม่ ต่อให้เจ้าไม่ใช่ ข้าก็รับประกันว่าจะไม่อัดเจ้า”
ตู้เซ่าฝู่มองบนใส่ทหารร่างใหญ่จากนั้นเอ่ยถามไปว่า “เจ้าชื่ออะไร?”
“หวงที่สามเพราะในครอบครัวหวงของข้าข้าอยู่ในอันดับที่สาม”ทหารร่างใหญ่ตะลึง จากนั้นบอกว่า” หวงที่สามข้าจำเจ้าได้แล้ว”
ตู้เซ่าฝู่ตบบ่าของทหารร่างใหญ่พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ข้าจะพูดถึงเจ้าในแง่ดีกับท่านผู้ปกครองแน่นอนเจ้ารอเลื่อนขั้นเลยเถิด”
ทหารร่างใหญ่แสดงท่าทางสงสัย จ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งเขาไม่รู้ว่าเขาควรเชื่อในเจ้าเด็กท่าทางก๋ากั่นดูเจ้าเล่ห์คนนี้หรือไม่เขาคิดอยู่เสมอว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะพูดความจริงกับเขาสักประโยค
“แอ๊ด……”
ขณะนั้นเอง ประตูใหญ่ของจวนก็เปิดออกปกติประตูใหญ่ของจวนจะเป็นเพียงประตูเล็กข้างๆ สำหรับคนเดินเท่านั้น
เมื่อประตูใหญ่เปิดออกก็มีคนจำนวนมากรูกันออกมาสตรีงามชุดแดงวิ่งนำหน้าออกมาก่อนด้วยท่าทางรนใจ