ั้แ่ที่หลี่หานอี้กลับไปวันนั้นเขาก็ไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านหนานซานอีก แต่เขาเขียนจดหมายฝากมากับเว่ยเจ๋อิที่กลายเป็นกส่งสารไปโดยไม่รู้ตัว
วันนั้นที่เขาใช้ข้ออ้างมาที่เรือนของชายหนุ่ม ทำให้บุรุษทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว พูดอีกอย่างคือเว่ยเจ๋อิคือว่าที่หลานเขยของตระกูลเถียนและหลี่หานอี้ก็คืออาเขยเล็กของเขานั่นเอง
งานมงคลของตระกูลเถียนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สำหรับพวกเขาแล้วนี่เป็ครั้งที่สองที่ตระกูลเถียนและตระกูลหลี่ผูกสัมพันธ์ผ่านการแต่งงาน สองตระกูลนับว่าคุ้นเคยกันเป็อย่างดี ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านหนานซานถูกเชิญมาร่วมงานแต่งงานในครั้งนี้ยกเว้นคนตระกูลสวี
แม่นางหลี่มารดาของเถียนสวี่หลันและแม่นางเซี่ยมารดาของเว่ยเจ๋อิที่มาช่วยงานนั่งพูดคุยกันอย่างถูกคอ ทำให้เถียนสวี่หลันที่นั่งอยู่กับพวกนางกลายเป็ตัวเกะกะไป
เถียนสวี่หลันเบื่อที่ต้องนั่งเฝ้า ทั้งที่ตนเองก็ทำอะไรไม่เป็นางจึงออกไปเดินเล่น ตอนนี้ก็บ่ายแก่แล้วอีกไม่นานสำนักศึกษาจื้อกั๋วก็คงจะเลิกเรียน นางจึงคิดที่จะไปรอรับเว่ยเจ๋อิที่หน้าหมู่บ้าน
ระหว่างทางที่เดินไปยังทางเข้าหมู่บ้าน มีบุรุษผู้หนึ่งเดินออกมาขวางนางเอาไว้ เถียนสวี่หลันจำเ้าหน้าปรุผู้นี้ได้ดี หวังเอ้อโกวหรือหวังหมาจื่อเ้าอันธพาลประจำหมู่บ้าน
ที่เขาถูกเรียกว่าหมาจื่อเพราะใบหน้าที่มีรอยปรุและจุดด่างดำทั่วทั้งใบหน้าทำให้ชาวบ้านเรียกเขาเช่นนั้น ปกติเ้านี่มันแทบจะไม่เคยออกมาเดินในเวลาเช่นนี้เลย นอกจากจะเมาทั้งวันและขลุกอยู่แต่ในบ่อนพนัน มันก็แทบจะไม่ออกมาให้ผู้ใดในหมู่บ้านเห็นหน้า วันนี้ช่างแปลกประหลาดที่อยู่ๆ เ้านี่ก็เดินออกมาขวางทางนาง
“หลีกไป”
เถียนสวี่หลันเอ่ยเสียงเย็น นางไม่คิดว่านี่จะเป็เื่บังเอิญ จะต้องมีใครบงการมันให้มาทำเื่ไม่ดีกับนางแน่ เ้าหน้าปรุหวังหมาจื่อยื่นหน้าเข้ามาใกล้เถียนสวี่หลัน ก่อนจะทำท่าสูดดมคล้ายกับสัตว์ป่า
เถียนสวี่หลันเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที มันทำให้นางนึกถึงเมื่อชีวิตที่แล้วที่นางถูกรุมข่มขืนครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่ร่างกายของนางพิการไร้แขนขา
“ถ้าเ้าบอกข้ามาว่าเป็ใครที่สั่งให้เ้ามาที่นี่ ข้าจะจ่ายให้เ้าสี่สิบตำลึงตอนนี้เพื่อให้กลับไปจัดการกับมัน และอีกสี่สิบตำลึงหลังจากเสร็จงานแล้ว”
หวังหมาจื่อตัวแข็งทื่อไปทันที
“จะ...เ้าพูดจริงหรือ”
เ้าหน้าปรุ ถูมือตนเองไปมาก่อนจะทำท่าเลียปาก แม้มันจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่ไม่ได้ลิ้มลองสาวงงามตรงหน้า แต่เงินแปดสิบตำลึงก็มากพอจะให้มันใช้เล่นพนันไปได้อีกนาน
เถียนสวี่หลันรู้สึกขยะแขยง นางไม่้าเสวนากับมันมากไปกว่านี้ นางควักเงินสี่สิบตำลึงออกมาจากแขนเสื้อ โยนลงไปที่พื้น
