วันต่อมาจางกุ้ยเฟยได้ออกเดินทางไปยังวัดลั่วซานเพื่อทำหน้าที่ขอพรต่อเทพเ้าให้แคว้นเหลียงมีความเจริญรุ่งเรืองประชาชนอยู่เย็นเป็สุข ราชวงศ์มีความมั่นคง ฮ่องเต้มีพลานามัยแข็งแรงตามประเพณีที่คนเป็ฮองเฮาต้องเดินทางมาทำหน้าที่ขอพรทุกปี
ด้านในวังหลวงก็เตรียมจัดงานเลี้ยงทุกอย่างไว้อย่างรวดเร็วกลุ่มขุนนางทุกฝ่ายเดินทางมายังท้องพระโรงเพื่อเข้าร่วมเป็สักขีพยานในการทำสัญญาสงบศึกระหว่างแคว้นเหลียงและซ่งงานเริ่มต้นขึ้นใน่เย็นของวันนั้นแม่ทัพและหล่าขุนพลของทหารแคว้นซ่งถูกนำมาร่วมในงานเลี้ยงนี้ด้วยองค์รัชทายาทนั่งตรงข้ามกับแม่ทัพหยางซึ่งแม่ทัพหยางนั่งใกล้กับเสนาฝ่ายซ้ายจางมู่เหอเพื่อนสนิทของเขาส่วนฮ่องเต้นั่งอยู่บนบัลลังก์ ถัดลงมาเป็ฮองเฮาที่แต่งกายเต็มพระยศนั่งอยู่ถัดไปอีกฝั่งก็มีเว่ยอ๋องที่เข้ามาร่วมในงานนี้ด้วย
“ตอนนี้ทุกฝ่ายมากันครบแล้วข้าจะเริ่มประกาศสัญญาการสงบศึก แคว้นเหลียงและแคว้นซ่งทำการสู้รบมาเป็เวลา 3 ปีทำให้เกิดความสูญเสียของชีวิตทหารสูญเสียงบประมาณแผ่นดินและทำให้เกิดความทุกข์ยากของราษฎรทั้ง 2 แคว้น บัดนี้ข้าจ้าวลู่จิ่นในฐานะฮ่องเต้แคว้นเหลียงและลู่ไท่ซานว่าที่ฮ่องเต้แคว้นซ่งเล็งเห็นถึงประโยชน์สูงสุดของราษฎรของเหลียงและซ่งจะทำสัญญาสงบศึกไม่มีการสู้รบกันตลอด 5 ปีหลังจากนี้หากใครผิดคำสัญญาจะต้องชดใช้ตามที่อีกฝ่ายเรียกร้อง”จากนั้นฮ่องเต้ทั้งสองแคว้นได้ทำการลงนามโดยลายมือของตนเองทั้ง 2 ฉบับและใช้ตราประจำพระองค์ประทับลงอีกครั้งและต่างฝ่ายก็ถือสัญญาไปคนละฉบับ เหล่าขุนนางและแม่ทัพทั้งสองฝ่ายต่างลุกขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเห็นด้วยกับข้อสัญญาในครั้งนี้ด้วย
“เอาละทุกท่านหลังจากนี้ไป เชิญพวกท่านทานอาหารและดื่มได้เต็มที่ เชิญชมนางรำแคว้นเหลียงได้ตามสบาย”และหลินกงกงก็ปรบมือเรียกนางรำออกมาทำการแสดงอย่างสวยงามทุกคนทานอาหารและดื่มกันอย่างสนุกสนาน จนการแสดงชุดแรกจบลง
“รัชทายาทสนใจหญิงงามนางใดท่านสามารถบอกข้าได้ข้าพอจะรู้มาว่าท่านชื่นชมหญิงงามมากกว่าสิ่งอื่นใด”ฮ่องเต้ตรัสถามรัชทายาท
“จริงอยู่ที่ข้าชื่นชอบหญิงงามมากแต่ตอนนี้ข้าเจอหญิงงามที่ต้องตาต้องใจเป็อย่างมาก และข้าก็รอให้นางเปิดใจให้ข้าพร้อมกลับไปแคว้นซ่งกับข้าอยู่จึงไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับหญิงงามคนอื่นได้”
