นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 132 ดยุคเรนนัส

            ตอนที่ 132 ดยุคเรนนัส

             

             

            ในห้องโถงขนาดใหญ่ โต๊ะยาวตัวหนึ่งที่สลักขึ้นจากหินวางอย่างสวยงามอยู่กลางห้อง มันถูกแกะสลักไว้ในตำแหน่งนี้โดยตรง เป็นส่วนหนึ่งของพื้นห้องโดยสมบูรณ์ รายล้อมคือเก้าอี้หินที่ตอนแรกดูจะนั่งไม่สบายเสียเท่าไหร่ ยังถือว่าโชคดีที่บนที่นั่งและพนักมีเบาะนุ่ม ๆ ติดอยู่ ห้องนี้ได้รับการตกแต่งด้วยรูปสลักจำนวนมากที่สลักเป็นรูปเขี้ยวหรือรูปทรงภูผา สื่อถึงความผูกพันกับผืนดินของเผ่ารูเบียส

             

            ตามผนังนั้นไร้ซึ่งรูปประดับดั่งเช่นเผ่าพันธุ์อื่น มักเป็นการตั้งแสดงหินแร่หลากหลายเสียมากกว่า โดยเฉพาะบนเพดานห้องที่มีหินเรืองแสงขนาดเล็กประดับประดาคล้ายดารา แม้จะไม่อลังการเท่าภายนอกแต่ก็แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าผู้สร้างนั้นชื่นชมในดวงดาราอย่างแท้จริง

             

            บนโต๊ะคืออาหารหลากหลายชนิดที่นิทานเห็นในตลาดกลางและแผงลอยมากมาย อาหารของเผ่ารูเบียสส่วนมากมักจะเป็นแมลงมากหน้าหลายตาตัวอวบอ้วน พืชผักสามารถหาได้ทั่วไปจากพฤกษาที่รายล้อมเมือง ส่วนผลไม้ดูจะมีไม่มากนัก อาจเป็นเพราะภูมิประเทศของขุนเขาและพฤกษาที่ไม่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรมเกี่ยวกับผลไม้

             

            ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่นิทานก็ยังสามารถเห็นผลไม้สีเทาและดำบางส่วนแทรกอยู่ในแต่ละจานและมุมของโต๊ะ สมควรมาจากพืชพรรณหน้าตาประหลาดในสวน พืชผักดูจะไม่ใช่ปัญหาแม้จะไม่ได้มีต้นไม้ในบาราทรัมเยอะ หากผลไม้ดูจะเป็นคนละเรื่องกัน

             

            ณ หัวโต๊ะ คือชายหนุ่มวัยกลางคน หนวดเคราของเขาได้รับการตัดแต่งเป็นทรงอย่างดูดี สีผิวของเขาเข้มคล้ำกว่าเผ่ารูเบียสทั่ว ๆ ไป นัยน์ตาสีแดงดั่งเลือดไม่ได้ลดความคมคายและหล่อเหลาของใบหน้าดุดันนั้นแม้แต่น้อย เขี้ยวทั้งสองที่ศอกของเผ่ารูเบียสผู้นี้ต่างกับเผ่ารูเบียสผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด สีของมันแดงชาดอย่างชัดเจน แม้จะไม่เทียบเท่าดวงตาหรือโลหิตแต่ก็แดงจนแทบไม่อาจเห็นสีขาวได้เลย ต่างกับเขี้ยวของอริยะเข็มโลหิตที่เพียงมีสีแดงเจือจาง

             

            หากสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือระดับพลังที่แผ่พุ่งออกมา เป็นระดับพลังที่สูงส่งที่สุดที่นิทานเคยพบมาในชีวิต ก่อนหน้านี้หากไม่นับนักเดินทางที่เขาไม่ทราบระดับพลังแล้ว ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคืออริยะแปลงเพลิง เขาสันนิษฐานว่าอริยะแปลงเพลิงสมควรเป็นอริยะระดับสูง

             

            หากชายวัยกลางคนเผ่ารูเบียสผู้นี้กลับน่าหวาดหวั่นกว่านั้นมาก เป็นระดับพลังที่ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่อยู่ในกายของคนคนหนึ่ง เพียงมองชายผู้นี้ก็รู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองความเป็นไปและเรื่องราวของเขา ราวกับเขาคือผู้ที่รวบรวมเรื่องราวทั้งชีวิตของตนมากลั่นกรองเป็นพลัง

             

            เครื่องแต่งกายของเขาดูสูงศักดิ์กว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ตรงอกกลัดตราประจำตระกูลเรนนัส ท่าทีสูงส่งบอกความแตกต่างทางฐานะโดยไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย 

             

            คำแห่งพลังที่ถูกสลักอยู่บนร่างทั้ง 5คำ มิอาจสังเกตได้เลย ไม่แม้แต่จะรู้ตำแหน่ง ได้รับการปกปิดอย่างเงียบเชียบจนราวกับไม่มีอยู่ หากระดับพลังที่ร่างนี้แผ่ออกมาตามธรรมชาติกลับเป็นตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

             

            นี่คือผู้แสวงวิถี? หรือสูงยิ่งกว่านั้นกันแน่นะ นิทานคิดอย่างสงสัย เขาไม่เคยพบคนที่บอกระดับพลังของตัวเองออกมาชัด ๆ เขาจึงไม่อาจเปรียบเทียบได้โดยตรง เพียงมั่นใจว่าต้องแข็งแกร่งกว่าอริยะแปลงเพลิงผู้เป็นอริยะระดับสูง

             

            นิทานนั่งอยู่ทางฝั่งขวาของโต๊ะ เว้นจากชายวัยกลางคนผู้นั้นหนึ่งที่นั่ง ผู้ที่นั่งขั้นคืออริยะเข็มโลหิต ถัดจากนิทานไปคือคีตาที่ได้รับที่นั่งเฉกเช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆ มันกำลังจ้องมองอาหารบนโต๊ะอย่างหิวโหยหากก็สำรวมอาการเพราะสถานที่

             

            โอไรออนและมีครูสนั่งอยู่อีกฝั่งโดยที่มีครูสนั่งติดกับชายวัยกลางคนผู้นั้น โอไรออนมีท่าทีกดดันอย่างเห็นได้ชัดแม้จะมีเพื่อนของตนอยู่ข้างกายก็ตาม โรนัลและเอวานไม่ร่วมโต๊ะด้วย เพียงยืนอย่างสำรวมทางด้านข้าง

             

            “ท่านปู่ ท่านทำเพื่อนของผมกลัวหมดแล้ว” มีครูสกล่าวขึ้นกับชายวัยกลางคนผู้นั้น ฐานะที่มีครูสเรียกช่างไม่เหมาะสมกับใบหน้าหล่อเหลาของชายวัยกลางคนที่ดูยังไงก็ไม่สมควรเกิน 40เลยแม้แต่น้อย

             

            ชายวัยกลางคนผู้นั้นเผยรอยยิ้มก่อนสลายพลังทั้งหมดออกจากร่าง เหลือเพียงชายวัยกลางคนธรรมดา ๆ ที่ยิ้มแย้มเท่านั้น

             

            “ขอโทษด้วยมีครูส เวลาเห็นชนรุ่นหลังที่มีแววทีไรแล้วข้าอดไม่ได้” ดยุคเรนนัสหัวเราะเบา ๆ พลางเหลือบตามามองนิทาน

             

            “ท่านดยุคประเมินผู้น้อยสูงไปแล้ว คำชมนั้นผู้น้อยไม่กล้ารับ” นิทานตอบกลับอย่างสุภาพ เขาค่อนข้างเหนื่อยเรื่องการใช้ภาษาเป็นอย่างมาก เขาไม่ทราบเรื่องภาษาระดับทางการของเผ่าพันธุ์อื่นมากนักจึงเลือกใช้คำเป็นกลางที่ดูเหมาะสมและสุภาพที่สุด

             

            “ผิดแล้ว ผู้เรียนรู้ที่สามารถสังหารนักสลักโทได้ ข้าจะไม่แปลกใจเลยหากเจ้าเป็นหนึ่งในผู้เรียนรู้ 5คำในตำนาน” ดยุคเรนนัสเผยรอยยิ้มบาง มองนิทานอย่างใคร่รู้

             

            นิทานไม่ตอบคำ เพียงปั้นสีหน้าสุภาพมองกลับไปเท่านั้น เขาไม่ใช่ผู้เรียนรู้ 5คำที่มีอยู่น้อยนิดจนแทบเป็นตำนานนั่น

             

            “ถึงจะมีสมบัติเข้าช่วยก็ไม่ได้ทำให้ข้าประเมินเจ้าต่ำลงแต่อย่างใด สังหารนักสลักโทได้ทั้งที่ยังเป็นเพียงผู้เรียนรู้ เจ้าสมควรด้อยกว่าเรอุสสมัยยังเยาว์ไม่มากนัก” ดยุคเรนนัสกล่าวต่อ

             

            “ถ้านั่นคือพลังทั้งหมดของเจ้าจริง ๆ น่ะนะ” ดยุคเรนนัสหัวเราะเสียงเบา

             

            นิทานยังคงนิ่งเงียบ เขาไม่คิดเผยความลับของพลังตัวเองทั้งหมด หากก็เป็นเรื่องจริงที่นั่นคือขีดจำกัดของเขาแล้ว อริยะ 3วินาทีเพียงสามารถใช้ปิดฉาก ไม่อาจนับเป็นพลังที่ใช้สู้ต่อเนื่องได้

             

            แต่นั่นก็เป็นเรื่องของปัจจุบัน เมื่อเขาก้าวขึ้นเป็นนักสลักเอกหรือคีตาขึ้นเป็นนักสลักเอก พลังของพวกเขาสมควรทบทวีขึ้นไปอีกหลายขั้นจากการแบ่งปันพลัง คำแห่งพลังระบุชื่ออย่าง นิทาน วงจันทรา และ คีตา วงจันทรา มีความวิเศษถึงเพียงนั้น

             

            “ผู้น้อยเพียงใช้กลอุบายและสมบัติเท่านั้นครับ” นิทานตอบกลับ

             

            ดยุคเรนนัสยิ้มมุมปาก ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม เพียงเริ่มรับประทานอาหารนานาบนโต๊ะ เป็นสัญญาณให้คีตาที่หิวโหยอยู่แล้วเริ่มกินบ้าง แม้มันจะอยากฟาดอาหารทั้งหมดลงท้องแต่ก็ถูกจำกัดให้กินอย่างเรียบร้อยด้วยคำว่ามารยาท

             

            “ท่านปู่ นี่คือโอไรออน เป็นเพื่อนที่ผมพบในเหตุการณ์นั้น” มีครูสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ต่างกับสีหน้าท่าทางไร้อารมณ์ยามถูกจับไปโดยสิ้นเชิง

             

            “สวัสดีครับดยุคเรนนัส โปรดอภัยให้ความไม่สุภาพของผม” โอไรออนกล่าวทักทาย เขาย่อมไม่รู้มารยาททางการเช่นกันจึงพยายามพูดน้อยเข้าไว้

             

            “ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้น เป็นข้าเองที่อยากพบพวกเจ้า มีครูสคือสิ่งล้ำค่าในชีวิตของข้า” ดยุคเรนนัสเผยรอยยิ้มอ่อนโยนแก่โอไรออน

             

            "เป็นเด็กที่ยอดเยี่ยม หากเจ้าสามารถรักษาความกล้าหาญและจิตใจอันแข็งแกร่งไว้ได้ การค้นพบคำแห่งพลังจะมิใช่เรื่องยากแต่อย่างใด หน่ออ่อนอันประเสริฐ" ดยุคเรนนัสกล่าวชมโอไรออนโดยตรง ไม่สนฐานะเผ่าซือบาสของเขาแม้แต่น้อย 

             

            นัยน์ตาแดงก่ำดั่งโลหิตนั้นมองมาทางนิทาน แม้ในนั้นจะไร้ซึ่งสีใดนอกจากสีแดงหากนิทานกลับสามารถเห็นสีแห่งความสุขได้ในนั้น

             

            “ข้า เซราน เรนนัส ขอขอบคุณเจ้าจากใจจริงที่ช่วยเหลือมีครูส” ดยุคเรนนัสนำเขี้ยวสีแดงทั้งสองของตนมาเคาะกันเบา ๆ นิทานรับความเคารพนั้นด้วยท่าทางเช่นเดียวกัน

             

            “เป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้วครับ” นิทานตอบกลับ

             

            “เจ้าจะมองเช่นไรไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือเจ้าช่วยมีครูสไว้ และนั่นทำให้เจ้าคู่ควรกับคำขอบคุณและรางวัล” ดยุคเรนนัสกล่าวด้วยรอยยิ้ม หันไปกล่าวกับอริยะเข็มโลหิต

             

            “ลำบากเจ้าแล้ว มอราน”

             

            “ข้าเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น” อริยะเข็มโลหิตคำนับตอบก่อนจะลุกเดินออกมายืนทางด้านหลัง เขาพาเอวานและโรนัลออกจากห้องไป ห้องโถงนี้จึงเหลือเพียงพวกเขาเพื่อความเป็นส่วนตัว

             

            “เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องการหรือไม่ หากไม่ยากเกินความสามารถของข้า ข้าย่อมยินดีมอบให้” ดยุคเรนนัสกล่าวขึ้น

             

            นิทานทำสีหน้าขบคิดเล็กน้อย มีหลายสิ่งที่เขาสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเงินสดตรง ๆ สมบัติบางอย่าง หรือ ละอองรูบีออนก็น่าสนใจ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่กล้าเอ่ยขอสมบัติชั้นสูงเช่นนั้น แต่ที่แน่ ๆ เขาไม่คิดปฏิเสธสมบัติอยู่แล้ว เขาเหนื่อยขนาดนี้ก็ต้องมีอะไรตอบแทนบ้างสิ!

             

            “ข้าได้ตรวจสอบประวัติของเจ้ามาแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าสมควรสนใจสิ่งนี้” ดยุคเรนนัสดีดนิ้วเบา ๆ หินแร่ก้อนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะอาหาร

             

            หินแร่ก้อนนี้เมื่อมองดูดี ๆ แล้วจึงพบว่ามันเป็นศิลาวิเศษแบบหนึ่ง มันมีรูปร่างคล้ายดวงดารา ส่องประกายบางเบา ภายในคือผงละอองมากมายที่กระจายอยู่ทั่วเปลือกนอกสีดำที่มองทะลุได้ ดูคล้ายกับห้วงอวกาศ

             

            นิทานไม่รู้จักสมบัติชิ้นนี้ หากเขากลับรู้สึกได้ถึงความเย้ายวนบางอย่างที่ก่อกำเนิดขึ้นในใจ แม้แต่คีตาที่เพลิดเพลินกับอาหารยังหยุดกินและหันกลับมามองศิลาก้อนนี้ หูของมันตั้งขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาที่ส่องประกาย

             

            “โฮ่ง!”

            นิทาน! ของดี!

             

            มันไม่รู้จักสมบัติและไม่ชอบอ่านหนังสือด้วย แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันกำลังบอกมันว่านี่คือสมบัติล้ำค่า มีครูสนัยน์ตาเบิกกว้างพร้อมหันไปมองท่านปู่ของตนอย่างไม่เชื่อสายตา

             

            "สัญชาตญาณล้ำเลิศ" ดยุคเรนนัสเผยรอยยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของคีตา

             

            “ท่านปู่ สิ่งนี้…” มีครูสเอ่ยเสียงเบา เสียงของเขาปนไปด้วยความรู้สึกผิด ราวกับรู้สึกผิดที่ตนทำให้ท่านปู่ต้องสูญเสียสมบัติชิ้นนี้

             

            “นี่คือศิลาห้วงดารา สมควรเป็นสมบัติที่เจ้ากำลังตามหา” ดยุคเรนนัสเอ่ยขึ้น มองไปยังนิทานที่มีท่าทีกระสับกระส่าย

             

            นิทานไม่ทราบว่าสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างไรและทำไมดยุคเรนนัสถึงกล่าวว่านี่คือสิ่งที่เขาตามหา แต่คุณค่าของมันเพียงมองก็เดาได้ไม่ยาก

             

            “เจ้าต้องการเข้าร่วมงานประลองของจักรวรรดิมาลาไคเพื่อแย่งชิงน้ำค้างกลั่นจันทราใช่หรือไม่” ดยุคเรนนัสกล่าวต่อ

             

            หรือว่า? นิทานนัยน์ตาเบิกกว้าง เขาเริ่มเดาความคิดของดยุคเรนนัสได้แล้วจากคำพูดเหล่านี้ ไม่ได้สนใจเหตุใดดยุคเรนนัสถึงรู้ได้แม้แต่น้อย ข่าวกรองระดับนี้มิใช่สิ่งที่หาได้ยากแต่อย่างใด

             

            “ถูกต้องแล้ว สิ่งนี้มีสรรพคุณเช่นเดียวกันกับน้ำค้างกลั่นจันทรา สามารถเติมน้ำในมหานทีรากวิญญาณ เพิ่มโอกาสในการทำพิธีสลักคำครั้งที่ 2” ดยุคเรนนัสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

             

            นิทานได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นแรงและรู้สึกได้ถึงอาการหายใจติดขัดได้อย่างชัดเจน นี่คือสิ่งที่เขาตามหาโดยแท้จริง! เป็นสมบัติและเหตุผลที่เขาออกเดินทาง!