หวังหมาจื่อรีบตะครุบทันที เขาไม่เคยเห็นเงินมากมายเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ก่อนจากไปเ้าหน้าปรุยังหันกลับมาเอ่ยชื่อของคนที่จ้างมันให้มาทำร้ายนางอีกด้วย
“จัดการให้เรียบร้อยซะ นอกจากเ้าจะได้เงินแปดสิบตำลึงจากข้าแล้ว เ้ายังอาจจะได้เป็ลูกเขยของหัวหน้าหมู่บ้านด้วยก็เป็ได้”
หวังหมาจื่อรีบพยักหน้าก่อนที่จะวิ่งหายลับไป
สวีม่านนี นี่เป็แค่เพียงการเริ่มต้น หากเ้า้าต่อกรกับข้าถือว่าเ้าคิดผิดมหันต์ นางมองไปทางที่หวังหมาจื่อหายไปด้วยดวงตาวาวโรจน์ เื่ในครั้งนี้ทำให้นางหวนคิดถึงชีวิตที่แล้ว ดูเหมือนว่านางจะมีเมตตามากเกินไปจึงทำให้คนเ่าั้หันกลับมาทำร้ายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่านางจะไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมันก็ตามที
เถียนสวี่หลันย้อนกลับไปที่เรือนของตนอีกครั้ง นางหยิบเอาขนมมากมายที่นางซื้อเก็บเอาไว้ให้น้องชาย ถือเดินออกจากเรือนไป ตอนที่ฟ้าเริ่มมืดเสียงโวยวายด้านนอกเรือนก็ดังขึ้น ชาวบ้านที่มาช่วยงานแต่งตระกูลเถียนต่างก็รีบออกไปดู
เด็กในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่งประมาณห้าหกคน กำลังแย่งกันพูดด้วยความตื่นเต้นทำให้จับใจความไม่ได้ แม่เฒ่าจางที่ยืนอยู่ด้านหน้าจึงต้องหยุดพวกเขาเอาไว้
“หยุด!! หยุดก่อนเอาล่ะพูดทีละคน”
“หวังหมาจื่อกับหัวหน้าหมู่บ้านกำลังตีกันใหญ่แล้วขอรับ”
ทุกคนต่างก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหวังหมาจื่อคนเกียจคร้านถึงได้ไปตีกับหัวหน้าหมู่บ้าน แต่จะปล่อยให้มีคนตายในหมู่บ้านไม่ได้ พวกเขาจำต้องไปดูสักหน่อย
เมื่อไปถึงเรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน ทั้งหวังหมาจื่อและสวีไคต่างก็มีใบหน้าบวมช้ำไม่ต่างจากหัวหมู แต่ตอนนี้ดูเหมือนหวังหมาจื่อที่ตัวผอมแห้งกว่าจะสู้หัวหน้าหมู่บ้านไม่ไหวแล้ว
ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านรีบเข้าไปแยกคนทั้งสองออกจากกันก่อนที่จะมีใครตาย เสียงร้องไห้แทบขาดใจดังออกมาจากในเรือน เหล่าสตรีในหมู่บ้านจึงเดินเข้าไปดู เมื่อเห็นสภาพของสวีม่านนีทำให้พวกนางเข้าใจในทันที ว่าเหตุใดหัวหน้าหมู่บ้านจึงต้องต่อยตีกับหวังหมาจื่อ
“ฮื่อๆๆๆ เป็นาง!! ทั้งหมดเป็แผนของเถียนสวี่หลัน นางให้หวังหมาจื่อมาทำร้ายข้า ข้าไม่ยอมวันนี้จะต้องจับนางส่งทางการให้ได้”
เถียนสวี่หลันที่ยืนกอดอกมองอยู่ข้างนอก เดินเข้าไปเตะสวีม่านนีอย่างแรงจนร่างของนางถลาไป มาถึงขั้นนี้แล้วยังคิดที่จะใส่ร้ายนางอีก
“ข้าหรือจ้างหวังหมาจื่อมา ข้าไม่เคยรู้จักหรือคลุกคลีกับเขาเลยแม้แต่น้อย ใครๆ ในหมู่บ้านต่างก็รู้ดี แต่หากเ้ากล้ายืนยันเช่นนั้นก็มาฟังจากปากของเขาเองแล้วกัน”
หวังหมาจื่อถูกพาตัวมาคุกเข่าตรงหน้าของเถียนสวี่หลัน
“หวังหมาจื่อ สวีม่านนีบอกว่าข้าจ้างให้เ้าไปทำร้ายนางจริงหรือไม่”
หวังหมาจื่อมีท่าทีอึกอัก เถียนสวี่หลันถลึงตาใส่ร่างผอมแห้งด้วยความโมโห
“พูดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น”
ดวงตาลึกโบ๋มองกลอกกลิ้งไปยังผู้คนที่ยืนมุงรอบๆ ตัวเขา ก่อนที่จะเอ่ยออกมาเสียงเบา