“55555ข้าชักอยากเห็นหน้าหญิงงามคนนั้นเสียจริงว่างามเพียงใดถึงได้ทำให้หนุ่มเ้าสำราญอย่างท่านต้องอดทนรอนางเพียงผู้เดียว”
“นางไม่ได้มีดีแค่ความสวยหรอกพะยะค่ะแต่นางนั้นทั้งเก่งทั้งฉลาดรอบด้าน หากได้นางไปต่อให้ต้องละทิ้งทุกอย่างกระหม่อมก็ยอม”
“เป็รักแท้ที่หายากมากเพคะฝ่าาหม่อมฉันเองก็อยากจะเห็นหน้าแม่นางผู้นี้สักครั้งเหมือนกันว่าหน้าตานางเป็เยี่ยงไรถึงทำให้องค์รัชทายาททรงมั่นคงต่อนางได้ขนาดนี้”ฮองเฮาที่นั่งนิ่งอยู่ก็พูดแทรกขึ้นเพื่อมีส่วนร่วมในงานเลี้ยง
“5555แต่รัชทายาทเองก็ทรงมีพระชายาแล้วนิ จะบอกว่าทรงมีความมั่นคงต่อหญิงงามผู้นั้นก็คงไม่ได้”
“5555เมื่อเรานั่งบัลลังก์ตำแหน่งฮ่องเต้ การจะมีแค่ฮองเฮาเพียงคนเดียวอาจจะทำให้ผิดต่อราชวงศ์พะยะค่ะ การสืบทอดราชวงศ์เป็เื่ที่สำคัญ ฝ่าาคิดเหมือนกระหม่อมไม่พะยะค่ะ”คำตอบของรัชทายาททำให้ ฮ่องเต้หัวเราะชอบใจ ส่วนฮองเฮาหน้าเสียเพราะฮ่องเต้ไม่ค่อยจะสนใจนางเลย ส่วนใหญ่จะเรียกให้จางกุ้ยเฟยเสด็จไปหาทำให้สิ่งที่นางกลัวมากที่สุดคือจางกุ้ยเฟยตั้งครรภ์และคลอดพระโอรสออกมา ส่วนเว่ยอ๋องนั้นได้แต่นั่งไม่แสดงสีหน้ายินดียินร้ายอะไร เหมือนที่มาวันนี้ก็เพื่อให้ครบองค์ประชุมแค่นั้น
“แล้วฝ่าาไม่คิดจะชวนเหล่าพระสนมออกมาร่วมงานด้วยหรือ”รัชทายาทถามเพราะเขามองหาพระสนมที่หน้าตาคล้ายกับฟางผิงอยู่
“เหล่าพระสนมก็อยู่ที่นี่หมดแล้วทำไมหรือรัชทายาทมีเื่อะไรหรือเปล่า”ฮ่องเต้ตรัสถามรัชทายาทหันไปมองดูเหล่าพระสนมแต่ไม่เจอพระสนมคนที่เขา้าเจอ
“ไม่มีอะไรพะยะค่ะเมื่อวานตอนออกจากพระตำหนัก ข้าเห็นพระสนมเดินสวนเข้าไปข้ามองนางไม่ถนัดแต่เห็นว่านางหน้าตาคล้ายกับคนรู้จักของข้า”
“อ่อนั้นพระสนมจางกุ้ยเฟย ตอนนี้นางเดินทางไปทำภารกิจขอพรที่บนเขาลั่วซานแทนฮองเฮา”
“งั้นเหรอเสียดายจังเลย ข้าอยากเห็นให้ชัด ๆ ว่านางจะหน้าตาเหมือนคนรู้จักข้าขนาดไหน”
“ถ้าเหมือนมากก็คงจะเป็ฝาแฝดแล้วละแต่ที่แคว้นเหลียงเด็กทารกที่เป็ฝาแฝดจะต้องถูกฆ่าทิ้งไม่มีทางที่จางกุ้ยเฟยจะมีแฝดไปได้”ฮ่องเต้อธิบายให้รัชทายาทฟัง ทำให้เสนาซ้ายจางมู่เหอและแม่ทัพหยางอวี่ถงหันมามองหน้ากันอย่างใแต่ก็เก็บอาการเอาไว้งานเลี้ยงดำเนินต่อไปจนดึก มีคนของเสนาซ้ายจางมู่เหอเข้ามากระซิบรายงานข่าวร้ายจางมู่เหอมีอาการใสีหน้าซีดจนเห็นได้ชัด
“ทูลฝ่าาพอดีที่จวนกระหม่อมมีเื่นิดหน่อย ฮูหยินของกระหม่อมได้เป็ล้มหมดสติไป เอ่อกระหม่อมขอประทานอนุญาตกลับไปดูอาการของฮูหยินที่จวนก่อนพะยะค่ะ”
“เชิญท่านเสนาตามสบาย”
“ขอบพระทัยฝ่าาท่านแม่ทัพหยางมีคนจากชายแดนมารอท่านที่จวนข้าจะไปพร้อมกับข้าเลยหรือไม่”เสนาซ้ายจางมู่เหอหันไปบอกเพื่อนพร้อมส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนสนิทอย่างแม่ทัพหยาง
“งั้นกระหม่อมขอทูลลาไปพร้อมกับท่านเสนาเลยพะยะค่ะ”
“เชิญท่านแม่ทัพหยางตามสบายเถอะ”เสนาซ้ายและแม่ทัพหยางได้ออกจากท้องพระโรงที่ใช้จัดงานเลี้ยงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันเห็นสีหน้าสะใจของใครบางคน
“เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ท่านเสนาทำไมต้องรีบร้อนออกมาขนาดนี้”แม่ทัพหยางหันไปถามเพื่อนตนเอง
“ขบวนเสด็จจางกุ้ยเฟยถูกโจรูเาปล้นข้าจะไปช่วยลูกข้า”พูดจบจางมู่เหอและแม่ทัพหยางรีบขึ้นม้าและขี่ม้าออกไป จนถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งมีสภาพคือทุกคนถูกฆ่าตายหมดเสนาจางมู่เหอเดินไปเปิดเกี้ยวที่จางกุ้ยเฟยประทับมาภาพตรงหน้าคือนางโดนแทงที่หน้าอก นั่งสิ้นใจอยู่ในเกี้ยวอย่างน่าสลด
“เซียวเหยาลูกพ่อ.......ฮือออออออออ”เสนาซ้ายนั่งกอดศพบุตรีของตัวเองและร้องไห้ะโลั่นไปทั้งเขาหยางอวี่ถงเองก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว เห็นสภาพพ่อนั่งกอดศพลูกสาวอยู่เขาเดินไปสำรวจซากขบวนและไปดูร่องรอยที่ศพ
“นี้มันไม่ใช่ฝีมือโจรป่า”
“เ้าว่ายังไงน่ะฮึก. แม่ทัพหยาง”
“ดูจากาแที่ศพพวกนี้ไม่ได้ตายด้วยดาบแต่เป็กระบี่ วรยุทธล้ำมากเพราะถ้าดูจากาแจากศพ ศพพวกนี้คนร้ายน่าจะมีแค่คนเดียวเท่านั้นคนร้ายคนเดียวแต่สามารถเอาชนะองครักษ์และทหารวังหลวงได้ ที่สำคัญของมีค่าทุกยังไม่ถูกเอาไปข้าว่าไม่ใช่เื่ปกติแล้ว”
“แล้วใครกันที่มันทำแบบนี้กับลูกข้าทำลายชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งได้อย่างนี้”จางมู่เหอพูดทั้งน้ำตาแต่สีหน้าโกรธแค้นเป็อย่างมาก
“นั้นแหละคือปัญหาในวังมีหลายคนที่หน้าสงสัย อาจจะต้องใช้เวลาในการสืบ”
“ไปเถอะพาร่างของเซียวเหยากลับไปก่อนแล้วค่อยหาวิธีสืบอีกทีนึง”ทั้งสองช่วยกันพาศพของจางกุ้ยเฟยกลับไปที่จวนเสนาเมื่อฮูหยินของท่านเสนาเห็นศพลูกสาวก็ร้องไห้เสียใจจนเป็ลมล้มไปจางมู่เหอพาฮูหยินไปพัก ก่อนออกมาปรึกษากับเพื่อนสนิทเพื่อหาทางออก
“แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปท่านเสนาจาง”หยางอวี่ถงถาม
“ข้า้าสืบเื่ทั้งหมดว่าใครเป็คนอยู่เื้ัของเื่นี้”
“เราจะสืบอย่างไรละแล้วจะกราบทูลฮ่องเต้ยังไง เซียวเหยาไม่ใช่เป็แค่ลูกสาวท่านนะท่านเสนา แต่นางยังเป็ถึงจางกุ้ยเฟยการถูกลอบปลงพระชนม์แบบนี้เป็เื่ใหญ่ของราชวงศ์”
“เราจะทูลฮ่องเต้เื่เซียวเหยาถูกฆ่าไม่ได้”
“ไม่ทูลฮ่องเต้แล้วท่านจะทำยังไงพระสนมหายตัวไปฮ่องเต้ก็ต้องถามหา แล้วท่านจะทูลฝ่าาว่าอย่างไร”
“ขอข้าคิดก่อนทุกอย่างเป็ความผิดข้าเอง ที่นางต้องไปเป็พระสนมก็เพราะข้า้าให้นางเข้าไปเพื่อไปคานอำนาจของฮองเฮาราชสำนักต้องมีคนช่วยคานอำนาจสองฝ่ายไม่งั้นฮ่องเต้จะบริหารงานลำบาก”
“ท่านพูดเหมือนนางไม่ได้อยากจะเข้าวังไปเป็พระสนม”
“ใช่เซียวเหยานางมีใจรักกับเว่ยอ๋อง แต่เพราะข้าไปขอร้องให้ช่วยบ้านเมืองทำเพื่อราชสำนัก แต่กลับเป็การทำร้ายนาง”จางมู่เหอพูดไปก็จะร้องไห้เพราะเสียใจที่ทำให้ลูกมีจุดจบแบบนี้
“งั้นท่านมีแผนจะทำยังไงต่อคนก็ตายไปแล้ว”
“ข้า้าให้หยางฟางผิงกลับมา”
“อะไรนะ!!”แม่ทัพหยางใ
“ใช่เราต้องตามฟางผิงกลับมามีแต่ฟางผิงเท่านั้นที่จะแก้ปัญหานี้ได้”
“แล้วท่านมีแผนจะใช้ฟางผิงไปทำอะไร”
“จางกุ้ยเฟยต้องให้ฟางผิงมาอยู่ในตำแหน่งนี้เพื่อช่วยราชสำนักต่อไป ท่านกับข้าเราเป็ขุนนาง ต่างก็น่าจะรู้ดีเมื่อไรที่ราชสำนักไม่สมดุลฮ่องเต้อาจจะถูกโค่นบัลลังก์ได้ง่าย”
“ได้ถึงเวลาที่พ่อปลอมๆ อย่างข้าต้องคืนลูกให้พ่อที่แท้จริงอย่างท่านสักที”แม่ทัพหยางพูดทั้งที่ในใจเขาก็รู้สึกไม่ดี เพราะ 20 ปีที่ผ่านมาเขาเลี้ยงดูหยางฟางผิงเหมือนลูกในไส้เสมอมาทำให้เขาเองก็ยากที่จะทำใจได้ แต่ในเมื่อพ่อแท้ ๆ ของนางอยากได้ลูกกลับเพื่อช่วยราชสำนักเขาในฐานะเพื่อนและขุนนางราชสำนักที่จงรักภักดีก็จะทำตาม แต่สิ่งที่เขาหนักใจมากกว่าคือไม่รู้จะบอกความจริงกับหยางฟางผิงอย่างไรว่าจริง ๆ แล้วนางเป็บุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายในวังหลวงไม่ใช่ลูกแม่ทัพที่ชายแดนอย่างเขา