"จะส่งหนูไปหาคุณลูเซียเหรอคะ คุณพ่อ" สาววัยสิบแปดถามบาทหลวงอายุราวห้าสิบต้นๆด้วยแววตาเป็ประกายปนแปลกใจเนื่องจาก เคยได้ยินมาว่าผู้ปกครองบุคคลซึ่งอุปถัมภ์นั้นไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศนี้ ดังนั้นเธอจึงไม่เคยพบเขาสักครั้งเพียงได้คุยผ่านโทรศัพท์ จึงจะเก็บเกี่ยว่เวลาไม่กี่นาทีให้เต็มอิ่มมากที่สุด
"เห็นว่าผู้ปกครองลูกได้ย้ายกลับมาแล้วเขาบอกจะรับลูกไปอยู่ด้วย"
"แต่หนูยังฝึกวิชาของทางโบสถ์ไม่จบหลักสูตรเลยนะ..." วิชาที่ตัวเธอร่ำเรียนแต่เด็กแม้ท้ายสุดจะได้แต่าแมาก็ตาม วิชาลับๆที่มีไม่กี่คนได้เข้าไปเรียน
"รัตติกาล ลูกเกิดมาพร้อมพลังบริสุทธิ์วิชาปราบซาตานที่ได้ร่ำเรียนไปนั้นบางทีอาจไม่ถึงครึ่งของพลังลูก"
"พลัง?หนูเนี่ยนะ... เ้าของตากลมโตถามด้วยความแปลกใจอีกครั้งในหลายครั้งเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินเช่นนี้... คุณพ่อทราบนี่คะทดลองงานทีไรพลังของหนูแทบไม่พุ่งออกมาเหมือนเพื่อนๆคนอื่น แถมเป็ตัวถ่วงด้วย"
"เพราะมันมากจนต้องรอเวลา..." บาทหลวงพูดพลางอมยิ้มเล็กน้อยด้วยเ้าตัวมักตัดพ้อเื่พลังตนเองมาั้แ่น้อย และใช่ว่ามือปราบซาตานระดับหนึ่งของทางโบสถ์อย่างเขาจะไม่รู้จักตัวตนแท้จริงของรัตติกาล ทารกตัวน้อยที่ลูเซียนำมาฝากไว้
"ถึงเวลาแล้วครับ..." เสียงหนึ่งดังขึ้นจากประตูโบสถ์ รัตติกาลจำได้ดีว่าชายร่างสูงราว 190 เิเเป็ใคร เพราะเจออยู่ทุกครั้งยามลูเซียฝากของมาเยี่ยมตน
"คุณแบล็ค... เธอวิ่งมาด้วยหน้าตาตื่นพลางเอียงตัวมองด้านหลังแบล็คเคอร์คนสนิทของลูเซีย... คุณลูเซียไม่มาด้วยเหรอคะ"
"ท่านรอคุณอยู่ที่คฤหาสน์ พร้อมหรือยังครับ" คนตอบยังคงยิ้มละมุนส่งให้ตามเคย
"เอ่อ คือหนูยังไม่ได้เก็บกระเป๋า"
"อยู่ในรถเรียบร้อยแล้วครับ"
"หา!..." คนฟังเอะใจแต่ถึงอย่างนั้นแบล็คเคอร์ก็ได้ผายมือบอกทิศทางตำแหน่งให้ตนเดินไปยังรถรัตติกาลเดินกลับมาร่ำราบาทหลวงบุคคลซึ่งเป็ผู้ปกครองเขายามใช้ชีวิตอยู่ที่โบสถ์ก่อนจะเดินตามแบล็คเคอร์ออกมา
เมื่อราตรีเริ่มต้นแสงสีของเมืองได้เริ่มชัดเจนราวกับสีสันปีกผีเสื้อ ยามแบล็คเคอร์ขับรถมาถึงเมืองหลวงสถานที่แห่งนี้ดูเจริญผิดหูตาของรัตติกาล เด็กสาวต่างจังหวัดแม้เมืองที่เธออยู่จะไม่ได้ดูพัฒนาน้อยกว่านี้ก็ตามฝ่ามือเล็กแปะกระจกประหนึ่งคนอยากรู้เมื่อเห็นเทคโนโลยีหนึ่งกำลังปัดกวาดถนนอัตโนมัติไหนจะตึกสูงใหญ่ ขณะที่บางจุดมีเสียงเพลงกระหน่ำแลดูน่าสนุก
"อยากได้อะไรก่อนเข้าคฤหาสน์ไหมครับ..."