“นะ...นางจ่ายเงินให้ข้าสี่สิบตำลึงไปจัดการกับคนที่จ้างข้ามาทำร้ายนาง”
หวังหมาจื่อชี้มาที่เถียนสวี่หลัน ท่าทางขี้ขลาดของเขาทำเอานางอยากจะหัวเราะออกมา ตาขาวเช่นนี้ยังกล้ารับทำงานสกปรกอีก
“พวกท่านได้ยินหรือไม่ว่านางจ่ายเงินให้หวังหมาจื่อมาทำร้ายข้า จับนางเลย จับนางส่งทางการ”
ทุกคนในหมู่บ้านหนานซานมองไปยังเถียนสวี่หลันเป็ตาเดียว แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวสักคน เพราะเื่ในครั้งที่แล้วยังคงฝังใจพวกเขาอยู่ จึงไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามและเข้าข้างคนตระกูลสวีแม้แต่คนเดียว
“สวีม่านนี เ้านี่มันเลวระยำแล้วยังไม่รู้จักสำนึกอีก เ้าคิดว่าที่เ้าคุยกับแม่หม้ายอู๋จะไม่มีใครได้ยินจริงๆ อย่างนั้นหรือ เสี่ยวไป๋ไช่ มานี่สิ บอกพวกเขาไปว่าเ้าได้ยินสิ่งใดมา”
เสี่ยวไป๋ไช่อายุแปดขวบ นางอาศัยอยู่กับพี่ชายและท่านย่าสามคน บิดามารดาของพวกเขาเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้จึงเหลือสมาชิกในเรือนเพียงแค่สามคน
“ตอนนั้นข้านั่งอยู่บนต้นไม้ร้อยปี จึงทำให้ข้าได้ยินพี่ม่านนีคุยกับแม่หม้ายอู๋ว่าให้จ้างคนมาข่มขืนพี่สวี่หลัน นางจะได้ยกเลิกการหมั้นหมายกับพี่เจ๋อิ แต่ข้าไม่รู้ว่าข่มขืนคือสิ่งใดจึงได้ไปเล่าให้ท่านย่าของข้าฟังหลังจากที่พวกนางจากไปแล้ว แล้วท่านย่าของข้าก็ไปเล่าให้พี่สวี่หลันฟัง”
เสียงเล็กๆ ของเสี่ยวไป๋ไช่เอ่ยออกมาไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ทุกคนได้ยินชัดเจน แม่เฒ่าจางที่อยู่ในฝูงชนด้วยเดินเข้าไปตบสวีม่านนีเสียหลายทีจนนางเืกบปาก
“สารเลว ใครกันแน่ที่ต้องเข้าคุก คิดทำร้ายหลานสาวข้าครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเ้าคนตระกูลสวีมันเป็สัตว์นรก”
เถียนสวี่หลันกลัวว่าท่านย่าของตนจะโมโหจนเป็อันใดไป นางจึงรีบมาพยุงแม่เฒ่าจางจากนั้นจึงลูบหลังปลอบโยนนาง
“ท่านย่าใจเย็นๆ ก่อนเ้าค่ะ”
เถียนสวี่หลันหันกลับไปมองแม่หม้ายอู๋ที่กำลังคิดหนี นางเดินไปกระชากคอเสื้อของหญิงวัยกลางคนที่แต่งหน้าหนาเตอะ ออกมาโยนลงไปด้านข้างหวังหมาจื่อ
“ข้าเคยได้ยินมาบ้างว่าเมื่อก่อนเ้าเคยหลงรักท่านพ่อของข้าอย่างหัวปักหัวปำ ในสมัยที่ท่านยังไม่ได้แต่งงานกับท่านแม่ แต่ท่านพ่อก็ไม่เคยมีท่าทีต่อเ้า อีกทั้งท่านปู่ท่านย่าก็ไม่ชอบที่เ้าเอาแต่ตามยั่วยวนเขา เื่ในครั้งนั้นคงทำให้เ้าผูกใจเจ็บคนตระกูลเถียนเป็อย่างมากสินะ แม่หม้ายอู๋ ผ่านไปสิบกว่าปีเ้าก็ยังไม่ลืมถึงได้หาทางแก้แค้นข้าเช่นนี้ใช่หรือไม่”
เถียนสวี่หลันเดินวนไปรอบๆ แม่หม้ายอู๋ สายตาของนางมองไปยังสตรีวัยกลางคนด้วยความสมเพช แม่หม้ายอู๋มองดวงตาของเถียนสวี่หลันที่เหมือนกับแม่นางหลี่ท่านแม่ของนางทำให้นางรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาทันที นางลุกขึ้นหวังจะทำร้ายเถียนสวี่หลัน แต่ก็ถูกร่างบางเตะเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ทำให้แม่หม้ายอู๋หงายท้องไม่เป็ท่า
