The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 127 สงสัยต้องกินลูกท้อแล้วมั้ง


    เครดิตภาพจาก  https://wallpaperaccess.com

          ทุกชีวิตต่างพากันเงียบกริบ  ด้วยผิดคาดกับผลการต่อสู้  การโจมตีของเด็กหนุ่มหัวเขียวทั้งรวดเร็วและรุนแรงจนถึงขั้นทำให้นักดาบมีฝีมือดีอย่างเคนจิล้มคว่ำในทีเดียว 


    “  โห......แค่ทีเดียว  อัดเคนจิสลบไปเลย  ตาหน้าลิงนี่ก็เก่งเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ ” อากิเนะอ้าปากเหวอ ดีที่ทุกคนตกตะลึงเช่นกัน เลยไม่มีใครเห็นท่าทางที่น่าอับอายของเธอ 

                


            มาวินยิ้มสดใสอยู่กลางลานประลอง เขาเท้าสะเอวแอ็คท่าให้ดูเท่ที่สุด พร้อมยืดอกนิดๆเป็นนัยว่ากำลังภูมิใจกับชัยชนะเมื่อครู่ แต่เก๊กได้ไม่นาน เทพศาสตราก็กล่าวชมเชย 


    “ เยี่ยมมาก เจ้าสามารถเอาชนะนักดาบระดับเคนจิได้นับว่าพอมีฝีมืออยู่เหมือนกัน ” 


    “ ฮะๆ ไม่ใช่แค่พอมีฝีมือหรอก ลุงแกนดัฟต์แต่เข้าขั้นโคตรเก่งเลยต่างหาก ไม่เชื่อก็ขนมาลุยกับชั้นทั้งโรงฝึกเลย ” ดูเหมือนมาวินจะเหิมเกริม จึงยกยอตัวเองแบบไม่เกรงใจใคร แต่พอหลุดปากออกไปก็นึกเหวอกับคำพูดที่ว่า “ให้ขนมาทั้งโรงฝึก”


    “ ซวยแล้วดิ โม้มากจนได้เรื่อง ขอให้ลุงแกนดัฟต์ปล่อยผ่านอย่าคิดจริงจังกับคำพูดพล่อยๆของชั้นเลย ” 

              


            แต่คำภาวนาของเด็กหนุ่มไม่เป็นผล เพราะเทพศาสตราได้ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม


    “ ในเมื่อเจ้ามั่นใจว่า….พร้อมจะสู้กับทุกคนในโรงฝึก ข้าก็จะสนองความต้องการ ” 

              


            มาวินยังคงแสร้งยิ้มด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ แต่ภายในกลับนึกกลัวและก่นด่าตัวเอง 


    “ นั่นไง ตาลุงแกนดัฟต์เล่นเราเข้าให้แล้วถ้ากลับโลกได้ จะรีบไปผ่าเอาหมาออกจากปากให้หมดเลย ไอ้งั่งเอย ” 

                 


            คล้ายว่าเทพศาสตราจะอ่านใจของมาวินได้ ชายชราเคราขาวเลยเปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มมีสิทธิ์ชนะบ้าง 


    “ วางใจได้ เจ้าไม่ต้องเจอกับคนทั้งโรงฝึกหรอกขอเพียงชนะคนที่ข้าเลือกอีกสามคน ก็เชิญไปสู้กับซวงเย่ตามสบาย ” 


    “ เชอะ นึกว่าจะส่งหมูทั้งโรงฝึกมาเข้าปากเสือซะอีกเอ้า ตกลงตามนี้ เพราะชั้นเองก็ไม่อยากรังแกเด็กน้อย ” มาวินรู้สึกโล่งอกแต่ภายนอกยังคงยืดอกโม้ต่อ ท่าทางยียวนกวนประสาทเป็นที่สุด จนนักดาบหลายคนเริ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน


    “ เจ้าพร้อมรึยัง จะได้สู้ต่อในรอบที่สอง” เทพศาสตราเอ่ยถาม 


    “ โอ๊ย..... ชั้นพร้อมมาตั้งแต่เกิดลุงเอาเจ้าคนเคราะห์ร้ายเข้ามาได้แล้ว ” มาวินตอบแบบไม่คิด ทั้งที่ลมหายใจยังปั่นป่วนอยู่เล็กน้อย 


    “ ดี งั้นคนต่อไปก็คือ……อาเบะ ” เทพศาสตรารับคำ พร้อมประกาศนามคู่ต่อสู้คนต่อไป 

                


           สิ้นเสียงของเทพศาสตรา ชายผู้หนึ่งก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินมาถึงลานประลองทุกคนก็พบว่าเขาคือ.....ชายร่างอ้วนที่แอบนินทาโอคุยาสุ 