"ไม่ค่ะ เอ่อ คือ ฉันจะได้มาอยู่กับคุณลูเซียตลอดแล้วใช่ไหมคะ..." แบล็คเคอร์ระบายยิ้มออกมาขณะขับเข้าเส้นทางส่วนคฤหาสน์อันเป็ทางยาวประดับไปด้วยโคมไฟสีอำพันตลอดทาง จนรัตติกาลต้องตั้งคำถามขึ้นมาว่าเนื้อที่ของคฤหาสน์หลังนี้มันขนาดไหนกันแค่ทางเข้าหน้าบ้านยังลากยาวขนาดนี้
"ครับ จะไม่มีวันต้องแยกกันอีก" ยามได้ยินประโยคนั้นราวกับหัวใจชื้นขึ้นมาแปลกๆหญิงสาวก้มหน้าพลางยิ้มเล็กน้อยพร้อมๆกับร่างกายซู่ซ่าขึ้นมาเหมือนได้รับน้ำอัดลม
รถเรียบหรูคันสีเงินบอกฐานะเ้าของคฤหาสน์เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าตัวอาคารสีครีม ผสมบางส่วนเป็โทนฟ้าครามเธอเบิกตาเมื่อเห็นคฤหาสน์สุดหรูรูปแบบ นีโอ เรเนซองส์
อะไรคือการอยู่คนเดียว?
คำถามแรกของรัตติกาลดังขึ้น ด้วยทราบว่าลูเซียนั้นตัวเปล่าไร้คู่ทั้งยังไม่หมายจะแต่งงาน ชายผู้ปกครองเคยบอกเธอว่าตัวเธอนั้นสำคัญมากกว่าเื่ใดในชีวิตซึ่งต้องมาเป็อันดับแรกเมื่อนึกถึงประโยคอันชี้ว่าตนนั้นสำคัญแค่ไหนรัตติกาลก็มีสีแก้มระเรื่อขึ้นพร้อมๆกับความรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นทุกที
ประตูบานใหญ่อ้าออกอัตโนมัติเมื่อเท้าเล็กๆของเธอได้ย่างใกล้ประตูส่วนแบล็คเคอร์ได้หายตัวไปในพริบตา ซึ่งไม่รู้ตอนไหน เล่นเอารัตติกาลงงไปตามๆกันหญิงสาวหน้าคมซ่อนหวานก้าวเข้ามาแบบงงงง พร้อมยกมือเกาหัวตามบุคลิกยามสงสัย กลิ่นภายในคฤหาสน์เป็กลิ่นที่ชอบทว่าทำไมถึงได้คละคลุ้งขนาดนี้
"ยินดีต้อนรับ รัตติกาล..." เสียงละมุนละม่อมบอกผ่านข้างหูพลันแขนยาวแกร่งคล้องโอบเอวคนตัวเล็กกว่าจากด้านหลัง รัตติกาลรู้ได้ทันทีว่าใครเ้าของกลิ่นดอกไอริส ด้วยกลิ่นนี้มักติดตามข้าวของของเธอยาม ลูเซียส่งมา...
"คุณพ่อเหรอคะ..." คนถูกทักแทบเข่าทรุดถ้าจำไม่ผิดเขาเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าให้เรียกลูเซียเฉยๆ
รัตติกาลรีบหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงกว่ามากทันทีตัวเธอไม่ได้กลัวเกรงหรือรังเกียจััเมื่อครู่แต่เพียงอยากพบหน้ามากเท่านั้น ขอเพียงได้พบเขาสักครั้ง
"บอกให้เรียกว่าอะไร" ลูเซียโน้มลงมาพร้อมวางมือขยีผมยาวของคนอ่อนกว่าและอ่อนกว่ามาก...
"ขอโทษค่ะ คุณลูเซีย... ยิ้มเก้อเขินหน้าแป้นพลางลูบหัวตัวเอง... แต่คุณ ไม่..." ไม่แก่... ทว่า วินาทีนั้นราวกับหัวใจหยุดเต้น อากาศถูกกลืนหายไปด้วยหลุมขนาดใหญ่เมื่อลูเซียล้มเข่าลงพร้อมจูบหลังมือพลางส่งสายอ่อนโยนให้เล่นเอาคนที่เฝ้าเคารพรักมาตลอดใจสั่นตาค้างก่อนจะถูกจูบพรมบริเวณหน้าผากอีกหนึ่งครั้งภายนอกลูเซียอาจดูเข้าถึงยากและเ็าเมื่อเพียงแรกเห็น ทว่ายามได้รับััจากชายผู้ปกครองคนนี้ เหมือนกับว่าเขาเป็ดังแสงสว่างอันอบอุ่นและอ่อนโยนเหนือสิ่งอื่นใดเหลือเกิน
"ราตรีสวัสดิ์... ริมฝีปากหยักอิ่มเอิบได้รูปชะงักก่อนระบายยิ้ม... เ้าสาวของผม..."