หลังจากกลับถึงห้องพักของตัวเอง ผมก็ไม่ลืมที่จะกินเจลลี่ แล้วเปิดใช้งานอุปกรณ์เพื่อดำดิ่งสู่โลกเหนือจินตนาการในทันที
จู่ๆ ร่างกายก็พลันปรากฏขึ้นตรงบริเวณล่าสุดในมาร์เก็ตพอร์ทัล พร้อมกับหน้าต่างประกาศของระบบที่เด้งขึ้นมาบอกว่าจะมีการจัดกิจกรรมฉลองวันอีสเตอร์ขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ โดยถัดมาก็เป็นกิจกรรม ‘อารีน่า 3 VS 3’ ที่จะเริ่มขึ้นอีกใน 30 วัน ซึ่งการแข่งขันจะถูกจัดขึ้นที่เมืองเอลเวนฟอเรส และหลังจากจบกิจกรรมของอารีน่าเพียง 5 วันก็จะมีการอัปเดตแพทช์โอเพนเวิร์ลที่จะเปิดให้มีการโดยสารเรือไปยังเกาะหรือทวีปอื่นได้หน้าต่างดังกล่าวถูกปิดลง ก่อนจะเริ่มออกเดินไปยังจุดนัดพบบริเวณหน้าน้ำพุ‘ภาระอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง’ผมตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งสองคนที่ผมเป็นคนชักชวนให้เข้ามาเล่นเกมนี้เป็นอย่างดียิ่งช่วงนี้ทั้งสองก็กำลังอยู่ว่างงานอยู่ด้วย ซึ่งหากว่าผมสามารถทำให้คนที่เชื่อใจได้ทั้งสองคนนี้สนุกไปกับการผจญภัยภายในเกมนี้ได้ และฝึกพวกเขาจนเทิร์นโปรเป็นนักขุดไอเท็มที่สามารถทำเงินในระยะเวลาอันสั้นได้ ไม่แน่ว่าพวกเขาเหล่านั้นอาจตัดสินใจร่วมการเดินทางไปด้วยกันจนตลอดรอดฝั่งก็เป็นได้เมื่อเดินทางมาถึงลานกลางเมืองบริเวณหน้าน้ำพุเงือก ผมก็พยายามมองหาผู้เล่นที่ชื่อโซฟีและมาร์คัสอยู่นานพอสมควร แต่ก็ไม่เจอชื่อที่ใกล้เคียงเลยสักคนเนื่องจากพี่มาร์คัสยังไม่ได้แอดเพื่อนมาสักที ผมเลยต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีเชิงรุกด้วยการพยายามค้นหาชื่อผู้เล่นแทนซึ่งผลลัพธ์การค้นหาก็ได้แสดงจำนวนที่คนที่ใช้ชื่อ มาร์คัส และโซฟีที่มากเกินกว่าจะสามารถทักไปสอบถามเป็นรายคนได้ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ก็คือต้องอดทนรอต่อไปไม่นานนักเสียงระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมา พร้อมกับหน้าต่างยืนยันการเพิ่มเพื่อนที่ส่งมาจากผู้เล่นที่มีชื่อว่า ‘เดธวิสเปอร์’‘บางทีคนคนนี้อาจเป็นพี่มาร์คัสก็ได้’ ผมจึงตัดสินใจกดยืนยันแล้วสิ่งที่คิดไว้ก็เป็นจริงเสียด้วย เมื่อคนที่ชื่อเดธวิสเปอร์กำลังเดินเข้ามาและมองมาทางผมตัวละครของเขาค่อนข้างต่างจากตัวตนในความเป็นจริงอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นสีผิวที่ดูคล้ำกว่าปกติ ผมขาวแสกกลาง ส่วนสูงถูกลดลงจากตัวจริงอยู่พอสมควร ซึ่งหากลองใช้ฟีลลิ่งในการมองรูปลักษณ์ภายนอกก็จะสามารถรับรู้ได้ถึงความปราดเปรียวที่แผ่ออกมา“วิคเตอร์ใช่หรือเปล่า?”“พี่มาร์คัส?”“ใช่ ผมเอง”“เอาว่ะ! แค่ตั้งชื่อกับการแต่งตัวละครก็ดูโหดแล้วเนี่ย”“เดี๋ยวก็รู้”เมื่อทักทายกันเสร็จสิ้น ผมก็ได้สอนและบอกทุกอย่างที่ผมรู้เกี่ยวกับระบบเกมให้พี่มาร์คฟัง ในระหว่างที่พวกเรากำลังรอป้าโซฟี“ต้องมาลุ้นกันแล้วนะครับว่าป้าโซฟีจะล็อกอินเข้ามาสำเร็จหรือไม่?”“ครั้งแรก ให้เวลาป้าแกหน่อย”จนในที่สุด เวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง“โซฟีจิตสัมผัส” ผมและพี่มาร์คเอ่ยขึ้น แล้วหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมายตัวละครของป้าโซฟีนั้นไม่ต่างจากตัวจริงของป้ามากนัก แต่เป็นเวอร์ชันที่ดูสวยกว่า เนื่องจากว่าระบบทำการปรับแต่งทำให้จุดด้อยหายไปและเสริมจุดเด่นให้เด่นชัดยิ่งขึ้น“สุดยอดไปเลยป้า”“เยี่ยม” พี่มาร์คกล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมทำมือเป็นท่ากดไลค์“ขอบใจจ้า” ป้าโซฟีพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมหัวเราะชอบใจหลังจากทักทายกันเรียบร้อย พวกเราใช้เวลาไปราวหนึ่งวันเต็มๆ ในการเทรนป้าโซฟีให้ใช้ระบบพื้นฐานของเกมได้ และใช้เวลาอีกเกือบสองวันในการสอนวิธีการต่อสู้ให้ป้าโซฟี โดยการสอบไฟนอลครั้งแรกก็ให้ป้าโซฟีทดลองไปสู้กับลามะที่กำลังใกล้ตายซึ่งผลที่ออกมานั้นก็กลับกลายเป็นว่าเจ้าลามะพลิกโผกลายเป็นฝ่ายชนะไปแบบงงๆป้าโซฟีทำการทดสอบอยู่หลายครั้งจนเริ่มจับทางได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถปลิดชีพลามะที่ใกล้ตายลงได้ พวกเราจึงจำเป็นต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือในทุกครั้งเพื่อไม่ให้ป้าเดี้ยงไปเสียก่อนเมื่อเห็นว่าลามะไม่เวิร์ค พวกเราจึงให้ป้าไปทดลองต่อสู้กับปลิงไหลดูดเลือดตัวหนึ่งในแชลโลสวอมบ์ที่ผมกับพี่มาร์คช่วยกันจับมาไว้บนบกแทน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในคราวนี้นั้นก็ทำให้เทรนเนอร์จำเป็นอย่างผมรู้สึกภูมิใจขึ้นมาบ้าง แม้จะเพียงแค่น้อยนิด“ป้าโซฟี, ผมคิดว่าป้าพร้อมที่จะผจญภัยในโลกนี้แล้วละครับ”“เห็นด้วย” พี่มาร์คัสเสริม“แต่ป้าอยากดูซีรี่ย์”ความเงียบจึงเข้าปกคลุมวงสนทนาอยู่พักหนึ่ง ก่อนผมจะกล่าวต่อ“ใจเย็นก่อนดิป้า, ผมขอละ ช่วยอยู่สานฝันปันรอยยิ้มให้เด็กน้อยคนนี้สักหน่อยได้กา”“ผมชอบเกมนี้นะ”“อืม… ป้ายังไม่รับปากนะ แต่จะลองพยายามดู ถ้าป้าเล่นไม่ไหวเมื่อไหร่เดี๋ยวป้าจะบอกแล้วกัน”“ไว้หลังจบแข่งอารีน่า หากตอนนั้นป้าหมดใจ ผมก็จะไม่รั้งป้าไว้อีกต่อไป”
หลังจากเตรียมตัว เตรียมใจ แพ็คโพชั่นลงกระเป๋ากันเรียบร้อยแล้ว ร่างกายของคนในปาร์ตี้ ‘สานฝันปันรอยยิ้ม’ ก็พร้อมได้รับการปะทะแล้วโดยสถานที่การเก็บเวลในครั้งนี้คือเนินเขาเยลโลว์เฮย์นั่นเองเมื่อเข้าสู่การต่อสู้ หนังสือก็พลันปรากฏขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันเสียเท่าไร เพราะด้วยการโจมตีธรรมดาด้วยก้อนพลังเวทก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ลามะสลายกลายเป็นแสงไปซึ่งตอนแรกผมก็อยู่ในปาร์ตี้นั่นแหละ แต่เป็นเพราะลามะตัวแล้วตัวเล่าที่ถูกฆ่าตายไปนั้นไม่ได้เพิ่มเลเวลให้มือใหม่ทั้งสองคนมากนัก ผมเลยอาสาออกจากปาร์ตี้ เพื่อไปรับบทบาทเป็น ‘แทงค์(Tank)’ แทน เนื่องจากผมเป็นผู้เล่นที่มีระดับเลเวลสูงสุด มีประสบการณ์ในการเล่นสูงกว่าใครเพื่อน