    “ ว้าว...... ไอ้หมอนี่ทั้งอ้วนทั้งสูง ทั้งใหญ่เลยแฮะ น่าจะเกือบๆ 190 เซนติเมตรล่ะมั้ง ” มาวินอ้าปากเหวอ ดวงตาส่องสำรวจคู่ต่อสู้คนต่อไปอย่างละเอียด

                  


            อาเบะไม่ตอบคำใด ทว่าดวงตาเล็กหยีจับจ้องมาวินไม่วางวาย ด้วยนึกหมั่นไส้เหลือประมาณและวาดหวังว่าจะได้กระทืบเด็กหนุ่มผู้นี้ให้สมแค้น 


    “ เอาล่ะ งุยโฮ เจ้าไปเอาอาวุธคู่ใจมาให้อาเบะ” เทพศาสตราหันไปสั่งชายร่างล่ำสันคนเดิม ซึ่งลูกศิษย์หนุ่มนายนั้นก็ตอบสนองด้วยการห้อไปเอาอาวุธมาให้อาเบะมันก็คือ………ค้อนไม้ขนาดใหญ่ 


    “ ว้าว...... ขนาดอาวุธยังดูน่ากลัวอย่างกับทาร่า ในเกม ROV เลย ” มาวินโห่ร้องชมเชยอย่างสบายอารมณ์ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่เด็กหนุ่มไม่นึกกลัวอาวุธร้ายชิ้นนี้


    “ เอาล่ะ เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เริ่มต่อสู้ได้” เทพศาสตราให้สัญญาณ

                


           การต่อสู้รอบที่สองเริ่มต้นขึ้น คราวนี้ทุกอย่างดูสงบนิ่ง ไม่มีการโจมตีใดๆอาเบะเพียงยกค้อนขึ้นมาระดับอกและจับจ้องมาวินด้วยท่าทางที่รัดกุม ส่วนเด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มยิ้มเย้ยเล็กน้อยภายในคิดวางแผนอย่างใจเย็น 


    “ ดูจากหน่วยก้าน หมอนี่คงถนัดใช้กำลัง แต่ด้วยขนาดของอาวุธคาดว่าน่าจะโจมตีเชื่องช้าและขาดความต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าเราหลอกล่อให้หวดพลาดจนเสียหลักก็เข้าไปอัดมันให้ร่วงได้ไม่ยาก ” 

               


           เมื่อคิดแผนการเป็นที่เรียบร้อย มาวินก็แสร้งกวักมือท้าทาย ทำให้อาเบะฉุนขาดจนใบหน้าอวบอูมแดงซ่านลมออกหู ปิดท้ายด้วยการสติแตกและพุ่งเข้าใส่ ปากก็ร้องคำรามเสียงดัง


    “ แก ไอ้หัวเขียวจอมยโส ” 

               


            อาเบะกระโจนเข้าใส่ด้วยสปีดที่เหลือเชื่อ แต่ไม่ไวพอ มาวินมองค้อนยักษ์ที่พุ่งเข้ามาแน่วนิ่งชนิดไม่วางตาและเมื่ออาวุธร้ายห่างจากเส้นผมเพียงปลายนิ้ว เด็กหนุ่มก็ฉากหลบไปทางซ้าย


    “ โครม ” 

               


           เสียงค้อนยักษ์ดังสนั่น ความแรงนั้นทำให้พื้นโรงฝึกถึงกับโหว่เป็นรูใหญ่แม้อาเบะจะมีพลังมากเพียงใด แต่ถ้าโจมตีไม่ถูก ก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง เหตุผลนี้ทำให้มาวินเริ่มย่ามใจพร้อมตวาดไปหนึ่งคำ 


    “ เสร็จชั้นล่ะ เจ้าอ้วน รับนี่ไป” 

                


            สิ้นเสียงตวาด มาวินก็พุ่งเข้าไปอัดอาเบะด้วยหมัดขวา กำปั้นที่หนักหน่วงกระแทกใส่ระหว่างคิ้วส่งผลให้ร่างอ้วนใหญ่เซถอยหลังไปเล็กน้อย 


    “ ฮะๆ โดนชั้นต่อยเข้าไปเต็มแรงแบบนี้ น็อคในทีเดียวแน่ๆ” มาวินกล่าวกับตัวเอง พร้อมเงยหน้าขึ้นชมผลงาน ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็คือ…ชายร่างอ้วนใหญ่ที่กำลังหมุนคอไปมา คล้ายคนที่กำลังสลัดอาการเมื่อยขบหลังนอนตกหมอนมาทั้งคืน 


    “ เฮ้ๆ นายโดนชั้นต่อยไปเต็มๆเลยนี่หว่าไม่คิดจะล้มหน่อยเหรอ ” มาวินเอ่ยถามงงๆ พร้อมยกกำปั้นขึ้นเช็คดูว่ามันหมดอายุแล้วรึยังเพราะไม่สามารถกล่อมชายอ้วนให้หลับได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับตอบเรียบๆ 