             

            แม้ความกระหายอยากจะเข้าครอบงำ แต่นิทานกลับไม่กล้ารับสิ่งนี้ไว้

             

            มูลค่าของมันสูงส่งเกินไป เป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงิน นักเดินทางถึงกลับกล่าวว่าคงมีเพียงองค์ราชินีเท่านั้นที่จะมีสิ่งนี้ได้เป็นจำนวนมาก 

             

            “รางวัลที่สูงค่าเช่นนี้ ใช่ว่าสูงค่าเกินไปหรือไม่ครับ?” นิทานพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เขาพยายามสงบสติอารมณ์หากก็ยากเสียเหลือเกินเมื่อสิ่งที่เขาตามหามาอยู่ตรงหน้า

             

            “ชีวิตของมีครูสมีค่ากว่านั้นมาก สำหรับข้าย่อมไม่มองว่ามากเกินไป แต่สำหรับเจ้า จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่” ดยุคเรนนัสยิ้มมุมปาก

             

            ห้องตกเข้าสู่ความเงียบสงัด โอไรออนเพียงมองหลาย ๆ อย่างด้วยความตื่นเต้น เขาไม่เข้าใจคุณค่าของศิลาชิ้นนี้แต่รับรู้ได้ถึงความตึงเครียดของสถานการณ์

             

            นิทานสงบสติอารมณ์ เขาเริ่มวิเคราะห์เรื่องต่าง ๆ ในหัว สิ่งที่เกิดขึ้น ความหมายของการกระทำต่าง ๆ

             

            รางวัลมากเกินไป สูงค่ามากเกินไป มีเจตนาแอบแฝงแน่นอน นิทานคิด แน่นอนว่านิทานไม่ใช่คนจำพวกที่เชื่อถือเพียงแนวคิดที่ว่าเผ่ารูเบียสซื่อตรง ไร้เล่ห์เหลี่ยม คนทุกคนย่อมมีผู้แตกต่าง และแน่นอนว่าเผ่ารูเบียสทุกคนย่อมไม่ใช่เช่นนั้น ยิ่งกับคนที่ฐานะสูงส่งอย่างดยุคด้วยแล้ว

             

            ถ้าคิดง่าย ๆ ก็คืออยากให้ฉันติดหนี้ ไม่ก็ดึงมาเป็นพวก สงครามการเมืองของเผ่ารูเบียสหรือเปล่า? นิทานคิดช้า ๆ เรื่องเช่นนี้เขาไม่อาจเร่งรีบได้ ดยุคเรนนัสก็ดูจะไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย เพียงบรรจงหั่นหนอนตัวอวบอ้วนที่ถูกย่างจนหอม ราดด้วยเครื่องปรุงและน้ำข้นหน้าตาน่ากินนำมาเข้าปาก

             

            แล้วไพลินล่ะ มีความสัมพันธ์กับดยุคเรนนัสมากแค่ไหน หรือจะส่งผลร้ายถ้าเกิดฉันถูกพูดกันว่ารู้จักกับดยุคเรนนัส นิทานพึมพำ เขาพยายามคิดในหลาย ๆ แง่มุม

             

            ผ่านไปอีกชั่วครู่ นิทานจึงเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะตอบกลับไป

             

            “สมบัติเช่นนี้ผู้น้อยมองว่าสูงค่าเกินไปจริง ๆ ครับ เช่นนั้นแล้วผู้น้อยขอให้รางวัลนั้นเป็นการรักษาสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรไฟกัลป์เช่นที่ผ่านมาก็มากเพียงพอ” นิทานตอบ

             

            ดยุคเรนนัสได้ยินเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มกว้าง ใบหน้านั้นเริ่มหัวเราะอย่างสาสมใจ

             

            “ปราดเปรื่อง” ดยุคเรนนัสหัวเราะ


    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912