“ยังไม่รู้จักสำนึก เพราะ้าแก้แค้นตระกูลเถียนเ้าถึงกับใช้บุตรสาวของชายบำเรอของเ้าเป็หมากมาทำร้ายข้าอย่างนั้นสินะ”
สวีม่านีหันไปมองแม่หม้ายอู๋ทันที ดวงตาของนางดูสับสน และไม่เข้าใจในสิ่งที่เถียนสวี่หลันพูด
“แม่หม้ายอู๋นางหมายความว่าอย่างไร”
แม่หม้ายอู๋ที่คิดว่าตนเองนั้นจนมุมแล้ว นางก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดพวกเ้าก็รู้แล้วอย่างนั้นหรือ ใช่แล้ว!! เป็ข้าเองแหละที่วางแผนให้สวีม่านนีจ้างคนไปทำร้ายเ้า ข้าเกลียดแม่ของเ้าที่มาแย่งบุรุษที่ข้ารักไป ข้าจึงอยากให้พวกเขาได้ลิ้มรสความเ็ปที่ข้าเคยได้รับบ้าง ข้าเกลียดสวีไคที่ไม่เคยยอมรับข้าเป็ฮูหยินของเขา ทั้งที่ข้ากับเขามีอะไรกันก่อนที่เขาจะแต่งงานกับแม่ของสวีม่านนีเสียอีก”
“พวกเ้าทุกคนมันก็เป็แค่คนที่เห็นแก่ตัว พอข้าคิดเริ่มต้นชีวิตใหม่เ้าก็ไม่คิดที่จะปล่อยข้าไป สวีไค เ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเหตุใดสามีของข้าที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์เมื่อห้าปีก่อนถึงได้ไม่กลับมา ข้าแอบตามพวกเ้าขึ้นเขาไปทำให้ข้าได้เห็นทุกอย่าง เ้าสังหารสามีข้าแล้วยังโยนเขาลงไปในหุบเหว เ้าทำลายสิ่งสำคัญสิ่งเดียวที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจข้า พวกเ้ามันมีแต่คนเลว ได้พวกสารเลว”
แม่หม้ายอู๋ดึงมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อก่อนที่จะแทงไปยังสวีไค เถียนสวี่หลันที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากนางเตะไปที่แขนของแม่หม้ายอู๋ ทุกคนที่กำลังตกตะลึงต่างก็ได้ยินเสียงกร๊อบ!!ดังขึ้นพร้อมกัน
“กรี๊ดดดด!! นางเด็กบ้า!! แขนข้า!! แขนของข้า”
สวีไคคิดว่าตนเองจะต้องตายเสียแล้ว เขายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อของตนด้วยความหวาดเสียว
ท่านปู่ท่านพ่อและอารองที่พึ่งกลับมาจากซื้อของในอำเภอ ต่างก็สงสัยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นที่เรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน หลังจากที่พวกเขาได้ฟังรายละเอียดจากชาวบ้านที่มามุงดู ทั้งสามคนก็บุกเข้าไปในเรือนของตระกูลสวีทันที
“ตระกูลเถียนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหนานซานมาสามชั่วอายุคน ไม่เคยพบเคยเจอคนที่เลวร้ายอย่างตระกูลสวีมาก่อน พวกเ้านี่มันชิงหมาเกิดจริงๆ”
ผู้เฒ่าเถียนใช้ไม้เท้าฟาดไปที่สวีไคหลายที คนตระกูลสวีทั้งหมดที่ได้รู้ความจริงแล้ว พวกเขาต่างก็ไม่กล้าออกหน้าห้าม ทุกคนยืนก้มหน้าเพราะกลัวว่าตนเองจะถูกโยงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่การตายของสามีแม่หม้ายอู๋
ร่างสูงที่ยืนฟังอยู่นานเดินเข้ามาจับมือของเถียนสวี่หลันเอาไว้ สวีม่านนีเห็นดังนั้นนางก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก แต่ตอนนี้นางถูกหวังหมาจื่อทำให้ไม่บริสุทธิ์แล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้วนางไม่สามารถแต่งงานกับเว๋ยเจ๋อิได้อีกต่อไป