    “ นั่นเขาเรียกว่าต่อยแล้วเหรอ ชั้นนึกว่านายสะกิดซะอีก” 

                


            มาวินเริ่มตื่นกลัวและวิตกกังวล.... “หรือว่าหมัดของเขาจะหมดอายุ”แต่สุดท้ายก็กลับมาสำนึกถึงความเป็นจริง


    “ จะบ้ารึไง หมัดมีวันหมดอายุด้วยเหรอ มันไม่ใช่อาหารกระป๋องนะเฟ้ย” 


    “ บ้าน่า ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ไม่มีใครทนทรหดขนาดนั้นหรอกอย่างน้อย ต้องมีมึนงงบ้างล่ะน่า..... ” มาวินสบถเบาๆ พร้อมกำหมัดแน่น 


    “ ฮ่าๆ ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็ลองโจมตีเข้ามาอีกทีชั้นไม่หลบนายหรอก เจ้าหัวเขียว ” อาเบะเริ่มยิ้มเยาะและร้องท้าทาย 


    “ ฮึ่ม...... เมื่อกี้มันฟลุ๊คโว๊ยหมัดของชั้นคงพลาดเป้า แต่คราวนี้ นายเจ็บแน่ ” มาวินรับคำท้าด้วยการพุ่งเข้าใส่อาเบะสุดกำลังพร้อมปลดปล่อยกระบวนท่าถนัดออกมา


    “ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ” 

              


            พายุกรงเล็บนับสิบสาดใส่อาเบะอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นลำคอ ปลายคางหัวไหล่ หน้าอก ทุกสัดส่วนล้วนไม่พ้นการจู่โจมที่ดุดัน


    “ ปึก ปึก ปึก........ ” 

               


            มาวินปลดปล่อยกระบวนท่าใส่อาเบะหลายสิบดอก จากนั้นก็ถอยฉากออกมาหอบเหนื่อย 


    “ แฮ่กๆ ได้ผลมั้ยนะ ” 

               


           ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า แทบทำให้เด็กหนุ่มล้มทั้งยืน ด้วยชายร่างอ้วนยังคงยิ้มแฉ่งพร้อมยืดตัวตรงอย่างภาคภูมิ คล้ายกับว่าพายุกรงเล็บที่ประเคนเมื่อครู่ มีน้ำหนักเบายิ่งกว่ายุงกัด 


    “ ไอ่หย่า ตกลงนายไม่คิดจะเจ็บซักหน่อยเลยเหรอเป็นแบบนี้ ชั้นเสียกำลังใจนะ ” มาวินถามเสียงอ่อย 


    “ ฮ่าๆ จะเจ็บได้ยังไงเล่า หมัดของนายเบาอย่างกับนุ่น” อาเบะตบหน้าอกที่อุดมไปด้วยไขมัน นั่นยิ่งทำให้มาวินรู้สึกเสียขวัญยิ่งกว่าเดิม

                  


           ทั้งสองจดๆจ้องๆกันอยู่หลายอึดใจ ด้านอาเบะ เขาคิดหาทางฟาดศัตรูให้สลบคาค้อนใหญ่ส่วนมาวินก็พยายามเค้นสมองหากระบวนท่าจู่โจมที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม สุดท้าย ก็เป็นฝ่ายเด็กหนุ่มที่คิดได้ก่อน


    “ เฮ้ นายอ้วน ” มาวินร้องทักแต่ดูเหมือนว่าผู้ถูกขนานนามจะไม่ชอบชื่อนี้ จึงตวาดกลับเสียงดัง 


    “ ชั้นไม่ได้ชื่ออ้วน ชั้นชื่ออาเบะ” 


    “ เออ จะชื่ออะไรก็ช่าง นายมั่นใจในความแข็งแรงของตัวเองใช่มั้ยงั้นกล้าพอจะรับกระบวนท่าต่อไปหรือไม่ ” มาวินยั่วยุด้วยกระแสเสียงที่เร่งเร้า 


    “ ฮ่าๆ จัดมา น้ำหนักหมัดอย่างนายไม่อาจระคายผิวของชั้นหรอก” อาเบะหัวเราะลั่น ดูเหมือนชายร่างอ้วนจะติดประมาทเข้าให้แล้ว 


    “ เหอๆ เดี๋ยวรู้กัน เตรียมรับมือให้ดี ใครผิดคำพูดถือว่าไม่แน่จริง ” มาวินยังคงยั่วยุต่อไป


    “ เข้ามาเลย ไอ้เด็กหัวเขียว ” อาเบะตอบทันควัน บ่งบอกว่าเนื้อแท้ของหนุ่มอวบระยะสุดท้าย น่าจะกวนบาทาอยู่ไม่น้อย 



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน