ณ โรงเรียนประถมสุดแสนไฮโซที่ชาวบ้านระแวกนั้นต่างขนานนามว่าเป็โรงเรียนสำหรับคุณหนู เพราะนอกจากค่าเทอมที่ราคาแพงแสนแพงแล้ว ยังมีค่าบริการจุกจิกที่ตามมาอีกด้วย เด็กที่ได้มาเรียนที่นี่นอกจากฐานะที่บ้านจะต้องดีมากแล้ว ส่วนใหญ่ยังเป็บรรดาลูกคุณหนูในตระกูลใหญ่แถวหน้าอีกด้วย ไม่แปลกใจเลยที่บรรดาคุณครูของที่นี่จะต้องดูแลนักเรียนอย่างดีแทบจะปูพรมแดงกันเลยทีเดียว
“เอาหละค่ะ นี่ก็ถึงเวลาพักกลางวันของเด็กๆกันแล้ว ไหนใครอยากเล่นของเล่นบ้างคะ ?”
เสียงคุณครูวัยกลางคนท่านหนึ่งส่งเสียงถามนักเรียน
“ผมครับ/หนูค่ะ”
เด็กๆทุกคนพร้อมใจกันตอบรับและะโโลดเต้นกันยกใหญ่ที่จะได้เล่นของเล่นกันไวๆ ซึ่งของเล่นนั้นก็มีมากมายเพียงพอต่อเด็กๆทุกคน เพราะโรงเรียนแห่งนี้รับนักเรียนแค่ 2 ห้องเท่านั้น แต่วันนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเนื่องจากมีชิงช้าตัวใหญ่ สีสันสดใสเป็ที่หมายปองของเด็กๆทุกคนที่จะได้เล่นเป็คนแรก และแน่นอนหนึ่งในนั้นก็คือเด็กหญิงข้าวหอมที่มีหน้าตาน่ารักน่าชัง เด็กผู้ชายร่วมห้องต่างก็เปิดทางเสียสละเป็สุภาะบุรุษให้เธอได้เล่นเป็คนแรกกันทั้งนั้น
“ข้าวหอม เชิญเล่นก่อนได้เลยครับ” เด็กชายคนหนึ่งที่ชอบทำตัวโตเกิดวัยหันมายิ้มตาหยีพร้อมกับผายมือให้
“ขอบคุณนะอาชิ” เธอหันไปตอบพร้อมกับยิ้มที่ทำเอาใครเห็นก็ต่างพากันหลงรัก
เด็กหญิงก้าวขึ้นไปนั่งบนชิงช้าลายหมีน้อยน่ารักและค่อยๆเอาสองเท้าป้อมๆออกแรงถีบส่งตัวเพื่อให้ชิงช้าค่อยๆแกว่งตัวอย่างช้าๆ
ปึกก!
เสียงล้มดังปึกของเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังพยายามชูตลูกบาสไซส์เด็ก แต่ดันพลาดโดนลูกบาสกระเด็นใส่หัวจนล้มลงไปกองกับพื้น คุณครูจึงต้องรีบเข้าไปดูเป็การใหญ่
“ว๊ายยยย เจ็บมากไหมคะ ?” ตามมาด้วยเสียงร้องงอแงของเด็กชายคนนั้น
“แหวะ ไม่เห็นจะน่ารักกว่าชั้นตรงไหนเลย ทำไมใครๆก็ต้องให้เธอเล่นก่อน” เด็กหญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“เธออยากเล่นหรอ ? งั้นมาเล่นเลยจ่ะ เราผลัดกันเล่นนะ”
“ไม่ ตอนนี้ชั้นไม่อยากเล่นแล้ว” เธอตอบและออกแรงเหวี่ยงให้ชิงช้าแกว่งสูงขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มน่ากลัว
“ฮืออออ พอเถอะนะ เรากลัวแล้ว”
“ไม่”
ผลักก!!
ร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่พยายามอย่างเต็มที่ในการเหนี่ยวรั้งเชือกอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่เป็ผล สุดท้ายเธอก็ตกลงมาที่พื้นอย่างแรง
“ฮืออออ” เธอได้แต่ร้องเงียบๆเพราะยังรู้สึกจุกอยู่มาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมักโดนเด็กผู้หญิงคนอื่นๆแกล้งเป็ประจำ
“เธอทำอะไรข้าวหอม !!”
เด็กชายขาวตี๋ที่ดูก็รู้ว่ามีเชื้อสายจีนอย่างแน่นอนะโขึ้นเสียงดัง และหันไปจ้องหน้าผู้กระทำผิดอย่างเอาเื่
“เราไม่ได้ทำอะไรนะลู่เหอ” เธอรีบปฏิเสธอย่างลนลาน
“เห็นๆกันอยู่”
ผลักก!!
ลู่เหอผลักเธอล้มลงกับพื้นอย่างแรงโดยไม่สนใจถึงแม้เธอจะเป็ผู้หญิงก็ตาม ข้าวหอมเองก็ใมากกับเหตุการณ์ตรงหน้าเธอเช่นกัน
“แงงงงงงงง” เธอร้องไห้ออกมาเสียงดัง จนคุณครูต้องรีบผละจากเด็กชายคนก่อนหน้ามาดูเธออย่างรวดเร็ว
“เฮ้อออ นี่วันอะไรเนี่ย ทำไมถึงมีแต่เื่นะ” คุณครูอุทานออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
“จับมือเรานะข้าวหอม ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่ไหม”
ลู่เหอส่งมือมาให้ข้าวหอมเพื่อดึงให้เธอลุกขึ้นและส่งยิ้มมาให้เธอ เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาโลกมันกลับสดใสอีกครั้ง จากที่เจ็บก็ลืมความเจ็บไปหมดสิ้น
“ขะ..ขอบคุณนะลู่เหอ”
เธอไม่อยากจะเชื่อสายตา ‘ลู่เหอ’ หรือเด็กชายบ้านติดกับเธอที่เธอแอบเห็นเขาเล่นอยู่ที่สวนหลังบ้านกับบรรดาพี่เลี้ยงเป็ประจำ เธอชอบมองเวลาที่เขาหัวเราะและยิ้มแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่วันนี้ลู่เหอส่งยิ้มนั้นมาให้เธอทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แม้จะอยู่ห้องเดียวกันแต่ก็แทบไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย
“ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม ?”
ข้าวหอมได้แต่พยักหน้าหงึกๆแทนคำตอบ และส่งยิ้มกลับไป
“น้องลู่เหอคะ ทำแบบนี้ไม่ถูกต้องเลยนะคะ น้องลู่เหอเป็ผู้ชายจะไปผลักน้องโมอาแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
คุณครูหันมาตำหนิลู่เหอหลังจากที่ดูอาการของโมอาแล้วพบว่าเธอมีแผลถลอกตามแขนและขาเต็มไปหมด
“แต่โมอาแกล้งแกว่งชิงช้าจนข้าวหอมตกลงมาก่อนนะครับ”
“ว๊ายยย ตายจริงนี่มันวันอะไรของชั้นเนี่ย” คุณครูรีบไปดูข้าวหอมและพบว่ามีรอยเขียวช้ำที่ข้อศอกของเธอจริงๆ
“คุณครูอย่าดุลู่เหอเลยนะคะ ที่เขาทำเพราะช่วยข้าวหอมเอาไว้” ข้าวหอมเริ่มร้องไห้ออกมา น่าแปลกใจมากที่เธอตกลงมาจากชิงช้าเธอกลับไม่ร้อง แต่พอเห็นลู่เหอโดนคุณครูดุเพราะมาช่วยเธอ เธอกลับร้องออกมา
“เอาหละๆ ครูเข้าใจแล้วค่ะ แต่ยังไงครูคงต้องแจ้งพบผู้ปกครองของน้องลู่เหอ น้องโมอา และน้องข้าวหอม เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้นะคะ”
ยังไงซะ คุณครูอย่างเธอก็ต้องเรียกพบผู้ปกครองอยู่ดี เพราะพวกเขาคงใมากเมื่อเห็นสภาพลูกๆที่ฟกช้ำดำเขียวกลับบ้านแบบนี้ เธอคงได้แต่ทำใจยอมรับชะตากรรมที่จะต้องโดนต่อว่าข้อหาดูแลเด็กๆไม่ดี
หลังจากที่คุณครูประจำชั้นโดนผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกไปตักเตือนแล้ว ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คนก็เดินทางมาถึงโรงเรียนพอดี โดยการเรียกพบผู้ปกครองในครั้งนี้ผู้อำนวยการจำเป็ต้องมาขอโทษด้วยตนเองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถือว่าเป็เื่ใหญ่สำหรับโรงเรียนไฮคลาสระดับนี้
“นี่มันเกิดเื่บ้าบออะไรขึ้นห๊ะ!!” พ่อและแม่ของโมอาเดินเข้ามานั่งในห้องเป็คู่แรกและเริ่มโวยวายทันที หลังจากนั้นพ่อและแม่ของข้าวหอมก็ตามเข้ามา และสุดท้ายคือผู้ปกครองของลู่เหอซึ่งมีแม่มาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“รบกวนทุกท่านใจเย็นๆก่อนนะครับ ผมต้องขออภัยกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยจริงๆ”
ผู้อำนวยการลุกขึ้นและโค้งให้กับทุกคนอย่างนอบน้อม และหันไปพยักหน้าให้คุณครูประจำชั้นเป็ผู้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากเล่าจบพ่อและแม่ของโมอามีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดและเริ่มโวยวายอีกครั้ง
“เลี้ยงลูกยังไงถึงได้มีนิสัยอันธพาลชอบทำร้ายผู้หญิง”
แม่ของโอมาหันมาโวยใส่ทางแม่ของลู่เหอทันที ซึ่งเธอก็ได้แต่นิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้อะไร
“แล้วคุณหละคะ เลี้ยงลูกยังไงถึงได้มีนิสัยอันธพาลชอบแกล้งเพื่อน ถ้าไม่ได้น้องลู่เหอ น้องข้าวหอมคงจะแย่ไปมากกว่านี้ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณน้องลู่เหอมากนะคะ”
แม่ของข้าวหอมทนไม่ไหวจึงออกตัวแทน และหันมากล่าวของคุณทางด้านแม่ของลู่เหอ
ด้านนอก
“ลู่เหอนายมันแย่ ทำร้ายผู้หญิง ถ้าแม่ออกมาจากห้องนั้นมื่อไหร่ชั้นจะฟ้องแม่ให้จัดการนาย คอยดู!!” โมอายังคงโวยวายไปร้องไห้ไปไม่หยุด ทาด้านฝ่ายลู่เหอดูเหมือนเขาจะไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว
“ต่อไปนี้ถ้าใครมาแกล้งข้าวหอมอีกบอกเรานะ เราเห็นข้าวหอมโดนแกล้งประจำเลยต่อไปนี้เราจะปกป้องข้าวหอมเอง”
“ขอบคุณนะลู่เหอ ว่าแต่ทำไมลู่เหอถึงอยากช่วยเราหรอ ?”
“ก็..ก็เราเป็เพื่อนบ้านกันไง แล้วเราก็ไม่ชอบเห็นใครโดนรังแกด้วย” เด็กชายตัวน้อยตอบกลับอย่างตะกุกตะกักผิดกับคำถามอื่นๆ
“งั้นหรอ ยังไงข้าวหอมก็ขอบคุณลู่เหอมากๆนะ”
ข้าวหอมไม่พูดเปล่า เธอล้วงหยิบเอาขนมที่คุณครูให้เธอเผื่อเป็การปลอบใจที่โดนแกล้งในกระเป๋ากระโปรงออกมา และส่งมันให้กับลู่เหอ
“ต่อไปนี้เราเป็เพื่อนสนิทกันนะ เ้าตี๋น้อยลู่เหอ” ข้าวหอมพูดออกมาหลังจากมอบขนมให้เขา ก็เขามันเป็ตี๋น้อยจริงๆนี่นา
“อื้ออ”
และแล้วมิตรภาพเล็กๆก็เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงร้องไห้โยเยของโมอา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นไม่นานผู้ปกครองของเด็กๆทั้ง 3 คนก็ออกมาจากห้อง และแน่นอนว่าโมอาเป็คนแรกที่พุ่งตรงไปหาแม่ของเธออย่างรวดเร็ว และเริ่มโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณแม่ต้องจัดการให้โมอานะคะ พวกนี้มันเป็พวกเด็กนิสัยไม่ดี”
ทางด้านฝ่ายของแม่โมอาเมื่อเริ่มเห็นแผลถลอกตามตัวลูกสาว ก็เริ่มจะโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งแตกต่างกับข้าวหอมที่เธอก็เจ็บตัวเช่นกันแต่เธอไม่ได้แสดงกริยาก้าวร้าวหรืองอแงออกมาแม้แต่น้อย ซึ่งแสดงถึงการอบรมมาจากผู้ปกครองเป็อย่างดี ทำให้ทั้งผู้อำนวยการและคุณครูเห็นแล้วยังรู้สึกชื่นชม
“ผมว่าพอเถอะครับ เราในฐานะผู้ใหญ่คุยกันเรียบร้อยแล้วก็ควรจะให้มันจบเพียงเท่านี้ ที่เหลือเราก็ควรกลับไปสอนลูกของเราว่าอะไรดีหรือไม่ดี”
เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง พ่อของข้าวหอมจึงรีบตัดบทเนื่องจากคิดว่าลูกสาวเจ็บตัวแล้วคงอยากจะกลับบ้านไป พักแล้ว
“’งั้นลู่เหอก็ต้องไปขอโทษน้องโมอาด้วยนะลูก ยังไงน้องก็เป็ผู้หญิงนะครับลูก”
แม่ของลู่เหอเอ่ยขึ้นหลังจากที่เธอแทบไม่พูดอะไรออกมาเลยหลังจากเกิดเื่ขึ้น เด็กชายลู่เหอเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าผู้เป็แม่อย่างใช้ความคิด แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเดินไปขอโทษโมอา
“เราขอโทษนะโมอาที่ผลักเธอ แต่โมอาก็ควรขอโทษข้าวหอมด้วยเหมือนกัน” ลู่เหอพูดกับโมอาด้วยเสียงนิ่งๆพร้อมทั้งจ้องหน้าเธอ จนโมอารู้สึกหวั่นๆจึงต้องยอมขอโทษข้าวหอมออกมา
“เรายอมขอโทษเธอก็ได้ข้าวหอม”
“เอาหละๆ พอได้แล้ว ไปกลับบ้านกันลูก” พ่อของโมอาตัดบทและคิดว่าเื่มันควรจบได้แล้ว ลูกๆของพวกเขาจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนเสียที ถึงแม้ภรรยาของเขาจะยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆก็ตาม
“ยังไงผมก็ต้องกราบขออภัยกับเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ด้วยนะครับ ผมรับรองว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบวันนี้กิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน” ผู้อำนวยการพูดพร้อมโค้งอย่างนอบน้อมอีกครั้ง
“’งั้นวันนี้ข้าวหอมขอชวนลู่เหอมากินข้าวที่บ้านเราได้ไหมคะคุณแม่ ?”
“ทำไมจะไม่ได้หละจ๊ะคนเก่งของแม่ ยังไงก็เรียนเชิญคุณพ่อคุณแม่น้องด้วยนะคะ”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีวันนี้ติดธุระจริงๆค่ะ” เธอพูดขึ้นอย่างเกรงใจ แต่ว่าวันนี้เธอก็ติดธุระสำคัญจริงๆ
“งั้นลู่เหอกลับกับข้าวหอมก็ได้ครับคุณแม่ ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ ลู่เหออยากไปเที่ยวเล่นบ้านข้าวหอม”
“นะคะมาดาม ถือเป็การขอบคุณน้องลู่เหอ”
ใช่ว่าพวกเขาจะเป็เพียงเพื่อนบ้านกันเพียงอย่างเดียว จริงๆแล้วพวกเขาก็อยู่ในวงการนักธุกิจย่อมรู้จักและเคยพบปะกันมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ ทางด้านฝ่ายของมาดามเธอก็คิดไปสักพักก่อนจะพยักหน้าเพื่อเป็การตอบรับ เพราะถึงยังไงเธอก็จะส่งพี่เลี้ยงคนสนิทไปตามดูแลลูกชายอยู่แล้ว
“เย้ๆ” เด็กๆส่งเสียงออกมาพร้อมกัน และหันไปมองหน้าและยิ้มให้แก่กัน บรรดาพ่อแม่เห็นลูกมีความสุขก็มีความสุขตามไปด้วย นี่สินะความรู้สึกของคนเป็พ่อเป็แม่