และมีค่าสเตตัสพลังชีวิตอยู่มากกว่าใครอื่นในปาร์ตี้‘แทงค์’ คือผู้ซึ่งมีหน้าที่หลักในการปกป้องสมาชิกในปาร์ตี้ โดยการดึงความสนใจและรับการโจมตีจากมอนสเตอร์ เพื่อให้สมาชิกคนอื่นๆ ในปาร์ตี้ที่มีพลังป้องกันต่ำกว่าได้มีโอกาสฟื้นฟูพลังหรือหาจังหวะในโจมตีสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูซึ่งโดยปกติแล้วสายแทงค์มักจะเน้นการอัพค่าสเตตัสพลังชีวิตเพื่อให้มีค่าป้องกันทางกายภาพและค่าพลังชีวิตสูงสุดที่มากพอให้สามารถรับค่าความเสียหายแทนคนในปาร์ตี้ได้ โดยผู้เล่นที่รับหน้าที่เป็นแทงค์มักจะมีสายอาชีพเป็นนักรบเสียส่วนใหญ่‘นั่นเป็นแค่ในทางทฤษฎี’ ที่เคยอ่านเจอมามันถึงเวลาแล้วที่ผมจะแหกทฤษฎีเหล่านั้น เพราะสำหรับผมแล้ว ทุกคลาสสามารถเล่นเป็นสายแทงค์ได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพโจร จอมเวท พ่อค้าแม่ค้า นักบวช หรือแม้แต่นักธนู ขอแค่คลาสนั้นสามารถดึงความสนใจของศัตรูเอาไว้ได้และมีการอัพสเตตัสหรือทักษะที่ช่วยให้ตายยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะที่ช่วยในการหลบหลีก ทักษะฟื้นพลัง หรือทักษะที่ให้ผลเป็นการป้องกันในรูปแบบต่างๆ ก็สามารถผันตัวเองมาทำหน้าที่แทงค์ได้ทั้งนั้น แต่ผลจะออกมาอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งและยิ่งพวกลามะที่จัดเป็นมอนสเตอร์ระดับต่ำ ผมคิดว่าผมสามารถเล่นเป็นโรล(Role)นี้ได้อย่างสบายมาก“ทุกคนพร้อมนะ”“พร้อม”สิ้นเสียงตอบรับ ผมก็จัดการยิงกระสุนนัดหนึ่งเข้าใส่ลามะตัวที่เป็นเป้าหมายทันที พร้อมกับหนังสือสามเล่มที่ปรากฏขึ้นมา โดยหนึ่งในนั้นก็มีหนังสือที่ชื่อว่าเด็กเลี้ยงแกะอยู่ด้วยผมหยิบหนังสือเล่มนั้นมาโดยแทบไม่ต้องคิด ด้วยเหตุผลที่ว่าผมรู้อยู่แล้วว่ามันมีสกิลอะไรอยู่บ้าง และคิดว่ามันเหมาะกับงานประเภทแทงค์ที่สุดแล้วจากนั้นทักษะซัมมอนแกะก็ได้ถูกเรียกใช้งานขึ้นมาเป็นอันดับแรก พร้อมกับการทริกเกอร์ผลทักษะเซฟตี้แคสต์ขึ้นมา ทำให้น้ำลายลามะที่พุ่งเข้ามานั้นไร้ผล“พี่มาร์ค ป้าโซ อย่านับแกะเด็ดขาด!” ผมรีบกล่าวเตือนสมาชิกในปาร์ตี้ทันทีที่เหล่าฝูงแกะถูกเรียกออกมาซึ่งไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าเหล่าแกะที่ถูกเรียกออกมานั้นมีจำนวนเยอะผิดปกติ ทั้งยังดูตัวใหญ่และฟูฟ่องกว่าคราวก่อนเสียอีกแล้วก็ตามด้วยทักษะหญ้าอำนวยพรที่จะช่วยเพิ่มค่าสถานะให้ซัมมอนแกะและทำให้ซัมมอนแกะในรูปแบบต่างๆ ได้รับความสามารถพิเศษที่ต่างแตกกัน ซึ่งในตอนที่ผมเรียกใช้ทักษะนี้ แกะที่อยู่ในรูปแบบออริจินัลพอยท์ก็น่าจะได้รับความทักษะติดตัวพิเศษที่มีชื่อว่า ‘ทอนท์(Taunt)’โดยผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทักษะดังกล่าวมีรายละเอียดบอกไว้อย่างไร แต่ด้วยการคาดเดาจากคำแปลที่แปลว่ายั่วยุแล้ว มันก็น่าจะให้ผลตามความหมายของมันทันใดนั้นเองลามะตัวอื่นในบริเวณนั้นก็พากันพ่นน้ำลายใส่เหล่าแกะที่วิ่งไปวิ่งมาแทนที่จะพ่นน้ำลายมาที่ผมและคนในปาร์ตี้“นับจากนี้ไปอีก 30 วินาที ลามะน่าจะไม่โจมตีพวกเรา เชิญเลือกฆ่าได้ตามสบายได้เลยครับ” ผมกล่าว พลางจินตนาการว่าฝูงแกะได้กระจายตัวกันไปรอบๆ โดยที่ผมกำลังขี่แกะอยู่เพียงครู่หนึ่งพวกแกะได้ตอบรับต่อความคิดของผู้เป็นนาย พากันแยกตัวออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่ ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่แกะตัวหนึ่งได้ลอดเข้ามาใต้ขา พร้อมกับยกตัวขึ้นจนทำให้ผมเกือบเสียหลักล้มลงจากหลังของมัน แต่ผมก็สามารถจับขนของมันแล้วพยุงตัวขึ้นมานั่งได้ทัน‘ความรู้สึกนี้น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับการได้ขี่ม้าหรือเปล่านะ’ทันใดนั้นป้าโซฟีก็พูดบางอย่างขึ้นมา“ป้าไม่ค่อยอยากจะทำร้ายมันเลยอะ งานนี้คงต้องรบกวนมาร์คแล้วละ”“ได้ครับ”“โถ่ป้า! ถ้าป้าไม่เห็นว่ามันเป็นแค่เอไอ(AI) ก็ให้คิดว่าเราล่ามันเพื่อเอามาประกอบอาหารแทนแล้วกัน”เมื่อผมพูดจบ ป้าโซฟีก็ทำท่ากระมิดกระเมี้ยน พึมพำอะไรบางอย่าง แล้วทำหน้าบึ้งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจร่วมสู้กับพี่มาร์คัสในที่สุดจากนั้นทั้งสองก็ได้ช่วยกันจัดการลามะไปทีละตัว ในขณะที่ผมกำลังสะดุดใจกับอะไรบางอย่างเกี่ยวกับหนังสือเด็กเลี้ยงแกะเล่มนี้ซึ่งหากสังเกตดูให้ดีแล้ว จะเห็นว่ารูปลักษณ์ของหนังสือเล่มนี้มันดูแพงขึ้นกว่าคราวก่อน ทั้งความหนาของกระดาษที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังดูสบายตาน่าอ่านขึ้นกว่าเดิม ไหนจะการตกแต่งของปกที่ดูดีขึ้น พร้อมกับรูปภาพของฝูงแกะและเด็กชายที่ถูกสลักไว้บนหน้าปก ซึ่งหนังสือเด็กเลี้ยงแกะคราวก่อนไม่มีแบบนี้เมื่อเห็นเป็นดังนั้น ผมจึงรีบเปิดเข้าไปอ่านเนื้อหาด้านใน แล้วพบว่าทักษะเกือบทั้งหมดไม่ได้มีขั้นเต็มอยู่ที่ขั้น 10 อย่างที่มันเคยเป็นอีกต่อไป แต่มันกลับระบุเป็นอย่างอื่นมาแทนที่...‘ขั้นลิมิตเบรค(Limit Break)’แน่นอนว่าผมไม่พลาดที่จะอ่านรายละเอียดของทักษะที่อยู่ภายในเล่ม เพื่อเปรียบเทียบว่ามันจะมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมบ้างแล้วสิ่งที่ผมเจอก็ได้ทำให้มุมมองที่มีต่อหนังสือเด็กเลี้ยงแกะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปโดยความสามารถที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากทักษะเปลี่ยนเป็นขั้นลิมิตเบรกนั้น ถ้าไม่เรียกว่าโกงก็ไม่รู้จะเรียกว่าอย่างไรแล้วทักษะสเตรแลมบ์ เพิ่มจำนวนแกะที่สามารถเรียกออกขึ้นมาอีกเท่าตัว กลายเป็น 20 ตัวทักษะชีพด็อก ไม่มีการจำกัดระยะเวลาแสดงผล พร้อมทั้งให้ผลบัฟทั้งหมด 10 บัฟทันทีโดยไม่ต้องรอเวลา ซึ่งแลกมากับการที่ชีพด็อกจะไม่ได้เป็นอมตะอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นซัมมอนธรรมดาที่หากรับการโจมตีครบ 10 ครั้ง มันก็จะสลายไปแทนทักษะชีพอะบอมบ์ พลังโจมตีจะคำนวณจาก 100% ของพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของซัมมอนแกะแทน จากเดิมที่เป็น 50%ทักษะเบลสซิ่งกลาส ยกเลิกผลที่ทำให้แกะสลายไปหลังสิ้นสุดระยะเวลาแสดงผล และยกเลิกข้อห้ามในการเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ของฝูงแกะในขณะที่ได้รับผลของทักษะทักษะชีพอินเดอะเรน เพิ่มพลังชีวิตสูงสุดและพลังป้องกันของซัมมอนแกะขึ้นเป็น 100% พร้อมฟื้นฟูพลังชีวิตปัจจุบันจนเต็ม และทำให้ซัมมอนแกะเป็นอมตะในช่วงเวลาที่ทักษะแสดงผลทักษะชีพอารีน่า ยกเลิกเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ในการใช้งาน และเปลี่ยนมาเป็นทักษะที่มีระยะเวลาคูลดาวน์ 10 นาทีแทน จากเดิมที่สามารถใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งในการต่อสู้โดยนอกจากนี้แล้วข้อควรระวังที่เคยระบุไว้ว่าห้ามนับจำนวนแกะก็ได้หายไปเรียบร้อยแล้ว‘หนังสือเล่มนี้ไม่ธรมดาเลยจริงๆ ’แม้ผมจะครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้หลายๆ อย่าง แต่ก็ยังไม่สามารถหาคำอธิบายมีเหตุผลเพียงพอให้กับหนังสือเด็กเลี้ยงแกะลิมิตเบรคที่ถูกสุ่มออกมาแบบไม่มีที่มาที่ไปได้อยู่ดีเมื่อคิดเท่าไรก็ไมเจอหนทาง ผมจึงเปลี่ยนโฟกัสจากหนังสือไปจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของเด็กฝึกในสังกัดแทนเนื่องจากมีแกะฝูงใหญ่เป็นตัวล่อเป้า พี่มาร์คัสและป้าโซฟีก็สามารถต่อสู้กันแบบไม่ต้องระวังตัวมากนักซึ่งนอกจากสองคนนี้แล้วก็ยังมีผู้เล่นคนอื่นในละแวกนั้นที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาร่วมวงบ้าง แต่ผมก็ปล่อยคนพวกนั้นแจมต่อไป เพราะผมถือว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อนเพลเยอร์ร่วมโลก
จนเวลาล่วงเลยไปพอสมควร ฝูงแกะที่ผมเรียกออกมาตอนแรกนั้นก็อยู่ครบโดยไม่มีตัวไหนตายไปเลยสักตัว แม้ว่าจะไม่ได้มีการเรียกใช้ทักษะชีพอินเดอะเรนเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตให้พวกมันก็ตามตอนนี้สองคนนั้นก็ได้เลเวลอัพขึ้นมาเป็นเลเวล 7 แล้ว โดยพวกเราใช้เวลาไปเกือบหนึ่งวันเต็มการฆ่าลามะก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทำให้เลเวลของทั้งคู่เพิ่มขึ้นอย่างที่ควร นี่จึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าได้เวลาเปลี่ยนที่เก็บเลเวลกันแล้วโดยตัวเลือกแรกที่ผมคิดไว้ก็คงเป็นแชลโลสวอบม์ แต่เนื่องจากนากะก็เป็นมอนสเตอร์หมาหมู่ที่ฉลาดและมีการทำงานเป็นทีม ซึ่งอาจจะยากไปสำหรับเด็กฝึกทั้งสองคนนี้ ผมเลยคิดว่าพวกเราน่าจะถือโอกาสนี้ลองไปสำรวจสถานที่ใหม่ๆ กันบ้างหลังจากนั้นผมก็ให้เหล่าฝูงแกะมาล้อมพวกเราเอาไว้ เพื่อไม่ให้ถูกลามะในละแวกนี้พ่นน้ำลายบูลลี่พร้อมกับแบ่งกำลังแกะบางส่วนให้ไปลักพาตัวลามะมาตัวหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผมหลุดออกจากการต่อสู้ก่อนที่ปาร์ตี้สานฝันปันรอยยิ้มจะมุ่งหน้าออกเดินไปยังทิศใต้ของแผนที่
==========================คลิปคนขี่แกะ:https://www.youtube.com/watch?v=xKv092juRX0